ขอเปิดประเด็นเรื่อง"โรคไตวาย"ค่ะ
   ไม่ได้แวะมานานพอสมควร เพราะเพิ่งเสีย lucky สุดที่รักไป ด้วยโรคไตวายค่ะ

มันอายุแค่ 6 ขวบเอง และมันก็เสียชีวิตหลังจากเริ่มเห็นอาการป่วยแค่ 20 วันเท่านั้น เรียกว่า ตั้งตัวไม่ติดเลยจริงๆ หมอบอกว่า สาเหตุของโรคมาจากอาหารการกิน ซึ่งเราให้หมาทั้งหมด(4 ตัว) กินอาหารเม็ดผสมพวกอาหารเปียกเพื่อเพิ่มรสชาติ บางวันหากมีเนื้อสัตว์เหลือจากการปรุงอาหาร ก็ผสมให้กิน ทุกตัวก็ชอบ แล้วจริงๆ ก็แอบเข้าข้างตัวเองว่า คนเลี้ยงหมาส่วนใหญ่ก็คงเลี้ยงอาหารแบบนี้เหมือนกัน

แต่พอ lucky ตาย เลยเอะใจพาหมาอีก 3 ตัวไปเจอะเลือดตรวจหมดเพราะเลี้ยงมาแบบเดียวกันหมด ปรากฏว่าทุกตัวค่าไตสูงกว่ามาตรฐานและเกือบเข้าภาวะไตวายแบบ lucky เลยอยากมาตั้งกระทู้ที่นี่ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ค่ะ และเผื่อจะช่วยใครได้บ้าง

ป.ล. ใครสนใจอ่านบันทึกอาการ lucky ได้ที่ https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=luckymoby&month=07-2007&date=02&group=1&gblog=12

โดย: livvy (livvy ) [23 ก.ค. 50 23:51] ( IP A:203.113.32.8 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เสียใจด้วยจริงๆค่ะ ยังนึกถึงอยู่บ่อยๆ เพราะเขาหน้าตาน่ารักมาก
โดย: ป้าวิ [24 ก.ค. 50 1:06] ( IP A:125.26.18.17 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เสียใจด้วยค่ะ ไม่ทราบเรื่องเพราะไม่เคยเปิดเวปอื่นอ่านเลย..

เค้าไปสบายแล้วละค่ะ..ยังเหลือแต่เรา..วันใดที่หมดลมก็คงสบายไม่ทุกข์ร้อนใดๆเช่นกัน..
โดย: แม่bobby [24 ก.ค. 50 1:29] ( IP A:58.9.95.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   =ช่วงก่อนหน้านี้บอบบี้ก็กินอาหารเม็ดคลุกกับอาหารเป็นซองๆเพื่อเพิ่รสชาด เหมือนกัน เมือไปเจาะครั้งก่อน ค่าไตค่อนข้างสูงแต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน หมอบอกให้ลดอาหารเค็ม ไม่เคยให้อาหารคนกับบอบบี้เพราะคิดว่าอาหารคนมีความเค็มสูงกลัวเค้าเป็นโรคไต แต่เมื่อค่าเลือดออกมาเช่นนี้ ทำให้แม่บอบบี้สรุปเองว่า อาหารซองเพิ่มรสชาดนี่แหละแหล่งของความเค็ม นานๆจึงให้กินเพราะส่วนใหญ่ตอนนี้ให้กินโครงไก่ และเนื้อวัวสด..
โดย: แม่bobby [24 ก.ค. 50 1:52] ( IP A:58.9.95.168 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอแสดงความเสียใจมายังคุณLivvy ที่สูญเสียหมาอันเป็นที่รัก
โดย: น้องใหม่GSD [24 ก.ค. 50 9:04] ( IP A:58.9.98.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ ขอบคุณที่นำเรื่องราวมาบอกกล่าว เพื่อเป็นอุทาหรณ์ อย่างน้อย ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้สมาชิกอีกหลาย ๆ ท่าน ได้ลองกลับมาคิดว่า พฤติกรรมการให้อาหาร เจ้าหมาน้อยที่บ้าน เสี่ยงต่อการก่อให้เกิดไตวาย หรือเปล่า
โดย: หม่ามี๊ราจา (raja ) [24 ก.ค. 50 9:17] ( IP A:58.9.142.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คุณแม่bobby คะ อาหารซองเพิ่มรสชาดมีหน้าตาเป็นยังไงคะ ตอนนี้ให้บราวนี่กินอาหารเม็ดผสมอาหารเปียกสูตรลูกสุนัขของเพ็ดดิกรีอยู่ค่ะ เคยถามหมอว่ายี่ห้อนี้เค็มหรือเปล่าเพราะกลัวบราวนี่เป็นโรคไต หมอบอกว่า กินได้ไม่เป็นอะไร .. แต่ บราวนี่กินน้ำเก่งค่ะ น่าจะช่วยได้
บางวันพ่อเค้าก็ผสมข้าวกับอาหารเม็ดและผสมกับปลากระป๋องหรือคอเป็ดด้วยค่ะ

อาหารแบบนี้ดีต่อบราวนี่ไหมคะ
โดย: แม่เจ้าบราวนี่ [24 ก.ค. 50 9:20] ( IP A:161.200.255.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   อาหารยี่ห้อนี้ เค็มค่ะ เสี่ยงมากๆ

คุณแม่เจ้าบราวนี่ ลองเข้าไปศึกษาดูที่ https://thai-barf-club.pantown.com/
โดย: แม่โบกี้ [24 ก.ค. 50 16:29] ( IP A:202.183.180.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เอ...แล้วแบบนี้ จริงแล้วเราควรเลี้ยงอาหาร GSD ด้วยอะไรล่ะคะ?

ตอนนี้ สำหรับอีก 3 ตัวที่เหลืออยู่ ก็ซื้ออาหารเม็ดสำหรับหมาสูงอายุมาผสมข้าวและเนื้อสัตว์ในสัดส่วน 25:50:25 (จริงๆ หมอบอกว่าต้องกินผักด้วย)

แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นไตวายแล้ว กินได้แต่อาหารหมาโรคไตผสมน้ำหวานค่ะ แล้วก็จะกินยากมาก ซึ่งลำบากจริงๆ ป้อนไปร้องไห้ไปเพราะสงสารมันน่ะค่ะ
โดย: livvy [24 ก.ค. 50 17:08] ( IP A:203.113.33.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ตอบคุณ livvyค่ะ.....

จากประสพการณ์ คิดว่า อาหารที่ดีที่สุดสำหรับ GSD คืออาหารสดดิบ หรือ BARF ค่ะ ศึกษารายละเอียด เพื่อเลือกให้อาหารสดดิบที่มีความสมดุลสารอาหารเหมาะสมกับหมาของเรา ได้จากบทความในเวบที่คุณแม่โบกี้แนะนำค่ะ

อายุมากขนาดไหนก็ปรับตัวได้ เพราะ นั่นคือการปรับตัวกลับสู่ธรรมชาติ ดั้งเดิมของเขา

ยกตัวอย่าง อดีตพ่อพันธุ์ตัวดัง เจ้า ...ตั้ว ที่ปัจจจุบันอายุ 13 ปี เกิดปีเดียวกับตาฟลายเหมือนกัน เพิ่งรับเข้ามาเลี้ยง ก็ให้กินอาหารสดดิบเหมือนตัวอื่นๆ มื้อแรกก็สวบๆๆๆไม่เหลือ มื้อต่อๆมาไม่ต้องถาม ให้เท่าไหร่ก็หมด ตอนนี้ลุกวิ่งได้เองรอบบ้าน แผลก็หายเร็ว เนื้อตัวก็สะอาดขึ้น เพราะอึแห้ง ไม่เลอะติดขนเกรอะกรัง

เชพเพอดที่รับมาเลี้ยงทุกตัว ไม่ว่าจะมาจากแหล่งไหน เมื่อให้อาหารสดดิบ ไม่เคยลังเลสงสัยว่าเอาอะไรมาให้กิน แม้เดิดมาไม่เคยเห็นอาหารดิบมาก่อน แต่มื้อแรกก็กินกันหนุบหนับเหมือนคุ้นเคยกับอาหารแบบนี้มาตั้งแต่เกิด และหลังจากนั้น สุขภาพโดยรวมก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทุกตัว ที่สำคัญ ทุกครั้งที่ตรวจเลือด ไม่พบความผืดปกติของค่าตับ,ไต,เกล็ดเลือด ฯลฯ

สำหรับหมาที่อายุมาก จะเสริมด้วย โยเกิรท และผัก,ผลไม้ปั่น เพื่อช่วยเพิ่มเส้นกากใย และวิตามินเกลือแร่
โดย: ป้าวิ [24 ก.ค. 50 18:21] ( IP A:125.26.18.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอตอบ..จากประสบการณ์ การเลี้ยงหมาระยะสั้นๆ..(1 ปี)

อาหารขบเคี้ยว,อาหารเสริมความน่ากิน เหล่านี้ น่าจะไม่มีประโยชน์สำหรับหมาของเรา แถมยังมีสารที่อาจจะเป็นพิษต่อร่างกายด้วย ..(แม่บอบบี้เคยให้บอบบี้กินอาหารเสริมความน่ากินยี่ห้อนั้นน่ะแหละ แต่พอผลเลือดออกมาดังนั้นก็ให้น้อยลงและจะพยายามงด ตอนนี้ให้กินบารฟคือโครงไก่ดิบและเนื้อวัวสด)
ในความคิดส่วนตัว..ไม่ควรกินค่ะ .. แม่บอบบี้จะไม่ค่อยซื้อให้กิน ถ้าต้องการล่อเข้ากรง(ตอนเด็กๆ)จะใช้นมเม็ดจิตรลดา อาหารจะให้กินเป็นมื้อ จะไม่ให้พร่ำเพรื่อ เช่นถ้าเรากินข้าวก็จะโยนให้กิน แบบนี้ไม่ควรทำ จะทำให้หมาเราเคยตัว พอเห็นใครกินอะไรจะคอยนั่งขอ..(เหมือนขอทาน) ทุกวันนี้พ่อแม่กินข้าว บอบบี้จะมาดมตรวจสอบว่าแม่กินอะไร( บางทีก็ไม่สนใจเลย) พอรู้แล้วก็เดินกลับไปนอนต่อ ไม่เคยมาวุ่นวาย..ประมาณว่าจะกินอะไรก็เชิญ..ไม่สน..!!

ถ้าหมาสุขภาพสมบูรณ์(ไม่เป็นโรคใดๆ) ควรลองศึกษา "บาร์ฟ"ดูค่ะ คืออาหารสดดิบนั่นเอง.. เพราะอาหารสำเร็จรูปนั้น "น่ากลัว" มากกก
ถ้าถามหมอ หมอจะไม่รู้จัก "บาร์ฟ" และจะต่อต้านโดยบอกว่า อาหารเม็ดเนี่ย ดีสุดแล้ว....มีสารอาหารครบ ..

เอาเป็นว่าถ้าเราต้องการ วิตามิน ซี ให้หมาเรา จริงอยู่ในอาหารเม็ดนั้น มีวิตามินซี แต่ เรารู้มาว่า วิตามินซี จะถูกทำลายง่ายโดยความร้อน แล้วอาหารถุงเหล่านั้น กว่าจะมาถึงเรา ผ่านอะไรมาบ้าง ..ลองคิดเล่นๆกันดูค่ะ
และเท่าที่ทราบ บริษัทวิจัยอาหารต่างๆ หรืออาหารยี่ห้อต่างๆ มักจะให้บรรดาหมอเหล่านั้นแหละเป็น พรีเซนเตอร์ ก็ "ธุรกิจการค้าละน้อ.."

เราทั้งหลายเป็นผู้เลี้ยงหมาโดยตรง เลี้ยงเพราะ "รัก" เราควรศึกษาจาก "ผู้เลี้ยงเพราะรัก" ด้วยกันจะดีกว่า จะได้ข้อมูลที่ไม่อิงแอบกับอะไรทั้งสิ้น...พูดมายืดยาวจะโดน..มั้ยล่ะเนี่ย!!

แม่บอบบี้ก็เล่าจากประสบการณ์ ก็หวังว่าอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกได้บ้าง..

น้ำตาแห้งแล้วค่ะ..เพราะ เราคิดกันใหม่ค่ะ เราคิดว่า เราต้องสู้เพื่อบอบบี้และเป็นกรณีศึกษาให้กับพวกเราทั้งหลาย..แม่บอบบี้เชื่อว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่รู้เลยว่าลูกหมาทีเราเลี้ยงอยู่นั้นเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีตัวอย่างให้เห็น ก็อาจจะสายเกินไปสำหรับลูกหมาแสนรักที่เรากำลังเลี้ยงอยู่..อาจเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นมาก็ได้ หากเรา "รู้ไม่ทัน"....
โดย: แม่bobby [24 ก.ค. 50 18:38] ( IP A:58.9.99.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   จากข้อความของคุณแม่ bobby ....

ถ้าหมาสุขภาพสมบูรณ์(ไม่เป็นโรคใดๆ) ควรลองศึกษา "บาร์ฟ"ดูค่ะ

ขอมองต่างมุมนิดนึง..จากประสบการณ์ค่ะ ว่า หมาที่ป่วย ยิ่งควรจะให้กินบารฟ ถ้าเขายังมีความ "อยากกิน" และสามารถกินอาหารแบบอื่นได้

เราอาจช่วยทำการย่อยเบื้องต้นให้เขา เพื่อไม่ต้องให้เขาออกแรงมากในการขบเคี้ยวดึงทึ้ง (โดยการบด หรือปั่นอาหารสดดิบให้ละเอียดก่อน)

หมาป่วยที่ได้กินบารฟ จะฟื้นจากอาการป่วยอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงหมาที่พักฟื้นจากการผ่าตัด หรือรักษาบาดแผลต่างๆ แผลจะหายเร็วด้วยค่ะ
โดย: ป้าวิ [24 ก.ค. 50 19:19] ( IP A:125.26.18.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   จริงเหรอคะ ป้าวิ... งั้นจะได้รีบไปซื้อโครงไก่ให้อีก 3 ตัวกินค่ะ แต่ขอถามอีกคำถามเดียวว่า ปริมาณเท่าไหร่จึงจะเพียงพอต่อวันคะ น้ำหนักเฉลี่ยน่าจะราวๆ 25 กิโลค่ะ ขอบคุณนะคะที่ป้าวิช่วยตอบ

คุณแม่Bobby ด้วยค่ะ ดีใจที่มีกำลังใจจะสู้แล้ว ตอนรู้ว่าลัคกี้จะไม่หายแล้ว ท้อมากค่ะ ตัวเองก็ตั้งท้องอยู่ สามีกลัวจะทนหดหู่ไม่ไหว ถึงขั้นที่เราคิดว่า การฉีดยาให้ลัคกี้ไป เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจสู้กันอีกตั้ง โดยการรับกลับมาดูแลเองที่บ้าน ทั้งป้อนยาป้อนข้าวด้วยหลอดวันละ 7-8 รอบ ตัวก็ท้อง สุดท้าย เราก็ดีใจที่ยังอยู่กับมันได้อีกสิบกว่าวัน และได้อยู่กับมันในลมหายใจเฮือกสุดท้ายค่ะ
โดย: livvy [24 ก.ค. 50 21:04] ( IP A:203.113.32.7 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    อันนี้แจมหน่อยนะครับ กินอาหารสดดิบเนี่ยดีจริงๆยิ่งเดี๋ยวนี้มีหมูแช่แข็งไก่แช่แข็ง ค่อนข้างสะดวก ข้อดีเห็นชัดนี่ฟันขาว และไม่อ้วน ข้อหลังนี่สำคัญ ที่ไม่อ้วนนี่เพราะอิ่มแล้วเค้าไม่กินเพิ่ม
พยาธินี่ก็กลัวนะครับ แต่มาคิดว่าเดี๋ยวนี้เค้าเลี้ยง ชำแหละในโรงเชือดที่มีมูลค่าหลายบาท เค้าคงไม่คัดสรรแยกสิ่งปนเปื้อนออกก่อนบรรจุแล้วจำหน่าย
โดย: nansan [24 ก.ค. 50 22:07] ( IP A:58.8.145.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ดีใจที่ได้รู้ว่ายังมีคนใจประเสริฐเพิ่มอีกแล้ว...ตอนนี้ก็ขอให้คุณlivvyดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อครอบครัวและลูก รวมทั้งลูกๆ 4 ขาด้วยนะคะ..

ขออนุญาตเพิ่มเติมเรื่องคำว่า "..โรคใดๆ.." ในความเห็นที่ 10 ด้วยค่ะว่า..บางโรคอาจไม่เหมาะกับการกินบารฟ...(แต่ก็ยังสรุปไม่ได้อีกแหละเพราะมีหมาทดลองแค่ตัวเดียว..)

ขอยกตัวอย่างโรค HOD ซึ่งมีปริมาณของแคลเซี่ยมในเลือดสูงมากและไม่สมดุลกับฟอสฟอรัส โปรตีนก็สูงด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราต้องควบคุม ปริมาณของแร่ธาตุ(เอ๊ะ..เรียกแร่ธาตุถูกมั้ยเนี่ย..)เหล่านี้ ดังนั้นการให้กินบารฟเราจะควบคุมปริมาณแร่ธาตุไม่ได้ บางทีอาจให้โปรตีนหรือแคลเซี่ยมเยอะไป ก็ไม่ดี ดังนั้น คุณหมอจึงให้ควบคุมโดยการให้กินอาหารสำเร็จรูปที่มีโปรตีน ไม่เกิน 21 %
เพราะช่วงก่อนที่จะรู้ว่าเป็นโรคอะไร นั้นบอบบี้กินบารฟมาเป็นเดือน แต่อาการเปลี้ยและอยากนอนก็ยังคงมีอยู่ ..แต่เมื่อเริ่มเปลี่ยนอาหารมาเป็น Premium Edg กินยา Rimadyl กินวิตามินซี บอบบี้ก็ดีเรื่อยมา จนเกือบจะ12 เดือน หรือที่ดีขึ้นอาจเป็นเพราะโรคนี้มาเองไปเองก็ไม่แน่ชัด

พอครบขวบ พ่อบอบบี้จะเริ่มให้กินโครงไก่ประปราย อาทิตย์ละครั้ง บอบบี้ก็ไม่เป็นอะไร ยังดูแข็งแรง วิ่งได้ สดใส

13 เดือน ก็ให้กินโครงไก่ กระดูกหมูบ้าง(อันนี้ไม่อยากแนะนำเพราะกินแล้วอ้วน หมูไขมันเยอะไป ตอนนั้นบอบบี้เป็น บอบบึ้บ)

14 เดือน ไปเจาะเลือด ปรากฏว่า ค่าเลือด สมดุล เหมือนปกติ พ่อและแม่ดีใจมาก คิดว่าลูกหายแล้ว...เริ่มลดอาหารเม็ด กินบารฟล้วนๆ ก่อนเที่ยงโครงไก่ ตอนบ่ายเนื้อวัวสด..

15 เดือน X-ray เจอ Hip... แต่ก็จะให้กินบารฟ เป็นไงเป็นกัน..ลองซักตั้ง...แต่ก็จะเจาะเลือดดูเป็นระยะ ถ้าค่าแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส ไม่สมดุลก็คงต้องกินอาหารเม็ดไปตลอดอายุ.. แล้วจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน..

ดังนั้นถ้าไม่เป็น HOD ซึ่งโรคนี้ก็ไม่ได้พบบ่อย (หรือตายกันไปก่อนที่จะรู้ว่าเป็นโรคอะไรก็ได้มัง..) กินบารฟเล้ย..เชียร์เต๊มที่...

อยากให้ดูหน้าบรรดามะหมาพิการ(ที่สุขภาพดี)ของป้าวิเป็นตัวอย่าง ขนาดว่าอายุ ปาไป 10 กว่าปีแล้ว ยังดูอ่อนเยาว์ ..เอ..เรานี่เห็นท่าจะต้องกินบารฟมั่งซะแล้น..
โดย: แม่bobby [25 ก.ค. 50] ( IP A:58.9.99.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   คือว่าหมาที่บ้าน น้องจินนี่คะ กินบาร์ฟ ช่วงแรกๆๆผิว ขน สวยงามมาก แต่พักหลังขนร่วง หมอบอกว่าแพ้ไก่ และหมอไม่เห็นมีคนไหนแนะนำเลย พอบอกว่ากินโครงไก่ดิบ เค้าจะทำหน้างง ไปพักนึง ประมาณว่าให้กินได้ไงเนี่ย สรุปแล้ว หมาแพ้ไก่จริงหรือเปล่าคะ หรือว่า เกิดจากที่มันชอบไปเก็บขยะข้างถนนกิน ไปกินอุจจาระของหมาตัวอื่น อย่างนั้นหรือเปล่าคะ
โดย: เจีย พี่ Jinny (jiamed12 ) [25 ก.ค. 50 17:02] ( IP A:222.123.117.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ไม่มีหลักสูตรบารฟ สอนในคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยไหนๆในเมืองไทย ดังนั้น สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะไม่มีความรู้ด้านนี้ และรับไม่ค่อยได้ เรื่องการ เลี้ยงหมาด้วยอาหารดิบ เพราะสัตวแพทย์ ก็เหมือนคนเลี้ยงหมาทั่วไป ที่จะเห็นเป็นเรื่อง น่ากลัว ป่าเถื่อน ผิดปกติ ที่ให้หมากินอาหารดิบ

ในต่างประเทศ ก็เพิ่งมีหลักสูตรสอนบ้างไม่กี่แห่ง และยังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในวงการสัตวแพทย์ มีการวิเคราะห์สาเหตุของข้อขัดแย้งว่า สาเหตุหลัก มาจากเรื่องของผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมการผลิตและการขายอาหารหมาสำเร็จรูปนั่นเอง ไม่ได้ขัดแย้งทางด้านวิชาการสักเท่าไหร่

เวลาพาหมาไปหาหมอ ไม่ค่อยได้บอกหมอหรอก ว่าให้หมากิน บารฟ เพราะเกือบร้อยทั้งร้อย บารฟจะตกเป็นจำเลยที่1 โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร และโรคภูมิแพ้(ซึ่งหาสาเหตุได้ยากมากๆว่า แพ้อะไร)

เรื่อง หมาขนร่วง ถ้าไม่มีอาการอักเสบ ผื่น แดง คัน ที่ผิวหนังร่วมด้วย ก็ถือเป็นธรรมชาติของสายพันธุ์ ที่จะผลัดขนตลอดปี มาก/น้อยขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของหมาเป็นตัวๆไป จะผลัดขนมากเป็นพิเศษในตัวเมีย ประมาณช่วงก่อนมีฮีท เพราะจะต้องมีขนใหม่ขึ้นเต็มสวย ระหว่างฮีทมา ช่วงรอผสมพันธุ์

การที่หมาขนร่วง มีรายละเอียดมากมายหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ตั้งแต่ ลักษณะ และปริมาณขนที่ร่วง , ส่วนไหนของร่างกายที่ขนร่วงมากเป็นพิเศษ , สภาพแวดล้อม , พื้นที่บริเวณที่หมาอยู่อาศัย , แชมพูอาบน้ำ , วิธีการอาบน้ำ , การเช็ดตัว หรือเป่าแห้ง , การดูแลรัษาความสะอาดประจำวัน , การใช้ยาฆ่าเห็บหมัด , ฯลฯ และอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงอาหาร ขนม ของขบเคี้ยว

หมอหมาประจำบ้าน ที่ใช้บริการมาตั้งแต่หมอเพิ่งเรียนจบ ทุกวันนี้ หมอยอมรับแล้ว ว่า อาหารสดดิบ และน้ำสกัดชีวภาพ ตลอดจนวิธีการรักษาแบบทางเลือก(ยาสมุนไพรและวิธีธรรมชาติต่างๆ) ได้ผลดีจริง

หมาที่เคยรักษากับหมอมาตั้งแต่เด็ก แล้วหายหน้าไป เมื่อพาไปเจอหมออีกครั้งตอนแก่ ทุกตัวอยู่ในสภาพดีเกินคาด(หมอคาดว่า ที่ไม่ได้มาหาหมอบ่อยเหมือนเคย เพราะตายไปแล้ว)
โดย: ป้าวิ [25 ก.ค. 50 18:11] ( IP A:125.26.19.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เห็นด้วยกับป้าวิค่ะ..
คุณหมอไม่รู้จัก บารฟ ค่ะ พอบอกว่ากินอาหารสดดิบ หมอมองหน้าพลาง ทำหน้างงๆ ประมาณว่า..อึ๋ยส์..กินอะไรกันนั่นมันไม่มีในตำรา!ให้ระวังพยาธิ ระวังเรื่องความสะอาด กินอาหารเม็ดเหอะมีสารอาหารครบถ้วน..

บอกแล้วไง..ในบ้านหลังนี้มีความรู้ที่ไม่มีในตำราจริงๆ และยังมีคนจริงใจเยอะมาก..

เป็นขุมความรู้ที่น่าศึกษาและเป็นประโยชน์มากมาย..เพราะเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ เป็นความจริงจากประสบการณ์ล้วนๆ..แม้จะไม่ได้สัมผัสพูดคุยกันโดยตรงแต่ก็เหมือนเป็นเพื่อน เป็นญาติ ที่รู้จักกันมานานแสนนาน...
โดย: แม่bobby [25 ก.ค. 50 22:43] ( IP A:58.9.99.213 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน