EX File 008 : Cyrtocara moorii (โลมาสีฟ้าแห่งทะเลสาบมาลาวี)
   สวัสดีครับเจอกันอีกแล้วหลังจากห่างหายไปนาน หวังว่าคงยังไม่ลืมกันนะครับ คราวนี้มาแบบเฉพาะกิจแล้วค่อยพบกับตอนใหม่เร็วๆนี้นะครับ วันนี้ที่จะนำเสนอไม่ใช่ปลาแปลกหรอกนะครับ เจ้านี้เป็นปลาหมอสายพันธุ์แท้ธรรมดาๆชนิดหนึ่งแค่นั้นเองครับ แต่มันมีจุดเด่นตรงที่สีสันมีสีน้ำเงินสดใส และก็เป็นปลา 1 เดียวแห่งทะเลสาบมาลาวี ที่มีหัวโหนกครับ แถมค่อนข้างที่จะว่องไวปราดเปรียว ด้วยเหตุนี้มันจึงได้ชื่อเล่นว่า โลมาสีน้ำเงินแห่งทะเลสาบมาลาวี (Malawi Blue Dolphin )(บอกเท่านี้พอจะทราบกันหรือยังครับว่าเจ้าปลาหมอชนิดนี้ชื่อว่าอะไร) ครับเจ้าปลาหมอชนิดนี้มีชื่อว่า Cyrtocara moorii ชื่ออื่นที่ใช้เรียกกันก็มี Blue Moorii, Blue Lumphead และชื่อที่ส่วนใหญ่รู้จักกันดีคือ Blue Dolphin

โดย: อีกาตัวดำๆ [3 ก.พ. 49 9:41] ( IP A:58.11.37.61 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ลักษณะโดยทั่วไปของปลาหมอ Cyrtocara moorii ซึ่งต่อไปจะขอเรียกว่าบลูดอลฟินนะครับ จุดเด่นของปลาหมอบลูดอลฟินก็คือเรื่องของสีสรรค์ สีจะมีสีน้ำเงินสดใส มีมาร์กกิ้งบริเวณครีบและหลัง เป็นสีเข้ม จนถึงดำ และจุดเด่นอีกจุดก็คือโหนกบริเวณหัวที่โหนกพองาม บลูดอลฟินเมื่อโตเต็มที่จะใหญ่ได้ถึง 10 นิ้ว (25.4 ซม.) จัดว่าเป็นยักษ์ใหญ่ใจดีที่น่าขบขันแห่งทะเลสาบมาลาวีเลยก็ได้นะครับ อีกทั้งจัดว่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายและกินเก่ง แต่ก็ต้องแลกกับการที่มันโตค่อนข้างช้านะครับ คือในระยะเวลา 16 เดือนโตเพิ่มขึ้นได้เพียงแค่ประมาณ 1 นิ้วเท่านั้น

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:42] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อุปนิสัยของเจ้าบลูดอลฟินนี้มีลักษณะนิสัยที่สุภาพเรียบร้อย ไม่ไล่กัดกันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเหมือนอย่างปลาหมอในกลุ่มอเมริกากลาง อีกทั้งบลูดอลฟินเป็นปลาที่มีสังคมคืออยู่รวมกันเป็นฝูง มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง อาณาเขตของมันจะกินอาณาบริเวณทั้งตู้คือ บริเวณผิวน้ำ บริเวณกลางน้ำ หรือบริเวณพื้นน้ำ เจ้าพวกนี้ก็ไปหมดดังนั้นตู้ควรทำเป็นตู้โล่งๆเพื่อให้ปลามีพื้นที่ในการว่ายน้ำ ในธรรมชาติพวกมันจะมีสังคมแบบ "harem polygyny" (มีตัวเมียหลายตัวอยู่ภายใต้การดูแลของตัวผู้ 1 ตัว). ตัวผู้จะเป็นผู้ดูแลรักษาอาณาเขต ตัวผู้ 1 ตัวจะมีตัวเมียในฝูงได้หลายตัว

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:42] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ดังนั้นในการเลี้ยงในตู้นั้นควรเลี้ยงโดยจัดให้มี ตัวผู้ 1 ตัว ต่อตัวเมีย 3 ตัวขึ้นไปนะครับ ถ้าหากอยากหาแทงค์เมทให้แก่เจ้าบลูดดอลฟิน แทงค์เมทที่เหมาะที่สุดก็ได้แก่ปลาหมอพีค็อก (peacock cichlids) หรืออาจจะเป็นปลาหมอในกลุ่ม mbuna ซึ่งมาจากทะเลสาบมาลาวีเหมือนกัน แต่หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นผมแนะนำว่าให้หาปลาที่มีความไวพอๆกับเจ้าบลูดอลฟิน มิเฉ่นนั้นปลาที่เป็นแทงค์เมทของท่านอาจจะผอมเอาผอมเอาเพราะแย่งอาหารไม่ทันเจ้าบลูดอลฟิน นี้ก็เป็นได้นะครับ

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:42] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   การแยกเพศ ทำได้ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะแยกความแตกต่างระหว่างตัวผู้กับตัวเมีย ต้องรอจนกระทั่งพวกมันพัฒนาโหนกขึ้นมาจึงจะสามารถแยกได้ว่าตัวไหนตัวผู้หรือตัวเมีย โดยที่ตัวผู้จะมีโหนกที่ใหญ่กว่าตัวเมีย และเรื่องของสีสันตัวผู้สีจะสว่างกว่าตัวเมีย แต่วิธีแยกสีก็ไม่สามารถแยกเพศได้ถูกต้อง 100%

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:43] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   แหล่งกระจายพันธุ์ บลูดอลฟินเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบมาลาวีมาในทวีปแอฟริกาตั้งแต่เริ่มแรก โดยในธรรมชาตินั้นเจ้าบลูดอลฟินจะอาศัยอยู่บริเวณพื้นทรายแถบชายฝั่ง และมีหินเพียงเล็กน้อย ดังนั้นการเลี้ยงในตู้เลี้ยงควรปูพื้นด้วยทราบ และมีหินเล็กน้อยทำเป็นถ้ำเพื่อให้เจ้าบลูดอลฟินใช้เป็นที่อาศัยและหลบภัย อีกทั้งตู้นั้นควรจัดให้โล่งเพื่อให้เมีพื้นที่ในการว่ายน้ำ และไม่ควรมีต้นไม้น้ำอยู่ด้วยเพราะว่าเจ้าบลูดอลฟิน ก็มีนิสัยชอบขุดชอบทึ้งเช่นเดียวกับปลาหมอชนิดอื่นๆครับ

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:43] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   การดูแลและการให้อาหาร บลูดอลฟินจัดว่าเป็นปลาเลี้ยงง่ายกินได้ทุกอย่างเพราะว่าเจ้าพวกนี้เป็นพวก omnivorous กล่าวคือกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ดังนั้นเจ้าบลูดอลฟิน จะสามารถกินอาหารที่มีชีวิตได้ทุกชนิด และก็กินอาหารเม็ดได้เป็นอย่างดีด้วย. ทางที่ดีที่สุดคือให้พวก อาหารที่ให้โปรตีนสูง สลับกับอาหารชนิดเม็ดทุกๆวัน

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:44] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ค่าน้ำและอุณหภูมิที่เหมาะสม
น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำกระด้าง มีค่า pH 7.2 – 8.8 อุณหภูมิ 74-79 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 24-26 องศาเซลเซียส

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:44] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   การเพาะพันธุ์ บลูดอลฟินเป็นปลาหมอในกลุ่ม mouthbrooders (ปลากลุ่มอมไข่) ตัวเมียจะวางไข่ 20 -90 ฟอง บริเวณหินที่ราบเรียบ หลังจากนั้นจะเก็บขึ้นไปไว้ในปาก และดูแลจนกระทั่งฟักออกมาเป็นตัวและก็จะยังอยู่ภายใต้การดูแลในปากต่อไปอีกซักระยะหนึ่ง ซึ่งจะต่างจากปลาหมออเมริกากลาง หรือครอสบรีดที่เราเลี้ยงกันนะครับ (ซึ่งพวกนี้จะใช้วิธีวางไข่ที่พื้น)

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:45] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   จบแล้วครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เริ่มสนใจเจ้าโลมาสีน้ำเงินชนิดนี้ขึ้นมากันหรือยังครับ ผมว่าเจ้าพวกนี้มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง หากใครเบื่อๆปลาหมอในกลุ่มอเมริกากลาง หรือ ครอสบรีดทั้งหลาย ลองหันมามองและลองเลี้ยงเจ้าโลมาสีน้ำเงินตัวไม่น้อยตัวนี้กันบ้างนะครับ ขอบคุณครับที่ติดตามอ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้านะครับ สวัสดีครับผม

โดย: อีกาฯ [3 ก.พ. 49 9:45] ( IP A:58.11.37.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณมากๆครับ สำหรับความรู้ที่มาแบ่งปันกัน
บลูดอลฟิน เป็นปลาหมอพันธุ์แท้เก่าแก่ในไทย ที่เกือบจะถูกลืมกันอยู่แล้วครับ จากกระแสปลาครอสบรีด ^^~

โดย: RoF [3 ก.พ. 49 14:49] ( IP A:58.8.43.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   รูปสวยทั้งนั้นเลยครับ บทความก็ดี

เชื่อว่าหลายคนคงสนใจหันมาเลี้ยงเจ้านี้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว
โดย: TAoz [5 ก.พ. 49 17:25] ( IP A:61.47.114.177 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ผมสนใจมาตั้งนานแล้วโลมาสีน้ำเงิน แต่ที่ผมเลี้ยงไว้ลาโลกไปหมดแล้ว
โดย: tw [20 มี.ค. 49 15:21] ( IP A:203.113.16.241 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   มีขายที่ไหนมั่งครับ ตัวประมาณกี่บาทคับ เห็นแล้วอยากเลี้ยงจัง
โดย: เอ๋ [26 มี.ค. 49 21:13] ( IP A:61.7.141.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ตัวเล็กๆประมาณ 1-1.5 นิ้ว ที่เคยเห็นก้อประมาณ 30-40 บาทครับ โตช้าครับ แต่ถ้าเลี้ยงหลายๆตัวจะโตเร็วครับ เลี้ยงง่ายครับ แต่สภาพน้ำต้องเป็นเบสอ่อนๆครับมันถึงจะสุขภาพดี ทำได้โดยปูพื้นด้วยปะการังเบอร์ 1 หรือใส่เกลือเบสจนกว่าจะปรับสภาพ pH ได้เป็น 7.2-7.8 ครับ เลี้ยงหลายๆตัวปลาสามารถออกลูกในบ่อได้ครับ
โดย: ป่าน [24 พ.ค. 49 11:52] ( IP A:210.246.169.122 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน