กระทู้แนะนำ ตอนที่ 12 นกกระจอกเทศ ครับ
   สวัสดี ทุกท่านครับ วันนี้ผมขอเเนะนำให้รู้จัก กับ เจ้านกกระจอกเทศ นะครับ


ชื่อสามัญ นกกระจอกเทศ (Ostrich)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Struthio camelus

Kingdom Animalia อาณาจักรสัตว์

Phylum Chordata สัตว์มีกระดูกสันหลัง

Class Aves สัตว์ปีก

ถิ่นกำเนิด ทวีปแอฟริกา โดยมีการกระจายตัวตั้งแต่ประเทศเซเนกัลไปจนถึงเอธิโอเปีย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:14] ( IP A:124.120.64.198 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ลักษณะทางกายวิภาค

นกกระจอกเทศจัดเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ตัวผู้เมื่อโตเต็มวัย ขนตามลำตัวจะเปลี่ยนไปเป็นสีดำ ส่วนขนปีกและขนหางจะเป็นสีขาวสวยงามมาก

ตัวเมียจะมีขนตามตัวสีน้ำตาลปนเทา ปากมีลักษณะแบนและกว้าง ดวงตากลมโต หัวเล็ก ศรีษะล้าน บางชนิดมีขนอ่อนบางสีเทาน้ำตาลอ่อน คอยาวและมีขนอ่อน ปีกเล็กไม่สมตัว ขนที่ปีกยาว 1-2 ฟุต แต่ก็ไม่ใช่ขนสำหรับใช้บิน ขาและโคนขาเป็นขาเกลี้ยง ๆ ไม่มีขน

ลักษณะเท้านกกระจอกเทศ

จะมีนิ้วเท้าข้างละ 2 นิ้ว ใต้นิ้วเป็นเนื้ออ่อน ๆ นิ้วทั้งสองจัดเป็นนิ้วกลางและนิ้วนางเท่านั้น นิ้วที่ใหญ่มาก คือ นิ้วกลาง ซึ่งเป็นธรรมชาติของสัตว์โลกอย่างหนึ่งคือ สัตว์ที่ไม่ใช่ความเร็วของฝีเท้ามักจะมีนิ้วครบชุดมือ-เท้าข้างละ 5 นิ้ว หากสัตว์นั้นต้องการความเร็วของฝีเท้า เพื่อหนีศัตรูธรรมชาติก็วิวัฒนาการให้นิ้วหายไปทีละนิ้วสองนิ้วจนเหลือแต่เพียงนิ้วเดียว เช่น เท้าของม้า มีเพียงนิ้วเดียวที่เรียกว่ากีบเท้าม้า และนกกระจอกเทศจะมีเล็บเท้าข้างละ 1 เล็บ เท่านั้น

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:17] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขนาด

ขนาดโตเต็มที่สูงประมาณ 1.9-2.8 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่จะหนักประมาณ 165 กิโลกรัม มีอายุยืนประมาณ 65-75 ปี ตัวผู้มีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:19] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   นิสัย

นกกระจอกเทศจะชอบอยู่กันแบบเงียบ ๆ และไม่ชอบเสียงดัง ถ้ามีอะไรรบกวนให้ตกใจ นกกระจอกเทศจะลุกและวิ่งหนีไปข้างหน้าทันที

นกกระจอกเทศ ถึงแม้ว่าจะมีมันสมองเล็ก แต่ก็มีความสามารถในการจดจำบางสิ่งบางอย่างได้เป็นอย่างดี

มีความสามารถจำผู้ที่เลี้ยงดูได้เป็นอย่างดี จำสถานที่พักอาศัยที่ปลอดภัยได้ดี และถ้าตกใจหรือถูกรังแกทำร้ายจากสัตว์ชนิดใด นกกระจอกเทศจะจดจำ เมื่อจวนตัวหรือโกรธจะต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการเตะหรือถีบไปข้างหน้า

ธรรมชาติได้สร้างให้นกกระจอกเทศมีสีที่พรางตัวเป็นอย่างดีในทุ่งหญ้าแถบทะเลทราย มีคอที่ยาว 90-95 เซนติเมตร และสายตาที่ดีมาก จึงสามารถมองเห็นศัตรูที่จะมาทำร้ายได้ในระยะไกลถึง 12-14 กิโลเมตร

นกจะยืดหดคอและหัวขึ้น ๆ ลง ตลอดเวลาเพื่อเป็นการตรวจสอบระแวดระวังภัย

โดยทั่วไปแล้วนกกระจอกเทศชอบที่จะอาศัยอยู่ในสภาพพื้นที่ที่มีอากาศอบอุ่นจนถึงร้อนมีความชื้นต่ำ ในเวลากลางวันที่แดดร้อนจัดจะหลบเข้าตามร่มเงาของต้นไม้

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:21] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   การเลี้ยงนกกระจอกเทศจะให้ประสบความสำเร็จ

ควรจะเลี้ยงในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนหรืออบอุ่น ไม่มีฝนตกชุกมากนักและต้องมีความชื้นต่ำ ซึ่งในประเทศไทยพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดควรเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง เป็นต้น


พื้นที่ที่ไม่เหมาะสมได้แก่

ภาคใต้และภาคตะวันออก ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณฝนชุก และความชื้นสูง พายุลมฝน และบางครั้งมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน อากาศชื้น ซึ่งจะทำให้นกกระจอกเทศเจ็บป่วยได้


ภูมิอากาศที่เป็นอันตรายที่สุดสำหรับนกกระจอกเทศคือ

ลมพายุฝน ฝนที่ตกพรำ ๆ ติดต่อกันหลายวัน เพราะจะทำให้ช่วงเวลาให้ไข่ลดลงด้วย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:23] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   อาหาร แมลง หญ้า ใบไม้ ผลไม้บางชนิดและเมล็ดพืช

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:25] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   การผสมพันธุ์นกกระจอกเทศ

นกกระจอกเทศจะถึงวัยหนุ่มสาวพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้เมื่อตัวผู้อายุ 3 ปีขึ้นไป ตัวเมียอายุ 2 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าพ่อ-แม่พันธุ์ นกกระจอกเทศมีความสมบูรณ์แข็งแรง มีการจัดการที่ดี จะสามารถให้ผลผลิตได้นานถึง 40 ปี
เมื่อฤดูผสมพันธุ์ นกกระจอกเทศเพศผู้จะมีปาก ขอบตา และแข้งจะมีสีแดง ตัวเมียสีของขนจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก คงเป็นสีน้ำตาลเทาเช่นเดิม โดยธรรมชาติพ่อนกกระจอกเทศจะคุมฝูงตัวเมียหลายตัว แต่จะมีเพียงหนึ่งตัวเท่านั้นที่เป็นคู่แท้ (Main spouse) ส่วนที่เหลือจะเป็นตัวสำรองไป (Secondary Hens) การเลี้ยงในระบบฟาร์มจะจัดตัวเมียให้เป็นคู่ผสมพันธุ์เพียง 1-3 ตัวเท่านั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของพ่อพันธุ์


นกกระจอกเทศเพศผู้ จะแสดงอาการพร้อมที่จะผสมพันธุ์โดยการนั่งลงบนพื้นบนข้อเข่า แล้วกางปีกทั้งสองข้างออกโบกขึ้นลง ขณะเดียวกันหัวก็จะโยกไปตามจังหวะของการโบกปีก ส่วนตัวเมียจะแสดงอาการโดยจะกางปีกออกสั่นแต่ไม่นั่งเหมือนตัวผู้

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:30] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   วิธีผสมพันธุ์

เมื่อนกกระจอกเทศตัวเมียนั่งบนพื้น หัวและคอจะทอดยาวอยู่บนพื้น แต่จะมีบางตัวที่ชูหัวตั้งขึ้น แล้วตัวผู้จะขึ้นคร่อมบนหลังตัวเมียและใช้เท้าขวาเหยียบบนหลังตัวเมีย ส่วนเท้าซ้ายจะอยู่ข้าง ๆ ตัวแม่นกเพื่อสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปทางก้นของตัวเมีย ซึ่งจะใช้เวลาผสมพันธุ์นานเพียง 1-3 นาที


ฤดูผสมพันธุ์ของนกกระจอกเทศในเมืองไทยจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม ถึงมิถุนายน ของปีถัดไป การที่นกกระจอกเทศจะให้ผลผลิตมากน้อยอย่างไรขึ้นกับ
1. อาหารมีคุณภาพดี และเหมาะสม
2. ความสมบูรณ์ของนก
3. อุณหภูมิและสิ่งแวดล้อม
ส่วนข้อควรพิจารณาความเหมาะสมของคู่ผสมพันธุ์ ให้พิจารณาจาก
1. ปริมาณไข่ต่อปี
2. อัตราของไข่มีเชื้อ
3. อัตราการฟักออกเป็นตัว

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:32] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   การเลี้ยงดู

ควรคำนึงถึงความสะอาดเป็นอันดับเเรก เพื่อการเลี้ยงดูที่ถูกสุขลักษณะ เปลี่ยนน้ำเเละอาหารทุกวัน เปลี่ยนถาดลองของเสียเป็นประจำ เเละควรเลี้ยงในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ให้รับเเสงเเดดในตอนเช้า เเละ เปลี่ยนชนิดของอาหารโดยคำนึงถึงสารอาหารที่สัตว์ควรได้รับในเเต่ละวัน

*ข้อพึงระวังในการเลี้ยง ต้องมั่นใจว่าได้รับการฝึกให้เชื่องเเล้ว*

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:40] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ข้อสังเกตุเมื่อไม่สบายเเละโรคที่อาจเกิดขึ้นรวมถึงการรักษา

ควรป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค

*ควรพาสัตว์เเพทย์มาพบเป็นประจำเพื่อทำการฉีดวัคซินตามโปรเเกรม*


สาเหตุของโรคส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ และอาหารไม่เหมาะสมเพียงพอกับความต้องการ ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดการที่ไม่เหมาะสมนั่นเอง

โดยส่วนใหญ่นกกระจอกเทศจะตายมากในช่วงที่เป็นลูกนก ขนาดอายุ 1-6 สัปดาห์แรก

สำหรับโรคของนกที่ควรทราบ คือ

1. โรคนิวคาสเซิล (New Castle Disease) เป็นเช่นเดียวกับไก่
2. Avian Pox)
3. โรคปอดบวม (Pneumonia)
4. ไรขน (Feather Mites)
5. โรคที่เกิดจากการขาดอาหาร


วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคคือการจัดการที่ถูก
ต้องเหมาะสม ถูกสุขลักษณะ น้ำและอาหารมีให้กินอย่างสม่ำเสมอ แลการจัดการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างถูกต้องของผู้เลี้ยงจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะป้องกันการเกิดโรคระบาดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:42] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เชื้อราในนกกระจอกเทศ

เกิดจากเชื้อรา Aspergillus flavus, A. fumigatus

จึงเรียกโรคที่เกิดจากเชื้อนี้ว่าAspergillosis

เป็นโรคที่พบได้ทั่วโลก สามารถก่อให้เกิดโรคได้ในนก สัตว์ปีกชนิดอื่น สัตว์อื่นๆ รวมทั้งคนก็สามารถติดเชื้อรานี ้ได้

เชื้อราชนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะก่อโรคในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปอด นอกจากนี้ยังพบในระบบทางเดินอาหารได้โดย มักพบที่กระเพาะอาหารเป็นส่วนใหญ่สาเหตุ โน้มนำที่ทำให้นกกระจอกเทศติดโรคนี้ได้ง่าย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:45] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สภาพแวดล้อม
การปนเปื้อนเชื้อราในอากาศ อาหาร
และสิ่งปูรอง
ความเครียด เช่น อยู่กันหนาแน่น
ระดับภูมิคุ้มกัน
การให้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เชื้อรามักจะอาศัยอยู่บริเวณสภาพแวดล้อมบริเวณที่ ร้อนชื้น เช่น ใต้พื้้นคอก หรือ บริเวณแหล่งให้น้ำ สิ่งที่กำลังเน่าเปื่อย เช่น อาหารที ่ชื้นบูดเสีย ซากพืชที่เน่าเปื่อย

เมื่อเชื้อราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างสปอร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งสปอร์
จะมีขนาดเล็กมากและทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งได้
ดี จึงเป็นตัวแพร่โรคได้ดี

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:48] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   การติดต่อของโรคเกิดขึ้น

เมื่อนกกระจอกเทศได้รับเชื้อราโดยการหายใจเอาสปอร์ที่ ปะปนอยู ่ในอากาศเข้าไป

โรคนี้ไม่ติดต่อระหว่างนกกับนก เมื่อนกกระจอกเทศหายใจเอาสปอร์เชื้อราเข้าไป การเกิดโรคขึ้นอยู่กับปริมาณสปอร์ที่สูดเข้าไป และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสัตว์ ถ้าได้รับสปอร์เข้าไปจำนวนน้อย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็สามารถกำจัดเชื้อรานี้ ได้ แต่ถ้าได้รับสปอร์เข้าไปเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดได้ก็จะก่อให้เกิดโรคได้

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่ดี เช่นในกรณีลูกนกที่ระบบภูมิคุ้มกัน ยังไม่พัฒนาจะมีโอกาสเกิดโรคได้สูงเมื่อได้รับสปอร์ของเชือราเข้าไปหรือถ้านกอยู่ในสภาวะเครียด เช่น มีโรคอยู่แล้ว ปริมาณนกหนาแน่น ได้รับอาหารและน้ำไม่พอเพียงก็จะทำให้นกเป็นโรคเชื้อราได้ง่ายเช่นกัน

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:51] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   การวินิจฉัยโรค

ให้ผลแน่นอนและแม่นยำว่านกกระจอกเทศเป็นโรคเชื้อราทำได้โดยการผ่าซาก การเพาะหาเชื้อรา การตรวจเนื้อเยื่อ

การรักษาโรคในนกกระจอกเทศที่เกิด และแสดงอาการแล้วมักจะไม่ค่อยได้ผล จึงควรเน้นที่การป้องกันมากกว่า การป้องกันโรคเชื้อราที่มีประสิทธิภาพสามารถทำได้ดังนี้คือ

1. กำจัดแหล่งที่ เป็นที่เจริญเติบโตของเชื้อรา เช่น บริเวณที่เปียกชื้น สิ่งรองพื้นคอก เศษหญ้าหรือผักที่เน่าเปื่อย

2. ควบคุมปริมาณฝุ่นในฟาร์ม เนื่องจากฝุ่่นจะเป็นตัวนำพาสปอร์ของเชื้อรากระจายทั่วฟาร์ม ฉะนั้นจึงควรใช้วัสดุทีมีคุณภาพ ไม่ก่อให้เกิดฝุ่น

3. การจัดการด้านสุขอนามัยที่ดี จะลดปริมาณเชื้อราไม่ให้มากจนทำให้ก่อโรคได้ การใช้ยาฆ่าเชื้อราที่มีประสิทธิภาพ เช่น Formaldehyde ที่อยู่ในรูปแก๊สฆ่าเชื้อในห้องเย็น ตู้ฟักไข่หรือตู้กก รวมทั้งบริเวณโรงเรือนเลี้ยงนกกระจอกเทศ ก็ต้องมีการรมควันฆ่าเชื้อราด้วยเช่นกัน สิ่งปูรองพื้นคอกก็ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อก่อนที่จะนำมาใช้ทุกครั้ง

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 2:55] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   จากนี้ไปท่านพบกับ มนุษย์ที่อยากเป็นนกกระจอกเทศ เเละ นกกระจอกเทศที่อยากเป็นคน งง

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:02] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอประเดิมด้วยภาพที่1 นกกระจอกหรืออีเเร้งเนี้ย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:03] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ตกลงนี้มันนกหรือโมนารีซ่าเนี้ย อ๊ากกกกกกกกก

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:05] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   มันคือความบ้าคลั่ง

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:07] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   มันเริ่มบ้าคลั่ง

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:08] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   นี้คือนกกระจอกเทศ

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:10] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   นี้ก็คือนกกระจอกเทศ

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:11] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   เเละนี้ก็คือนกกระจอกเทศ

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:13] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   รวมทั้งนี้ด้วย

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:14] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   นี้ก็ด้วยอีก

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:15] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ความบ้าของคนเรายังไม่จบเพียงเท่านี้

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:18] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ทุกสิ่งทุกอย่างคือนกกระจอกเทศ

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:19] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ข้านี้ละคือนกกระจอกเทศ จ๊ากกกก ว๊ากก ก๊ากก โปรดสดับฟังเถิดพระเจ้าข้า

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:21] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ข้าก็คือนกกระจอกเทศ ฮี่ฮี่ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

อ๊ากกกกกกกกก ช่วยด้วยจ้า

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:29] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ชั้นต่างหากละคือ นกกระจอกเทศ ว๊ากกกกก ก๊ากกกกก
**เจริญพรเถอะโยม** เฮ้ย ก๊อดซิล่า งง*

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:32] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   กรี๊ดดดดดดดดดดดด นกกระจอกกลายพันธ์ ช่วยด้วยอีซี้เลี้ยวอีหยังข้อยบ่ฮู้ อ๊ากกกกกกกก

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:35] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   เเต่เเล้วนกกระจอกเทศก็ไม่สามารถต่อกรกับ ความบ้าของมนุษย์ได้

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:38] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   นกกระจอกผู้น่าสงสาร

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:41] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ข้อความที่ได้กล่าวมานี้ ได้มาจากข้อมูลที่ผมได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวผมเองหากมีสิ่งใดผิดไปก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วย หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน ขอบคุณมากครับ

โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [19 ม.ค. 51 3:46] ( IP A:124.120.64.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   555 เอารูปต๊องๆ ขำๆมาอีกตามเคยนะ -*-
ว่าแต่ มีใครเลี้ยงเจ้าตัวนี้บ้างหรอครับ
โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [19 ม.ค. 51 12:53] ( IP A:58.9.135.123 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   กระทู้นี้ เงียบเลย เเหะ

สงสัยจะไม่มีใครเลี้ยงจริงๆ ด้วยละครับ อ. ต้น

มีผมนี้ละครับตอนม. 3 เคยเเอบเลี้ยงลูกนกกระจอกเทศได้ 3อาทิตย์ เเล้วก็ เอาไปขายคืนเจ้าของร้านเพราะเเม่จับได้ ว่าไม่ใช่ห่าน *คิดว่าหลอกเเม่ได้* เจริญจริงจริง
โดย: เเบงค์ น.ศ.สัตวเเพทย์ (bank ) [20 ม.ค. 51 23:00] ( IP A:124.122.132.208 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน