ชักจะท้อกับการดูแลน้องหมาแล้วสิคะ
   ลูก้าและลินคอน ลูกๆของลัคกี้ เจาะเลือดพบค่าไตที่ส่อสัญญาณว่าจะสูงเหมือนแม่

เราเลยรับกลับจากที่เลี้ยงไว้ที่โกดังมาดูแลเองที่บ้าน หมาสองตัวนี้ ถึงแม้จะอายุได้ปีครึ่งแล้ว แต่อาจเป็นเพราะเลี้ยงแบบหมาจริงๆ มันเลยไม่ค่อยเข้าใจคำสั่ง มาอยู่บ้านก็กัดต้นไม้ ขุดดิน ขุดบ่อน้ำ พังน้ำพุ ลากผ้าที่ตากลงมาเล่น กัดกระชาก เป็นประจำ ไอ้เราก็คอยสอนไม่ไหวเพราะตัวเองนอกจากจะลูกเล็กแล้ว ยังตั้งท้องลูกอีกคนนึงอีก แค่ลำพังจากต้องเปลี่ยนจากอาหารเม็ด มาหุงข้าวเพิ่มอีกหม้อ ต้มผักต้มปลา สับโครงไก่ให้มันกิน ก็เรียกว่าหนักโขอยู่แล้ว แต่ก็ยังสู้ที่จะทำเพราะมันเป็นลูกๆ ของลัคกี้ เราทำคลอดมันเองกับมือ...

แต่หลังจาก 1 เดือนผ่านไป พามันไปเจาะเลือดตรวจอีกครั้ง ก็ชวนให้ท้อค่ะ เพราะทั้งสองตัวค่าไตสูงกว่าเก่า ลินคอนนี่อาการหนัก เข้าสู่ภาวะไตวายแล้ว หมอให้งดเนื้อสัตว์โดยสิ้นเชิง บอกตรงๆ ว่าหมดแรงกำลังแล้วค่ะ มันเหนื่อยจริงๆ กับภาระทั้งหมดที่ต้องรับผิดชอบ นี่ถ้าต้องป้อนข้าวทางหลอดฉีดยาอีก ฉันคงไม่มีแรงแน่ๆ หรือแม้แต่จะต้องเห็นมันทรุดลงๆ และตายไปต่อหน้าต่อตาแบบแม่ของมัน เราก็ทำใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว...

เข้ามาระบายค่ะ เห็นป้าวิ ช่วยชีวิตหมาร่อแร่ได้ราวกับเป็นนางฟ้า แบ่งพลังมาให้เราบ้างสิคะ สภาพจิตใจตอนนี้มันท้อสุดๆ เลยค่ะ
โดย: livvy [4 ก.ย. 50 22:21] ( IP A:125.25.90.194 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สู้ๆนะคะ อย่าเพิ่งท้อ

ตอนแรกก็มีหมาที่บ้านใกล้ตายเหมือนกัน เพราะค่าสารอาหารไม่สมดุลกันสักทีในช่วงตอนมันเล็ก จนทำใจไว้แล้วว่าท่าทางจะไม่รอด แต่สุดท้าย ก็เลี้ยงดู ให้อาหาร ให้น้ำเกลือ ให้กินยา เช็คตัวเวลาไข้ขึ้น จนกระทั่งมันรอดอยู่ดีมีสุขทุกวันนี้ แข็งแรงเป็นปกติ ปุกปุยน่ารักเหมือนเดิม อายุ 2 ปีกว่าๆแล้ว (ที่พูดถึงมา หมายถึง นาย "บัลโต้" นั่นเอง)

ดังนั้น เชื่อว่ามันมีโอกาสกลับมาดีขึ้นได้ค่ะ ถ้าเจ้าของมีกำลังใจ คอยดูแล คอยสังเกตอาการมันตลอดแล้วกันนะคะ ถ้ามีปัญหาจะได้รับพาหาหมอได้ทันเวลา

สู้ๆนะคะ อิอิ
โดย: Pongo [4 ก.ย. 50 23:44] ( IP A:203.155.247.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   หยุดก่อนค่ะ......อย่าเพิ่ง วิตกทุกข์ร้อน หมดกำลังใจ คิดมาก จนทำให้ ท้อแท้..ถดถอย

ถ้าจะ คิด...ก็ให้ คิด ไปข้างหน้า ในทางบวกเข้าไว้
ถ้าจะ คิด...(ย้อนหลัง) ก็ให้ คิดถึง เรื่องดีๆ ช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกัน
ถ้าจะ คิด...ก็ให้ คิด หาทางแก้ปัญหา ที่รู้ว่าเราสามารถทำเองได้

อย่า......คิดย้อนหลัง ถึงเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาแล้ว และที่กำลังเป็นอยู่
อย่า......คิดถึง ปัญหาที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา
อย่า......คิด และทำ ในสิ่งที่รู้สึกว่า เกินความอดทนของตัวเอง

ก่อนอื่น ต้องบรรลุสัจธรรมที่ว่า...อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด เราก็ทำเท่าที่ทำได้ ให้ดีที่สุด ในแต่ละวัน

สิ่งสำคัญที่สุดที่จำเป็นต้องทำ และเป็นสิ่งที่เราทำได้แน่นอน คือ......ทำใจ ค่ะ

ป้าวิเอง ก็ทำอย่างที่บอกมาข้างบน แค่นั้นแหละค่ะ

หมาเป็นโรคไต สิ่งแรกที่เจ้าของต้องทำ ก็อย่างที่บอกข้างบน คือ ทำใจ ค่ะ ถ้าโชคดี ร่างกายทนทานต่อโรคได้ สามารถต่อสู้กับอาการของโรคได้ ก็ถือว่าโชคดีของเขา เจ้าของทำได้ แค่ดูแล บรรเทาอาการ และ ให้เขามีชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีคุณภาพตามสมควร บางตัว อาจอยู่ได้ไปอีกนานเท่าๆกับหมาสุขภาพดีตัวอื่นๆ แต่โรคไตก็ยังคงอยู่คู่กับเขาไปตลอด

หมาป้าวิ ที่เลี้ยงเองมาตั้งแต่ต้น ยังไม่เคยมีปรากฏว่าเป็นโรคไต โดยเฉพาะพวกที่เลี้ยงด้วยอาหารสดดิบ ทั้งหมาเด็ก หมาแก่ ผลตรวจเลือด ดีมากทุกตัว ทุกครั้ง จึงไม่ค่อยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ไม่แน่ใจว่า อาหารสดดิบ จะเป็นผลเสียต่อโรคไตจริงหรือไม่

เท่าที่ทราบ ถ้าหมามีอาการไตวาย ควรให้อาหารเฉพาะโรคทันทีในช่วงรักษาเพื่อบรรเทาอาการ ปกติ หมอจะให้อาหารสำเร็จรูป Sience & Diet k/d ซึ่งเป็นอาหารเฉพาะสำหรับหมาเป็นโรคไต ถ้าไปหาหที่รักษาแบบทางเลือก เช่นหมอฝังเข็ม หมอจับชีพจร ฯลฯ อาจจะได้รับยาแบบสมุนไพร ซึ่งน่าจะดีกว่ายาเคมีต่างๆ

ถ้าจะทำอาหารเอง ใช้ปลายข้าวกล้อง (ซื้อได้จากตลาด อตก.) ต้ม ใส่ผักต่างๆเท่าที่พอหาได้ เช่นตำลึง ผักหวาน คะน้า แครอท ฟักทอง ลงไปด้วย ใส่ปลาน้ำจืด แบบเนื้อเยอะๆ พวกปลาสวาย(เวลาไปซื้อ ให้เขาทำมาให้ เลาะก้างออกเอาแต่เนื้อได้เลย)

เอาใส่หม้อต้มรวมกันไปทีเดียว ทุบตะไครใส่ลงไปด้วยก็จะหอมดี ห้ามปรุงรสใดใดทั้งสิ้น ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าก็ได้จะได้ไม่ต้องคอยเฝ้าดู ใส่น้ำมากหน่อย ข้าวจะได้เละๆ เพราะข้าวกล้องจะเปื่อยยาก ทำทีเดียวเยอะๆ ใส่ตู้เย็นเก็บไว้กินได้หลายวัน

เวลาให้กิน ก็ใส่น้ำมันพืชนิดหน่อย เหยาะน้ำส้ม Apple Vinegar ด้วย

เรื่องหมาซนมาก ก็หามุมเหมาะๆ กั้นบริเวณให้เขาอยู่ ที่จะไม่ทำความเดือดร้อนรำคาญมากนัก ทำรั้วง่ายๆ เป็นแผงๆแบบเคลื่อนย้ายได้ก็สะดวกดี ป้าวิมักจะเลือกบริเวณที่ว่างระหว่างตัวบ้านกับรั้ว แล้วทำแผงกั้นปิดหัวท้าย จะเป็นช่วงยาวพอสมควรให้เขาวิ่งไปมาได้ ถ้าหมาไม่เคยถูกขัง แรกๆอาจจะเอะอะโวยวาย ก็ไม่ต้องสนใจ 2-3 วันก็จะเงียบไปเอง

มีอะไรก็เข้ามาคุยกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันแนะนำกันไป ได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่าซีเรียสค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

โดย: ป้าวิ [5 ก.ย. 50 10:26] ( IP A:125.26.18.96 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอเป็นกำลังใจให้อีกคนนะคะ

ข้อมูลเบื้องต้น ของอาหาร Prescription Diet Canine k/d สูตร เค-ดี (Kidney Disease)
เหมาะสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็น โรคไต ซึ่งอาหารสูตรนี้จะช่วยลดภาระของไต โดยลดปริมาณโปรตีน ฟอสฟอรัสและเกลือ ลดภาวะ Metabolic acidosis (ภาวะเลือดเป็นกรด) โดยเพิ่ม Dietary Buffer ซึ่งสามารถช่วยควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง โดยลดปริมาณเกลือในอาหาร และมีสารอาหารย่อยได้สูง ร่างกายนำคุณค่าสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ทำให้สัตว์ป่วยมีอายุยืนยาวขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความเจ็บปวดทรมานจากโรคลดลง
โดย: แม่โบกี้ [5 ก.ย. 50 17:04] ( IP A:202.183.180.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    เป็นอีกทางเลือกนึงไว้ตัดสินใจนะคะ

โดย: แม่โบกี้ [5 ก.ย. 50 17:08] ( IP A:202.183.180.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   อย่าท้อ และอย่าเครียด เลยค่ะ จะไม่เป็นผลดีใดๆ ...
บางที เราต้องใช้ คำว่า "ช่างมันเถอะ" ซะบ้าง เช่นบางทีเด็กทำแก้วเจียรไนแตก ถ้าเรา "เป็นฟืนเป็นไฟ" มันก็ร้อนใจเราเอง ต่อให้เราด่าเด็กและหักเงินเดือนเด็กสักเพียงใด แก้วใบนั้นก็แตกไปล้วอยู่ดี เราต้อง "ปล่อยวาง" เอ้าอยากขุดดิน ขุดสวน ..ขุดไป...มีเวลาค่อยซ่อมแซม หรือถ้าเห็นกำลังทำการใดๆ ลงโทษซะตรงนั้น กระตุกปลอกคอสั่งสอน พร้อมพูดเสียงเข้มๆพร้อมกับมองตาเค้าว่า ทีหลังอย่าทำ ทีหลังอย่าทำ...

คอยสังเกตเค้าซักระยะเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมคอยดุและลงโทษซะตรงนั้น น่าจะดีขึ้น (ขออภัย ที่ใช้ประสบการณ์ในการเลี้ยงหมาพียงตัวเดียวมาแนะนำ แต่บ๊อบบี้ไม่เคยทำของเสียหายให้ยุ่งยากใจเลยค่ะ เพราะพอเห็นเค้าจะคาบผ้าที่ตากไว้จะดุทันที สั่งว่า "ไม่" แรกๆก็ดึงเค้าออกมาจากราวซะหรือผลักหัวเค้าออกมา ตอนหลังเค้าก็ไม่เคยสนใจ ต่อให้ตากผ้าเต็มบ้านไม่เคยสนเลย ปล่อยให้นอนในห้องตัวเดียวพ่อแม่ออกไปซื้อของ พอปวดฉี่จะเห่าเรียกเด็กให้มาเปิด ถ้าไม่มาเปิดก็นอนอั้นฉี่ไว้รอจนกว่าแม่จะกลับมา ไม่เคยฉี่รดในห้องเลยนับแต่เลี้ยงเค้ามา ข้าวของในห้องก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรื้ออีกเหมือนกันค่ะ เค้าไม่เป็นหมาพาล เช่นไม่ได้ดังใจแล้วกัด มั่วๆไปทั่ว)

ส่วนโรคประจำตัวของเค้า..ก็คงเป็นของเค้าน่ะแหละ เพียงแต่เราช่วยเค้าให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เช่นอาหาร หรือยา ถึงวันที่เค้าต้องไปจากเรา เราก็ยังภูมิใจว่า เราดูแลเค้าอย่างดีที่สุดแล้ว เค้าไปสบายแล้ว ยังเหลือเราที่ยังต้อง สร้างบุญสร้างกุศลกันต่อไป...

อีกอย่าง..เห็นด้วยกับป้าวิอย่างมาก ที่ว่า ถ้าจะ คิด...(ย้อนหลัง) ก็ให้ คิดถึง เรื่องดีๆ ช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกัน ประโยคนี้ น่าจะใช้ได้ดีกับทุกอย่าง แม้กับการดำเนินชีวิตครอบครัวก็เช่นกัน บางทีมีมะโหเหมือนกันค่ะ มะโหเด็ก มะโหแฟน แต่พอย้อนคิดถึงวันวาน วันเก่าๆ หรืองานการต่างๆที่เด็กนั้นเคยช่วยเรามาก่อน ก็จะมะโหแว๊บนึง แล้วก็หยุด..เออ...ช่างเถอะ.. โอย..ถ้าเราเอามาคิดทุกอย่าง แล้วไม่ "ช่างเหอะ หรือช่างมันซะบ้าง" มีหวัง "บ้าแหงๆ" จริงมั้ยคะ ท่านผู้ชม!!

ช่วงกะลังมีน้อง...อารมณ์ยิ่งปรวนแปร..(เห็นคนอื่นๆน่ะค่ะ ตัวเองโสดค่ะ..อิ..อิ) ใจเย็นๆค่ะ ท่องไว้.. เอาใจช่วยค่ะ ..

กะว่าให้อ่านแล้วคลายเครียดนะเนี่ย ..อ่านแล้วเครียดกว่า ..อ๊ะป่าวเนี่ย..
โดย: แม่bobby [6 ก.ย. 50 1:01] ( IP A:58.9.93.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   อย่าท้อ และอย่าเครียด เลยค่ะ จะไม่เป็นผลดีใดๆ ...
บางที เราต้องใช้ คำว่า "ช่างมันเถอะ" ซะบ้าง เช่นบางทีเด็กทำแก้วเจียรไนแตก ถ้าเรา "เป็นฟืนเป็นไฟ" มันก็ร้อนใจเราเอง ต่อให้เราด่าเด็กและหักเงินเดือนเด็กสักเพียงใด แก้วใบนั้นก็แตกไปล้วอยู่ดี เราต้อง "ปล่อยวาง" เอ้าอยากขุดดิน ขุดสวน ..ขุดไป...มีเวลาค่อยซ่อมแซม หรือถ้าเห็นกำลังทำการใดๆ ลงโทษซะตรงนั้น กระตุกปลอกคอสั่งสอน พร้อมพูดเสียงเข้มๆพร้อมกับมองตาเค้าว่า ทีหลังอย่าทำ ทีหลังอย่าทำ...

คอยสังเกตเค้าซักระยะเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมคอยดุและลงโทษซะตรงนั้น น่าจะดีขึ้น (ขออภัย ที่ใช้ประสบการณ์ในการเลี้ยงหมาพียงตัวเดียวมาแนะนำ แต่บ๊อบบี้ไม่เคยทำของเสียหายให้ยุ่งยากใจเลยค่ะ เพราะพอเห็นเค้าจะคาบผ้าที่ตากไว้จะดุทันที สั่งว่า "ไม่" แรกๆก็ดึงเค้าออกมาจากราวซะหรือผลักหัวเค้าออกมา ตอนหลังเค้าก็ไม่เคยสนใจ ต่อให้ตากผ้าเต็มบ้านไม่เคยสนเลย ปล่อยให้นอนในห้องตัวเดียวพ่อแม่ออกไปซื้อของ พอปวดฉี่จะเห่าเรียกเด็กให้มาเปิด ถ้าไม่มาเปิดก็นอนอั้นฉี่ไว้รอจนกว่าแม่จะกลับมา ไม่เคยฉี่รดในห้องเลยนับแต่เลี้ยงเค้ามา ข้าวของในห้องก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรื้ออีกเหมือนกันค่ะ เค้าไม่เป็นหมาพาล เช่นไม่ได้ดังใจแล้วกัด มั่วๆไปทั่ว)

ส่วนโรคประจำตัวของเค้า..ก็คงเป็นของเค้าน่ะแหละ เพียงแต่เราช่วยเค้าให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เช่นอาหาร หรือยา ถึงวันที่เค้าต้องไปจากเรา เราก็ยังภูมิใจว่า เราดูแลเค้าอย่างดีที่สุดแล้ว เค้าไปสบายแล้ว ยังเหลือเราที่ยังต้อง สร้างบุญสร้างกุศลกันต่อไป...

อีกอย่าง..เห็นด้วยกับป้าวิอย่างมาก ที่ว่า ถ้าจะ คิด...(ย้อนหลัง) ก็ให้ คิดถึง เรื่องดีๆ ช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกัน ประโยคนี้ น่าจะใช้ได้ดีกับทุกอย่าง แม้กับการดำเนินชีวิตครอบครัวก็เช่นกัน บางทีมีมะโหเหมือนกันค่ะ มะโหเด็ก มะโหแฟน แต่พอย้อนคิดถึงวันวาน วันเก่าๆ หรืองานการต่างๆที่เด็กนั้นเคยช่วยเรามาก่อน ก็จะมะโหแว๊บนึง แล้วก็หยุด..เออ...ช่างเถอะ.. โอย..ถ้าเราเอามาคิดทุกอย่าง แล้วไม่ "ช่างเหอะ หรือช่างมันซะบ้าง" มีหวัง "บ้าแหงๆ" จริงมั้ยคะ ท่านผู้ชม!!

ช่วงกะลังมีน้อง...อารมณ์ยิ่งปรวนแปร..(เห็นคนอื่นๆน่ะค่ะ ตัวเองโสดค่ะ..อิ..อิ) ใจเย็นๆค่ะ ท่องไว้.. เอาใจช่วยค่ะ ..

กะว่าให้อ่านแล้วคลายเครียดนะเนี่ย ..อ่านแล้วเครียดกว่า ..อ๊ะป่าวเนี่ย..
โดย: แม่bobby [6 ก.ย. 50 1:01] ( IP A:58.9.93.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   อย่าท้อ และอย่าเครียด เลยค่ะ จะไม่เป็นผลดีใดๆ ...
บางที เราต้องใช้ คำว่า "ช่างมันเถอะ" ซะบ้าง เช่นบางทีเด็กทำแก้วเจียรไนแตก ถ้าเรา "เป็นฟืนเป็นไฟ" มันก็ร้อนใจเราเอง ต่อให้เราด่าเด็กและหักเงินเดือนเด็กสักเพียงใด แก้วใบนั้นก็แตกไปล้วอยู่ดี เราต้อง "ปล่อยวาง" เอ้าอยากขุดดิน ขุดสวน ..ขุดไป...มีเวลาค่อยซ่อมแซม หรือถ้าเห็นกำลังทำการใดๆ ลงโทษซะตรงนั้น กระตุกปลอกคอสั่งสอน พร้อมพูดเสียงเข้มๆพร้อมกับมองตาเค้าว่า ทีหลังอย่าทำ ทีหลังอย่าทำ...

คอยสังเกตเค้าซักระยะเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมคอยดุและลงโทษซะตรงนั้น น่าจะดีขึ้น (ขออภัย ที่ใช้ประสบการณ์ในการเลี้ยงหมาพียงตัวเดียวมาแนะนำ แต่บ๊อบบี้ไม่เคยทำของเสียหายให้ยุ่งยากใจเลยค่ะ เพราะพอเห็นเค้าจะคาบผ้าที่ตากไว้จะดุทันที สั่งว่า "ไม่" แรกๆก็ดึงเค้าออกมาจากราวซะหรือผลักหัวเค้าออกมา ตอนหลังเค้าก็ไม่เคยสนใจ ต่อให้ตากผ้าเต็มบ้านไม่เคยสนเลย ปล่อยให้นอนในห้องตัวเดียวพ่อแม่ออกไปซื้อของ พอปวดฉี่จะเห่าเรียกเด็กให้มาเปิด ถ้าไม่มาเปิดก็นอนอั้นฉี่ไว้รอจนกว่าแม่จะกลับมา ไม่เคยฉี่รดในห้องเลยนับแต่เลี้ยงเค้ามา ข้าวของในห้องก็ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรื้ออีกเหมือนกันค่ะ เค้าไม่เป็นหมาพาล เช่นไม่ได้ดังใจแล้วกัด มั่วๆไปทั่ว)

ส่วนโรคประจำตัวของเค้า..ก็คงเป็นของเค้าน่ะแหละ เพียงแต่เราช่วยเค้าให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เช่นอาหาร หรือยา ถึงวันที่เค้าต้องไปจากเรา เราก็ยังภูมิใจว่า เราดูแลเค้าอย่างดีที่สุดแล้ว เค้าไปสบายแล้ว ยังเหลือเราที่ยังต้อง สร้างบุญสร้างกุศลกันต่อไป...

อีกอย่าง..เห็นด้วยกับป้าวิอย่างมาก ที่ว่า ถ้าจะ คิด...(ย้อนหลัง) ก็ให้ คิดถึง เรื่องดีๆ ช่วงเวลาดีๆที่เคยมีร่วมกัน ประโยคนี้ น่าจะใช้ได้ดีกับทุกอย่าง แม้กับการดำเนินชีวิตครอบครัวก็เช่นกัน บางทีมีมะโหเหมือนกันค่ะ มะโหเด็ก มะโหแฟน แต่พอย้อนคิดถึงวันวาน วันเก่าๆ หรืองานการต่างๆที่เด็กนั้นเคยช่วยเรามาก่อน ก็จะมะโหแว๊บนึง แล้วก็หยุด..เออ...ช่างเถอะ.. โอย..ถ้าเราเอามาคิดทุกอย่าง แล้วไม่ "ช่างเหอะ หรือช่างมันซะบ้าง" มีหวัง "บ้าแหงๆ" จริงมั้ยคะ ท่านผู้ชม!!

ช่วงกะลังมีน้อง...อารมณ์ยิ่งปรวนแปร..(เห็นคนอื่นๆน่ะค่ะ ตัวเองโสดค่ะ..อิ..อิ) ใจเย็นๆค่ะ ท่องไว้.. เอาใจช่วยค่ะ ..

กะว่าให้อ่านแล้วคลายเครียดนะเนี่ย ..อ่านแล้วเครียดกว่า ..อ๊ะป่าวเนี่ย..
โดย: แม่bobby [6 ก.ย. 50 1:01] ( IP A:58.9.93.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ขออภัย..มาหลายครั้ง คลิกครั้งแรก ไม่โหลด ช้าๆไงพิกล ไม่แน่ใจกดอีกที สงสัยว่าเป็นที่เครื่องเราจะแฮ้งค์มัง..อู๊ย...มาซะเยอะ ..แย่เรยยยย
โดย: แม่bobby [6 ก.ย. 50 1:07] ( IP A:58.9.93.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อย่าท้อนะจ๊ะ

กำลังใจสำคัญที่สุด และมีค่ามากกว่า ยาไหนๆ ในโรคนี้ .. ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ถ้าเราเชื่อ และมีกำลังใจน๊า

ลัคกี้คงไม่อยากเจอลูกๆ เร็วเกินไปน๊า .. ให้เด็กๆ อยู่กะแม่ลัคกี้ดีฝ่า .. สู้ๆนะค๊า

โดย: cyril [11 ก.ย. 50 23:30] ( IP A:125.25.195.178 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน