บลูชาร์ค Cetopsis coecutiens นักล่า.. บ้าคลั่ง...
   สวัสดีครับเพื่อนๆชาวจีนพูลอควาเรี่ยม ทุกท่าน หายไปนานครับ ไม่ค่อยได้ว่างเขียน วันนี้ มาลองดูปลาแปลกๆ ชนิดใหม่ๆกันต่อนะครับ ปลาสีสวย หน้าตาน่ารัก แต่แฝงไปด้วยพิษสงที่ร้ายกาจ ตลาดปลาเมืองไทยเรียกมันว่า บลูชาร์ค นั่นเองครับ
เรามาดูลำดับทางอนุกรมวิธานของปลาชนิดกันก่อนตามระเบียบครับ จะได้รู้ว่า มันอยู่ในพวกไหนหรือเป็นญาติกะใครดังนี้
Domain: Eukaryota - Whittaker & Margulis,1978
Kingdom: Animalia - Linnaeus, 1758 - animals
Subkingdom: Bilateria - (Hatschek, 1888) Cavalier-Smith, 1983
Branch: Deuterostomia - Grobben, 1908
Infrakingdom: Chordonia - (Haeckel, 1874) Cavalier-Smith, 1998
Phylum: Chordata - Bateson, 1885 - Chordates
Subphylum: Vertebrata - Cuvier, 1812 - Vertebrates
Infraphylum: Gnathostomata - Auct. - Jawed Vertebrates
Superclass: Osteichthyes - Huxley, 1880 - Bony Fishes
Class: Osteichthyes - Huxley, 1880 - Bony Fishes
Subclass: Actinopterygii - Ray-Finned Fishes
Infraclass: Actinopteri
Cohort: Clupeocephala
Order: Siluriformes
Family: Cetopsidae - Whalelike Catfishes
Genus: Cetopsis- Olivieira, Vari & Ferraris, 2001
Specific name: coecutiens - (Lichtenstein, 1819)
Scientific name: - Cetopsis coecutiens (Lichtenstein, 1819)

หลายคนคงดูออกทันทีนะครับ จากข้อมูลข้างบนว่า เจ้านี่เป็นเป็นแคทฟิชชนิดหนึ่งนั่นเอง แสดงว่า มันไม่มีเกล็ดหรือเรียกง่ายๆว่าปลาหนัง ถูกจัดอยู่ในครอบครัว Cetopsidae ซึ่งปลาในครอบครัวนี้ จะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายๆกับวาฬ (Whalelike Catfishes) ตามสายตาของฝรั่ง แต่คนไทยอาจมองว่า มันคล้ายฉลามก็ได้ครับ ในเมื่อมันเป็นแคทฟิช ก็หมายความเช่นเดิมครับว่า มันแพ้สารเคมีพวกมาลาไคท์กรีน ฟอร์มาลีน ดิพเทอเร็กซ์ และสารเคมีอันตรายหลายอย่างในท้องตลาดเช่นกัน เวลาใช้ต้องระวังด้วยครับ

**ตัวนี้เป็นอัลบิโน่**

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [25 ต.ค. 51 14:09] ( IP A:58.9.227.26 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ปลาชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cetopsis coecutiens อ่านว่า ซีทอปสิส โคคคูเทียนส์ ถูกบรรยายลักษณะทางอนุกรมวิธานครั้งแรกโดย Lichtenstein, 1819 ชื่อสกุล มาจากภาษากรีก cetos ซึ่งแปลว่า วาฬ และคำว่า cosis ซึ่งแปลว่า คล้าย รวมกันเป็นคำแปลว่า คล้ายวาฬ นั่นเอง มีชื่อพ้อง(Synonyms) คือ Silurus coecutiens, Silurus caecutiens ส่วนชื่อสามัญ ก็มีชื่อเรียกมากมายหลายชื่อครับ เช่น Baby Whale Catfish, Blue Shark Catfish, Blue Torpedo Catfish, Blue Whale Catfish, Whale Catfish และ Canero ส่วนนักเลี้ยงปลาแปลกชาวไทย นิยมเรียกมันว่า บลูชาร์ค ทับศัพท์ไปเลยครับ ไม่ต้องไปแปลว่า ฉลามสีน้ำเงิน บางคนอาจเรียก คาเนโร่ ก็มีบ้างเช่นกัน ปลาในสกุลนี้ มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 26 สปีชีส์ครับ แต่สปีชีส์ หรือชนิดที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยบ่อยที่สุด ก็คือ C. coecutiens นั่นเองครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:11] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   การแพร่กระจายและแหล่งที่อยุ่อาศัย
เดาได้ไม่ยากใช่ไหมครับว่า มันต้องมาจากทวีปอเมริกาใต้แน่นอน ใช่แล้วครับ ปลาชนิดนี้พบที่ แม่น้ำหลายสาย ในทวีปอเมริกาใต้ เช่น อเมซอน โทแคนติน และ โอริโนโค่ เป็นต้น ปลาบลูชาร์ค อาศัยหากินอยู่ในน้ำหลายระดับความลึก ตั้งแต่บริเวณพื้นท้องน้ำ จนมาถึงกลางน้ำครับ อุณหภูมิของน้ำในธรรมชาติ อยู่ที่ประมาณ 22-28 องศาเซลเซียส pH 6.0-7.4 เรียกได้ว่า เหมือนๆกับบ้านเรานี่แหละครับ สามารถอยู่ได้ทั้งน้ำไหลและน้ำนิ่ง ตามแต่ที่พวกมันจะว่ายน้ำไปหาเหยื่อได้ แต่ปกติจะพบทั่วไปในแหล่งน้ำไหลขนาดใหญ่ครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:12] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ลักษณะรูปร่าง นิสัย และอาหาร
ปลาบลูชาร์ค มีรูปร่างคล้ายปลาฉลาม หรือ วาฬ สมชื่อนี่แหละครับ ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ จะงอยปากบนยื่นยาวกว่าจะงอยปากล่าง ดวงตามีขนาดเล็กมาก ลำตัวเพรียวยาว ครีบหลังเป็นรูป สามเหลี่ยมปลายแหลมคล้ายฉลาม มองดูหน้าตาแล้วน่ารักครับ เหมือนปลาตัวนี้ กำลังยิ้มให้เราตลอดเวลา ลำตัวเพียวยาว รูปตอร์ปิโด ไม่พบครีบไขมัน ไม่มีเกล็ด สีของลำตัว ด้านบนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ส่วนด้านท้องเป็นสีขาว มีสีเหลือบฟ้าทั่วทั้งลำตัว ขนาดโตเต็มที่ทั่วไป ประมาณ 26 เซนติเมตร แต่ก็สามารถพบขนาดเกิน 1 ฟุตได้บ่อยๆในธรรมชาติครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:12] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ปลาบลูชาร์ค จัดอยู่ในกลุ่มปลาอันน่ากลัวมากชนิดหนึ่งของโลก ที่มีชื่อว่า ปลา แคนดิรู (Candiru) คนพื้นเมืองรู้ถึงความน่ากลัวของปลาชนิดนี้ดีครับ ปิรันย่า เค้าไม่กลัวกันครับที่นั่น แต่กลัวปลาพวกนี้มากกว่า ปลาในกลุ่มนี้ มีหลายตัวที่ดำรงชีวิตเป็นปรสิต ในร่างกายสัตว์น้ำ ตลอดจนร่างกายมนุษย์ มีความไวต่อกลิ่นเลือด และแอมโมเนีย เป็นอย่างยิ่ง โดยจะตามเลือดและปัสสาวะไปยังร่างกายของเหยื่อ และเจาะเข้าไปอาศัยอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะสร้างความเจ็บปวด ทรมาน อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในมนุษย์ครับ จะลงน้ำต้องระวัง

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:14] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ส่วนปลาบลูชาร์คนั้น ไม่มีพฤติกรรมการเป็นปรสิตในร่างกายสัตว์อื่นครับ เพราะมันตัวโตได้เป็นฟุตนั่นเอง แต่ปลาบลูชาร์ค ก็มีพฤติกรรมที่คล้ายๆกันกับญาติๆของมัน นั่นก็คือ ถึงแม้สายตาจะไม่ดี มีดวงตาขนาดเล็ก แต่มันก็มีประสาทรับกลิ่นที่ไวมากๆ โดยเฉพาะกลิ่นเลือด มันเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้รวดเร็วว่องไวอยู่แล้วครับ และว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ เมื่อมันพบปลาที่บาดเจ็บ มีบาดแผล มันก็จะตรงเข้ารุมกัดกิน ปลาตัวนั้นทันที ด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมเสียอีกครับ โดยเริ่มจากที่บาดแผลก่อนครับ การกัดของมันนั้น น่ากลัวครับ เรียกว่า กัดที ก็เนื้อหลุดไปเป็นก้อนๆเล็กๆ เท่าขนาดปากอย่างใดอย่างนั้น ถ้าฝูงหนึ่งมี ร้อยตัว ก็กัดหลายพันครั้งล่ะครับ ไม่นานเนื้อก็หายไปจนหมดตัว ที่น่ากลัวกว่านั้น ปลาบลูชาร์คที่มีขนาดเล็ก ยังมีพฤติกรรม ชอบ ชอนไชเข้าไปในร่างกายเหยื่อ เพื่อกินอวัยวะภายในอีกด้วยครับ ปลาที่เคราะห์ร้ายที่มักโดนเจ้าพวกนี้กินบ่อยๆ ในธรรมชาติ ก็คงหนีไม่พ้นพวกแคทฟิชขนาดใหญ่ที่พบทั่วๆไปในอเมซอน เช่น เรดเทลแคทฟิช (Phractocephalus hemioliopterus) และ ไทเกอร์โชเวลโนส (Pseudoplatystoma fasciatum) ที่ทุกๆท่านรู้จักกันดีนั่นเอง มันจะเจาะท้องปลาขนาดใหญ่เข้าไปกินอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว รุนแรง และบ้าคลั่ง ถึงแม้ว่าเราจะเอาปลาโชคร้ายดังกล่าว ขึ้นมาพ้นน้ำแล้วก็ตาม บลูชาร์ค ที่ยังคงอยู่ในท้อง ก็ไม่หยุดกัดกินเครื่องในให้เสียเวลาครับ -*-

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:15] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ดังนั้น จะเห็นได้ว่ามันไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาเลี้ยง แล้วปล่อยลงสู่แหล่งน้ำในประเทศไทยนะครับ คนที่จะเลี้ยงปลาพวกนี้ ต้องมีความรู้ และมีความรับผิดชอบสูงครับ อย่าให้เหมือนปลาหัวโหนกที่เกลื่อนแม่น้ำ เพราะฝีมือผู้เลี้ยงที่ไม่มีความรู้ แถมมักง่ายอีกเลยครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:17] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   การเลี้ยงและการดูแลรักษา
เมื่อเราได้ทราบถึงลักษณะทางชีววิทยาของปลาใดๆในธรรมชาติแล้ว เราย่อมปรับปรุงดัดแปลงความรู้ดังกล่าว นำมาใช้เลี้ยงปลาชนิดนั้นๆได้เสมอครับ บลูชาร์ค เป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว ตลอดเวลา และว่ายอยู่กลางน้ำเป็นส่วนใหญ่ อยู่รวมฝูง กินเก่ง โตเร็ว โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ดังนั้น ตู้ที่ควรใช้เลี้ยงอย่างต่ำ ในระยะยาว ควรเป็นตู้ 48x20x20 นิ้วครับ หรือจะเล็กกว่านั้นก็ได้ ถ้าเลี้ยงจำนวนน้อย เช่น ไม่เกิน 5 ตัว อาจเลี้ยงในตู้ 30-36 นิ้ว ได้อีกนาน ระบบกรอง ใช้ กรองข้าง หรือกรองนอกก็แล้วแต่สะดวก สับสเตรท ก็หินพัมมีสเป็นหลัก ปะการังนิดหน่อย วางด้านบนด้วยใยแก้วเช่นเคย จัดตู้โล่งๆดีที่สุดครับ อาจปูพื้นบางๆด้วยหินกรวดกลม หรืออาจแต่งตู้แบบไม่รกก็ไม่มีปัญหา ปลาชนิดนี้ เป็นปลาฝูงครับ ถ้าจะให้สวย ก็ควรเลี้ยงเป็นฝูง สัก 5 ตัวขึ้นไป แต่ก็สามารถเลี้ยงเดี่ยวหรือน้อยกว่านั้นได้เช่นกัน ไม่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต แต่อาจดูไม่สวยงามเท่าที่ควร จนกว่ามันจะโต คุณภาพน้ำ เป็นเรื่องสำคัญครับ อย่าให้น้ำเน่าน้ำเสียเป็นอันขาด เพราะมันเป็นปลากินของสดและชอบน้ำที่มีออกซิเจนสูง คุณภาพดีครับ ทำระบบกรองของคุณให้มีประสิทธิภาพ การถ่ายน้ำ ประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ทุกๆสัปดาห์ เป็นต้น ทำความสะอาดใยแก้วบ่อยๆ และอย่าลืมดูดเศษอาหารที่ด้วยนะครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:19] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ส่วนอาหาร ถ้าผู้เลี้ยงใจดี จะให้มันกินเรดเทล หรือ ไทเกอร์ฯ เหมือนในธรรมชาติก็ได้นะครับ แต่ถ้าไม่อยากทำแบบนั้น ปลาบลูชาร์ค วัยอ่อนขนาด 1-3 นิ้ว สามารถเลี้ยงด้วย ไรทะเล (ล้างและแช่น้ำจืดก่อนให้สัก 30 นาที) หนอนแดง เป็น หรือแช่แข็ง หรือไส้เดือนน้ำ ลูกน้ำ ได้เป็นอย่างดีและเหมาะสม สลับกับกุ้งฝอยเด็ดหัว เมื่อปลาโตขึ้นสัก 4 นิ้ว ก็ให้เฉพาะกุ้งฝอยเด็ดหัว เนื้อปลาสด เนื้อหอย หรือปลาที่พึ่งตายใหม่ๆก็ได้เช่นกัน และที่สำคัญ ปลาชนิดนี้ เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดได้สบายๆครับ โดยเฉพาะอาหารโปรตีนสูงๆ กลิ่นหอมๆทั้งหลาย เช่นเตทตร้าบิท ปลาพวกนี้ชอบมากๆครับ กินจนท้องกางแทบระเบิด เรียกได้ว่า เป็นปลาที่ไม่เลือกกินและไม่เรื่องมากเรื่องอาหารเลยครับ

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:20] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ปลาชนิดนี้เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่า มันมีพฤติกรรมการล่าเหยื่ออย่างไร ดังนั้น ผมจึงไม่ขอแนะนำให้ทุกท่านประมาท โดยการนำปลาชนิดอื่นๆใดๆทั้งสิ้น ลงไปเลี้ยงรวมกับพวกมันครับ แค่มีแผลนิดเดียว ก็ทำให้ปลาทั้งฝูง คลั่งได้แล้วครับ ไม่เหลือแน่นอน และที่สำคัญอีกอย่างคือ ถึงแม้ว่าปลาพวกนี้จะเป็นปลารวมฝูง และอยู่ด้วยกันได้ก็ตาม แต่ถ้ามีตัวใดบาดเจ็บ ป่วย หรือมีบาดแผล ควรรีบแยกออกมารักษานะครับ ไม่งั้นเพื่อนๆในฝูงจะช่วยกันส่งผู้ป่วยไปลงนรกได้อย่างรวดเร็วช่นกัน
โรคที่พบได้บ่อย ก็คือโรคจุดขาว ครับใช้การรักษาเดิมๆครับ หลีกเลี่ยงสารเคมีที่ปลาแคทฟิชแพ้ ส่วนปัญหาอื่นที่พบบ่อยๆก็คือ การป่วย เพราะคุณภาพน้ำไม่ดีเป็นระยะเวลานานๆ ขาดออกซิเจน ปลาก็จะไม่ว่ายน้ำ นอนนิ่งหรือหงายท้องอยู่ก้นตู้ครับ แก้ที่ต้นเหตุ ก็อาจจะรอดได้ ระวัง การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำและอุณหภูมิฉับพลันด้วยครับ มันค่อนข้างเซนสิทีฟตรงจุดนี้เช่นกัน

โดย: เจ้าบ้าน [25 ต.ค. 51 14:21] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   การแยกเพศและการเพาะขยายพันธุ์
ยังไม่มีรายงานการเพาะพันธุ์ปลาบลูชาร์คในที่เลี้ยงครับ ส่วนความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า เพศผู้จะมีลำตัวที่เพรียวยาวกว่า และมีครีบหลังที่ชี้ยาวกว่าเพศเมีย เห็นได้ชัดเจนในปลาวัยเจริญพันธุ์ครับ

ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามอ่านนะครับ ผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ. ที่นี้ด้วยครับ เพื่อนๆสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้มากมาย โดยใช้กูเกิล ให้เป็นประโยชน์เช่นเดิมครับ มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ

โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [25 ต.ค. 51 14:28] ( IP A:58.9.227.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เป็นข้อมูลที่ละเอียดดีมากๆครับ ยอดเลยครับ
โดย: jay [25 ต.ค. 51 20:40] ( IP A:58.64.90.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   https://jimdesu.us/peritheotic/2006/03/empirical-theology-of-intelligent.html

อ่านไล่ลงมาที่เจ้าแคนดิรูสิครับ สยองโคตร ถ้ามันเข้าร่างกายคน วิธีการกำจัดมันมีทางเลือกนึงคือ ตัดไอ้นั่นทิ้งสำหรับผู้ชายนะ และคนไข้ส่วนมากยินยอมหรือขอร้องให้ตัดด้วยซ้ำ เพราะการกินของมันสร้างความเจ็บปวดมหาศาล สยองแท้ๆ
โดย: jay [25 ต.ค. 51 21:32] ( IP A:58.64.90.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   โอ้ว...มันมาให้เราครอบครองแล้ว อิอิ
โดย: tum_kung29@hotmail.com [25 ต.ค. 51 21:35] ( IP A:58.136.74.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เจ้าบ้านเคยไว้เเล้วนี่นา ถึงว่ามันคุ้นนน....
โดย: birthwizardy [26 ต.ค. 51 15:49] ( IP A:125.27.185.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   พี่ต้นเขียนซะผมเสียวไส้เลยครับพี่

ไม่ได้เขียนนาน มาคราวนี้ บรรยายซะน่าเลี้ยงเลย อิอิ
โดย: ป_ปลาระเบิด(เกร็ดกระจาย) [27 ต.ค. 51 8:29] ( IP A:124.121.182.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ตัวใหญ่ๆ เท่ห์ดีจังเลยอ่ะ ใหญ่กว่าติงอีกอ่ะ
*O*
โดย: NOp76 [28 ต.ค. 51 21:46] ( IP A:58.9.194.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เอามาให้อยากอีละ
โดย: dear_dear [3 พ.ย. 51 18:22] ( IP A:58.136.207.130 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เลี้ยงอยู่ 5 ตัว ไปเฝ้าพระอินแล้ว1 เสียดายจัง
โดย: asiart [19 พ.ย. 51 10:57] ( IP A:125.24.9.103 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   https://www.youtube.com/watch?v=vlvvw8Ohgwo

https://www.youtube.com/watch?v=HlwrwpmFi8E
โดย: เจ้าบ้าน [4 ธ.ค. 51 22:33] ( IP A:58.9.211.31 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   https://www.youtube.com/watch?v=ssT-H_Wif7I&feature=related

คลิปเพิ่มเติมครับ
โดย: RoF (เจ้าบ้าน ) [17 ก.พ. 52 10:42] ( IP A:58.9.153.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ขอสมาชิกที่เลี้ยงบลูชาร์คอยู่หน่อยครับ
ผมเลี้ยงไว้ 2 ตัวครับ
กินดีมาก ๆ เลี้ยงมาหลายเดือนแล้ว ไม่มีเหตุใ้ห้น่าตกใจ หากน้ำดี
มาลงไว้กันหน่อยนะครับ
โดย: chitrasit [16 มี.ค. 52 12:53] ( IP A:203.153.163.34 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน