ลูโซโซ่ แทงก์เมทแสนสวยที่ถูกลืม
   ปลาลูโซโซ่ Distichodus lusosso

ปลาลูโซ่โซ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Distichodus lusosso (ดิสทิโชดัส ลูโซโซ) มีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Longsnout distichodus หรือ Long Nosed Distichodus หรือ LONG-NOSED CLOWN TETRA ซึ่งก็แปลง่ายๆว่า ปลาดิสทิโอดัสจมูกยาว หรือคราวน์เตทตร้าจมูกยาว นั่นเอง ซึ่งปลาในสกุล ดิสทิโอดัสนี้ มีสมาชิกในตอนนี้ถึง 22 ชนิดเลยทีเดียวครับ ส่วนชื่อภาษาไทย เราเรียกทับศัพตามชื่อชนิดไปเลยว่า ปลาลูโซโซ่ นี่แหละครับ จำง่ายดีด้วย เรามาดูกันต่อนะครับ ว่าปลาตัวนี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มใดบ้าง ในลำดับอนุกรมวิธาน อย่างละเอียดกันครับ
Biota
Domain Eukaryota - eukaryotes
Kingdom Animalia Linnaeus, 1758 - animals
Subkingdom Bilateria (Hatschek, 1888) Cavalier-Smith, 1983 - bilaterians
Branch Deuterostomia Grobben, 1908 - deuterostomes
Infrakingdom Chordonia (Haeckel, 1874) Cavalier-Smith, 1998
Phylum Chordata Bateson, 1885 - chordates
Subphylum Vertebrata Cuvier, 1812 - vertebrates
Infraphylum Gnathostmata auct. - jawed vertebrates
Class Osteichthyes Huxley, 1880
Subclass Actinopterygii - ray-finned fishes
Infraclass Actinopteri
Superdivision Neopterygii
Division Halecostomi
Subdivision Teleostei
Infradivision Elopocephala
Cohort Clupeocephala
Subcohort Otocephala
Division Ostariophysi
Order Characiformes
Family Citharinidae
Subfamily Distichodontinae
Genus Distichodus™
Distichodus lusosso Schilthuis, 1891 - longsnout distichodus

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เรามาดูอันดับทางอนุกรมวิธานที่เข้าใจง่ายกันครับ จะเห็นได้นะครับว่าปลาพวกนี้ อยู่ในกลุ่มปลา คาราซิน (Order Characiformes) ซึ่งปลาในอันดับ(Order) นี้ มีสมาชิกมากมายซะเหลือเกินครับ และส่วนใหญ่ ก็เป็นปลาที่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามแทบทั้งนั้น มีทั้งกลุ่มที่มีสีสันสวยงาม พวกที่มีขนาดใหญ่ พวกขนาดเล็กๆ พวกดุร้ายสุดๆ และที่สำคัญคือ ปลาพวกนี้ ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในประเทศไทยแม้แต่ชนิดเดียวครับ ดังนั้น เมื่อนำพวกนี้มาเลี้ยงแล้ว ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยมันลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติของเราโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันผลกระทบซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับปลาและสัตว์น้ำท้องถิ่นของเราครับ เรียกว่า กันไว้ดีกว่าแก้จะดีที่สุดครับ

การแพร่กระจาย และแหล่งทีอยู่อาศัย
ปลาชนิดนี้บางคนอาจเข้าใจผิดว่า มาจากอเมซอนครับ เพราะเห็นปลาอะไรแปลกๆ ก็ยัดใส่อเมซอนซะงั้น แต่จริงๆแล้ว ปลาลูโซโซ่ มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอาฟริกาครับ...จากประเทศในแถบลุ่มน้ำคองโก ระบบนิเวศน์ป่าฝนขนาดใหญ่ยักษ์อันดับสองของโลกใบนี้…

ปลาลูโซโซ่ เป็นปลาแม่น้ำครับ จัดเป็นปลาที่อาศัยอยุ่กลางน้ำไปจนถึงพื้นท้องน้ำ จะอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงเดียวกัน หรือ รวมฝูงกับปลาคาราซินชนิดอื่นๆได้บ้าง ชอบน้ำไหลเอื่อยๆ ตอนเล็กๆจะอาศัยอยู่ตามพืชน้ำ ต่างๆ และจะชอบน้ำไหลแรงขึ้นเมื่อปลามีขนาดใหญ่ พร้อมออกสู่แม่น้ำ เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว มีความแข็งแรงว่องไว และ กระโดดเก่งมากครับ แหล่งน้ำที่อาศัยโดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 22 – 26 องศาเซลเซียส pH ก็อยู่ที่ประมาณ 6.5-7.0 เรียกได้ว่า นำมาเลี้ยงในบ้านเราได้สบายๆ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขนาด รูปร่างลักษณะ นิสัยและอาหาร
ปลาลูโซโซ่ มีรูปร่างเพรียวสมส่วน มีความแข็งแรง เป็นนักว่ายน้ำ และนักกระโดดตัวยงครับ เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาด 45-50 เซนติเมตร ลำตัวมีสีพื้นเป็นสีน้ำตาลทอง ครีบต่างๆมีสีแดง โดยเฉพาะหางจะสีแดงจัดกว่าครีบอื่น มีแถบบนลำตัว 7 แถบ มีสีดำลากบางๆ จากบนสู่ด้านล่างของข้างลำตัว ส่วนหัวและจงอยปาก มีลักษณะ เรียวยาว แหลมยื่นออกมาด้านหน้าชัดเจน ช่องเปิดของปากมีขนาดเล็กๆ
นิสัยของปลาชนิดนี้ รักสงบ แต่ก็มีความดุร้ายลึกๆ ซ่อนอยู่บ้างภายใน ชอบอยู่รวมฝูงกันได้เป็นอย่างดี ว่ายน้ำตามกันอย่างรวดเร็ว ตื่นตกใจง่ายเมื่อยังเล็ก ชอบกระโดด เมื่ออันตรายจวนตัว หรือหลบซ่อนตามกอไม้ ขอนไม้จมน้ำต่างๆ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อาหารของปลาลูโซโซ่ ส่วนใหญ่แล้ว จะกินพวก พืชน้ำต่างๆเป็นหลัก โดยจัดอยู่ในพวกปลากินพืช (Herbivore) พืชที่ชอบกินก็จะเป็นพวกพืชน้ำใบอ่อนต่างๆ โดยจะกัดแทะเล็มๆไปเรื่อย ไม่ชอบกินพืชน้ำใบแข็งต่างๆโดยไม่จำเป็น นอกจากนั้น ยังกินพวก ตัวอ่อนแมลงน้ำ หนอน ไส้เดือนน้ำ และ สัตว์น้ำขนาดเล็กอื่นๆเป็นอาหารอีกด้วยครับ โดยปลาจะหากินทั้งบริเวณกลางน้ำ และคุ้ยเขี่ยบริเวณพื้นท้องน้ำเพื่อหาสัตว์เล็กๆกินด้วยเช่นกันครับ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ปลาลูโซโซ่นั้นไม่ใช่ปลาใหม่เอี่ยมสำหรับคนไทย แต่มัน หายหน้าหายตาไปจากตลาดปลาสวยงามบ้านเรานานมากๆจนแทบจะลืมกันไปหมดแล้วครับ หลายคนซึ่งเป็นมือใหม่ เห็นเจ้าลูโซโซ่แล้ว คงคิดว่า มันเป็นปลาอีกชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในสกุลเดียวกัน แถมยังมีรูปร่าง สีสัน และลวดลายคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ปลาคราวน์เตทตร้า นั่นเองครับ ดังนั้น ก่อนที่เราจะแยกแยะปลาทั้งสองชนิดออกจากกันได้ เราก็มาทำความรู้จักกับเจ้าปลาคราวน์เตทตร้ากันสักเล็กน้อยครับ ปลาคราวน์เตทตร้า มีชื่อสามัญว่า Six-banded distichodus หรือแปลว่า ปลาดิสทิโอดัสหกแถบ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Distichodus sexfasciatus (ดิสทิโชดัส เซ็กฟาสซิเอทัส) มีถิ่นกำเนิดมาจากลุ่มน้ำคองโกเช่นเดียวกัน และ ยังพบในแถบทะเลสาบทังกายินกาอีกด้วย ปลาคราวน์เตทตร้านั้นจะมีแถบบนลำตัวส่วนใหญ่คือ 6 แถบตามชื่อครับ แต่เราก็ยังพบปลาคราวน์เตทตร้าที่มีแถบบนลำตัว 7 แถบทั้งสองด้าน หรือด้านใดด้านหนึ่งอยู่เยอะพอสมควรเลยครับ ซึ่งปลาพวกนี้ คนเลี้ยงมักจะเล่นกันแพงๆกว่าปลาลาย 6 ขีดปกติ ส่วน ลูโซโซ่ จะมีแถบบนลำตัวทั้งหมด 7 แถบทั้งสองด้านของลำตัวเท่าที่เคยพบมานะครับ นอกจากนี้ ขนาดของแถบลูโซโซ่ ยังมีขนาดของแถบที่แคบและแหลมกว่าของคราวน์เตทตร้าค่อนข้างชัดเจน และมีสีของลำตัวและลายซึ่งซีดจางกว่าคราวน์เตทตร้า ในขณะที่คราวน์เตทตร้า มีสีสันฉุดฉาดกว่า และมีแถบสีเข้มกว่า ขณะที่ปลายังขนาดเล็กอยู่ครับ ส่วนลำตัวของลูโซโซจะผอมบางและเพรียวกว่า ส่วนคราวน์เตทตร้า จะมีลำตัวที่แบนกว้างกว่าชัดเจน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ส่วนที่สำคัญและชัดเจนที่สุด ในการแยกปลาทั้งสองชนิดออกจากกันก็คือ จงอยปาก นั่นเองครับ โดยปลาลูโซโซ่ จะมีจงอยปากที่เล็ก เรียวแหลม และยื่นยาวกว่าคราวน์เตทตร้าชัดเจน ในขณะที่คราวน์เตทตร้าจยอยปากจะงุ้มสั้น และช่องเปิดของปากมีขนาดใหญ่กว่าครับ

รูปแสดง คราวน์เตทตร้า 7 ขีด

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   นอกจากนั้น ข้อแตกต่างที่ได้เปรียบของลูโซโซ่ ก็คือ ความดุร้ายของลูโซโซ่นั้น น้อยกว่าคราวน์เตทตร้าหลายเท่าครับ นิสัยที่ชอบไปกัดไปตอดปลาอื่นๆถึงแม้จะมีขนาดใหญ่กว่ามันโดยไร้เหตุผลนั้น พบน้อยมากกว่าในลูโซโซ่ ครวน์เตทตร้า ดุร้ายตั้งแต่ยังเล็ก ช่องเปิดของปากที่ใหญ่ และฟันที่คม เรียงติดกันเป็นแถบๆ ก่อนให้เกิดบาดแผลรุนแรง เมื่อไปกัดปลาอื่นๆได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แถมยังมีนิสัยชอบกินเนื้อมากกกว่ากินพืชอีกด้วยเช่นกัน ส่วนสีสันนั้น จริงอยู่ คราวน์เตทตร้าเมื่อตอนยังเล็ก จะมีสีสันจัดจ้านสวยงามกว่าลูโซโซ่ ซึ่งมีสีซีดจางกว่า แต่เมื่อปลาทั้งสองชนิดโตขึ้นมา ปลาคราวน์เตทตร้า จะกลายเป็นสีดำคล้ำ แทบมองไม่เห็นลาย และเหลือความสวยใดๆอยู่เลยซะส่วนใหญ่ ส่วนน้อยครับ ที่โตแล้วยังคงสีสันและลวดลายทีชัดเจนอยู่บ้าง (แน่นอนยิ่งดำยิ่งดุ) ส่วนลูโซโซ่นั้น เมื่อโตขึ้น สีสันและลวดลายก็ยังคงชัดเจนเหมือนเดิมเสียเป็นส่วนใหญ่ หรือแทบจะทุกตัวครับ นอกจากนั้น โลโซโซ่ ยังมีขนาดโตเต็มที่ใหญ่กว่าคราวน์เตทเตร้าพอสมควร ซึ่งคราวน์เตทตร้า จะโตได้เพียงประมาณ 30-35 เซนติเมตรเท่านั้น เรื่องขนาดโตเต็มที่ของปลาทั้งสองชนิดนี้นั้น มีหลายแหล่งให้ข้อมูลที่ค่อนข้างสับสนและขัดแย้งกันมากพอสมควรครับ จึงขอสรุปมาดังข้างต้นซึ่งเชื่อถือได้มากที่สุดละกันนะครับ

รูปแสดง คราวน์เตทตร้า 6 ขีด

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   การเลี้ยงและการดูแลรักษา
อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ถึงลักษณะนิสัยและแหล่งที่อยู่ ตลอดจนอาหารของมัน เราก็พยายามเลียนแบบและทำความเข้าใจมันตามนั้นเช่นกัน ปลาลูโซโซ่ เป็นปลาที่อยู่รวมกันเป็นฝูงได้ครับ แต่ผมไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกันแค่เพียงสองตัวในตู้เดียวกันโดยปราศจากปลาชนิดอื่น หรือ ขนาดต่างกันหลายเท่านะครับ เพราะอาจกัดกันและทำร้ายกันได้ สามารถรวมกับปลาอื่นๆได้เป็นอย่างดีเช่นกัน เรียกได้ว่า เป็นแทงก์เมทที่ดีตั้งแต่เล็กยันโตครับ ไม่ควรเลี้ยงในตู้ไม้น้ำเพราะมันเป็นปลาที่กินพืช และกัดทำลายไม้น้ำแทบทุกชนิด จะไม่ค่อยสนใจก็แต่พวกใบแข็งๆต่างๆ เช่นอนูเบียส หรือ เฟรินต่างๆ เป็นต้นครับ การจัดตู้ อาจใช้ขอนไม้ใหญ่ๆ หรือก้อนหินใหญ่ๆที่ไม่มีเหลี่ยมคม มีพื้นที่ให้ว่ายเล่นเยอะๆ ร่วมกับปลาฝูงชนิดอื่นๆก็สวยงามมากๆครับ หรือจะเลี้ยงคู่เป็นแทงก์เมทกับหลักๆซึ่งเป็นปลากินเนื้อยอดนิยมทั่วไปก็ได้เช่นกัน แล้วแต่เราจะแอพพลาย แต่ก็ต้องคอยสังเกตุอยู่เสมอซึ่งเป็นหน้าที่ที่ดีของนักเลี้ยงปลาอยู่แล้วครับ ระบบกรอง ก็เต็มที่ครับ หินพัมมีสใยแก้ว นี่แหละครับ น้ำไหลเอื่อยๆ หรือค่อนข้างแรงก็ได้ไม่มีปัญหา และที่สำคัญที่สุด คือ ปิดฝาให้มิดชิด กันการกระโดดออกจากตู้ หรือกระโดดลงช่องกรองให้ดีที่สุดด้วยนะครับ ส่วนอาหารการกินนั้น กินได้ตั้งแต่ พวกพืชต่างๆไม่ว่าจะเป็นพืชน้ำเช่น สาหร่ายหางกระกรอก พุงชะโด คาบอมบ้า ฯลฯ หรือจะเป็นพืชผักชนิดต่างๆเช่น ผักกระหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักขม ผักบุ้ง ฯลฯ ใส่เอาไว้ให้มันตอดกินไม่นาน เรียบวุธ ส่วนพวกเนื้อสัตว์ ก็เช่น กุ้งฝอยเป็นหรือตาย เนื้อกุ้งหั่น ลูกปลาเล็กๆหรือเนื้อปลาหั่น หนอนแดง ไส้เดือนน้ำ ไรทะเล ลูกน้ำ ฯลฯ ตลอดจนอาหารเม็ด เรียกได้ว่ากินง่ายสุดๆล่ะครับพวกนี้ และที่พิเศษก็คือ ถึงแม้ว่า ปลาชนิดนี้ตอนเล็กๆจะขี้อายและขี้กลัว แต่เมื่อเลี้ยงให้ได้ขนาดใหญ่ๆแล้วนั้น จะเป็นปลาที่เชื่อง ฉลาดมาก และจำเจ้าของได้ สามารถทำความคุ้นเคยกับมันจนป้อนอาหารให้กินกับมือได้อย่างสบายเลยทีเดียวล่ะครับ

รูปยังมีน้อยจากในเนต ไว้ถ่ายรูปเองแล้วจะลงมาโพสไว้ให้นะครับ
ขอบพระคุณครับ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [8 ก.พ. 51] ( IP A:58.9.149.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   มาแล้วครับ รูปนี้ถ่ายเองเลย

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [1 มี.ค. 51] ( IP A:58.9.147.59 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   สีสวยดีจังครับ
โดย: pollution (pollution ) [1 มี.ค. 51] ( IP A:124.121.245.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   น่าเลี้ยงมากครับ
โดย: tuie11 [28 มี.ค. 51 14:54] ( IP A:203.155.120.131 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน