ทําอย่างไรถึงจะยกระดับบอนไซไทยให้เทียบเท่าต่างประเทศ
   เราจะทําอย่างไรให้วงการบอนไซในประเทศไทยพัฒนาไปมากกว่านี้เพื่อให้ทัดเทียมอินโดนิเซีย มาเลเซีย ใต้หวัน ไม่นับรวมถึงญี่ปุ่น
ไม่ผิดที่กรรมการไทยหลายท่านจะออกมาตั้งมาตราฐาน123 และมีรูปทรงอยู่2-3ประเภทที่ติดรางวัลซํ้าแล้งซํ้าเล่า ไม่ formal upright ก็ informal uplight หรือ leaning ไม่พ้น2-3รูปทรงอยู่อย่างนี้ ผมอยากจะบอกว่า2-3รูปทรงดังกล่าวไม่ผิด แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของ40รูปทรงที่ต่างประเทศเขาเล่นกัน กรรมการบ้านเราจะมีความชํานาญเชี่ยวชาญเป็นพิเศษกับไม้3รูปทรงนี้ เราเคยมีการส่งตัวแทนไปศึกษาการให้คะแนนไม้ทั้ง40รูปทรงในประเทศญี่ปุ่น หรือในอินโดนีเซียบ้างไม้ว่าทั้ง40รูปทรงเขามีการให้คะแนนกันอย่างไร
เข้าใจครับว่าถ้าเราไม่มีการกําหนดมาตราฐานการให้คะแนน เช่น "รากได้คะแนนเท่านี้ กิ่งหนึ่งต้องใหญ่กว่ากิ่ง2 , ระยะกิ่ง1-2-3ต้องเท่านี้. ถ้าไม่ทําแบบนี้ก็ทะเลาะกันตาย". แล้วทําไมในต่างประเทศเขาถึงไม่ทะเลาะกัน เขาเล่นไม้มาก่อนเรา เล่นได้กว้างขวางกว่าเรา และก็อยู่บนผลประโยชน์บางอย่างเหมือนกับเรานั่นแหละ แต่ทําไมเขาไม่ทะเลาะกัน และยํ้านะครับว่าทําไมเขาทําได้ แสดงว่าเขาต้องมีมาตราฐานอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้ ผมจึงอยากแนะว่าเราน่าจะส่งตัวแทนไปเข้าอบรมหลักสูตรการเป็นกรรมการ เหมือนในวงการกีฬาต่างๆเขาก็มีการอบรมกรรมการทั้งสิ้น
ถ้าหากเราไม่ทําอย่างที่กล่าวมา วงการบอนไซบ้านเราจะล้าหลังยํ่าอยู่กับที่ไม่พัฒนาไปไหน ลองดูในอิตาลี่นะครับ มีศิลปินบอนไซรุ่นใหม่เก่งๆ อายุๆไม่เกิน35หลายคน มีผลงานได้รับรางวัลจากสมาคมต่างๆ มากมาย แต่บ้านเราพอเด็กรุ่นใหม่ทําไม้ออกมาที่กําลังจะมีแนวทางสไตล์ใหม่ๆเกิดขึ้น แต่กลับไม่ได่ติดโบแดงไม่ผ่านมาตราฐานซะอย่างนั้น จึงทําให้เด็กคนนั้นหมดความพยายาม และหันกลับไปเล่นไม้1-2-3เพื่อให้กรรมการ หน้าเก่ๆ ยอมรับ เราจึงเห็นบอนไซในบ้านเราหน้าตาเหมือนกันหมด ประดุจเหมือนออกมาจากโรงงานผลิตต้นไม้พลาสติกอย่างไงอย่างงั้น
ลองสังเกตุตัวเองดูสิครับ เวลาเราไปเปิด websiteต่างประเทศ เราจะเกิดความรู้สึกอึ่งทึ่ง ตะลึงในความวิจิตรงดงามของไม้เหล่านั้นมากแค่ไหน. ก็เพราะเราไม่เคยเห็นแบบนี้ในบ้านเราไงครับ
เพราะฉนั้นเราจะทําอย่างไรดี ให้บ้านเราพัฒนาบอนไซไปมากกว่านี้
ผมเคยได้ยินกรรมการไทยหลายคนพูดว่า. "บอนไซคืองานศิลปะที่ตกแต่งด้วยนํ้ามือมนุษย์."" คุณอย่าไปดูแบบตามต้นไม้จริงในธรรมชาติ ต้นไม้จริงในธรรมชาติมีสวยที่ไหน ไม่มี". ผมฟังแล้วผมรู้สึกเสียใจที่กรรมการเหล่านั้นเป็นผลผลิตจากรุ่นสู่รุ่น จากผลพลวงจากอิทธิพลของไม้1-2-3ที่สืบทอดกันมา และแถมยังไม่เคารพกฏเกณณ์ของธรรมชาติอีกด้วย. คําที่กรรมการท่านนั้นพูดว่า" ต้นไม้จริงในธรรมชาติมีสวยที่ไหน ไมมี". อย่างงี้แสดงว่าท่านกําลังนิยามความสวยของต้นไม้ในโลกนี้ขึ้นมาใหม่ เป็นโลกส่วนตัวของท่านเองที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน เพราะท่านบอกว่าต้นไม้ในธรรมชาติจริงไม่มีสวย ผมว่าท่านเหล่านั้นกําลังคิดผิดและเดินผิดทางนะครับ
ผมขอยกตัวอย่างคําพูดของ John Naka ศิลปินบอนไซระดับโลกที่ล่วงลับไปแล้วว่า

"The object is not to make the tree look like a bonsai, but to make the bonsai look like a tree." John Naka

นี่เป็นวลีอมตะและถูกต้องที่สุด เพราะหากกรรมการบ้านเรากําลังสร้างมาตราฐานความสวยขึ้นมาแข่งกับธรรมชาติ และประกาศให้โลกรู้ว่าในโลกนี้ไม่มีต้นไม้สวยเลย เราจะเห็นต้นบอนไซหน้าตาประหลาดที่ไม่เหมือนธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้หน้าตาบอนไซของบ้านเราก็เริ่มแลดูประหลาดผิดจากบอนไซต่างประเทศเข้าไปทุกทีทุกที เราจะเห็นต้นมะสังหรือโมกมีซากสีขาว เราจะเห็นบอนไซมะขามเป็นทรง สามเหลี่ยมเหมือนต้ยไทร เมื่อมองดูในงานประกวดระยะไกลจะเห็นเป็นสามเหลี่ยมเหมือนกันหมด
ผมขอยํ้านะครับว่าไม้1-2-3ไม่ผิดนะครับแต่เป็นเพียงหนึ่งใน40สไตล์ของบอนไซมาตราฐานโลกครับ. โรงเรียนสอนบอนไซในต่างประเทศเขาจะพานัเรียนเข้าป่า3วันเพื่อศึกษาองค์ประกอบของต้นไม้อย่างละเอียด ขอยกตัวอย่างwww.sidiao.com ใครที่มีหนังสือของMr.Cheng Chang kung เขาจะศึกษาต้นสน juniper chinensis บนยอดเขาที่อยู่เหนือระดับนํ้าทะเลหลายพันฟุต ศึกษาการเกิดซาก อย่างละเอียด และแบ่งประเภทของซากเป็น3ยุค เป็นซากที่เกิดเมื่อ10ปีที่แล้วเป็นอย่างไร. ซากที่เกิดเมือ100ปีที่แล้วเป็นอย่างไร หรือซากที่เกิดเมื่อ1000ปีที่แล้วมันเกิดการเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีจึงมีสีที่แตกต่างออกไป หนังสือของเขาจะมีอยู่2เล่มและได้แปลเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ผมเองได้มีโอกาสได้อ่านทบทวนอยู่บ่อยๆปัจจุบันMr.Cheng ดังมาก นักเล่นบอนไซแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ถ้าหากว่าMr.Cheng บอกว่าต้นไม้ในโลกไม่มีความสวย เราคงเห็นบอนไซของเขาเป็นทรงสามเหลี่ยม ผมคนนึงครับที่จะไม่เดินตามแนวทางของกรรมการชุดนี้ แต่จะพยายามช่วยเหลือและสนับสนุนทําทุกวิถีทางที่จะยกระดับวงการบอนไซให้มีมาตราฐานระดับโลก อยากเห็นไม้สไตล์ใหม่ๆได้รับโบแดงจากการประกวดบ้าง ไม่ใช่มีแต่ไม้ต้นเดิมๆที่ได้รับรางวัลแล้วได้รับรางวัลอีก อย่าปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทําบอนไซสไตล์ใหม่ๆ ต้องหิ้วไม้กลับบ้านที่ปราศจากรางวัลด้วยความท้อทอย และคําพูดนึงที่สําคัญของกรรมการชุดนี้ที่ไม่ควรพูดคือ. "น้องกําลังเดินหลงทางรู้รึเปล่า" และก็ชี้นําไปในแนว 1-2-3 เช่นเดิม เป็นคําพูดที่มีอิทธิพลมากนะครับแต่ในเชิงลบ ผมว่าคนรุ่นใหม่หลายคนท้อถอยและเลิกไปด้วยคําพูดประโยคนี้ เป็นห่วงจริงๆครับ
ผมเห็นเวปแห่งนี้กว่า90% เป็นคนบอนไซรุ่นใหม่ ผมคิดว่านี่คือทําเลที่ดีที่พวกเราจะมารวมตัวพัฒนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเหมือนที่ทําอย่างนี้ดีแล้ว ถึงเวลาแล้วครับที่คนรุ่นนี้แหละครับจะต้องขึ้นมาเป็นกรรมการชุดใหม่นําความทันสมัยมาสู่วงการ และขอเป็นกําลังใจให้ อย่าท้อ อย่าล้มเลิกซะก่อน เพราะเด็กในวันนี้ก็ คือผู้ใหญ่ในวันหน้านั่นเอง Mr.kimura ก็เคยล้มเหลวจากการประกวดหลายครั้ง ก่อนที่จะมีชื่อเสียงระดับโลก
โดย: Mr Bonsai [18 พ.ค. 54 22:01] ( IP A:58.8.132.9 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ตัวอย่างบทความของ Mr Cheng Chang Kung

Si-diaoศิลปินบอนไซใต้หวัน
Album of Cheng,Chang Kung
ศิลปะการแกะสลักของศิลปินในการสร้างสรรค์ซากไม้ที่สวยงามในธรรมชาติ
มันเป็นความละเมียดละมัยในการเลียนแบบธรรมชาติเพื่อสร้างสรรศิลปะการแกะซากบอนไซ

บทนํา
ความแตกต่างของศิลปะที่ธรรมดา, บอนไซไม่เพียงแต่นําเสนอผลงานทางด้านศิลปะที่มนุษย์ทําขึ้นเท่านั้นแต่เป็นการสร้างสรรศิลปะที่มีชีวิตอีกด้วย ตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ตามหลักความจริงของธรรมชาติจะทําให้มีประสบการณ์ที่มีอิสระเหนือธรรมชาติ ศิลปินบอนไซนั้นจะไม่เพียงแค่พยายามพัฒนาทักษะแต่เขาจะพยายามติดตามค้นหาความสวยงามของธรรมชาติอย่างถึงที่สุด มันเป็นการอุทิศตัวในความพยายามที่จะขจัดรอยทางเดิมของอดีตเมื่อการลอกเลียนความเก่าแก่ของธรรมชาติได้ปรากฏขึ้น ดังนั้นปรัชญาของการมีอิสระเหนือธรรมชาติทําให้ผมต้องแสวงหา
การฝึกฝนและพัฒนาของsi-diao(แกะสลักเส้นใย) เทคนิคนี้ช่วยให้ศิลปินบอนไซค้นพบความสวยงามตามธรรมชาติและค้นพบความหมายของคําว่าอิสระเหนือธรรมชาติ
ย้อนกลับไปที่ประวัติศาสตร์ ช่างแกะสลักในพระราชวังส่วนใหญ่จะมีทักษะที่ปราณีตงดงาม ผลงานที่วิจิตตราการตาของหินหยกและไม้จะถูกสะสมในพิพิธภัณฑ์นานาชาติและได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างมากจากผู้ชม ผมเชื่อว่าช่างแกะสลักได้ตั้งเป้าหมายไว้ระดับสูงหลังจากได้รับการสอนโดยครูของเขา เมื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้ศิลปินต้องการสื่อให้เห็นถึงลักษณะเด่นและจิตรวิญญาณ ผลงานที่มีชื่อเสียงจะถูกสร้างสรรค์โคยใช้ความปราณีตที่เป็นแบบฉบับเฉพาะตัวโดย ไม่สนใจต่อความยากลําบากเพื่อต้องการสร้างชื่อเสียง ดังนั้นผมจึงมีความประทับใจอย่างสุดซึ้งต่องานที่ปราณีต การสร้างสรรค์และความทรหดอดทนของศิลปิน
ศิลปินที่สร้างสรรบอนไซจะต้องจับเอกลักษณะเฉพาะตัวของวิญญาณของต้นไม้ชนิดนั้นๆ และนําเสนองานได้เหมืนธรรมชาติที่แท้จริงของไม้นั้นๆได้อย่างสมบูรณ์แบบ ที่อยู่อาศัยที่แท้จริงของไม้ตระกูลjuniperus chinensis จะอยู่บนพื้นที่เชิงเขาลาดชันที่อยู่เหนือระดับนํ้าทะเล ดินในบริเณนั้นจะเสื่อมสภาพทําให้ต้นไม้ค่อยๆเกิดซากตายที่บริเวณราก ลําต้น และกิ่งในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงหลังจากผ่านช่วงเวลาอันยาวนาน ในทางพุธศาสนา คําว่าshari มีความหมายว่า "วิญญาณของตระกูลศักดินาที่ไม่มีวันดับสูญ" และมีความหมายว่า "แข็งไม่แตกหัก" ในญี่ปุ่นคําว่าshari หมายถึงแข็งไม่แตกหักของไม้หลังจากที่ต้นไม้เหี่ยวและค่อยๆเสื่อมสลาย ด้วยลักษณะเด่นสง่างามและความอดทนนั่นเอง Shari มันคือการประดับเหรียญโดยธรรมชาติ เทียบเท่ากับการมีชัยต่อการปีนขึ้นบนเทือกเขา แอลพ์ ของต้นไม้นั้นๆ. เมื่อความแข็งของshari
ผสมผสานกับความอ่อนของกิ่งและลําต้น โครงสร้างของต้นไม้ที่ผสมผสานได้อย่างกลมกลืนก็ปรากฏขึ้นโดยพลัน เป็นการรวมกันขององค์ประกอบที่สมบูนณ์ของทั้งสองส่วนอย่างหาที่เปลียบไม่ทั้งได้. กิ่ง ลําต้น และใบของjuniperus chinensis ได้ตอบรับเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน. การที่จะเอาชนะสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ต้นไม้ต้องปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่นแสดงให้เห็นถึงความภูมิฐารสง่างามของการใช้ชีวิตและการปรับตัวที่ดีเยี่ยมเพื่อรับมือกับธรรมชาติ ด้วยความอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความมั่นคงนี่เองเป็นตัวกระตุ้นปลุกเร้าแต่กลับสงบนิ่งสง่างามในบางขณะ นี่คือความสุขุมนุ่มลึกของศิลปะที่ผสมผสานความอ่อนโยนละมุนละไมแต่แฝงด้วยพละกําลังอยู่ในที จึงทําให้juniperus chinensis แตกต่างจากต้นไม้ชนิดอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม หลายปีมาแล้วใต้หวันไม่ได้มีอากาศและภูมิศาสตร์ที่รุนแรง junipers chinensisเติบโตแบบไม่มีน่าสนใจ ลําต้นที่ตั้งตรงและกลมจะพบมากกว่า แบนๆและบิดเป็นเกลียว ในสภาพแวดล้อมแบบสบายๆ แต่ความเก่าแก่ของรูปแบบที่ดูแบนลีบของshariในสไตร์ไม้เก่าแก่ของญี่ปุ่นกลับสร้างความประทับใจได้มากกว่า ดังนั้นในช่วงยุคแรกเริ่มศิลปินบอนไซชาวไต้หวันได้อุทิศความพยายามที่จะปรับปรุงรูปแบบที่ดูตรงแข็งทื่อด้วยการแกะสลักด้วยมือ
โดย: Mr Bonsai [18 พ.ค. 54 22:13] ( IP A:110.168.203.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมเองก็เห็นด้วยนะ แต่จะบอกว่าต่างประเทศก็ให้คะแนนแบบพวกเรานี้แหละ 123 ไม่ผิด และไม่ควรลบล้าง... ตอนนี้มีบอนไซสไตล์แปลกตาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ใจเย็นๆ เรื่องนี้หาใครผิดไม่ได้ ไม้ 123 ของไทยสวยที่สุด อันนี้ต้องยอมรับ ไม้ฝรั่งถ้าโกนกิ่งลิดใบขึ้นมาสู้ของเราไม่ได้ครับ

ฝากเรื่องการแปลเอกสาร...คนแปลต้องมีความรับผิดชอบด้วยครับ ถ้าแปลแล้วอ่านไม่เข้าใจก็เหมือนกันใช้google แปลนั่นแหละ... Sidiao ไม่ไช่แกะสลักเส้นใย แต่คือการฉีกเส้นใยโดยไม่ใช้เครื่องเจียรครับ

ถือว่าเปิดตัวได้แรงและอันตรายนะครับ ด้วยความเคารพ

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [18 พ.ค. 54 22:52] ( IP A:118.172.34.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   Robirt Steven ไม่เคยบังคับใครใครทำไม้แหกคอกแบบเขา แต่เขาเอาเอาไม้ของเขาออกไปเผยแพร่ต่างประเทศ จนทุกวันนี้ทุกคน...ยกย่องตาโร

ที่ผมอยากจะบอกก็คือ ความเชื่อ หรือ แนวทาง มันบังคับกันไม่ได้ และที่สุดแล้ว มันจะเกิดขึ้นเอง...ถ้ามันจะเกิด
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [18 พ.ค. 54 23:07] ( IP A:118.172.34.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   นับถือและอยากรู้จักเป็นการส่วนตัวเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองครับ กรุณาติดต่อผมใด้ใหมครับ tammadha@gmail.com
ปล.ผมไม่ใช่ทั้งเสื้อแดงหรือเหลืองนะครับ 555
โดย: ใจ [18 พ.ค. 54 23:14] ( IP A:115.87.48.179 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมว่าที่คุณพูดก็ถูกนะที่ไม้ที่ได้รางวัลแล้วได้รางวัลอีก แต่ลองมองดูแล้วไม้ในประเทศไทยมีไม้จบน้อยมากๆ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบไม้นอกเพราะทรงสวย แต่ผมมาคิดดูแล้วในประเทศไทยหาไม้ทรงคดๆงอๆได้ยาก(ในธรรมาชาติเวลาไปหาไปขุด)ไม่เหมือนต้นสนในต่างประเทศที่เขาหากันได้ง่าย ผมว่าคุณดูดีๆว่าบอนไซในประเทศไทยเหมือนกันตรงไหนลองดูรายละเอียดก็ไม่เหมือนกันแล้ว บอนไซทุกต้นจึงไม่เหมือนกันและมีต้นเดียวในโลก(ถ้าศึกษากันจริงๆต้องดูทุกๆอย่างในบอนไซหนึ่งต้น)แล้วจะรู้ว่าไม้ที่เรามองเห็นไกลๆมันไม่เหมือนไม้โคนนิ่งนะครับ แค่ทรงเหมือนกัน ผมว่าผมและอีกหลายๆคนในนี้คงไม่มีใครที่จะได้มีโอกาสส่งไม้ไปประกวดต่างประเทศหรอกครับ แค่ในประเทศยังไปประกวดกันไม่ได้กันตั้งหลายคน ผมว่าทำไม้ให้มีความสุขก็พอแล้วไม่ต้องไปแข่งกับต่างประเทศหรอก (ไม้ในประเทศไทย123เคยไปติดรางวัลในต่างประเทศก็มีเยอะครับ)
โดย: Mr. O [18 พ.ค. 54 23:31] ( IP A:223.207.23.140 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   อันนี้ผมก็เห็นด้วยน่ะครับ มันก็จิงครับ...ไม้ไทยมี 123 แต่ถ้าคุณคิดจะเลี้ยงไม้เพื่อประกวด..ก็ต้องตามหลักของกรรมการ..(ของแต่ละประเทศ) ถ้าจะเลี้ยงเพื่อความสุขของตัวเองก็ไม้ต้องไปเครียดครับเอามันอย่างเดียวขอให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราทำก็พอ พันธุ์ไม้แต่ละประเทศนั้นไม่เหมือนกันและลักษณะของไม้ที่จะทำบอนไซนั้นมันก็แตกต่างกัน เมืองนอกมีสน.เค้าก็อิงไปตามต้นสนในป่าที่เค้าเห็นในประเทศเค้าและไม้อื่นๆก็เช่นกันที่อยู่ในประเทศนั้นๆ..ส่วนบ้านเรามีหมากมีโมกมีตะโก ลองสังเกตุดูไม้พวกนี้ตามธรรมชาติซิครับว่าเป็นทรงอย่างไร..จะเอาโมกมาทำให้เหมือนต้นสนในต่างประเทศมันก็ไม่คือ,,,เอาตะโกมาทำให้เหมือนเมเปิ้ลญี่ปุ่นมันก้ไม่ใช่..ลองนึกดูเล่นๆน่ะครับลองให้ Mr คิมุระ มาอยู่เมืองไทยสิจะทำโมกแนวใหน..แล้วลองให้เซียนบอนไซไทยไปอยู่ญี่ปุ่นจะทำสนออกมาแนวใหน..ผมว่าก้ต้องตามหลัก..อิงไม้ตามธรรมชาติของแต่ละประเทศนั้นๆแหละครับ...ไอ้เรื่อง 123 เนี๊ยจะเถียงกันยังไงก็เถียงกันไม่จบไม่สิ้นครับ...ง่ายๆทำไม้ตามที่เราชอบก็พอครับ..ไม้ต้องสนกรรมกงกรรมการ...จะสวยรึไม่ก็ไม้เรา...จะอิงตามธรรมชาติรึตามกรรมการก็แล้วแต่จะคิด...งานศิลจะมีคนชอบหรือไม่ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนครับ...ขอบคุณครับที่ช่วยเปิดประเด็น..จะได้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นเยอะๆ..แต่การแสดงความคิดเห็นในที่นี้ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอ่ะไรได้ชิมิ...แล้วจะเม้นไปทะมัยเนี๊ย...กำ..อิอิ
โดย: Pop : FOR..T..L.F..G [18 พ.ค. 54 23:58] ( IP A:125.26.7.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   กด like ทุกๆคน
โดย: ต้อม [19 พ.ค. 54 6:58] ( IP A:180.180.32.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   บอนไซบ้านเราดูแล้วจะเป็นเหมือนกลุ่มพรรคการเมืองเพราะแต่ละคนที่เล่นมาก่อนก็จะมีลูกศิษย์ เวลาส่งประกวดเจ้าตัวบางทีไม่ออกหน้าเองมักจะเอานอมินีเข้าประกวดและก็ไม้แต่ละต้นกรรมการจะรู้ว่าไม้ของกลุ่มไหนๆมีบารมีมากก็ให้รางวัลไปผมดูบ้านเราแต่ละภาคมีไม้เข้าประกวดไม่กี่กลุ่มเองครับ ไปประกวดที่ไหนก็กลุ่มคนหน้าเดิมๆไม้ต้นเดิมๆกวาดรางวัลก็ต้นเดิมๆ ติดยอดเยี่ยมเมื่อไหร่ก็จบ หน้าใหม่ๆไม่ค่อยได้เกิดจริงครับ แต่ก็เห็นด้วยกับทุก คห. นะครับ
โดย: ขอบกระถาง [19 พ.ค. 54 7:08] ( IP A:182.52.58.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ผมว่าคนเราทุกๆคนไม่มีใครเกิดมาแล้วอ่านและเขียนเป็นเลย ถ้าไม่มีคนสอและเราไม่แสวงหาที่จะหาความรู้ เราก็เหมือนกบอยู่ในกะลา ถ้าคุณคิดที่จะทำไม้มาประกวดคุณก็ต้องเรียนว่าไม้ที่เขาเอามาประกวดในประเทศไทยเขาทำกันอย่างไร ถ้าคุณทำไม้แบบตัวคุณเองที่คุณคิดว่าไม้สวยไม้น่าจะติดรางวัล แล้วพอไม่ไปประกวดไม่ติดจะมาพูดว่าไม้กรรมการได้ไง เป็นกลางหน่อย ในประเทศทำไม้123ยังประกวดไม่ติด เลยจะส่งไปประกวดต่างประเทศคงจะติด ไม่เรียนก็ไม่เก่งถูกปล่าวครับ เราทำไม้ไทยปลูกในไทยครับ ผมว่าไม้หน้าใหม่ๆทำไม้ตามกดก็เห็นไม้ติดรางวัลกันหลายคนนะ คุณไม่ทำตามกดแล้วไม่ติดแล้วจะมาพูด ต่างประเทศเขาก็มีกดของเขาเราก็มีของเราจะเล่นไม้ที่ไหนก็ทำตามกดที่นั้นนะครับ
โดย: เก่า [19 พ.ค. 54 8:24] ( IP A:49.49.135.68 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ผมเห็นด้วยกับทุกข้อคิดเห็น มันก็ต้องมีบ้างที่คนเราต้องตัดสินลำเอียงไปบ้าง แต่ถ้าไม้เราสวยจริงๆเขาก็คงลำเอียงยากนะครับ แต่ถ้าเราไม่ยึดติดกับการประกวด ขอแค่เรามีคว่ามสุขกับการได้ทำไม้ ผมว่าเราก็มีความสุขแล้วนะครับ
โดย: คนแอบดู [19 พ.ค. 54 9:00] ( IP A:203.185.128.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เป็นกระทู้ที่ดีมากครับ มีหลากหลายมุมมอง หลากหลายความคิดเห็น ผมอยากให้ปักหมุดกระทู้นี้ไว้ครับ
และก็อยากให้ทุกคนทั้ง มือให้ มือเก่า มืออาชีพ ทั้งหลายเข้ามาอ่านดู เผื่อมีความคิดเห็นดีๆ จะได้แลกเปลี่ยนกัน

สุดท้ายผมขออ้างอิงคำพูดของใครหลายๆ คน รวมทั้งความรู้สึกของผมเองนะครับ
คือ ผมอยากให้การประกวดไม้บอนไซในแต่ละครั้ง ได้เปิดโอกาสให้มือใหม่หรือไม้ใหม่มีโอกาสติดรางวัลบาง เพราะเท่าที่เห็นไม้ที่เข้าประกวดในกลุ่มไม้ใหม่สวนให้จะเป็นไม้ที่เคยติดรางวัลบอนไซมาตรฐานมาแล้วทั้งนั้น ไม้ที่ใหม่จริงๆ มีไม่กี่ต้นถึงมีก็สู้ไม้ใหม่ที่นี้แต่เก่าที่อื่นไม่ได้ จึงอยากให้แยกประเถทไม้ใหม่คือใหม่จริงๆ ส่วนไม้ที่ใหม่ที่นี้แต่เก่ามาจากที่อื่นควรไปสู้กันในกลุ่มของไม้เก่าเท่านั้น เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้มือใหม่ได้มีโอกาสติดรางวัลบาง จะได้ไม่ท้อแท้(เพราะกลัวเจอไม้เทพๆของคนเทพๆ ครับ)

ขอบคุณสำหรับพื้นที่แสดงความคิดเห็นครับ...
โดย: B1 [19 พ.ค. 54 9:30] ( IP A:58.136.57.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เรื่องนี้จริงๆแล้วผมไม่ค่อยอยากจะแสดงความคิดเห็นเท่าไหร่เพราะผมก็ยังถือว่าเป็นมือใหม่อยู่ทั้งๆที่เล่นบอนไซมานาน เห็นเถียงกันมาหลายต่อหลายครั้งแล้วครับเรื่อง 123 บ้างก็แสดงความคิดเห็นโดยไม่ได้ไปดูงานประกวดเลยว่าไม่ใช่มีแต่ไม้ 123 ที่ติดรางวัล บ้างก็แสดงความคิดเห็นโดยใช้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นหลักโดยไม่ได้คิดถึงความเป็นจริงและความเป็นไปได้ เช่นเรื่องการตัดสินไม้ของของกรรมการ อันนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับกรรมการด้วยครับ ทั้งที่กรรมการบางชุดก็ตัดสินได้ห่วยแตกจริงๆ คุณ Mr.Bonsai ต้องอย่าลืมนะครับว่าบอนไซแต่ละต้นไม่ใช่จบได้ในเวลาไม่กี่เดือน อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายปีขึ้นไป เพราะฉะนั้นต้องใจเย็นๆครับ จะให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแค่ชั่วข้ามคืนคงเป็นไปไม่ได้ ผมว่าวงการบอนไซบ้านเราตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปมากแล้วนะครับ ในงานประกวดต่างๆจะเห็นได้ว่าบอนไซแต่ละต้นมีการพัฒนารูปทรงไปจากเดิมมาก ไม่ใช่จะมีแต่ ทรง123 อย่างที่คุณว่า ไม้ทรงอื่นๆที่ไม่ใช่ 123 ก็มีติดรางวัลครับ ผมก็เป็นคนทำบอนไซส่งประกวดด้วยเหมือนกัน และหลายรางวัลที่ได้มาก็ไม่ใช่ไม้ 123 ตามความเห็นผมนะครับ บอนไซของไทยไม่ได้เป็นรองประเทศใดในโลกครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสวยกว่าประเทศอื่นนะครับ ขอบคุณครับ
โดย: เชิด [19 พ.ค. 54 9:43] ( IP A:58.10.84.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ชื่นชมความคิดเห็นของพี่เชิดครับ และคิดว่าเจ้าของกระทู้คงมีเจตนาดี ผมก็ยังเป็นมือใหม่ เล่นบอนไซมาไม่นาน แต่จากวันแรกที่ผมรู้จักบอนไซจนมาถึงวันนี้ บอนไซในบ้านเรามีรูปแบบหลากหลายมากกว่าเมื่อก่อนมากเลยนะครับ และบอนไซในบ้านเราที่เห็นกันส่วนใหญ่ เป็นบอนไซที่สวยมาก สมส่วนได้ Scale มีรายละเอียดที่ดี เอากันว่า ไม้เมืองนอกที่เห็นได้รางวัลกัน รายละเอียดยังไม่ได้เท่าบอนไซของเราเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ผมมองไม่ค่อยเห็นจากบอนไซในบ้านเราคือ ความเป็นธรรมชาติน่ะครับ (เป็นมุมมองของผมเองน่ะครับ) ผิดถูกประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
โดย: ต้นเด็กดอย [19 พ.ค. 54 10:37] ( IP A:223.204.133.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   อืม.....ต่างคนต่างเหตุผล ทำหลายๆทรงคับ...ส่งประกวดบ้าง ไม่ได้รางวัลไม่ใช่ไม่สวยนี่คับ...*ประเทศไทยคือประเทศกำลังพัฒนาคับ*
โดย: athit BR [19 พ.ค. 54 10:47] ( IP A:122.154.129.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เห็นด้วย ตามเฮียเชิดครับ เดี๋ยวนี้ตามงานประกวดไม้มีความเปลี่ยนแปลงแล้วครับ ถ้าได้โครงสร้างดี เลี้ยงจนจบสมบูรณ์เมื่อไหร่ สู้ไม้เก่าได้แน่นอนครับ
ผมว่าการเข้าลวดของไม้บ้านเราที่เข้าหมดทุกกิ่ง เหมือนกับ ทหารกล้าเดินสวนสนาม
ส่วนไม้ต่างประเทศ(แต่ก็ไม่ใช่ทุกต้น) เหมือน นักกีฬาโอลิมปิก เดินเข้าสนามในพิธีเปิด
โดย: วิฑูรย์ [19 พ.ค. 54 12:47] ( IP A:125.24.71.151 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   หัวข้อนี้มีการคุยกันมานานแล้ว แต่มันก็จบด้วยการเงียบไป เคยมีการนำเข้าไปประชุมในชมรมรมก็เคยมีมติว่า จะต้องส่งไม้ของคนในชมรมเข้าประกวดซึ่งผมคิดว่ามันเป็นรูปธรรมมากที่สุดแล้วตั้งแต่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ตามความเห็นผม การประกวดของไทยเปลี่ยนไปเยอะมากนะครับ ไม้ผมก็เคยส่งตั้งแต่ปี 2549 ก็ติดรางวัลหลายรอบ สังเกตุไม้ผมไม่มีรากเหมือนไทร ทรงก็คงไม่ใช่ทรงนิยม ที่เล่ามาทั้งหมดผมอยากให้ลองเปลี่ยนจากความคิดให้เป็น รูปธรรมมากขึ้นคุยกันในเวบ มันก็อยู่ในเวบเท่านั้น...

โดย: dipp [19 พ.ค. 54 13:04] ( IP A:134.159.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เห็นด้วยกับคุณดิ๊บครับ ชอบแบบไหนก็ลงมือสร้างกันเลยครับ จบแล้วจะได้เข้างานประกวดกัน
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [19 พ.ค. 54 13:12] ( IP A:118.172.12.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ผมว่า จุดประสงค์ ของคุณ Mr.Bonsai คือเค้าอยากให้ไทยเรา ให้กรรมการเปิดมุมกว้าง ให้มีการรับรูปทรงบอนไซที่ส่งเข้าประกวดมากขึ้น มากกว่าที่เป็นอยู่ จะได้มีผู้เล่นที่อยากเล่นมากขึ้น ไม่จำเป็นแต่ ต้องเป็นกลุ่มใคร ชมรมใดเพียงอย่างเดียว ใครมีอะไร ก็มาส่งเข้าประกวด ตามมาตรฐานที่เพิ่มมากกว่าที่เป็นอยู่ จากที่ผมอ่านๆฟังๆดู คือ เหมือนได้แต่รับรู้ แต่ไม่จุดใดตำแหน่งใดเป็นผู้ริเริ่ม คิดทำเป็นที่เป็นทาง ทำอะไร พัฒนาอะไร ก็ต้องมีผู้บุกเบิกริเริ่ม ไม่ใช่ทำปุ๊บได้ปั๊บ ให้มีการเพิ่ม มาที่ล่ะทรง อิกหน่อยมันก็จะหลากหลายขึ้น ลักษณะเค้าว่าไงผมก็ว่า งั้น
ผมว่าคงมีคนเล่นบอนไซในไทยเรา มากมายที่อยากให้มีการจัดส่งประกวดทรงบอนไซที่มากขึ้นกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ จึงทำให้มีผู้เล่นบอนไซมากมาย ต่างได้แต่พร่ำพูดมาเป็นไม่ขาดสาย การที่ตัวผมเองแสดงความคิดเช่นนี้ก็อยากเห็นเหมือนกันครับ ว่าการประกวดบอนไซของไทยที่พัฒนาจนเป็นที่ลือเลื่องไป จนอาจทำให้ผู้คนในไทยสนใจกันเพิ่มมากขึ้นอีก มากมาย ขอบคุณครับ
โดย: ธีรศักดิ์ [19 พ.ค. 54 14:26] ( IP A:124.120.192.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   เณร อย่างผมมิกล้าถกธรรมกับสังฆราสเลยขออ่าน ศึกษากะลงมือทำอย่างเดียว อิอิอิ..
โดย: ชา [19 พ.ค. 54 14:31] ( IP A:118.172.198.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ขอเก็บข้อมูลอย่างเดียวครับ
โดย: แทน [19 พ.ค. 54 15:16] ( IP A:223.206.152.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ขออนญาตนะครับ ศิลปะอยูที่บุคคลนั้นมองศิลปะในช่วงเวลาใด ความรู้สึกณ.เวลาขณะนั้น ผสมองค์ประกอบ สิ่งแวดล้อม ณ.เวลาขณะที่มอง ศิลปะไม่มีกฏตายตัว มีแต่จิตที่ผสมใจที่เป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะครับ ชนะใจผู้มอง เข้าถึงอารมณ์

ปล. ผมชอบไม้พี่ๆน้าๆทุกต้น สวยถูกใจและเป็นแรงฮึดให้ได้เป็นอย่างดีคร๊าบบบบบบ
โดย: รัตน์ ปทุม [19 พ.ค. 54 15:40] ( IP A:124.121.1.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   คำจำกัดความของคำว่าบอนไซ สำหรับมือใหม่อย่างแก้ว ... บอนไซคือศิลปะบนไม้ ทุกพรรณ ...จะตามกรอบหรือนอกกรอบ หากสื่อออกมาแล้วสวยงามและสมส่วน ไม่ขัดตา ... ล้วนแล้วแต่เป็นความงามจากมือมนุษย์ทั้งสิ้นค่ะ เคารพทุกความคิดและก้าวย่างอย่างมั่นใจเสมอค่ะ
โดย: kaeo_supan [19 พ.ค. 54 16:59] ( IP A:113.53.89.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   เป็นมือใหม่ ยังมิบังอาจวิจารณ์ รออีกสักสิบห้าปี อาจตอบได้ กำลังจำศีลในอารามแห่งต้นไม้อยู่ รู้แจ้งแล้วค่อยว่ากัน
โดย: somrit13@yahoo.com [19 พ.ค. 54 17:40] ( IP A:158.108.118.137 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ความคิดเห็นผม บอนไซคือ ต้นไม้ที่เป็นธรรมชาติ และศิลปะ ที่ไม่ควรมีกฎเกณฑ์ แต่ควรมีความสมดุล ในรูปทรง และชีวิต
โดย: Arobonsai [19 พ.ค. 54 20:33] ( IP A:180.183.67.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ผมเลี้ยงบอนไซไม่หวังการประกวดครับ ผมเลี้ยงเพราะผมชอบ รักในต้นไม้ของไทย รักในผลงานที่จะเกิดขึ้น ที่ผมทำเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ขัดเกลา จิตใจ ไม่ให้ โลภ หลงในกฎทีผู้คนสรรค์สร้าง สไตร์ใครสไตร์มัน ชอบๆในสิ่งที่เรากระทำโดยไม่ให้เดือดร้อนใครก็พอใจสุดๆแล้ว
โดย: นิด สตูล / www.facebook.com/nid.saning [19 พ.ค. 54 21:14] ( IP A:118.174.217.223 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ดีใจมากที่เห็น คห.ของทุกท่านมีการแลกเปลี่ยนความคิดกัน บอกได้เลยว่าต่อไปวงการบอนไซไทยเจริญแน่เพราะพวกเราช่วยกันศึกษาข้ิอมูลมาคุยกันมีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยตลอด ส่วนผมเป็นคนนึงที่ทำบอนไซเป็นอาชีพและเป็นคนนึงที่สร้างไม้ตามใจตัวเองที่อยากทำโดยเฉพาะการส้รางไม้ร้อทรงตามธรรมชาติ ส่งประกวดติดรางวัลบ้างไม่ติดรางวัลก็หลายต่อหลายครั้งแต่ผมก็ดีใจทุกครั้งที่ไปรว่มงานประกวดเพราะจะได้เห็นไม้ของคนอื่นที่ส่งเข้าประกวดจะมีหลากหลายทรงหรือได้คุยกับผู้รู้คอเดียวกัน เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะทำบอ่ยๆดูมากๆเดี๋ยวเก่งเอง
โดย: ต๋องบอนไซชลบุรี [19 พ.ค. 54 21:24] ( IP A:49.230.240.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   -เปืดประเด็นได้ดีมาก ๆ ผมเคารพในสิทธิและความเห็นของทุก ๆ ท่าน ขอชื่นชมในความเห็นของทุกท่านครับ
-ก่อนอื่น ให้ย้อนกลับไปดู และศึกษา ทำความเข้าใจกับคำนิยามของบอนไซก่อนว่า "บอนไซ" คืออะไร
-ถ้าเข้าใจคำนิยามของบอนไซดีแล้ว เราจะรูว่า "ธรรมชาติ" เป็นสิ่งที่สวยสุด
-ท่านเจ้าของกระทู้บอกว่ามาตรฐานบอนไซมีอยู่ 40 กว่ารูปแบบ ซึ่งนั่นก็คือกฎ และก่ติกา ที่เขาได้กำหนดเอาไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังใช้เป็นแนวทาง แล้วเราจะยึดเอาแต่กฎ และกติกา ที่เขากำหนดไว้เท่านั้นหรือ เราจะไม่พัฒนา และดัดแปลงแต่ละรูปทรง ให้มันดีขึ้นกว่าเดิมเลยหรือ
-แล้วท่านเจ้าของกระทู้ชอบรูปแบบบอนไซ รูปแบบไหน ในจำนวน 40 กว่ารูปแบบที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ ท่านต้องหาใจของท่านให้เจอเสียก่อน แล้วทำตามรูปแบบที่เราชอบ หรือจะทำให้ครบถ้วนทั้ง 40 กว่ารูปแบบนั้นได้ยิ่งดี ท่านก็จะได้กลายเป็นบุคคลที่มีขื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง และเป็นแบบอย่างของคนรุ่นหลังต่อ ๆ ไป
-หรือท่านต้องการที่จะให้พัฒนาไปในรูปแบบไหน
-บอนไซของไทยเรา "แบบทรงต้น" ก็เคยได้รางวัล ระดับโลกมาแล้วหลายต้นเหมือนกันนะครับ
-หาใจของเราให้เจอ แล้วสร้างไม้ในรูปแบบที่เราชอบออกมาให้ดีที่สุด นั่นแหละครับ คือ ผลงานอันสุดยอดเยี่ยม
โดย: ปั่น [19 พ.ค. 54 21:56] ( IP A:58.9.104.164 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   บอนไซ ก็เหมือนสาวงามครับ มาจากการเสริมเติมแต่ง หรือประเภทช้างเผือกจากป่า ก็สวยไปคนละแบบ ผู้ชม คนดู คนเชียร์ ต่างชอบไปคนละแบบ เพราะเราเป็นสัตว์ประเสริฐ มีความคิดเป็นของตัวเอง มาตรฐานการประกวดสาวงามของแต่ละประเทศ จังหวัด ชุมชน ก็คงไม่เหมือนกัน กรรมการแต่ละคน ก็ชอบไปคนละแบบ บางคนชอบอวบ บางคนชอบหน้า บางคนชอบผิว บางคนเขาว่าอย่างไรก็ไปกับเขา สรุปแล้วมีความสุขก็พอครับ
โดย: คนเมืองยศ [19 พ.ค. 54 23:19] ( IP A:125.26.97.119 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   บอนไซต่างประเทศ ในนิยามของคุณ Mr Bonsai หมายถึง บอนไซในประเทศโซนเอเชีย ก็ต้องยอมรับจริงๆครับว่าเราสู้ไม่ได้ครับ (แต่ใช่ว่าในอานคตจะสู้ไม่ได้นะ) แต่ถ้าเทียบกับโซนยุโรป อเมริกา เราสู้ได้ (แต่ตอนนี้ทางโซนนี้ก็พัฒนาขึ้นเยอะแล้วนะ) เราสู้ไม่ได้ไม่ได้อยู่ที่รูปทรงไม้ครับ แต่เพราะองค์ความรู้ทางด้านบอนไซของเรายังน้อยมากครับ เมื่อเปรียบเทียบกับ จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี อินโดฯ มาเลฯ สิงค์โปร แต่ละที่จะมีที่สอนการทำบอนไซเป็นเรื่องเป็นราว เมืองไทยจะหาที่เรียนก็ไม่มีที่เป็นเรื่องเป็นราว จีนมี ญี่ปุ่นมี ไต้หวันมี เกาหลีมี อินโดฯมี นั่นต่างหากที่ทำให้บอนไซไทยขาดการพัฒนา ทั้งๆที่เรามีวัตถุดิบ สภาพแวดล้อม ที่เหมาะกับการปลูกบอนไซมากกว่าประเทศต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นซะอีก เราอาจมีต้นไม้ที่ติดรางวัลระดับนานาชาติ แต่เรามีบอนไซมาสเตอร์(Bonsai Master)ที่สามารถขึ้นเวทีโชว์ตัว โชว์เทคนิคการทำบอนไซในระดับนานาชาติหรือเปล่า ยังไม่เห็นนะครับ เรายังต้องให้ชาติดังที่กล่าวมาข้างต้นมาสาธิตเทคนิคให้ดูอยู่เลย อย่าเถียงกันเรื่องรูปทรงอีกเลยครับ มันไม่มีประโยชน์หรอก เรามาให้ความสำคัญด้านองค์ความรู้ด้านบอนไซเพิ่มขึ้นกันก่อนดีมั๊ยครับ วันนี้หนังสือบอนไซไทยที่เขียนขายกันอยู่ยังไปแปลเค้ามาอย่างผิดๆถูกๆอยู่เลย แค่ชื่อพันธุ์ไม้ยังผิดแล้ว ไม่ต้องไปพูดเรื่องอื่นแล้วครับ

ด้วยประสบการณ์การดูไม้อันน้อยนิดของผม จะบอกว่าเรายังห่างไกลมากครับ ไม่ได้ดูถูกคนไทยกันเองนะครับ แต่จะให้เราทัดเทียมสากลเพียงแค่ออกมาพูดมาเขียน หรือใช้การประกวดไม่มีประโยชน์ครับ ต้องเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง และรวบรวมแล้วสกัดออกมาเป็นองค์ความรู้รูปแบบคนไทยให้ได้ครับ จีนเริ่มจากการทำบอนไซในเชิงศิลปะและปรัชญา กระจายองค์ความรู้ไปสู่ที่ต่างๆทั่วโลก แต่ปัจจุบัน ทำเป็นอุตสาหกรรมส่งออกขายไปทั่วโลกเราสู้ได้เหรอครับ ญี่ปุ่นพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านบอนไซจนกลายป็นวัฒนธรรมสร้างรายได้จากการขายองค์ความรู้ขายวัฒนธรรมขายเทคนิคการสร้างไม้(เมื่อก่อนส่งออกเหมือนกัน) เกาหลีก็ส่งออกบอนไซไปญี่ปุ่นและทั่วโลก มีระบบการจัดการฟาร์มที่ทันสมัยไร้โรคและแมลง ไต้หวันก็ส่งออกบอนไซไปทั่วโลก ทุกประเทศมีสถาบันสอน มี Bonsai Master เดินสายให้ความรู้เรื่องบอนไซกับคนทั่วโลก แต่ขอโทษครับ บอนไซไทยยังทะเลาะกันอยู่ที่ รูปแบบไม้ 123 อยู่เลยครับ ประเทศอื่นๆเค้าไม่เถียงกันเรื่องนี้แล้วครับ....:-)

ปล.....อบรมกรรมการ...ไม่มีประโยชน์ครับ...คนจะทำบอนไซแหล่ะครับต้องไปเรียนไปอบรม...แล้วคุณจารู้ว่า...มันมีอะไรมากกว่านั้นจริงๆ.....:-)
โดย: ตั๊ก [19 พ.ค. 54 23:50] ( IP A:125.25.16.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   อยากเสนอความคิดเห็นเรื่องกติกาการให้คะแนนในการประกาด. จะเป็นไปได้หรือไม่ถ้าเราจะเอาวิธีของวงการประกวดสุนัขมาใช้. คือให้เราแยก style ของไม้ไปเลยแยกไปรวมอยู่บนโต๊ะเดียวกันไป เช่น style cascade ก็อยู่กับ cascadeโดยไม่สรใจว่าจะเป็นไม้เก่าหรือไม้ใหม่. ทรงต้นก็อยู่กับทรงต้น ทรงลู่ลมก็อยู่กับทรงลู่ลม แยกโต๊ะกันไปเลย และดวลกันเพื่อหาที่1 ในแต่ละstyle. และถ้าจะถามว่าไม้เก่าจะได้เปลียบไม้ใหม่หรือไม่ ผมกลับมองว่ามันกลับกลายเป็นความสนุกเพื่อลุ้นว่าไม้ใหม่จะล้มแช้มเก่าได้หรือไม่เป็นการผลักดันให้คนทําไม้ใหม่ขึ้นมาสู้เรื่อยๆ ก็เหมือนวงการสุนัขอะครับ เขาก็หยายามล้มแช้มเก่า ทําให้คนที่อยู่ในบรรยากาศในงานสนุกไปด้วย
ทีนี้พอเราได้ที่1ในแต่ละประเภทแล้ว เราเอาที่1ของแต่ละประเภทมาดวลกันเพื่อหา Best in Show. และถ้าถามว่าหากว่าไม้บางstyle มีคนส่งแค่ต้นเดียวละ จะทํายังไง เราก็ต้องให้เขาได้ที่1ของประเภทนั้นไปเลย เพราะว่ามีอยู่ต้นเดียว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้น้ให้คนที่ส่งประกวดเห็นว่ามีคนส่งน้อยเพราะฉนั้นครั้งต่อไปเราจะต้องส่งstyleนี้บ้าง เราคงจะงงน่าดูนะครับถ้าหากเราเห็นเซ้นเบอร์หนาดมาลงประกวดรวมกับ ชิวาว่า ดังนั้นน่าจะแยกประเภทตามstyleไปเลย แล้วเอาที่1 มาดวากันเพื่อหา best in Show. แล้วเอา. Best in Show ของแต่ละงาน มาดวลกัเพื่อหา Best of The Year.
โดย: AAA [20 พ.ค. 54 9:04] ( IP A:49.237.205.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ขอเจ๋อด้วยนะครับ สำหรับผมเห็นว่าอย่าไปเครียดกับการประกวดมากมายกันเลยครับ งานประกวดบอนไซก็เหมือนการแสดงภาพในแกลอรี่ แค่ใครอยากเอาผลงานของตนมาโชว์ก็นำมาโชว์ได้ก็เท่านั้น แค่ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ แต่ก็เคารพทุกความเห็นนะครับ ศิลปะยืนยาวครับกกล่าวยังไงก็ไม่จบหรอกครับ
โดย: toon [20 พ.ค. 54 12:50] ( IP A:124.120.233.33 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   สังคมจะดีได้เริ่มจากจุดเล็กๆจากเราลงมือเริ่มต้น ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกหรือโทษใครหรอกคับ เกี่ยวไรเนี่ย555
โดย: ano [20 พ.ค. 54 14:35] ( IP A:110.49.156.229 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ครับ
ศิลปะยืนยงยังคงอยู่ ถึงแม้นผู้สร้างศิลป์นั้นสิ้นหาย
ความงามนั้นยังอยู่มิรู้คลาย ไม่จางหายตามสายธารกาลเวลา
โดย: Ball Krab [20 พ.ค. 54 14:39] ( IP A:118.173.33.24 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   เห็นด้วยกับความเห็น 32 ครับ คนเราทำงานทุกอย่างต้องรู้จักแบ่งเเยกครับ หากนำมาปนกันหมด มันมั่วครับ พอมั่วแล้ว ต่างคนก็ต่างมั่วกันไปอีก
โดย: อาวีโอ [20 พ.ค. 54 14:44] ( IP A:118.173.33.24 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   ไม้เก่าก็เลี้ยงต่อไป ไม้ใหม่ก็ปรับปรุง จะให้เอาไม้เก่ามาเริ่มใหม่คงเป็นไปไม่ได้ ที่ทำได้คือพัฒนาไม้รุ่มใหม่ๆเดี่ยวก็ออกสู่สายตาประชาชนเองแล้ว"การเปลี่ยนแปลงก็จะเริ่มต้นขึ้น" แต่จะดีกว่าเดิมหรือไม่เปลี่ยนแปลงก็ขึ้นอยู่กับผลงาน ผมว่าการเลี้ยงบอนไซมันตรงกับสุภาษิตที่ว่า"ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก" ถ้าหากเล่นเอา"ไม้แก่" มาดัดใหม่ก็คงถึงขั้นแตกหัก
โดย: จัตโรธัมมาวาธันติอายุวรรโณสุขังพลัง [20 พ.ค. 54 16:14] ( IP A:118.173.40.193 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
   บอนไซไทยของเราทุกวันนี้อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต เราก้าวผ่าน123ไปแล้ว เราเริ่มที่จะทำทรงอื่น ทีไม่ยึดติดกับเดิมๆ ถ้าเราเอาภาพบอนไซไทยในยุคแรกๆมาเปรียบเทียบกับบอนไซไทยในปัจจุบัน เราพัฒนาขึ้นครับ แต่ปัจจัยหลายๆอย่าง(เล่ายาว)ทำให้เราก้าวไปอย่างช้าๆ ส่วนเรื่องการประกวด การตัดสิน มีปัญหามาโดยตลอด คนได้รางวัลไม่มีปัญหาครับ ส่วนมากปัญหามาจากผู้ไม่ได้รับรางวัล กับผู้ชมที่คิดว่าต้นนี้ควรได้ ทำไมไม่ได้ ที่ไม่ควรได้ กลับได้ การให้คะแนนตามความรู้สึกมีปัญหาตลอด โอลิมปิคยังเคยให้คะแนนมวยหรือกีฬาค้านสายตาเราเลย ส่วนเรื่องคนเล่นก็แบ่งแยกครับ บางคนเล่นสนุก อะไรก็ได้ เล่นแบบศึกษา (ในเวปนี้เยอะ) ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ มีที่ค้นคว้าคนรุ่นนี้แหละที่ผมมองว่าจะเปลี่ยนรูปแบบบอนไซไทยไม่ยึด123รูปทรงหลากหลายขึ้น และนี่คือก้าวต่อไปของบอนไซไทย ส่วนรุ่นชั้นครูเราจะได้ประสบการณ์การเพาะเลี้ยงที่แท้จริง อ่านหนังสือ เริ่มที่ ก.ไก่ ไปฮ.นกฮูก แต่หลายคนที่เล่นบอนไซกลับอ่านฮ.นกฮูกมาก.ไก่ ผิดมั้ย ไม่รู้ ผมไม่มีคำตอบครับ
โดย: ปอง สายห้า [20 พ.ค. 54 22:55] ( IP A:58.9.223.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   เป็นกระทู้ที่แรกเปลี่ยนมุมมองได้ยอดเยี่ยมมากครับ
โดย: สิน บางพลีใหญ่ [21 พ.ค. 54 8:41] ( IP A:110.168.93.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
   เปืยนจาก1 2 3 มาเป็น กิ่งล่าง กิ่งตรงข้าม กิ่งหลัง ดีไหม จะได้เขาไจอยากเขาไปอีก สำหลับคนผึ่งหัดเล่ง
โดย: มือไหม่ [12 ต.ค. 54 20:35] ( IP A:125.27.97.111 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน