Zebra tiger : The king of Cat fish
    ซีบร้าไทเกอร์
ซีบร้าไทเกอร์ จัดว่าเป็นหนึ่งในปลาที่นักสะสมแคทฟิชทั้งหลายฝันถึงตัวหนึ่งเลยทีเดียว(เว่อร์ไปมัยเนี่ย หึหึ) เอาเป็นว่าผมคนหนึ่งแหละที่เคยฝันว่าจะมีมาในครอบครองซักตัวหนึ่ง ในอดีตประมาณปี พ.ศ.2543 มั้งครับถ้าจำไม่ผิด ผมไปเห็นเจ้านี่ครั้งแรกที่ร้านขายปลาแห่งหนึ่ง ครั้งแรกทีเห็นนั้นยังไม่รู้เลยครับว่าชื่ออะไร เห็นแต่ว่า เป็นปลาหน้าตาแปลกๆ มีหนวด มีลวดลายที่เห็นแล้วชวนให้นึกถึงม้าลายในทุ่งหญ้าขึ้นมาทันที มีเปียยาวที่หาง ขนาดฟุตกว่าๆ และที่สำคัญมันมี”เสน่ห์ ”ดึงดูดใจ(และตังค์)มากๆครับ พอดูอยู่ซักพัก ก็ได้สอบถามราคาไป พอรู้ราคาก็ได้แต่มองตาปริบๆเลยแหละครับ ราคาค่าตัวของมันในตอนนั้นสามารถซื้อทองมาเลย์สวยๆได้ตัวหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ปัจจุบัน ตลาดปลาสวยงามเมืองไทยโตขึ้นทุกวันๆ มีปลาแปลกใหม่เข้ามาไห้เลือกซื้อได้ทุกเดือน โดยปลาแคทฟิชก็เป็นปลาที่คนนิยมอีกตัว และแล้วก็มีคนนำ เจ้า ซีบร้าไทเกอร์ นี่เข้ามา ราคาห่างจากเมื่อก่อนหลายเท่าตัวแต่ก็คนละขนาดนะครับ แต่ก็ยังถือว่าแพงอยู่ดีสำหรับเด็กนักเรียนอย่างผม จนเริ่มมีคนนำเข้ามามากขึ้นๆ ทีนี้ก็ราคาก็เริ่มถูกลง ทีนี้ผมก็คงไม่มีฝันอย่างนั้นอีกแล้ว แหะๆ เพราะมันได้เป็นจริงขึ้นมาแล้วไงครับ แต่ด้วยความรีบร้อนของผม ทำให้มีเหตุ จนต้องสูญเสียปลาไปครับ ด้วยเหตุอันใด เคี้ยวผมจะมาบอกอีกทีครับ ทีนี้เรามาดูข้อมูลของตัวปลากันมั่งครับ โม้มาเยอะแล้ว เข้าเรื่องซักที (ต่อจากนี้ผมจะเรียกเจ้านี่แบบย่อๆว่าซีบร้าฯแล้วกันนะครับ)
ซีบร้าไทเกอร์ มีชื่อวิทย์ว่า Merodontotus Tigrinus จัดอยู่ในครอบครัว Pimelodidae อ่านออกเสียงว่า pim-a-low-di-deeนะครับ จัดเป็นแคทฟิชขนาดกลาง ประเภทหนวดยาว(Long whiskered ) มีหนวดอยู่ทั้งหมด 3คู่ด้วยกัน โดยมีลักษณะเด่นอยู่ที่ ลวดลายบนลำตัว หางที่มีเปียยาว สีสันบนแก้ม ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 80 ซม. มีถิ่นอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำไหล ทางตอนใต้ของอเมริกา หรือในแม่น้ำที่คุ้นหูกันนั่นคือ แม่น้ำอเมซอนนั่นเอง
การเลือกซื้อ
1. ขนาดของปลา ปลาที่ขายๆกันอยู่ทั่วไปนั้นมีขนาดตั้งแต่ 6 นิ้วจนถึงตัวเป็นฟุตก็มีครับ อยากให้เพื่อนๆจำเอาไว้เลยว่าปลาที่ตัวใหญ่กว่า จะมีอัตตราการรอดเมื่อมาอยู่ในมือของเราสูงกว่าตัวเล็กๆนะครับ ซึ่งแน่นอนยิ่งใหญ่ก็ยิ่งแพงครับ ส่วนพวกตัวเล็กขนาดประมาณ 6 นิ้ว นี่ถือเป็นขนาดที่เสียงในการนำมาเลี้ยง ขนาดที่แนะนำให้เลี้ยงคือ 10นิ้วขึ้นไปครับ
2. เรื่องลาย ซีบร้าฯเป็นปลาที่มีจุดเด่นในเรื่องลายบนลำตัว เรื่องลายนั้นจริงๆก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนล่ะครับ แต่ที่นิยมกันก็คือ ลายทั้งสองข้างต้องเท่ากัน ไม่มีลายแซม ไม่มีลายบิดเบี้ยว ถ้าเพื่อนๆอยากให้โตมาสวยๆก็ควรจะเลือกอย่างที่กล่าวไปนะครับ “แต่”ครับมีอย่างนี้ต้องมีแต่ คือมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะซิครับ ลายบนลำตัวของเจ้า ซีบร้าฯ นี่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนมาหยุดเมื่อขนาดประมาณหนึ่งฟุตแต่ก็สามารถตัดปัญหาโดยการซื้อตัวใหญ่มาเลยก็ได้ ก็ลองชั่งน้ำหนักดูแล้วกันครับ ว่าจะเอาอย่างไหน เพราะราคาก็ห่างกันพอสมควร
3. ความสมบูรณ์ ตอนเลือกซื้ออย่าไปลืมตัวดูแต่ที่ลายนะครับ ให้ดูที่ความสมบูรณ์ของตัวปลาด้วย พวกนี้เป็นเรื่องพื้นๆครับ แต่ลืมไม่ได้ เช่น มีตาครบทั้งสองข้างหรือเปล่า เงี่ยง(ครีบอก)หักหรือไม่ เปียหงิกหรือเปล่า เรืองเปียนี่ไม่ต้องซีเรียสมากครับ เพราะเมื่อเลี้ยงไปได้ซักพักพอปลาอยู่ตัวแล้ว(ไม่มีอาการเครียด)เราสามารถตัดส่วนที่หงิกๆนั้นทิ้งไปแล้วปล่อยให้มันหงอกออกมาใหม่ได้ครับ
อ่อ! แล้วอย่าลืมถามทางร้านด้วยนะครับว่าพักปลามานานหรือยัง ถ้ารีบร้อนเกินไปเดี้ยวจะเหมือนผม เอา คือว่าพอปลามาลงที่ร้านวันจันทร์ วันอังคารก็รีบร้อนไปเอาปลาเลย พอมาวันศุกร์ความฝันที่อยู่ตรงหน้าผมก็สลาย(ตาย)หายไปอีกรอบ อย่างต่ำควรมีซักหนึ่งเดือนนะครับ ซีบร้าฯ นี่จัดเป็นปลาที่ปรับตัวยากพอดูเหมือนกัน ขอย้ำเลยนะครับ!!! ว่าอย่ารีบร้อนเอาปลามาหยอดลงตู้ที่บ้าน ยิ่งช่วงนี้มีให้เลือกอยู่เยอะแยะ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีตัวสวยๆเหลืออยู่หรอกครับ
สถานที่เลี้ยง
ซีบร้าฯเป็นปลาที่ไวต่อค่าน้ำต่างๆมาก(PH,อณุภูมิ ฯลฯ)ซึ่งค่าต่างๆพวกนี้เมื่อเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันอาจทำให้ซีบร้าฯของเราๆช็อกน้ำตายไปเลยก็ได้นะครับ ค่าพวกนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ถ้าเกิดว่าปริมาณน้ำในตู้นั้นมีน้อย ดังนั้นตู้ที่เลี้ยงพวกนี้ควรมีขนาดใหญ่ ซักหน่อย ขนาดตู้ที่แนะนำคือ 48 นิ้วขึ้นไป ตู้ขนาดนี้ยังไม่ถือว่าเลี้ยงได้ตลอดไปนะครับ เมื่อปลามีขนาดซัก 20 นิ้วก็ควรจะขยับขยายตู้ได้แล้ว ปลาพวกนี้ต้องการอนาเขตส่วนตัวเยอะพอดูเหมือนกัน อณุภูมิที่เหมาะสมสำหรับบ้านเราก็อย่าให้เกิน 28-30 องศาก็อย่างที่บอกไปน่ะครับว่าอย่าให้อณุภูมิแกว่ง ส่วนค่าPH 7.0 กำลังดีครับ
ส่วนในตู้ควรมีขอนไม้ ไว้ซักหน่อยให้มันได้หลบซ่อนได้บ้าง พยายามเลือกที่ไม่ค่อยมีส่วนแหลมๆคมๆนะครับ ปลาหนังนี่จะมีผิวที่บอบบางกว่าปลาเกล็ดมาก อาจทำใ
โดย: [0 3] ( IP )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ห้มันได้รับบาดแผลเล็กๆน้อยๆได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือผมอยากให้เพื่อนๆติด Power Head ตัวเล็กๆไว้ที่ก้นตู้ด้วยเพื่อจำลองที่อยู่ในธรรมชาติของมัน โปรดอย่าลืมว่าพวกนี้เป็นปลาที่จับจากธรรมชาติทั้งสิ้นนะครับ ฮีตเตอร์ก็ควรมี เทอร์โมมิเตอร์ก็ติดซะให้พร้อมด้วยนะครับ
อาหารการกิน
ซีบร้าฯเป็นปลากินเนื้อเป็นหลักนะครับ อาหารที่ให้ก็ควรจะเป็นของที่มาจากน้ำ(ลูกกุ้ง ลูกปลา ฯลฯ)เหมือนกัน ของที่อยู่บนบก(เนื้อหมู ไก่ฯลฯ)นั้นไม่ควรที่ให้ เพราะอะไร?? อย่าลืมว่าในธรรมชาติของมันไม่มีเนื้อพวกนี้ตกลงไปในน้ำน่ะสิครับ อาหารที่แนะนำก็คือกุ้งฝอยครับ ส่วนพวกปลาเหยื่อก็ได้เหมือนกันแต่ระวังเชื้อโรคซักหน่อยแต่ถ้าผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีก็ไม่เป็นไร ส่วนตัวผมนั้นให้กินกุ้งฝอยแช่แข็งทั้งบ้านครับ ข้อดีคือ ถูก สะอาดและสะดวก แต่ปลาบางตัวอาจต้องฝึกกันหน่อยนะครับ

เพื่อนร่วมตู้
เอาจริงๆแล้วถ้าอยากให้ปลาสมบรูณ์ๆไร้รอยขีดข่วนก็ควรที่จะเลี้ยงเดี่ยวแหละครับ แต่เพื่อนๆอาจคิดว่าอะไร? ปลาตัวนิดเดียวแนะนำให้เลี้ยงตู้ใหญ่ๆแถมยังเลี้ยงเดี่ยวอีกเนี่ย นะ บ้-เปล่า!! เปล่าครับๆฟังผมก่อน ซีบร้าฯ นั้นถือเป็นปลาที่ก้าวร้าวพอสมควร แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ เรดเทลจอมเขมือบ ไทเกอร์จอมตะกละแล้วหล่ะก็ยังห่างไกลกันมาก สองตัวที่เอ่ยไปนั้นไม่ควรจะนำมาเลี้ยงรวมกลับเจ้า ซีบร้านะครับ ถ้ารวมกันล่ะก็อาจเห็นซีบร้าฯของท่านอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยน่าดูซักเท่าไรหรอกครับ ปลาที่อยากให้เลี้ยงรวมกันก็อย่างน้อยๆก็อย่าให้เล็กกว่าปากมันก็แล้วกันครับ แล้วก็อย่าเป็นปลาที่ก้าวร้าวนัก ส่วนซัคเกอร์กับอินซีเน็ตนี่ก็ตัดออกไปได้เลยครับ เพราะพวกนี้จะไปกินเมือก บนตัวเจ้าซีบร้าฯซะหมด
ส่วนเพื่อนที่คิดจะซื้อทำไปเลี้ยงเป็นแท้งค์เมทของอโรวาน่า ก็สามารถเลี้ยงได้ครับ แต่ควรจะแยกเลี้ยงอีกตู้ก่อนให้ปลามีขนาดใหญ่ซักหน่อยและแข็งแรงขึ้น แล้วค่อยไปรวมจะดีกว่า แต่อโรวาน่าบางตัวมีนิสัยดุร้าย ก็ไม่ควรจะนำมาเลี้ยงรวมกันนะครับ ถ้ายังไม่รู้ว่าอโรฯเราดุหรือเปล่าแนะนำให้เอาปลาอย่างอื่นลองใส่ไปในตู้อโรฯเป็นกองหน้าแล้วดูว่าอโรวาน่ามีท่าทียังไงมั่งซะก่อน กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ อย่าลืม
โรคและการรักษา
ปลาพวกนี้ไม่ค่อยจะมีโรคเข้ามาหรอกนะครับส่วนใหญ่ที่เป็นก็มักจะไม่รอด(จริงๆครับ)โรคที่พบได้ส่วนใหญ่ก็โรคจุดขาว อย่าไปใส่ยาจำพวก มาลาไคท์กรีน เด็ดขาดนะครับพวกแคทฟิชมันแพ้ทางใส่แล้วอาจทำให้แย่ลงอีกด้วยซ้ำแนะนำให้ติดฮีตเตอร์เอาตั้งไว้ที่ 30 องศาครับ(ปกติตั้งที่ 29 ก็พอ)ส่วนเรื่องอาการช็อคตายของปลานั้น ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรแต่หลังจากที่ได้ลองหาข้อมูลดูพบว่ามีโรคที่ชื่อ อิริโดไวรัส (Iridorirus disease) อยู่เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ปลาที่เป็นโรคดังกล่าวจะมีอาการอ่อนเพลีย ลำตัวซีด ไม่กินอาหาร ตายอย่างเฉียบพลัน ภายใน 2 - 3 วัน หลังจากแสดงอาการ ดังนั้นคนที่เห็นว่าปลามีลักษณะอาการดังกล่าวก็ควรทำใจไว้หน่อยก็ดีนะครับ เพราะโรคนี้ยังไม่มีทางรักษาได้ แล้วที่ผมสูญเสียปลาไปก็มีอาการอย่างนี้หล่ะครับ


ทีนี้ หัวข้อหลักๆก็เขียนมาหมดแล้ว เรามาดูเรื่องเล็กๆน้อยๆ(แต่สำคัญ)ของเจ้าซีบร้าฯกันมั่งเริ่มด้วยตอนขนย้ายปลา ควรที่จะทำอย่างเบามือนะครับ อย่าให้ปลาตกใจ ไม่งั้นปลาจะเครียดเดี้ยวจะมาตายที่บ้านเราแทนซะก่อน ให้ค่อยๆจับค่อยๆต้อนให้เข้าถุงเอาแล้วหาอะไรทึบๆห่อถุงไปด้วยนะครับ ปลาจะได้สงบหน่อย สังเกตุยังไงว่าปลาเครียด? ง่ายๆครับ ซีบร้าฯนั้นเมื่อเครียดมากๆแล้วหล่ะก็จะว่ายตัวตั้งฉากกับพื้น คือไม่ใช่ลักษณะที่มันควรจะว่ายในเวลาปกติน่ะครับ ถ้าเครียดมากๆหน่อย ก็จะว่ายหมุนควงเป็นวงกลมเลยก็มี อันนี้ผมเคยพบตอนปลาอยู่ในถุงนะครับ ในตู้ก็ยังไม่เคยเจอเหมือนกัน เรื่องไฟนั้น เปิดเฉพาะเวลาดูก็พอครับเดี้ยวปลาจะเครียด(อีกแล้ว!?) เพราะปกติมันเป็นปลาที่หากินในเวลากลางคืน และอยู่ในน้ำลึก ลองสังเกตดวงตามันซิครับ เมื่อเทียบกับลำตัวหรือปลาตัวอื่นๆจะเห็นว่าเล็กมากเลยทีเดียว เนื่องจากในธรรมชาติ ในบริเวณน้ำลึกๆนี่แสงจะส่องลงไปไม่ถึง ตามันก็เลยไม่ค่อยจะได้ใช้งานเท่าไร มันเลยต้องมาพึ่งหนวดแทนไงครับ ปลาชนิดนี้ควรเลี้ยงเพียงตัวเดียวต่อตู้หมายถึงไม่ควรรวมซีบร้าฯสองตัวไว้ในตู้เดียวกันนะครับ ไม่งั้นกัดกันเลือดสาดแน่ๆ เอาหล่ะครับไม่มีอะไรจะเขียนต่อแล้วสำหรับเจ้าม้าลายแปลงกายนี่ ฝากไว้นิดนึง ซีบร้าไทเกอร์นี้ จัดว่าเป็นปลาที่เลี้ยงไม่ยากเท่าไรถ้าเรารู้ว่าในธรรมชาติมันเป็นยังไง แต่ก็ควรจะมีเวลาให้มันบ้าง ถ้าไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งซื้อมาเลี้ยงเลยครับ


**ในการเลือกซื้อ อาจมีบางร้านนำบ้านอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายกันมาหลอกขายได้คือเจ้า Brachyplatystoma juruense หรือเรียกสั้นๆว่า จูเรนสิสมาขายเอาได้ครับ ระวังหน่อยนะครับ เพราะมันเป็นปลาที่มีราคาต่ำกว่าเจ้าน้องซีบร้าของเรามาก หลายเท่าตัวเลยทีเดียว สังเกตง่ายๆ จูเรนสิสลายขอมันจะเป็นน้ำตาลคาดเหลือง ส่วนซีบร้า จะเป็นขาวคาดดำ สังเกตที่สีเอานะครับ จูเรนสิสตัวสวยๆลายตรงๆก็อาจจะทำให้เราสับสนได้ แต่เรื่องสีนี่ไม่มีทางเป็นขาว/ดำได้เด็ดขาดครับ

** บทความนี้ขอสงวนสิทธ์ไม่ให้เอาไปเผยแพร่ที่อื่นนอกจาก https://gene-pool-aquarium.pantown.com ที่เดียวนะครับ **

โดย: nongkorn [16 ม.ค. 49] ( IP A:61.91.142.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เจ๋งครับ ประสบการณ์ตรงอีกต่างหาก
โดย: เจ [16 ม.ค. 49 16:39] ( IP A:203.170.253.234 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อยากถามว่าเลี้ยงซีบร้าควรปูพื้นด้วยอะไรครับ หรือไม่ควรปูพื้นเลยครับ
โดย: gozenger [16 ม.ค. 49 17:05] ( IP A:58.64.103.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ปูด้วยกรวดกลมๆเบอร์ใหญ่ หรือไม่ต้องปูก็ได้ครับ ไม่ใช่ปัญหาสำคัญครับ
โดย: RoF [16 ม.ค. 49 23:33] ( IP A:58.8.66.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอ black Zebra ด้วยได้ไหมครับ และโดราโด้ทองคำด้วยอะครับ
โดย: golm [17 ม.ค. 49] ( IP A:61.91.139.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ดีๆกำลังจะหามาเลี้ยงอยู่พอดี
โดย: korn2004 [18 ม.ค. 49 9:40] ( IP A:61.91.173.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เจ๋งครับ ข้อมูลเหมาะสำหรับคนที่กำลังสนใจเจ้านี่เลยทีเดียว
โดย: Longhairguy [22 ม.ค. 49 21:29] ( IP A:58.147.51.124 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   กำลังหา จูเรนสิส มาเลี้ยงอยู่ครับ

คิดว่ามันคล้ายกัน ก็เลี้ยงไอ้ที่มันไม่เกินตัว เลยอยากจะหาตัวนี้หละครับ
โดย: osilalis [4 ก.ย. 49 11:36] ( IP A:58.64.112.54 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน