" อะราไพม่า (Arapaima) หรือ พิรารูคู (Pirarucu) " (ประกวด)
   ปลาจ๊าบๆ ตัวใหม่มาแล้วจ้าา ขอแนะนำ ปลาอะราไพม่า ปลาอะราไพม่า ซึ่งเป็นปลานลุ่มน้ำอะเมซอน ประเทศบราซิล ชาวพื้นเมืองเรียกว่า " ปลาพิรารูดู " จัดเป็นปลาในครอบครับเดียวกับ
ปลาตะพัด หรือปลาอโรวาน่า ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า " ARPAIMA GIGAS. " คำว่า " GIGAS " แปลว่า " ใหญ่โตมาก " ลักษณะที่เป็นความสวยเฉพาะตัวของอะราไพม่า คือ รูปร่างที่มีขนาดใหญ่ มีสีดำเงาเป็นมัน ครีบบน ครีบล่าง มีตำแหน่งค่อนไปทางหาง
มีแถบสีแดง - ส้ม ตัดกับพื้นสีดำ และมีการว่ายน้ำที่ช้าปลาอะราไพม่าเป็นปลาที่มีรูปร่างผิดแผกแตกต่างไปจากปลาอะโรวาน่าชนิดอื่นๆ โดยสิ้นเชิง จนแทบไม่น่าเชื่อว่าปลาชนิดนี้ จะถูกจัดรวมไว้ในตระกูลเดียวกันกับปลาอะโรวาน่าด้วยซ้ำ เพราะปลาชนิดนี้มีลำตัวค่อนข้างกลมและเรียวยาว ไม่แบนข้างมากเหมือนปลาอะโรวาน่าโดยทั่วไป ลักษณะรูปร่างของปลาชนิดนี้ จะมีลักษณะคล้ายปลาช่อนของบ้านเรามาก เพียงแต่มีขนาดลำตัวที่ใหญ่กว่ามาก และเกร็ดขนาดใหญ่กว่ามากๆ ส่วนหัวมีลักษณะแข็งมาก ส่วนลำตัวด้านท้ายมีลักษณะแบนกว้าง ในขณะที่ปลายังเล็กพื้นลำตัวจะมีสีเขียวเข้ม และลำตัวส่วนที่ค่อนไปทางหางจะเป็นสีดำ เมื่อปลาโตขึ้นบริเวณลำตัวและส่วนที่ค่อนไปทางหาง ครีบ และหาง จะปรากฏสีชมพูปนแดงหรือสีบานเย็นประแต้มกระจายอยู่ทั่วไปแลดูสวยงามมาก
ปลาอะโรวาน่าชนิดนี้เป็นปลาที่ไม่มีหนวดเหมือนปลาอะโรวาน่าชนิดอื่น จัดว่าเป็นปลาที่มีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็วที่สุดในบรรดาปลาอะโรวาน่าทั้งหมด เฉลี่ยภายในเวลาเพียง 1 ปี ปลาชนิดนี้มีอัตราการเจริญเติบโตโดยถัวเฉลี่ยน้ำหนักเพิ่มขึ้น 3-5 กิโลกรัม!! ภายในที่เลี้ยง...ซึ่งการเจริญเติบโตที่ว่านี้เป็นที่น่ากลัวของนักเลี้ยงปลาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเมื่อปลาโตขึ้นแล้ว จะไม่มีสถานที่เลี้ยงต่อไปได้อย่างเหมาะสม

โดย: Judy...Fish [18 ต.ค. 49 10:14] ( IP A:125.25.13.17 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   การเพาะพันธุ์
จากการศึกษาของนักวิชาการต่างประเทศ บอกว่า ปลาอะราไพม่าในธรรมชาติจะโตถึงวัยสืบพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 4 - 5 ปีและจะมีอายุยืน
มากกว่า 20 ปี ปลาเพศผู้ เพศเมีย สังเกตดูเพสจากภายนอกได้ยาก แต่ในฤดูผสมพันธุ์ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคมของอเมริกาใต้ ปลาเพศเมียจะมีไข่ จะเห็นบริเวณท้องจะขยายใหญ่ขึ้นได้ชัดเจน ส่วนเพศผู้หัวและลำตัวจะสีเข้ม และสีแดงอมส้มแถบโคนหางได้ชัดเจน
และสวยงามมาก ในฤดูวางไข่ ปลาวัยเจริญพันธุ์จะตีแอ่งสร้างรังใต้น้ำ ในระดับความลึกประมาณ 40 -50 ซม.ในบริเวณพื้นที่เป็นทราย แล้วนำหญ้า หรือพืชน้ำมาสร้างเป็นรัง พ่อแม่ปลาจะช่วยกันสร้างรัง จากนั้นตัวเมียจะวางไข่ ในตำราบอกไว้ว่า แม่ปลา 1 ตัวสามารถมีไข่ได้เป็นหมื่น ๆ ฟอง และจะฟักเป็นตัวในเวลาประมาณ 3 -4 วัน แม่ปลาจะฟักไข่หรือดูแลตัวอ่อนไว้ในปาก ส่วนพ่อปลาจะช่วยป้องกันอันตรายจนกว่าลูกปลาจะแข็งแรง และช่วยตัวเองได้ แม่ปลา 1 ตัว (อายุ 4 - 5 ปี) สามารถวางไข่ได้ถึง 180,000 ฟอง!! ไข่ของปลาชนิดนี้ มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1/8 - 1/4 นิ้ว
อะราไพม่า จัดเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอีกชนิดหนึ่ง จุดเด่นที่ทำให้ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ได้รับความนิยมแพร่หลายคือความใหญ่โตมโหฬารซึ่งสามารถสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้ได้พบเห็น

โดย: Judy...Fish [18 ต.ค. 49 10:19] ( IP A:125.25.13.17 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ปลาอะราไพม่า นิยมเลี้ยงไว้เป็นปลาสวยงามในบ้านเรามานานกว่าสิบปีแล้ว ที่ผ่านมาพบว่า ถึงแม้ปลาอะราไพม่าจะเป็นปลาขนาดใหญ่ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี แต่ยังมีข้อด้อยบางประการของปลาอะราไพม่าที่ควรจะต้องระวัง ก็คือ หากเลี้ยงในตู้กระจกหรือบ่อปูน ควรใช้ระบบกรองน้ำและระบบเพิ่มอากาศ ให้เหมาะสมกับขนาดของจำนวนปลา หากน้ำเสียหรือขาดออกซิเจนเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ก็จะทำให้ปลาอะราไพม่าตายได้ทันที ฉะนั้นจึงควรเลี้ยงในที่กว้าง ให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ และควรให้อาหารที่สด ปลาอะราไพม่าขนาดใหญ่สามารถฝึกให้กินอาหารเม็ดได้ หากเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่ ปลาอะราไพม่าสามารถปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี และจะสังเกตได้ว่า บรรดากบ เขียด งู และปลาตัวเล็ก ๆ ที่เคยมีมากในบ่อ จะหายไปพร้อมกับขนาดที่ใหญ่โตขึ้นผิดหูผิดตาของปลาอะราไพม่า ที่ขยันหากินทั้งกลางวันและกลางคืน ……สำหรับผู้ที่คิดอยากจะหาซื้อปลาอะราไพม่ามาเลี้ยงนั้น ก็ควรมองถึงความสิ้นเปลืองด้วย เพราะปลาที่มีขนาดใหญ่ อย่างอะราไพม่า ต้องกินอาหารจำนวณมาก และต้องใช้ \\" เหยื่อเป็น \\" เลี้ยงแม้จะเป็นปลาอะราไพม่าขนาดเล็ก ก็มีผู้ที่ซื้อไปเลี้ยง พูดให้ฟังอยู่เสมอว่า โดนอะราไพม่ากินซะจนเลยทีเดียว ฉะนั้นปลาชนิดนี้จึงควรเลี้ยงตามสถานที่ใหญ่ ๆ เหมาะสมกับขนาดปลาด้วยนะครับ ในประเทศญี่ปุ่น ปลาชนิดนี้ได้รับความสนใจมาก ถึงกับเคยมีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งได้นำปลาชนิดนี้ไปโชว์บนห้างเพื่อเรียกร้องและดึงดูดความสนใจจากประชาชน สำหรับในประเทศไทย ปลาชนิดนี้ได้รับความนิยมถึงขีดสุดในราวต้นปี พ.ศ. 2530 ขนาดที่สั่งเข้ามา มีความยาวระหว่าง 4 - 6 นิ้ว แต่ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ครั้งแรกในราวปี พ.ศ. 2524 ในประเทศไทยเคยมีผู้พยายามเพาะขยายพันธ์ปลาชนิดนี้หลายครั้งหลายหน ทั้งใช้วิธีผสมพันธ์เลียนแบบธรรมชาติ และวิธีผสมเทียม แต่ก็ยังไม่ประสพผลสำเร็จ

โดย: Judy...Fish [18 ต.ค. 49 10:23] ( IP A:125.25.13.17 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ปัจจุบันคนไทย เพาะได้ตั้งนานแล้วนะครับ เท่าที่ทราบมา
โดย: ผ่านมา ผ่านไป [27 ต.ค. 49 13:03] ( IP A:61.90.221.58 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน