ขอรบกวน เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่รักเคารพครับ
   ผมได้เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ จากเวป บอนไซไทยเป็นประจำ ความรู้ที่ได้ยังไม่ตกผลึกสักที บอนไซที่บ้านตายหลายต้น อยากขอความรู้ และช่วยวิเคราะห์ให้หน่อยว่า สาเหตุที่เขาตาย น่าจะมาจากสาเหตุใดเป็นหลักใหญ่ (โดยเฉพาะอาการที่เขาแสดงออกเริ่มที่จะมีปัญหา)โปรดช่วยแนะนำวิธีการแก้ไขให้ด้วยนะครับ ผมจะได้นำมาแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ( ไม่ทราบว่าคำถาม ถามกว้างเกินไปหรือเปล่า) ขอรบกวนเป็นวิทยาทานให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
โดย: ภูพนา พฤกษาพันธุ์ 2000 [7 พ.ค. 55 15:42] ( IP A:110.49.234.91 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ก็ต้องเอารูปมาให้ดูหรือเล่าอาการซักนิดครับ

แบบนี้วินิฉัยไม่ออกหรอกครับ ก็เหมือนกันกับคนตาย มีหลายร้อยพันสาเหตุ
โดย: อู๋ [7 พ.ค. 55 16:33] ( IP A:118.172.52.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อย่างเรดแลยนะครับคุณภูพนา ต้องเข้าใจธรรมชาติของไม้ชนิดนั้นๆก่อนครับ ว่าต้องการน้ำมากหรือน้อย ทนสภาพชื้นแฉะได้หรือไม่ ฯลฯ
พอทราบธรรมชาติของไม้เล้วเราจะเลี้ยงได้เองครับ มีหลายวิธีด้วยกันเช่น ทกลองปลูก(ข้อนี้เป็นการฝึกทักษะการสังเกตครับผม) สอบถามจากผู้รู้ ค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เเละ ตำรา พอปลูกเลี้ยงตนไม้ได้แล้วค่อยหารูปแบบจักแต่งทรงให้เป็นบอนไซครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้ประสบการณ์และใจรักครับ ตัวผมเองไม่ค่อยมีปัญหาเพราะเรียนเกษตร เอกพืชอยู่เเล้วครับ อิอิ
พี่ๆท่านอื่นมีเสริมไหมครับ
โดย: อูมกัปตัน พืชศาสตร์แม่โจ้ [7 พ.ค. 55 16:42] ( IP A:223.205.147.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณ คุณอู๋ มากนะครับ สำหรับรูปผมต้องแอบถามคนอื่นก่อนนะครับ เพราะยังทำขี้นเวปไม่เป็นเลย และคุณอู่เข้าใจเปรียบเทียบให้เห็นภาพเลย มันมีหลายร้อยพันสาเหตุ จริง ๆ สำหรับความรู้ด้านพฤษศาสตร์
มาถึงเวลานี้ผมใคร่รบกวน คุณอูมกัปตัน พืชศาสตร์แม่โจ้ ต่ออีกสัก 2-3 ข้อ นะครับ ( อ้อ ลืมขอบคุณ ความคิดที่ 2 ขอบคุณครับ)
1. เราต้องเข้าใจธรรมชาติ ของไม้แต่ละสายพันธุ์ ให้ชัดเจนก่อนใช่ไหม ว่า ชอบ น้ำ อากาศ แสงแดดขนาดไหน (นี่เป็นการบ้านข้อใหญ่เลยใชไหมครับ
2. เมื่อเข้าใจแล้ว ต้องดูแลในเรื่องของวัสดุในการปลูก
การจัดวาง กระถางที่เหมาะสม ใชไหมครับ
3 ข้อนี้สำคัญมากแลย มันเป็นทักษะที่จะสังเกตการเรียนรู้ คือผมมองไม่ออกจริง ๆ เลยว่า อาการขาดน้ำ กับอาการรากเน่า มันจะแสดงออกมาในลักษณะใด ช่วยอธิบายให้ละเอียดหน่อยได้ไหมครับคุณอูมกัปตัน (เพราะบางครั้งเห็นใบเหี่ยว ๆ หง๋อย ๆ นึกว่าขาดน้ำ ก็ให้น้ำมากขึ้น ผลปรากฏว่าตาย) ถ้าเราวินิจฉัยลักษณะอาการของเขาถูกต้องต้นไม้ก็จะรอด
ขอรบกวนอีกสักข้อนะครับ กรณีอย่างสนใบพาย หรือไม้ชนิดอื่นมีอาการไหม้ตรงปลายใบเข้ามาหาโคนใบ พอจะบอกได้ไหมว่า
เขาเป็นโรคอะไร
รบกวนมากไปหรือเปล่าครับ อยากทราบจริง ๆ มีอะไรที่คุณอูมกัปตัน จะเพิ่มเติมให้ กรุณาด้วยนะครับ ขอบคุณอย่างสูงยิ่ง
โดย: ภูพนา พฤกษาพันธุ์ 2000 [7 พ.ค. 55 21:04] ( IP A:49.228.37.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ตอบแทนน้องอูมนะครับ
1.ใช่ครับ แต่ไม่ใช่การบ้านข้อใหญ่ เราเลี้ยงไปเรื่อยๆจะรู้เองครับ ไม้มันไม่ได้ตายง่ายๆนะครับ กว่ามันจะตายเราก็รู้แล้วว่ามันชอบอะไร
2. ใช่ครับ วัสดุปลูกสำคัญมากๆ แล้วในไม้แต่ละอย่างใช้ไม่เหมือนกัน
ส่วนการจัดวางและกระถางดีๆ เอาไว้ให้ไม้ใกล้จบค่อยคิดได้ครับ
3.อาการของไม้แต่ละอย่างจะไม่เหมือนกันครับ บางต้นรากเน่า แต่ไม่มีอาการ ถ้าตรวจเจอทันก็รอด ... สำหรับสน ถ้ารากเน่าจะทิ้งทีละกิ่ง แต่ถ้าไม้ช๊อกจากการตัดราก จะไม่เกินสองสัปดาห์ครับ แห้งทั้งต้น สนใบพวยใบแห้งผมคิดว่าขาดน้ำ+ดินแน่นมากกว่ารากเน่าครับ เพราะปรกติแล้ว...สนใบพายทนแฉะได้มากกว่าสนชนิดอื่น เพราะมีใบกว้าง คายน้ำได้เร็ว

ที่เหลือรอน้องอูมครับ อิอิ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [7 พ.ค. 55 21:18] ( IP A:118.172.52.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   อย่างที่พี่อู๋บอกนั่นและครับ อาการรากเน่าและขาดน้ำนั้น อาการที่แสดงออกทางลำต้นเหมือนกันเลยครับ เพราะ
1 อาการรากเน่าคืออาการขาดน้ำประเภทหนึ่ง เพราะรากถูกทำลาย ไม่สามารถลำเลียงน้ำไปเลี้ยงลำต้นและใบได้ แต่ทว่าอันตรายมากกว่าอาการขาดน้ำธรรมดา และยากจะฟื้อนฟู
2 อาการขาดน้ำธรรมดาคือมีปริมาณน้ำน้อยเกินกว่าที่พืชจะลำเลียงไปใช้ได้ อาการนี้อันตรายน้อยกว่า เพราะรากไม่ถูกทำลาย เมื่อได้รับน้ำก็จะทำงานต่อได้ แต่ เมื่อใดที่อาการขาดน้ำเข้าขั้นวิกฤต(ทางพฤกษศาสตร์ เรียกว่า จุดเหี่ยวถาวร)ซึ่งจะเกิดก็ต่อเมื่อขาดน้ำเป็นเวลานนานเกินไป ประกอบกันมีปัจจัยด้านอุณหภูม้เข้ามาเกียวข้อง เนื้อเยื่อปลายรากจะถูกทำลายแห้งผฝ่อ พืชจะไม่สามารถคืนสภาพได้(ก็ตายนั่นเอง)
วิธีสังเกตุรากเน่า-ขาดน้ำ
1 วัสดุปลูก ถ้าได้รับความชื้นสม่ำเสมอเเล้วยังเหี่ยวเสดงว่ารากเน่าชัว วิธีแก้(อาจไม่ได้ผลร้อยเปร์เซ็นต์)เอาต่นขึ้นมานำกรรไกรตัดเล็มส่วนที่เน่าดำออกแล้วแช่สารละลายน้ำยากันรากเน่า(หาซื้อได้ตามร้านอุปกรณ์เกษตรทั่วไป)ผึ่งให้หมาดแล้วปลูกบนทรายหรือขุยมะพร้าวที่้สะอาด พอต้นเริ่มตั้งตัวได้(รอดตาย)จึงย้ายปลูกในเครื่องปลูกปกติ
2 เครื่อปลูกแห้ง เเสดงว่า ขาดน้ำธรรมดา ต้องสังเกตุว่า ใบและยอดเหี่ยวอ่อน หรือแห้งกรอบ ถ้าแห้งกรอบเสดงว่า เลยจุดเหี่ยวถาวรไปแล้ว กู่กลับยากครับ แต่ถ้าเหี่ยวอ่อน เสดงว่ายังมีหวัง ก็จัดการให้น้ำเลยครับ วิธีที่แนะนำ แช่กระถางในกาละมังให้ระดับน้ำเลยครึ่งกระถางขึ้นมานิดๆ จะทำให้เครื่องอลูกดูดน้ำได้ดีขึ้น ทิ้งไว้ยี่สิบนาที แล้วยกขึ้น ครั้งต่อไปก็รดน้ำตามปกติครับ
ผิดถูกประการใดเชิญพี่ๆชี้เเนะครับ
โดย: อูมกัปตัน พืชศาสตร์แม่โจ้ [8 พ.ค. 55] ( IP A:223.205.147.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ---ที่ผมแนะนำไปคือไม้ทั่วไปครับ ทฤษฎีนี้ ใช้การไม่ได้กับไม้ในกลุ่มสนนะครับ และไม้ทั่วไปมัักเป็นเช่นนี้ อ้อ!!! ยากันรากเน่าที่ผมเคยใช้เป็นชนิดผงนำมาละลายน้ำ ยี่ห้อคิงคาบ้า แต่มีหลายยี่ห้อคุณภาพใกล้เคียงกันครับ
---ถ้าใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดรากเน่า อย่าลืมทำความสะอากด้วยเเอลกอฮอล์หลังใช้นะครับ เชื้อจะได้ไม่แพร่กระจายเมื่อใช้ครั้งต้อไป กับต้นอื่น
โดย: อูมกัปตัน พืชศาสตร์แม่โจ้ [8 พ.ค. 55] ( IP A:223.205.147.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ผมคิดในแบบไม่ฝืนธรรมชาติไม้ และไม้ไม่ขัดใจผู้เลี้ยง เลี้ยงในแบบธรรมชาติที่ไม้นั้นจากมา
โดย: ท่านต้น ณ.อยุธยา [8 พ.ค. 55 5:04] ( IP A:171.4.146.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   รบกวนเรียนถามเพิ่มเติมนะครับ พอดีผมได้ล้างรากต้นสนและได้ปลูกในขุยมะพร้าวช่วงหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นใบเริ่มร่วงจากล่างขึ้นบน และเป็นบางกิ่งโดยก่อนร่วงปลายใบจะเริ่มเหลืองก่อน หลังจากนั้นผมจึงได้ย้ายไปปลูกในทรายหยาบ (ไม่ได้ทำการตัดรากที่ดำนะครับ เพราะมีค่อนข้างเยอะ) ซึ่งใบก็ร่วงต่อไปเรื่อยๆ เยอะมากจนบางกิ่งใบร่วงหมดเลย แต่พอตอนนี้ผ่านไป3 อาทิตย์ ใบเริ่มหยุดร่วง กิ่งที่เหลืออยู่ก็จะมีใบเหลืออยู่ที่ปลายกิ่ง(ใบเหลือจากของเดิมทั้งต้นประมาณ30-40%) อยากจะทราบว่า อาการรากเน่า เราจะแน่ใจได้เมื่อไหร่ครับว่าน่าจะรอด และสามารถนำออกแดดได้เมื่อไหร่ครับ (เห็นบางกระทู้ว่าต้องรอประมาณ3เดือนน่าจะรอด) รบกวนด้วยนะครับผม
โดย: น้อง บางพลี [8 พ.ค. 55 9:11] ( IP A:124.120.48.68 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ตอบคุณน้องบางพลี

ถ้าแตกใบใหม่เพิ่มก็วางใจแล้วครับว่าโอกาสรอดสูงขึ้น
การแก้รากเน่าของสน ไม่ได้ใช้ขุยนะครับ ฝรั่งยังบอกว่าห้ามใช้พีช เด็ดขาด (ซึ่งโครงสร้างวัสดุมันก็เหมือนๆกับขุย) แต่ให้ใช้ทรายหยาบ 100% ครับ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [8 พ.ค. 55 9:55] ( IP A:118.172.38.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณครับคุณอู๋ พอดีช่วงนั้นมีเหตุจำเป็นบางอย่างเลยต้องใช้แทนไปก่อนครับ (ตอนมาห่อแต่ทิชชู่มา T.T)
โดย: น้อง บางพลี [8 พ.ค. 55 10:09] ( IP A:58.137.10.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ครับ ขอบคุณมากนะครับ คุณอูมกัปตัน พืชศาสตร์แม่โจ้ คุณอู๋ เชียงใหม่ และเพื่อนพ้องน้องพี่ ที่รักเคารพทุกท่าน ผมยังมีคำถามค้างคาใจอีกพะเรอเกวียน โอกาสหน้า จะมารบกวนอีกครั้ง ขอบคุณครับ
โดย: ภูพนา พฤกษาพันธุ์ 2000 [8 พ.ค. 55 20:13] ( IP A:110.49.233.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   สุดยอดกระทู้ ทั้งผู้ถามและผู้ตอบจริงๆครับผม....ยอดเยี่ยม....

.
โดย: อดิศักดิ์/ไกด์ครับ [8 พ.ค. 55 23:21] ( IP A:223.205.217.117 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   สุดยอดทั้งสอง "อ" อู๋และอูม หุหุ
โดย: หมู สุโขทัย [10 พ.ค. 55 15:53] ( IP A:223.206.172.240 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน