ว่ากับด้วยเรื่องของสน #2, สนเลื้อย
   สวัสดีครับพี่น้องลุงป้าน้าอาทุกท่าน

และแล้วบทความเรื่อง “ว่ากันด้วยเรื่องของสน” ก็เข้ามาถึงตอนที่สองแล้วหลังจากผ่านระยะเวลาไปปีกว่า 555 นานโข

ในตอนนี้ผมคิดว่าคนที่สนใจในบอนไซต้นสนคงจะมีพอสมควรแล้ว แต่ติดตรงที่ว่าจะหาวัตถุดิบได้ที่ไหน?

อย่างที่เราๆรู้กันอยู่แล้วว่าบรรดาสนฮอตฮิตต่างๆมีราคาค่าหัวแพงเอาเรื่องไม่ว่าจะเป็น อิโตกาว่าชิม ป่ากุ, มัสสุ แบล็กไพท์ ฯลฯ ครั้นจะเอาสนที่มีขายในประเทศมาทำก็หนีไม่พ้นทรง ฟอมัลอัพไร้ท์ หรือทรงตรง ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากว่า สนที่มีการขยายพันธ์ในเมืองไทยนั้นใช้ในการจัดสวนเป็นส่วนใหญ่ สวนที่ผลิตก็มักจะใช้ไม้ไผ่ดามต้นให้ตรงตั้งแต่เล็กๆนั่นเอง จึงทำให้ทรงลำต้นตรงโด่เด่เป็นเสาธงอะไรอย่างนั้น...ทั้งนี้ทุกคนลืมไปว่า เรามีลูกเมียน้อยอยู่ครับ! นั่นคือสนเลื้อย ทั้งที่เป็นพันธ์แคระและไม่แคระ

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 20:04] ( IP A:118.172.51.215 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สนเลื้อย (Juniperus Procumbens) เป็นต้นสนพันธ์ของญี่ปุ่นตามชื่อไทยที่เรียกว่าสนเลื้อยญี่ปุ่นนั่นเอง มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยปกคลุมดิน โตเต็มที่สูงประมาณ 90ซม ความกว้างของพุ่มใบ 2 เมตร มีลำต้นบิดงอไปมาสวยงาม มีใบเป็นลักษณะรูปเข็มสีเขียวเข้มไปจนถึงสีเขียวอมฟ้า มีนำเข้ามาใช้ประดับสวนในประเทศไทยนานแล้ว ส่วนสนเลื้อยแคระ (Juniperus Procumbens “nana”) มีลักษณะเหมือนสนเลื้อยธรรมดาทุกประการแต่มีใบที่เป็นช่อที่เล็กและแน่นทึบกว่า

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 20:06] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เมื่อก่อนพอบอกว่าสนเลื้อยหลายๆคนก็อาจจะร้องยี้ เพราะคิดว่าคงหนีไม่พ้นทรงตกกระถางเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่า ชิมปากุ (Juniperus Chinensis “Sargenti”) หรือที่คนไทยเรียกว่าจูนิเปอร์ (และทึกทักเอาเองว่าสนอย่างอื่นไม่ไช่จูนิเปอร์) ก็มีลักษณะตามธรรมชาติที่ทอดเลื้อยไปกับพื้นดินเหมือนกัน... ไช่แล้วครับ สนเลื้อยสามรถทำทรงอื่นนอกจากตกกระถางได้ แม้กระทั่งทรงบัญฑิต (Bunjin) ก็ตามที (แต่ทรงตกกระถางและกึ่งตกกระถางถือว่าเหมาะสมกับสนเลื้อยที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างของไม้แต่ละต้น) วิธีการทำให้สนเลื้อยไม่ให้เลื้อยก็อยู่ที่วิธีคัดกิ่งครับ เราตัดปลายที่เลื้อยออกข้างทิ้งและใช้แขนงด้านในให้เป็นปลายกิ่งแทนก็จะช่วยให้กิ่งสั้นขึ้น รวมถึงการดัดซิกแซกที่ทำให้ปลายที่เลื้อยดูสั้นลงและการใช้ลวดบังคับให้สนเลื้อยดูไม่เลื้อยอีกต่อไป

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 20:07] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    รายละเอียดในการเลี้ยงครับ

1. ห้ามลิดใบออกทั้งหมด กิ่งไหนไร้ใบ กิ่งนั้นตายครับ
2. การเล็มใบไม่ควรเกิน 20% ของพุ่มใบ โดยเฉพาะในที่ๆมีอากาศร้อน
3. เมื่อมีการตัดรากให้เล็มใบออกด้วย
4. การเหลือเฉพาะใบด้านในที่อ่อนแอไว้ทำให้ต้นตายได้ เนื่องจากใบที่อ่อนแอนั้นไม่ทนต่อแสงแดด
5. ดังนั้นควรตัดออกเฉพาะปลายรอบนอกที่แข็งแรงและเหลือโซนกลางไว้
6. ตัดยอดและปลายให้มากกว่ากิ่งล่าง เพราะกิ่งล่างโดนแสงน้อยกว่าจึงอ่อนแอกว่า
7. ตัดแต่งรากเฉพาะในหน้าหนาว ครั้งละประมาณ15%
8. ดินปลูกต้องระบายน้ำดีและมีอินทรีวัตถุให้น้อยที่สุด
9. ผมใช้ภูไมค์+เพอร์ไลท์+ทรายหยาบ และ แกลบดำ+ดินก้ามปูนิดหน่อยครับ
10. ไม้สร้างใช้โครงสร้างเม็ดดินที่ใหญ่เพื่อให้รากเดินไว
11. ไม้จบใช้เม็ดดินที่เล็กลง
12. ดินที่ใช้ควรร่อนฝุ่นออกให้หมด
13. เปลี่ยนดิน 2-5 ปีต่อครั้ง
14. ให้ปุ๋ยอ่อนๆสลับกันหลายๆสูตร(เรื่องปุ๋ยและความถี่อยู่ในช่วงการทดลองครับ)
15. งดให้ปุ๋ยเมื่อมีการตัดรากหรือเปลี่ยนเครื่องปลูก
16. ปุ๋ยเคมีที่เข้มข้นมากเกินไปทำให้เกิดอาการรากไหม้ได้

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 20:10] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ปัญหาในการปลูกเลี้ยง

1. ใบแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล

เกิดจากหลายสาเหตุ เช่นขาดน้ำ, ใบทีเหลืออยู่เป็นใบที่อ่อนแอ, รากเน่าเป็นต้น

1.1 ขาดน้ำ เกิดจากการขาดการดูแลเอาใจใส่ หรือการรดน้ำไม่ถึงก้นกระถาง มักเกิดกับไม้จิ๋วเป็นส่วนใหญ่ การแก้ไขในกรณีหลังให้ใช้ดินปลูกที่มีโครงสร้างเล็กลงและอาจเติมขุยมะพร้าวหรือพีชมอสลงไปได้นิดหน่อย

1.2 ใบอ่อนแอ... ใบด้านในที่อ่อนแอเป็นใบที่จวนเจียนจะทิ้ง สังเกตได้จากสีที่เมื่อเปรียบเทียบกับปลายยอดแล้วจะหมองกว่า ใบที่อ่อนแอนั้นหาอาหารไม่เก่งและเมื่อไม่มีปลายแข็งแรงช่วยพยุงการลำเลียงน้ำเลี้ยง มักจะไหม้เมื่อโดนแดดและทำให้ทิ้งกิ่งในที่สุด

1.3 รากเน่า เกิดจากดินปลูกไม่ระบายน้ำ หรือเก็บกักความชื้นมากเกินไป ควรร่อนฝุ่นดินทิ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนดิน และหลีกเลี่ยงดินปลูกที่อุดมด้วยอินทรียวัตถุ เพราะเมื่อย่อยสลายลงไปแล้วจะเกิดปัญหาดินแน่นตามมา อนึ่งปัญหานี้มันจะเกิดขึ้นในปีที่สองเมื่อมีการเปลี่ยนดิน(ตามประสบการณ์ของผม) เพราะโครงสร้างของดินเริ่มไม่แข็งแรงแล้วนั่นเอง เมื่อเกิดอาการรากเน่าจะสังเกตได้ว่าไม้จะเริ่มทิ้งกิ่งบางกิ่งในขณะที่กิ่งอื่นๆยังเขียวอยู่ วิธีแก้ให้รีบถอดกระถางมาล้างดินออกให้มากที่สุดและเติมด้วยทรายหยาบล้วนๆ ตั้งต้นไม้ในที่ๆมีแสงรำไร รดน้ำไม่ต้องบ่อยแต่ให้สเปรย์ใบทุกวัน (วิธีนี้ไม่ได้มั่ว อ่านมาจากนิตยสาร Bonsai Today)

2 โรคและแมลง

ไม้ประเภทสนมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงน้อย ส่วนใหญ่เกิดจากเพลี้ยต่างๆ ผมใช้วิธีรดน้ำทั้งที่โคนและที่ใบ ช่วยได้เยอะทีเดียวแล้วยังช่วยล้างฝุ่นออกทำให้ใบได้รับแสงดีขึ้น ส่วนเรื่องโรคเท่าที่เจอมักเป็นปัญหาเรื่องเชื้อราต่างๆ ถ้าเป็นราที่รากก็แก้ตามวิธีในหัวข้อด้านต้นและให้ยากันราบ้างก็ช่วยได้ครับ (ผมใช้ออโธไซด์)

3 การผุกร่อนของซากไม้

ซากไม้(จินและชาริ) เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นของคู่กันกับบอนไซประเภทสน สนตระกูลจูนิเปอร์ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องซากผุเท่าไรนักเนื่องจากลักษณะของเนื้อไม้ที่เป็นเส้นยาวเหนียวและมียางสนคอยป้องกันแมลงอยู่แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาเนื้อซากทำได้โดยทาด้วยน้ำยาไลม์ซัลเฟอร์ทุกๆ6เดือน และในครั้งแรกที่ทา ควรทาซ้ำทุกสัปดาห์ประมาณหนึ่งเดือน การทาไลม์ซัลเฟอร์ควรทาเมื่อเนื้อไม้แห้งแล้วเท่านั้น

ขอให้สนุกและมีความสุขกับสนเลื้อยนะครับ
อู๋ เชียงใหม่

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 20:17] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบคุณมากๆครับสำหรับบทความดีๆแบบนี้ จำเป็นมากมายครับสำหรับมือใหม่อย่างผม...
ติดตามทุกตอนนะครับ และขอให้มีหลายๆตอนเกี่ยวกับสนออกมาเยอะๆ ขอ รีเควส การทำซากได้มั้ยครับแบบว่าทั้งอุปกรณ์แล้วแนวคิดอะครับขอบคุณมากๆครับ กระทู้นี้ bookmarks ไว้เช่นเคย อิอิ
โดย: แป๊ป [25 ก.พ. 54 21:27] ( IP A:101.108.78.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   แค่ชื่นชอบผมก็ดีใจแล้วครับคุณแป๊บ

การทำซากสนถ้าไม่ไช่ซากเก่าที่แข็งเป็กก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องเจียรครับ ใช้วิธีการหักแล้วลอกใยเนื้อไม้ออก เครื่องมือที่ผมชอบที่สุด ณ.เวลานี้คือเครื่องมือที่ทำเอง ใช้สำหรับลอกเปลือกไม้ได้โดยไม่ทำลายเนื้อไม้ จริงๆอยากทำขายแต่ติดปัญหาเรื่องสนิมเนี่ยแหละ ถ้าดูแลไม่ดีล่ะก็เขรอะแน่นอน กลัวโดนต่อว่าเอา 555

โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 21:36] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ดีมากเลยครับคุณอู๋..ได้ความรู้เรื่องสนเลื่อยเยอะเลยครับ..ไว้จะลองทำดูบ้างครับ..ขอบคุณครับ..
โดย: เอ็ม สงขลา [25 ก.พ. 54 22:07] ( IP A:49.230.101.108 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   กระทู้นี้ดีเยี่ยมจริงๆครับ เคยเลี้ยงอยู่ 1 ต้นครับ อยู่ๆแห้งตายไปเลย พอทราบข้อมูลนี้แล้วถ้ามีโอกาสจะลองเอามาเลี้ยงดูอีกทีครับ ขอทราบเกี่ยวกับ ความต้องการแสงแดด ของสนเลื้ยด้วยครับ น้อยสุดต้องได้แดดแบบไหน นานแค่ไหนครับ
โดย: เอก [25 ก.พ. 54 22:17] ( IP A:61.90.80.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขอทราบวิธีปลูกมอสที่หน้าดินด้วยครับผม เนื่องจากถ้าใช้ส่วนผสมเครื่องปลูกที่ว่ามาจะปลูกมอสยังไงครับผม
โดย: เอก [25 ก.พ. 54 22:20] ( IP A:61.90.80.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณมากน้องอู๋ สำหรับความรู้ที่ได้รับและเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่จะมาเลี้ยงสน ไม้ทุกต้นสวยมากครับ
โดย: พ.ท.พิพิธ [25 ก.พ. 54 22:20] ( IP A:118.173.155.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอบคุณทุกท่านครับ

คุณเอกครับ: สนต้องการแดดเต็มวัน ถ้าที่ๆปลูกเลี้ยงมีแสงแดดไม่พอ แดดเช้าซัก 4-5 ชั่วโมงก็ได้ครับ... กรณีพื้นที่ไม่มี หมายถึงปลูกชิดกำแพง ฯลฯ ให้หมุนกระถางทุก4วัน ข้อคิดสำหรับแดดน้อยคือ น้ำในกระถางจะระเหยไปน้อยด้วย ดังนั้นควรให้น้ำให้น้อยลงครับ
การปลูกมอสหน้าดิน จริงๆในตำราฝรั่งเขาไม่แนะนำให้ปลูกมอสในไม้สร้างเพราะจะขวางการระบายน้ำและเพิ่มความชื้นให้กับดินมากเกินไป จึงนิยมปลูกมอสก่อนงานโชว์เท่านั้น แต่ปรมาจารย์ฝรั่งบางท่าน (Morten Albek) ก็บอกว่าในไม้ที่กระถางบางและไม้จิ๋ว มอสก็ช่วยเรื่องความชื้นได้ดีเหมือนกัน การปลูกมอสบนเครื่องปลูกโปร่งๆใช้พีชมอส(แต่ผมใช้ขุยผสมแกลบดำ)โรยหน้าดินบางๆแล้วจึงแปะมอสลงไป เมื่อมอสเติบโตจนเต็มพื้นที่ ควรเลาะมอสขอบๆออกบ้างเพื่อเปิดหน้าดินช่วยระบายน้ำ(แต่ผมก็ชอบลืมทำหลายครั้ง 555)
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 22:58] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เสริมเรื่องมอสอีกนิดนึง ในตำราบอนไซเทคนิคของ จอร์น โยชิโอะ นากะ พูดถึงเรื่องมอสไว้ว่า มอสควรเติบโตพร้อมกับไม้ การแปะมอสไปเต็มพื้นที่นั้นดูไม่เป็นธรรมชาติ การที่ไม้มีมอสที่ค่อยๆเติบโตแผ่ขยายไปบนหน้าดินหรือทราย ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติมากกว่า...

ก็เลือกเอาครับ หนังสือสามเล่มบอกต่างกันไปในแต่ละแนว ชอบแบบไหนก็เลือกเอาซักทางหนึ่ง ไม่ต่างกันมากหรอก
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [25 ก.พ. 54 23:12] ( IP A:118.172.51.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ความรู้แน่นเลย ครับ

เรื่องเครื่อง มือ ผมขอ ลองสั่งมาใช้งานสักชุดได้หรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ

noka12367@hotmail.com
โดย: pae noka [26 ก.พ. 54 1:14] ( IP A:61.7.128.249 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ เอาสนเลื้อยที่กำลังสร้างมาแจม ฝากเนื้อฝากตัว ขอคำแนะนำด้วยครับ

โดย: มือใหม่หัดขับ [26 ก.พ. 54 6:28] ( IP A:182.53.114.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอบคุณความรู้ดีดีจากคุณ อู๋ ครับ..
โดย: pop [26 ก.พ. 54 7:00] ( IP A:125.26.32.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เป็นบทความที่ยอดเยี่ยมครับเนื่องจากคุณอู๋ได้รวมความรู้จากการค้นคว้าตำราร่วมกับการทดลองปฏิบัติจริง.. ซึ่งเป็นประโยนช์กับชาวบอนไซอย่างมาก..ขอเป็นกำลังใจให้กับคนที่ทำสิ่งดีๆอย่างนี้ต่อไปครับ..ขอคารวะท่านหนึ่งจอก..
โดย: Ole [26 ก.พ. 54 8:31] ( IP A:1.46.45.240 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   พี่ อู๋ เชียงใหม่จบเพาะช่างหรือเปล่าวครับ
โดย: ใต้ วาดรูป [26 ก.พ. 54 8:46] ( IP A:125.27.93.84 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ขอบคุณทุกท่านมากครับ

คุณใต้ วาดรูป: ผมจบไทยวิจิตร กทม แล้วมาต่อวิจิตรศิลปที่ มช ครับ

คุณโอเล่: ขอบคุณครับ เอ้าชนแก้วววว!

คุณป๊อบ: ขอบคุณครับ

คุณมือใหม่หัดขับ: สนสวยครับ โครงสร้างดี เด็ดปลายกิ่งบ่อยๆจะทำให้รายละเอียดแน่นขึ้นครับ

คุณ pae noka : เดี๋ยวผมอีเมลไปหาครับ ^^
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [26 ก.พ. 54 10:17] ( IP A:118.172.63.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ขอบคุณมากคัรบ คุณอู๋ เชียงใหม่
โดย: pae noka [26 ก.พ. 54 11:05] ( IP A:158.108.120.71 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ขอบคุณครับ
โดย: wittaya [26 ก.พ. 54 19:41] ( IP A:58.9.165.199 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   สาระดีมีประโยชน์ครับ
โดย: กลิ่นหอมกล้วยทับ [27 ก.พ. 54 8:39] ( IP A:49.228.13.49 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   สวยสุดๆเลยน้าอู๋
ถึงคุณ มือใหม่หัดขับ
แม็กเอามาจับลงกระถาง แล้วยังไม่ได้ทำอะไรกับเค้าเลยครับ ยังไม่มีเวลา เลยอัฟให้ดูเรื่อยๆนะครับ

โดย: Aksonkan_44@hotmail.com [27 ก.พ. 54 22:37] ( IP A:125.26.183.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ตกลงต้นเดียวกับ คห 14 เหรอครับคุณแม๊ค?
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [27 ก.พ. 54 23:49] ( IP A:118.172.52.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   เจ้าพ่อสนตัวจริง เสียงจริง ขอบคุณครับสำหรับความรู้
โดย: หมู สุโขทัย [28 ก.พ. 54 14:31] ( IP A:223.206.81.220 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ

คนละต้นกับของน้องแม็กครับ

ถึง คห.ที่ 22 ใจเย็นๆไปก่อนก็ได้ครับน้องแม็ก ...ช้าได้พร้าเล่มงาม

อีกมุมหนึ่งของเจ้าสนเลื้อยของผม

โดย: มือใหม่หัดขับ [28 ก.พ. 54 14:58] ( IP A:125.26.150.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ได้ความรู้ดีมาก ๆ เลยครับคุณอู๋ (ท่านปรมาจารย์สน แห่งเมืองไทย)
โดย: ปั่น [28 ก.พ. 54 16:11] ( IP A:182.53.80.123 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   คุณอู๋ รหัสอะไรครับ เผื่อว่ารุ่นใกล้ๆกัน อาจคุ้นหน้าตากันบ้าง ผมกะ จบฝั่งเชิงดอยครับ
โดย: เอก [28 ก.พ. 54 16:14] ( IP A:119.46.90.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ขอบคุณทุกท่านครับ ผมคงไม่ถึงขนาดฉายาที่ตั้งให้หรอกครับ ก็เรียนรู้และทดลองไปเรื่อยๆครับ อาศัยว่าชอบมันมากเท่านั้น

คุณเอก: คุยไปคุยมาอยู่เชียงใหม่เองเหรอเนี่ย? รหัส43 มช ครับ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [28 ก.พ. 54 16:59] ( IP A:118.172.29.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ดีครับ พี่อู๋ ผมขอรบกวนแจมด้วยภาพถามว่าสนต้นนี้พันธุ์อะไรครับ ผมเข้าลวดไว้พี่ช่วยชี้แนะด้วยครับจะได้เอามาแก้ไข

โดย: เทอด ระยอง [1 มี.ค. 54 13:48] ( IP A:49.228.31.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   อีกด้านครับ

โดย: เทอด ระยอง [1 มี.ค. 54 13:49] ( IP A:49.228.31.46 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   น่าจะเป็นสนเลื้อยนั่นแหละคุณเทอด ที่เข้าลวดไว้ผมว่าช่องไฟบางช่วงมันห่างกันไปหน่อย ลองปล่อยฟูซักระยะแล้วค่อยหากิ่งแก้ก็ได้ครับ
โดย: อู๋ เชียงใหม่ [1 มี.ค. 54 16:13] ( IP A:182.53.138.102 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ขอถามท่านผุ้รู้หน่อยนะคับว่าแบบนี้เรียกว่าสนอะไรคับ ขอบคุณคับ
โดย: ตั้ม [2 ก.ค. 55 19:08] ( IP A:171.7.106.237 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน