เอาใจคนรักหมาพาตูบเที่ยวไทย
   แม้ผ่านพ้นปีหมา ย่างเข้าสู่ปีหมูหรรษา แต่อยากชวนไปหวนรำลึก ถึงเรื่องหมา ๆ น่ารัก ๆ หลังได้เข้าร่วมกิจกรรม กับชมรมคนรักสุนัข จูงเจ้าตูบสุดรักสุดดวงใจ ไปร่วมงาน “มหกรรมคาราวาน พาตูบเที่ยวไทยส่งท้ายปีจอ” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับโรงพยาบาล สัตว์ทองหล่อ นิตยสาร Doga zine บริษัท บางกอก มีเดีย เอน เตอร์เทนเม้นท์ บริษัท เมเรียล (ประเทศไทย) ซึ่งงานนี้ชมรมคนรักสุนัขได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศทะเล และเต็มอิ่มกับความรู้ทีเดียว

พรศิริ มโนหาญ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานว่าโครงการนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้รักสุนัขที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่ง ททท. ได้เคยจัดมาแล้ว 2 ครั้ง ในเส้นทางเพชรบุรีจากผลตอบรับที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงได้จัดกิจกรรมขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาย ในประเทศและประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยว สถานพักแรมเฉพาะกลุ่มผู้รักสุนัข โดยกิจกรรม ครั้งล่าสุด ทำกิจกรรมในรูปแบบคาราวานท่องเที่ยว แบ่งเป็นกลุ่มกระจายเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดต่าง ๆ ในเขตภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของไทยตามเส้นทางท่องเที่ยว 4 เส้นทาง ได้แก่ เพชรบุรี ระยอง (เกาะเสม็ด) กาญจนบุรี และ สระบุรี

“ททท. เห็นว่าเป็นโอกาส ที่จะสามารถขยายฐานตลาดเพิ่มขึ้นได้ ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มพบ ปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน และเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทุกภูมิภาคของไทยจนสามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับสุนัขและผลักดันให้เกิดสินค้าใหม่ทางการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสร้างการรับรู้ถึงสถานที่พักและแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถรองรับสุนัขได้ รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ของคนไทยที่มีความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยงและเสริมสร้างวินัยในการนำพาสัตว์เลี้ยงเดินทางในที่สาธารณะ”

สำหรับกิจกรรมของ “มหกรรมคาราวาน พาตูบเที่ยวไทย ส่งท้ายปีจอ” ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ฟังบรรยายข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถ นำสุนัขเข้าได้ การเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ การสัมมนาความรู้เชิงวิชาการโดยสัตว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเข้าร่วม กิจกรรมพิเศษตลอดการเดินทาง เช่น กิจกรรมฝึกสุนัขการศึกษาพฤติกรรมสุนัขของตนเอง ชนิดที่ได้เกาะติดกัน 24 ชั่วโมง จนฉ่ำปอดทีเดียว

เกศนภา วงศ์ใบแก้ว เจ้าของน้องโอโม่ สุนัขพันธุ์ผสม ระหว่างเทอร์เรีย ไอริช กับพูดเดิล สแตนดาร์ด หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม ระบุว่า เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะปกติเลี้ยงน้องโอโม่ เหมือนลูกคนหนึ่ง ในหลาย ๆ ครั้งอยากพาเขาไปเที่ยวต่างจังหวัด ด้วย ก็ไม่กล้าพาไป เพราะส่วนใหญ่ ทางรีสอร์ตมักจะไม่ให้สุนัขเข้า ซึ่งหลังจากได้เข้าร่วมกิจกรรม นี้แล้ว ทำให้ได้เรียนรู้วิธีฝึกสุนัข เรียนรู้พฤติกรรมต่าง ๆ เพราะบาง ทีเราเห็นเขามีพฤติกรรมแปลก ๆ แต่เราไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เช่น วันไหนเขาหางตก ก็แปลว่า เขาไม่สบาย หรือพฤติกรรมของตัวเจ้าของเอง ที่ทำให้สุนัขเสียนิสัย เช่น การป้อนข้าวบ่อย ๆ ทำให้เขากินเองไม่เป็น ซึ่งก็อยากให้ ททท. จัดโครงการนี้เอง เพราะจะ ได้เที่ยวทั้งเจ้าของ และสุนัขไปด้วยกัน

กิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมได้ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือการให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติ กรรมสุนัข โดย “หมอแหนม” เทพสิรินทร์ มากบุญศรี ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เรียนรู้พฤติกรรมและพัฒนาบุคลิกภาพสุนัข หรือ ABC 4 D จาก รพ.สัตว์ทองหล่อ อธิบายว่า การเลี้ยงสุนัข เหมือนการเลี้ยงเด็ก แต่ต่างกันตรงที่เรา เลี้ยงเด็ก เราตีเด็กแล้วสอน เด็กจะเข้าใจแล้วไม่ทำอีกแต่กับสุนัขเวลาที่เขาทำผิดแล้วเรามาตีเขา เขาไม่เข้าใจ เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขทันที เวลาที่สุนัขทำผิดพฤติกรรม บางอย่างที่เรามองข้ามไปสุดท้ายมันก็จะเหมือนกับเด็กที่เกเรตอนโต เราต้องอาศัยการสังเกตว่าสุนัข ของเราหน้าตาเป็นยังไง โกรธ ดีใจ กลัวหูลูบไปข้างหลัง หางตั้ง หางตก การที่เจ้าของจะเข้าใจ มัน เป็นปัญหาค่อนข้างเยอะที่เจ้าของ มองหน้าสุนัขแล้วตอบอะไรไม่ได้เลยว่าสุนัขต้องการอะไร

ปัจจุบันเทรนด์ของคนเปลี่ยนไป ไม่ได้ให้สุนัขเฝ้าบ้าน อย่างเดียว บางบ้านยกระดับให้สุนัขเป็นลูกด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ ที่ใกล้ชิดจะบ่งบอกอะไรได้มาก กว่า ในบางครั้งสุนัขพูดไม่ได้เราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร แต่บางบ้านสามารถบอกได้ว่าสุนัขตัวเองเป็นอะไร ซึม ไม่ยอมทานข้าวหรืออาเจียน แบบนี้ก็จะสามารถช่วยหมอได้เยอะและง่ายต่อการรักษาและทำให้ทั้งคนคือเจ้าของ สุนัข และหมอมีความสุขในการที่จะช่วยเขาให้มีสุขภาพที่ดี ที่สำคัญช่วยลดอัตราการทิ้งขว้างลง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป

จริง ๆ การฝึกสุนัข จะเน้นที่การฝึกเจ้าของมากกว่าการที่เราออกคำสั่งก็มีส่วนเหมือน กัน คุณออกคำสั่งแบบนี้ ต้องดูว่า สุนัขของคุณทำตามหรือเปล่า โทนเสียงของเจ้าของบางคนจะเป็นโทนเสียงนิ่งเหมือนกันหมดสุนัขก็งง เจ้าของควรจะแบ่งว่าถ้าดุก็ควรจะเป็นเสียงเข้มนิดนึง หรือไม่ถ้าเป็นการชมเชยน้ำเสียงอาจจะดูร่าเริงเป็นการปรับเปลี่ยนทั้งพฤติกรรมของเจ้าของและของสุนัขด้วย

ต้องยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสุนัข กว่า 90% มาจากผู้เลี้ยง เริ่มจากปัญหาการเป็น เจ้านายของสุนัขบางคนอาจจะมองข้ามเกี่ยวกับลักษณะการเลี้ยง ทั่วไปโดยมองว่า ความรักที่ให้มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดีจริง ๆ แล้วเรามองว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับพฤติกรรมก็ ได้ อย่างเช่นในกรณีที่เรานำสุนัข มานั่งกับเรา หรือมานอนกับเราพฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้สุนัขเรียนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิเท่าเทียมกับเจ้าของ และในบางครั้งมีสิทธิ เหนือเจ้าของ มันเหมือนกับว่าเราเลี้ยงเขาผิด

นอกจากนี้ ก่อนที่จะเลี้ยง สุนัข ควรจะต้องรู้ก่อนว่า อยากได้แบบไหน พื้นที่ที่บ้านมีมากไหมศึกษาสายพันธุ์ และพื้นฐานของสุนัขว่าเป็นอย่างไร บางทีเจ้าของอยากเลี้ยงแต่เนื้อที่บ้านมีน้อย เพราะปัญหาจริง ๆ เกิดจากความต้องการของเจ้าของที่อยากได้ซื้อมาแต่มันไม่เหมาะสม ดูลักษณะของพันธุ์ที่เลี้ยงด้วย และที่สำคัญคือจำนวน ด้วยความ ที่เจ้าของอยากได้เลยเลี้ยงเยอะ ๆ มักก่อให้เกิดปัญหาทำให้เราดูแลได้ไม่ทั่วถึงได้เหมือนกัน ถ้าเข้าใจ เขาเบื้องต้นแล้ว จะสนุกกับการ เลี้ยงสุนัข แล้วเดี๋ยวนี้เราสามารถศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากหนังสือหรืออินเทอร์เน็ต ง่ายขึ้น การค้นคว้าก่อนเลี้ยงก็เป็นการช่วยลดปัญหา ที่ตามมา

...ถือได้ว่าเป็นกิจกรรม ที่ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ทาง ทั้งได้พักผ่อนไปกับเจ้าตูบสุดที่รักแถม ยังฝึกพฤติกรรมของสุนัขโดยผู้เชี่ยวชาญ ใครสนใจกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ ลองติดตามข่าวสารจาก ททท. ดูว่าจะจัดอีกเมื่อไหร่.

จิตวดี เพ็งมาก
ที่มา: https://www.dailynews.co.th/dailynews/pages/front_th/popup_news/Default.aspx?newsid=114590&newsType=1&template=1

โดย: Anny [24 ม.ค. 50 18:16] ( IP A:203.172.89.14 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   น่าสนจริงๆ มีอีกเมื่อไหร่มาบอกกันด้วยนะคะ

(แต่จะได้ไปหรือป่าวอีกเรื่องนึง หึหึ)
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ไปไหนกับเค้าเลย
โดย: Pongo [25 ม.ค. 50] ( IP A:203.155.247.109 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน