เมเปิ้ลหอม เพราะเมล็ดยังไง
   ขอข้อมูลหน่อยนะครับ ผมได้เมล็ดเมเปิ้ลหอมมาจำนวนหนึ่ง อยากทราบวิธีเพาะเมล็ดครับ เพาะยังไงให้มันงอกครับ
โดย: POND [26 มี.ค. 55 15:59] ( IP A:110.77.164.249 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เพราะในตู้เย็นนะคับเดินปลูกบอนไซทั่วไป
โดย: Kirsada1986@hotmail.com [26 มี.ค. 55 19:53] ( IP A:27.55.13.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ต้นเมเปิลญี่ปุ่น เป็นไม้ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศหนาวเย็นการนำมาปลูกในบ้านเราแหล่งที่เหมาะสมคือพื้นที่ที่ราบสูงทางเหนือ แต่ว่าถ้าจะปลูกในกรุงเทพหรือพื้น้ที่ราบ ใบจะไม่แดง แต่โตได้ไม่ตาย ไม้เมืองหนาวหลายต้นปลูกในกรุงเทพแล้วโตได้ไม่ตายแต่จะไม่ออกดอกหรือผล เช่น นางพญาเสือโคร่ง, บ๊วย, ท้อ ส่วนที่ออกดอกได้แต่ดอกจะเล็กและใบมักจะไหม้ เช่น แมกโนเลีย ท่านซื้อต้นมาจากตามตลาดนัดต้นไม้ ซื้อเมเปิลมาเลี้ยงในกรุงเทพแล้วใบแดง...เพราะว่าเขาเอาไปเลี้ยงในห้องเย็นประมาณ 1 เดือน(ไม่ใช่ใส่ในตู้เย็น) ไม้เมืองหนาวจะออกดอกหรือผลได้ เขาจะต้องอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นนับเป็นคาบชั่วโมงในอุณหภูมิต่ำในระดับหนึ่ง ซึ่งความเย็นในระดับองศานี้จำนวนกี่ชั่วโมงจะมีผลกระตุ้นต่อตาดอกให้เกิดไม่ใช่กระตุ้นตาใบ โดยปกติแล้วต้นไม้จะเริ่มแดงและทิ้งใบที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ประมาณ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ครับ
สำหรับการเพาะเมล็ด ผมก็ไม่เคยเพาะเมล็ดของต้นเมเปิ้ลญี่ปุ่น แต่คิดว่าน่าจะเหมือนกับการเพาะเมล็ดไม้เมืองหนาวทั่วไปที่ต้องผ่านขบวนการที่เมล็ดต้องผ่านอุณหภมิที่หนาวเย็น เพื่อทำลายระยะเวลาของการพักตัวของเมล็ดพวกไม้เมืองหนาว ผมมีข้อมูลมาแนะนำให้ดังนี้ครับ
วิธีการ Stratification (moist – chilling) เป็นการทำลายการพักตัวเนื่องจากคัพภะต้องการอุณหภูมิต่ำ วิธีการคือเก็บเมล็ดไว้ที่อุณหภูมิ 1-8๐ซ. โดยให้ความชื้นและออกซิเจนเพียงพอ ทิ้งไว้นานตั้งแต่ 20-140 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดไม้ผล เมื่อครบกำหนด จึงนำมาเพาะต่อในอุณหภูมิที่เหมาะสมเมล็ดจึงจะงอกได้ ในกรณีเมล็ดไม่ได้รับอุณหภูมิต่ำนานพอจะทำให้ต้นกล้าที่เกิดขึ้นมาเตี้ย และแคระแกรน ตัวอย่างเช่น การลดช่วง stratification ของเมล็ดท้อ จาก 120 วัน เหลือ 68 วันจะทำให้ต้นกล้าที่เกิดขึ้นเตี้ย นอกจากนั้นถ้าเมล็ดได้รับอุณหภูมิต่ำ และความชื้นไม่สม่ำเสมอ จะทำให้เมล็ดกลับเข้าการพักตัวใหม่เป็นครั้งที่ 2 เรียกว่า secondary dormancy ซึ่งจะหลุดพ้นการพักตัวยากขึ้น
ถ้าต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม แนะนำให้โทรปรึกษาที่ มูนิธิโครงการเกษตรหลวง หรือ ฝ่ายวิจัย งานไม้ดอกไม้ประดับ สถาบันวิจันพืชสวน กรมวิชาการเกษตร บางเขน ก็ได้ครับ
โดย: เจิด/โคราช [26 มี.ค. 55 20:59] ( IP A:182.53.106.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณครับ ได้ความรู้เต็มๆเลย
โดย: Pond [26 มี.ค. 55 21:57] ( IP A:101.51.30.7 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน