รบกวนด้วยครับคุณ RoF
   ปลาเทวดาอัลตั้มที่บ้านครับ มีตัวอะไรไม่ทราบคล้าย เส้นด้ายสีขาวยาวประมาณ1.5.-3 มิล ฝังตัวอยู่ตามครีบว่ายกับกระโทงบนล่างตามลำตัวก็มีบางครับ อยากทราบว่าเป็นอะไรอะครับแล้วมียารักษาอาการแบบนี้มั๊ยครับ สามารถติดต่อกันได้หรือเปล่า รบกวนด้วยครับ อาหารที่ให้ส่วนมากจะเป็นหนอนแดงแช่แข็งอะครับ รบกวนด้วยครับขอบคุณครับ
โดย: เทวดาครีบยาว [14 เม.ย. 49 2:30] ( IP A:210.86.215.147 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หนอนสมอ เอาที่คีบออก
ถ้าเเยะก็เเช่ยารอท่านอื่นมาแนะนำสูตรยาแล้วกันครับ
โดย: Chaos Dragon [14 เม.ย. 49 9:57] ( IP A:58.64.109.236 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   โรคหนอนสมอ (Lerneosis)
สวัสดีครับ เพื่อนๆชาวไทยครอสบรีดทุกคน มาพบกับ RoF อีกครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้แล้ว ช่วงนี้ คนเลี้ยงปลาทั้งหลาย คงได้สนุก กับงานโปรด อย่างงานประมงน้อมใจฯ กันไปบ้างแล้วนะครับ ผมเองยังไม่ได้ไปชมเลย ว่ากันมาถึงบทความเรื่องโรคกันต่อนะครับ จบกันไปหลายโรคแล้วก็ได้แต่หวังลึกๆว่าบทความที่เคยเขียนๆไปนั้น คงจะช่วยให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการเลี้ยงปลาบ้างไม่มากก็น้อยครับ ว่ากันไปก็หลายโรคแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดครับ ยังมีโรคอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเกิดจากปรสิตชนิดต่างๆ ปรสิตก็คือ สิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นในการดำรงชีวิตของตัวเอง ไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง เช่นโรคจุดขาวที่เคยกล่าวไปแล้ว ก็เป็นปรสิตชนิดหนึ่ง ในบางช่วงของชีวิตครับ ยังมีปริสิตอีกหลายกลุ่มนัก ที่ยังก่อปัญหาให้กับปลาของเรา คราวนี้เราลองมาดูปรสิตตัวโตๆกันบ้างนะครับ ตัวแรกที่ยกให้เป็นพระเอก เลย ก็คือ หนอนสมอนั่นเองครับ
เรามาทำความรู้จักกับหนอนสมอกันก่อนครับ หนอนสมอ Anchor worms มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lernaea sp. จัดอยู่ในไฟลัม (Phylum) Arthropoda พวกเดียวกับแมลง และ กุ้งปู นั่นเองครับ อยู่ในชั้น สับไฟลัม (Subphylum) Crestacea อยู่ในคลาส (Class) Copepoda หรือกลุ่มเดียวกับ โคพีพอด ต่างๆ อยู่ในอันดับ (Order) Cyclopoida ครอบครัว (Family) Lernaeidae ซึ่งเป็นครอบครัวของหนอนสมอชนิดต่างๆครับ
หนอนสมอโดยทั่วไป มีขนาดยาวประมาณ 10-22 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.2 มิลลิเมตร เป็นปรสิตที่พบในปลาน้ำจืดได้หลากหลาย ไม่จำกัดชนิดครับ มีวงจรชีวิต 3 ระยะคือ ระยะตัวอ่อน หรือ Nauplius เป็นระยะที่ไม่กินอาหาร ทำการลอกคราบหลายครั้งเข้าสู่ระยะต่อไป และว่ายน้ำหาโฮสต์ (Host) หรือ ปลาเคราะห์ร้ายเกาะ เมื่อหาปลาเกาะได้แล้ว ก็จะเข้าสู่ระยะ copepodid ซึ่งมีขนาดเล็ก สามารถเคลื่อนที่ไปยังส่วนต่างๆบนเมือกผิวหนังปลาได้แต่ยังไม่ทำอันตรายปลา ต่อจากนั้นก็จะทำการผสมพันธุ์กัน เมื่อภายหลังผสมพันธุ์แล้ว หนอนสมอเพศเมียก็จะใช้ส่วนหัว ซึ่งประกอบด้วยตะขอ (Hook) แหลมคม 4 อัน เจาะฝังลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อปลา เรียกระยะนี้ว่า physogastric ครับ หนอนสมอเพศเมียจะมีถุงไข่ขนาดใหญ่สองถุง ห้อยติดอยู่บริเวณท้ายลำตัว ซึ่งบรรจุไปด้วยไข่มากมายมากกว่า 700 ฟอง ซึ่งจะแตกออกกลายเป็นตัวอ่อน microscopic free-swimming ต่อไป วงจรชีวิตทั้งหมด กินเวลา ประมาณ 15 วัน ที่อุณหภูมิ 86 องศาฟาเรนไฮต์ ที่อุณหภูมิสูงขึ้นจะวงจรชีวิตก็จะสั้นลงครับ









รูปแสดงตัวอ่อน ในระยะ Nauplius


รูปแสดงหนอนสมอตัวเมียในระยะตัวเต็มวัย



















รูปแสดง ส่วนหัวของหนอนสมอ


สาเหตุ
โรคหนอนสมอ ก็เกิดจากหนอนสมอซึ่งเป็นปรสิตชนิดหนึ่งอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นครับ ส่วนมากแล้ว เรามักพบหนอนสมออยู่บนตัวปลาที่เลี้ยงในบ่อดิน หรือเลี้ยงในบ่อปูนกลางแจ้งมากกว่า เลี้ยงในระบบปิดแคบๆครับเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะพบกับพาหะในรูปแบบต่างๆ และตัวอ่อนในน้ำได้มากกว่า แต่ ปลาในตู้ในบ้านของเราก็ยังหนีไม่พ้นครับ ทั้งจากน้ำประปา อาหารสด ต้นไม้น้ำ ฯลฯ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า โรคนี้ติดต่อง่ายมาก แค่น้ำเพียงเล็กน้อยจากตู้ปลาที่มีเชื้อ ก็สามารถทำให้ปลาในตู้อื่น เป็นโรคได้ครับ ระวังตรงส่วนนี้ไว้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าปลาแข็งแรง สภาพแวดล้อมเหมาะสม อาการของโรคก็จะไม่แสดงออกครับ ปรสิตจะทำอะไรปลาไม่ได้และอ่อนแอตายไปในที่สุด สิ่งที่สำคัญ ก็ยังคงเป็นการรักษาสุขภาพปลาให้ดี ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงเช่นเคย ไม่ใช่มุ่งแต่กำจัดเชื้อโรคเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่สนใจตัวปลาครับ
อาการของปลาที่เป็นโรคหนอนสมอ
ปลาที่มีอาการของโรคหนอนสมอนั้น จะมีอาการเซื่องซึม กินอาหารน้อยลง ผอม สีสันซีดลง ฯลฯ ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของปลาป่วยในหลายๆโรคครับ แต่จะมีจุดเด่นคือ ปลาจะพยายามถูตัวกับวัสดุต่างๆในตู้เพื่อที่จะกำจัดปรสิตออกไป แต่ก็ยากที่จะหลุดได้ครับ และจะพบ จ้ำเลือดเป็นตุ่มนูนๆ ตามซอกเกล็ด ซอกครีบ โดยเฉพาะครีบอก ซึ่งถ้าสังเกตตรงตุ่มดีๆ จะพบว่า มีหนอนสมอเกาะอยู่ ลักษณะยาวประมาณ 0.5 -1เซนติเมตร มีได้หลายสีครับ บางครั้ง คล้ายเส้นด้ายสีขาวขุ่น สีแดงอ่อนๆ หรือ ถ้าได้รับแพลงก์ตอนพืชเข้าไป ก็จะมีสีอมเขียว หนอนตัวเมียจะมีปลายหางสองแฉก ซึ่งก็คือถุงไข่สองถุงนั่นเองครับ ติดอยู่บริเวณตุ่มดังกล่าว อาการตุ่มแดงก็จะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบริเวณแผลที่หนอนสมอเข้าเจาะทำลายครับ นอกจากนั้น หนอนสมอยังมีความสามารถเข้าเจาะทำลายเนื้อเยื่อได้แทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเยื่อเหงือก กล้ามเนื้อส่วนต่างๆทุกส่วน ดวงตา และครีบ อีกด้วยครับ











รูปแสดงรอยช้ำเลือดบริเวณที่หนอนสมอเข้าทำลาย

รูปแสดงหนอนสมอในขณะที่เกาะติดตัวปลา

การป้องกันโรคหนอนสมอ
เนื่องจากหนอนสมอ พบได้ง่ายมากในน้ำ ทุกหนทุกแห่งโดยเฉพาะในธรรมชาติ ดังนั้น ควรระวัง อาหารสดต่างๆให้ดีครับ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งฝอย หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ ลูกน้ำ ไรแดง ฯลฯ มันจะมีตัวอ่อนติดมากับน้ำเสมอ ป้องกันด้วยการแช่ด่างทับทิม 60 มิลลิกรัมต่อลิตร สัก 20 นาที ล้างน้ำให้สะอาด และนำมาให้ปลากินได้ครับ อีกทั้งปลาที่ซื้อมาใหม่ ถ้ายิ่งเป็นปลาหมอสีจากบ่อดินด้วยแล้วล่ะก็ ยังไงๆ ก็ต้องมีหนอนสมอแน่นอน ดังนั้น ควรกักแยกปลาดังกล่าวไว้ดูอาการก่อนจะลงตู้เลี้ยงนะครับ และถ้าพบปลาที่มีอาการหนอนสมอเกิดขึ้นในตู้ของเรา ก็ควรรีบแยกปลาดังกล่าวมารักษา และทำการเปลี่ยนน้ำในตู้เดิมให้มากที่สุดครับ การหลีกเลี่ยงอาหารสด ก็เป็นวิธีการป้องกันที่ดีวิธีหนึ่งครับ อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงปลาให้ถูกวิธี สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ โรคอะไรก็ทำอะไรปลาเราไม่ได้ หรือได้ ก็น้อยมากครับ
การรักษาโรคหนอนสมอ
เนื่องจากหนอนสมอเป็นปรสิตขนาดใหญ่ เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้นวิธีการที่ง่าย และได้ผลดีที่สุดคือการคีบออกครับ ในการคีบออกนั้น ก่อนคีบ เราควรทำการป้ายยา เพื่อที่จะทำให้ตัวปรสิตตาย หรืออ่อนแอเสียก่อน ด้วย การใช้ สำลีพันปลายไม้ หรือ คอตตอนบัด ชุบ สารละลายด่างทับทิม (เตรียมโดยละลาย ด่างทับทิม 1 กรัม ในน้ำ 25 มิลลิลิตร) หรือว่า ยากำจัดปรสิตยี่ห้อต่างๆที่วางขายกันในท้องตลาดนี่แหละครับ ป้ายตรงตัวหนอนก่อนให้ชุ่มเลย แล้วค่อยๆใช้ ปากคีบ หรือแนบ ที่ปลายไม่คม คีบและดึงหนอนดังกล่าวออกด้วยความระมัดระวัง การที่เราต้องทำให้หนอนตายหรืออ่อนแอก่อนจะดึง เนื่องจากหนอนสมอจะใช้ส่วนหัวเจาะเข้าไปในเนื้อเยื่อปลา ลึก และแน่นมากครับ การที่จะดึงหนอนสมอที่ยังแข็งแรงออก จะดึงยากกว่า และจะสร้างความบาดเจ็บทางกายภาพให้แก่ปลามากกว่า อีกทั้งบางครั้ง ยังมีส่วนหัวซึ่งเป็นตะขอแข็ง ฝังอยู่ในเนื้อเยื่อปลา ไม่หลุดติดกับตัวออกมาด้วยครับ สร้างความระคายเคืองให้กับปลาต่อไปอีกด้วยครับ หลังจากเราดึงหนอนสมอออกมาได้ทั้งตัวและหัวแล้ว จะมีบาดแผลเหลืออยู่ ให้ทาบาดแผลด้วย เมทิลีนบลู หรือ อคริฟลาวิน กันการติดเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา แทรกซ้อนต่อไปครับ ส่วนสำหรับตัวอ่อนในระยะ free-swimming ในน้ำนั้น เราจะใช้วิธีการถ่ายน้ำออกบ่อยๆ เป็นวิธีที่ปลอดภัย หรืออาจใช้ ยากำจัดหนอนสมอเข้าช่วยก็ได้ครับ
สำหรับในบ่อ หรือตู้ ขนาดใหญ่ มีมีปลาอยู่จำนวนมาก การจับปลามาถอนหนอนสมอทีละตัว จึงไม่ใช่วิธีที่ง่ายและสะดวกเลยล่ะครับ ปวดหัวแน่ๆ กับงานใหญ่ขนาดนี้ ดังนั้นวิธีที่ใช้ จึงมักใช้สารเคมีในการแช่ปลา เพื่อกำจัดปรสิตดังกล่าวครับ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับสารเคมีพวกนี้กันดีกว่า
สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดหนอนสมอ
เนื่องจากหนอนสมอ เป็นกลุ่มแมลง ยาที่ใช้กำจัดจึงเป็นยาฆ่าแมลงในกลุ่ม Organophosphate (OPs) ซึ่งนอกจากจะใช้กำจัดหนอนสมอได้แล้ว ยังกำจัดพวก เห็บปลา และหนอนพยาธิภายนอก ได้อีกด้วยครับ สารฆ่าแมลงในกลุ่ม organophosphate นั้น ออกฤทธิ์โดยจะไปขัดขวางระบบประสาท และ ขบวนการสังเคราะห์ไคติน (chitin inhibitor) ซึ่งสำคัญในการสร้างโครงสร้างของสัตว์พวกแมลง นอกจากนั้น ยังเป็นพิษต่อปลาและมนุษย์อีกด้วยครับ เลยถูกห้ามใช้ในหลายๆประเทศ ความเป็นพิษของสารเคมีกลุ่มนี้ ขึ้นกับ แสง , pH , Alkaline, อุณหภูมิ , การเติมอากาศในน้ำ ครับ ยิ่งสูง ความเป็นพิษยิ่งน้อยลงและสลายตัวได้เร็วขึ้น สารเคมีในกลุ่มนี้ที่นิยมใช้กัน เช่น

1.Trichlorfon หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ดิพเทอเร็กซ์ (Dipterex) Trichlorfon มี Generic Name คือ dimethyl-(2,2,2-trichloro-1-hydroxyethyl) phosphonate และมีชื่อเรียกทางการค้าต่างๆมากมายเช่น Trichlorphon, Trichlorofon, Chlorphos, Bay 13/59, Anthon, Bovinox, Briten, Cekufon, Ciclosom, Crinex, Danex, Dipterex, Dylox, Equinoaid, Neguvon, Proxol, Trinex, Tuzon, และ Leivasom



รูปแสดงโครงสร้างทางเคมีของ Trichlorfon

2. Diflubenzuron หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ดิมิลีน (dimilin)

Diflubenzuron มี Generic Name คือ N-[[(4-chlorophenyl)amino>carbonyl>-2,6-difluorobenzamide และมีชื่อทางการค้าว่า Dimilin และ Vigilante


รูปแสดงโครงสร้างทางเคมีของ ดิมิลีน

3.มาโซเตน (Masoten)
มีชื่อ Generic Name คือ 2,2,2-trichloro-1-dimethoxyphosphoryl-ethanol


รูปแสดงโครงสร้างทางเคมีของ Masoten

สารเคมีดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบผง คล้ายผงแป้ง การใช้สารเคมีในการกำจัดหนอนสมอ เราจะแช่ปลาด้วยความเข้มข้น ประมาณ 0.5-1 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) ที่อุณหภูมิประมาณ 27-30 องศาเซลเซียสครับ ในการแช่นั้น ควรมีการให้อากาศเต็มที่ ปิดระบบกรอง และทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน ครั้งละ 50 เปอร์เซ็นต์ และใส่ยาเพิ่มเข้าไปแทนที่ยาที่หายไปกับการเปลี่ยนน้ำ 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยนะครับ ไม่เกิน 3 วัน ก็มักจะหายดีครับ หลังจากนั้น กักโรคไว้ในน้ำสะอาดสัก 10-15 วัน เปลี่ยนน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 3 วัน แล้วค่อยนำกลับตู้เลี้ยงเดิม สำหรับปลาหมอสีแล้ว เป็นที่น่ายินดีว่า สามารถทนทานต่อสารเคมีกลุ่มนี้ได้มากพอสมควรครับ แต่สำหรับปลาอื่นๆหลายชนิด เช่น ปลาโบราณต่างๆ ปลาอโรวาน่า ปลาแคทฟิช หรือ ปลาหนังต่างๆ ตลอดจนปลาที่มีลักษณะอ่อนแอเปราะบางต่างๆ ไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้นะครับ หรือใช้ก็ต้องด้วยความระมัดระวังยิ่ง โดยการให้อากาศแรงๆ การถ่ายน้ำ การแช่ระยะสั้น ฯลฯ ครับ
เนื่องจาก ปลาที่โดนหนอนสมอเข้าเจาะทำลาย อาจมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบริเวณแผลสูงมากครับ จึงควรใส่ยาปฏิชีวนะ เช่น ออกซีเตทตร้าซัยคลิน หรือ แอมม๊อกซี่ซิลิน 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนึ่งลิตร(ppm) ลงไปควบคู่กันด้วยนะครับ หรือจะใช้เป็น อคริฟลาวิน 50 ppm แทนก็ได้ ในการป้องกันโรค และอาจใส่เกลือแกง ไม่เกิน 2 กรัม ต่อน้ำหนึ่งลิตร ด้วยก็ไม่มีปัญหาครับ
ข้อสำคัญ ควรระลึกไว้เสมอว่า สารเคมีกลุ่มนี้ เป็นยาฆ่าแมลง ที่มันอันตรายต่อ ปลา มนุษย์ และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง เวลาใช้สารเคมีในรูปผง ก็ควรระวังการฟุ้งกระจายเข้าตา เข้าจมูกด้วยครับ ถ้าใช้ในรูปสารละลายที่มีขายอยู่ในท้องตลาด ก็อาจแพงหน่อยครับ แต่ใช้ง่ายสำหรับการเลี้ยงปลาสวยงามปกติทั่วไปครับ สำหรับบทความนี้ ผมก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เพราะ บก. โทรมาตามหลายครั้งแล้วครับ เกรงใจจริงๆครับ เพื่อนๆท่านใดมีข้อสงสัย เพิ่มเติม ลองเข้ามาสอบถามกันที่เวปไซต์ https://www.genepoolaquarium.com/ นะครับ ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดในบทความก็กราบขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ มีความสุขกับการเลี้ยงปลา นะครับ สวัสดีครับ
โดย: RoF [14 เม.ย. 49 23:53] ( IP A:58.9.144.21 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน