อยากเปิดคอกสุนัข(ภายในบ้าน)ทำไงดี
   ตอนนี้ที่บ้านมีเชพเพอดอยู่ 4 ตัว เมีย 3 ผู้ 1 อยากเปิดเป็นคอกหมาทำไงบ้าง แล้วต้องพาหมาไปทำประวัติรึเปล่า (ประวัติการฉีดวัคซีนโดนทำกัดหมดแล้ว) จะต้องเริ่มทำอย่างไรก่อนเป็นอันดับแรก
โดย: tuimui [25 ก.พ. 48 22:02] ( IP A:203.145.21.143 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หมายความว่าไงคะ...เปิดเป็นคอกหมา??? ถ้าหมายถึงการเพาะหมาขายละก้อ ต้องคุยกันยาวสามร้อยตอน(ไม่)จบ ยาวกว่ามังกรหยก+เพชรพระอุมาอีกค่ะ

หมาที่มีอยู่อายุเท่าไหร่บ้างแล้ว? มีการจดทะเบียนตัว มีใบเพดดีกรี(ใบพันธุ์ประวัติ)ของสมาคมผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพอดแห่งประเทศไทยหรือเปล่า?
โดย: ป้าวิ [26 ก.พ. 48] ( IP A:203.172.57.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ป้าวิครับ...

ไม่มีอะไรเลยครับ แล้วก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง หรือว่าไม่ควรทำเป็นรูปแบบอะไรมาก ควรจะเพาะขายแบบชาวบ้านดีกว่ากันรึเปล่าครับ

ส่วนหมาตัวผู้อายุ 2 ปี 4 เดือน ส่วนตัวเมียอายุ 2 ปี 4 เดือน 2 ตัว อีกตัว 4 ปี 6 เดือน
โดย: tuinui [27 ก.พ. 48 22:44] ( IP A:203.145.21.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเลย นอกจากเรื่องหมาป่วย ตอนนี้ ขอให้เลี้ยงดูหมาที่มีอยู่ทั้งหมด ให้มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ พาออกไปเดิน-วิ่ง เล่นออกกำลังกายเป็นประจำ ให้เวลากับเขาให้มากๆ และพยายามฝึกเชื่อฟังคำสั่งพื้นฐานให้หมาทุกตัว ด้วยตัวเอง

หมาที่ไม่มีเอกสารใบพันธุ์ประวัติ จะไม่ได้รับการรับรองการเพาะพันธุ์จากสมาคมฯ แต่เรื่องที่สำคัญกว่าคือ การที่ไม่ทราบประวัติเทือกเถาเหล่ากอ ปู่ ย่า ตา ทวดของหมา ว่ามีข้อดี-ข้อเสีย อย่างไร ก็จะไม่ทราบว่า หมาตัวนั้นๆเหมาะสมที่จะนำมาเป็นพ่อแม่พันธุ์หรือไม่ ฯลฯ

เจ้าของหมา ที่คิดจะ เพาะพันธุ์หมา ของตัวเอง ต้องมี วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ในแง่ที่เป็นการสร้างสรรค์และพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้น เป็นวัตถุประสงค์หลัก ดังนั้น จึงต้องมีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการที่เกี่ยวข้อง...ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซับซ้อน และต้องใช้เวลาและประสบการณ์ยาวนานพอสมควร.....อย่างที่บอกไว้แล้วว่า ต้องคุยกันยาวกว่านิยายอมตะ......เพราะ สิ่งที่คุณจะสร้างให้เกิดมานั้น คือชีวิต อีกหลายชีวิต ที่มีหัวใจ มีเลือดเนื้อ มีมันสมอง มีอารมณ์ มีความรู้สึก ฯลฯ.....

สรุปเลยแล้วกันว่า ป้าวิไม่แนะนำให้คุณ เพาะพันธุ์หมาขายค่ะ ควร ทำหมันหมาทุกตัวที่มีอยู่ แล้วดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด เท่านี้เอง คุณก็จะมีชีวิตที่มีความสุขเป็นที่น่าอิจฉาของเพื่อนฝูงและคนรู้จัก เพราะคุณมีเพื่อนแท้ที่ดีที่สุดในโลกอยู่ถึง 4 ตัว

โดย: ป้าวิ [28 ก.พ. 48 7:02] ( IP A:203.172.57.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ถ้าเราแบ่งแบบง่ายๆ คนเพาะพันธุ์สุนัขจะมีสองประเภทด้วยกัน
1. ผู้เพาะพันธุ์ที่หวังผลเป็นตัวเงิน หวังผลกำไร
2. ผู้เพาะพันธุ์ที่ตั้งใจพัฒนาพันธุ์ หรือพัฒนาสายใดสายหนึ่งในพันธุ์นั้นให้ดีขึ้นไปตามแนวคิดเขา

ผู้เพาะพันธุ์ประเภทแรก เป็นผู้เพาะพันธุ์ที่คนรักหมาเกลียดที่สุด เพราะผู้เพาะพันธุ์ประเภทนี้จะตั้งหน้าตั้งตาผลิตหมาให้ได้มากๆ บางครอกให้หมาท้องปีละสองครั้ง เรียกว่าเป็นสัดเมื่อไหร่ก็ต้องท้องเมื่อนั้น หมาอายุเพียงหนึ่งปีก็ให้ท้องแล้ว เพื่อที่จะได้ผลิตลูกได้มากครอก ทำเงินให้มากที่สุด ผู้เพาะพันธุ์ประเภทนี้ ไม่คำนึงถึงสายพันธุ์ ไม่สนใจว่าหมาจะสวยงามตรงตามลักษณะสายพันธุ์ แข็งแรงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ปู่ย่าตาทวดหมาเป็นใครก็ไม่รู้ มีโรคตามพันธุกรรมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผู้เพาะพันธุ์ประเภทนี้จะรีบผลิตหมาอย่างเดียว แล้วเอาไปขายตามสวนจตุจักร หรือลงหนังสือขายครอกแล้วครอกเล่า บางทีก็เอาไปเปิดท้ายขายตามสถานที่ต่างๆ หมาที่ดูสวยงามหน่อยก็ขายแพงไปก่อน เพื่อให้ได้กำไรมากๆ ตัวที่สวยน้อยก็ขายแบบเลหลัง ลดแลกแจกแถม

แม่บู่เชื่อว่า คุณ tuinui ต้องไม่ใช่และไม่อยากเป็นผู้เพาะพันธุ์ประเภทนี้แน่นอน ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่เข้ามาถามหาความรู้

และถ้าคุณ tuinui อยากเป็นผู้เพาะพันธุ์ประเภทหลัง คือต้องการพัฒนาสายพันธุ์ ต้องยอมรับอย่างนึงก่อนนะคะว่า นี่ไม่ใช่อาชีพ ไม่มีกำไร ต้องมีทุนพอสมควร เวลาก็ต้องมีมาก และที่สำคัญที่สุด ต้องหาความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ ความรู้เกี่ยวกับผู้เพาะพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จ เพาะหมาได้ดี ถูกต้องตามหลักสายพันธุ์ มีการพัฒนาสายพันธุ์ ผู้เพาะพันธุ์ประเภทนี้ต้องเดินทางไปดูฟาร์มอื่นๆ ต้องหมั่นพาหมาไปร่วมกิจกรรม ร่วมการประกวด ทั้งในและนอกประเทศ ต้องมีความรู้เรื่องสายพันธุ์อย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่เราจะทำให้เกิดขึ้นมานั้นคือชีวิต ซึ่งจะให้กำเนิดชีวิตใหม่ต่อไปอีกไม่รู้จบ

ถ้าคุณ tuinui อยากเป็นผู้เพาะพันธุ์ประเภทหลังนี้ ประการแรกต้องเลี้ยงหมาพันธุ์นี้ให้รู้จักอย่างถ่องแท้เสียก่อน อ่านหนังสือให้มาก ลองไปดูฟาร์มหมาพวกนี้ในประเทศ เลือกฟาร์มดีๆ ที่เขามีจรรยาบรรณ หรือถ้ามาต่างประเทศสะดวกก็มาเลย เชื่อว่าเพื่อนในห้องนี้ยินดีแนะนำฟาร์มที่คุณควรไปดู บรีดเดอร์ที่แม่บู่รู้จักและนับถือ ส่วนใหญ่จะลองเลี้ยงหมาก่อนไม่น้อยกว่าสิบปีค่ะ เลี้ยงแบบเป็นหมาบ้านธรรมดา จากนั้นจึงวางแผนทำคอกหมา ต้องเริ่มจากแม่หมาที่มีใบพันธุ์ประวัติ มีปู่ย่าตาทวดที่ดี และแน่นอน ราคาแพงพอสมควร บ่อยครั้งที่บรีดเดอร์เหล่านี้ลงทุนแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมาเป็นรูปธรรม รูปธรรมที่ว่าคือตัวเงิน และแม่บู่รวมไปถึงคำยกย่องด้วย เช่น ซื้อลูกหมาที่มีสายเลือดเยี่ยม ดูท่าทางแล้วก็น่าจะดี แต่ปรากฎว่าโตมาแล้วไม่สวยเท่าที่ควร ไม่เข้าลักษณะ หรือลักษณะดี แต่นิสัยไม่น่าไว้ใจพอ เป็นต้นว่า เป็นสายพันธุ์ที่ควรจะกระตือรือร้น แต่หมากลับนิ่ง ขี้เกียจ อย่างนี้เรียกว่าเสียหมา

บรีดเดอร์ส่วนมากพลาดกันคนละหลายๆ ครั้งค่ะ แต่สิ่งที่เขาได้กลับมาคือประสบการณ์ อันเป็นตัวสำคัญที่สุดในการเพาะหมาให้ได้คุณภาพดี ที่ป้าวิบอกคุณให้เลี้ยงเจ้าสี่ตัวอย่างดี ก็เพื่อให้คุณได้ประสบการณ์ ใช้เวลาช่วงนี้เก็บเกี่ยวความรู้ให้มากที่สุด แม้ในวันนี้คุณจะยังทำสิ่งที่คิดไว้ไม่ได้ แต่ในอีกหลายๆ ปีข้างหน้า คุณอาจจะทำได้ก็ได้ ถ้าคุณมีใจรักในเชพเพอดอย่างจริงจัง มีความตั้งใจจะพัฒนาพันธุ์อย่างจริงจัง คอยเข้ามาคุยกับเพื่อนๆ ห้องนี้บ่อยๆ ไปทำกิจกรรมกับพวกเขา หรือขอไปเที่ยวบ้านป้าวิ คุณจะพบคำตอบที่มากกว่าคำบรรยายในบอร์ดนี้ค่ะ
โดย: แม่บู่ [28 ก.พ. 48 16:04] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบคุณครับทุกๆคำแนะนำ

แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นธุรกิจครับเพียงแค่อยากให้มันเป็นระบบเพราะหมาของผมเป็นสัดแต่ผมก็ไม่ได้ทับทุกครั้งที่เป็นสัดนะครับ ผมเห็นว่าในเมื่อผมมีแม่พันธุ์ที่ผมคิดว่าดีมาก ผมก็เลยอยากให้มันเป็นรูปแบบของที่ถูกต้องเพื่อให้คนที่เข้ามาซื้อมั่นใจว่าหมาที่คุณได้ไปเป็นหมาที่ดีมีคุณภาพ

แต่ผมก็ไม่ได้ผสมเองนะครับเพราะว่าพ่อพันธุ์ของผมเป็นพี่น้องกับแม่พันธุ์ผมต้องพาไปผสมที่อื่น ซึ่งเค้าก็เปิดเป็นคอกหมาเหมือนกันแต่ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นแบบถูกต้องรึเปล่าครับ มันเลยเป็นแรงบันดาลให้ผมอยากจะเปิดเป็นคอกหมาครับ

เท่าที่อ่านมาทำให้ผมขาดความมั่นใจว่าจะเปิดดีรึเปล่าครับ แต่ผมก็คงต้องเพาะหมาต่อไป เพราะคิดว่ายังมีคนที่รักเชพเพอดเหมือนผม ถ้าป้าวิกับ แม่บู่ ไม่ต้องห่วงนะครับว่าจะเป็นภาระของสังคมเพราะส่วนมากจะเป็นเพื่อนของพ่อ แม่ ผมที่มาซื้อ และผมก็ยังตามไปดูการเลี้ยงรวมถึงแนะนะบ้างเรื่องที่ผมรู้มาจากสัตว์แพทย์ประจำครอบครัวของผมให้เค้าฟังครับ

แล้วผมก็จะมาบอร์ดนี้เป็นประจำเพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับเชพเพอด เพราะผมรักความเป็นเชพเพอดมากครับ
โดย: tuinui [1 มี.ค. 48 18:09] ( IP A:203.145.21.120 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ว่าเรื่องมันยาวกว่ามังกรหยก+เพชรพระอุมา แถมยังซับซ้อนยิ่งกว่าอีกหลายเท่า

ทำไม ช่วงก่อนหน้านี้สัก 5-10 ปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นช่วงที่ ภาพรวมของหมาเยอรมันเชพเพอด โดยเฉพาะจากประเทศต้นกำเนิด คือเยอรมันเอง มีคุณภาพตกต่ำลงอย่างมาก ทั้งในเรื่องรูปร่างลักษณะ โครงสร้างร่างกาย ที่พยายามพัฒนากันให้ดูสวยงามตามความคิดของคน(ที่ต้องการซื้อ) จนเริ่มจะผิดรูปผิดร่างไปจากต้นสายพันธุ์ดั้งเดิมราวกับไม่ใช่หมาพันธุ์เดียวกันอีกต่อไป ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อสุขภาพและการเคลื่อนไหวเพื่อการใช้งาน ตลอดจนเรื่องของนิสัยใจคอ ความตื่นตัว ความกล้าหาญ ความมั่นคงทางอารมณ์ ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

บ่อยครั้ง ที่ได้ยินคนทั่วไปพูดถึงเชพเพอดว่า ขี้เกียจ ไม่ตื่นตัว เอาแต่กินแล้วก็นอน ไม่มีความอดทน ขี้ขลาด ขี้ระแวง ไม่มีความกล้าหาญในการต่อสู้ อ่อนแอ เลี้ยงยากเรื่องมาก เพราะ ป่วยง่าย ไม่ทนทานต่อโรคต่างๆ ฯลฯ ซึ่ง ก็เคยเจอเชพเพอดที่เป็นอย่างที่เขาพูดกันอยู่มากมายจริงๆเสียด้วย น่าสงสารหมาที่สุด ที่ถูกทำให้เกิดมาเป็นแบบนั้น

ทำไม ทางองค์กรที่เกี่ยวข้อง เขาจึงพยายามกำหนด กฏระเบียบ ข้อปฏิบัติในการเพาะพันธุ์หมา ไว้อย่างเคร่งครัดเป็นระบบ แต่...การปล่อยปละละเลย ปรานีปรานอมยอมกันไป เมื่อมีการทำผิดข้อกำหนด กฏระเบียบที่วางไว้ดั้งเดิม ก็ยังมีอยู่มากมายในทุกสังคม จึงทำให้เกิดปัญหาอย่างที่กล่าวมา แล้วผู้ที่ต้องรับกรรมก็คือ บรรดาเยอรมันเชพเพอด ที่เรารักนี่เอง ไม่ใช่ใครอื่น

ตัวป้าวิเอง หยุดเพาะหมามานานแล้ว แม้จะมีพ่อ-แม่พันธุ์ จากสายพันธุ์ที่ดีอยู่หลายตัว และมีหมาเยอรมันเชพเพอดที่ยังคงลักษณะและนิสัยใจคอของเยอรมันเชพเพอดดั้งเดิมอยู่ แต่ก็ไม่เคยมั่นใจ ว่าตัวเองมีความรู้และประสบการณ์ด้านการเพาะพันธุ์หมา.....มากพอ และ ดีพอที่จะเป็นบรีดเดอร์ที่ดีได้

สิ่งที่ตัวเองมั่นใจว่าสามารถเป็นได้อย่างดีที่สุด ก็แค่ เป็นเจ้าของหมาที่มีความสุข เท่านั้นเอง และแม้จะสามารถเพาะหมาออกมาได้ ก็ไม่เคยมั่นใจว่า จะมีใครเอาหมาที่เราเพาะออกมาไปเลี้ยงได้ดีและมีความสุขอเหมือนย่างที่เราเลี้ยงเขา

ทุกวันนี้ เมื่อคิดไปถึงครั้งที่เคยเพาะหมา จะมีความรู้สึกผิดอย่างมากเหมือนเป็นแผลอยู่ในใจตลอดมา จึงพยายามดิ้นรน หาทางช่วยเหลือหมาที่...ถูกทำให้เกิดมาแล้ว และต้องประสบปัญหาต่างๆนานา ต้องตกระกำลำบากพลัดพรากจากเจ้าของ ฯลฯ ให้เขาได้มีชีวิตอย่างเป็นสุขที่สุด เท่าที่จะทำได้

ที่คุณแม่บู่พูดมาทั้งหมด ตรงใจป้าวิที่สุดค่ะ
โดย: ป้าวิ [2 มี.ค. 48 9:46] ( IP A:203.172.57.78 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   คัดจากบางตอนของกระทู้ ในเวบบอร์ด RealGSD หัวข้อเรื่อง To Breed or Not To Breed..That Is The Question.

*Breeding for any one trait is irresponsible breeding.
*Breeding to make a bit of money is irresponsible breeding.
*Breeding to simply produce dogs and fulfil a market is irresponsible breeding.
*Breeding without doing everything possible to ensure healthy puppies and dogs is irresponsible breeding.

Make sure you don’t join the ranks of the irresponsible.


และ..

" I believe that the puppies resulting from the breeding will be an asset to the development of the breed.”

This is the only reason that any one should consider breeding a litter and even then there are serious questions to consider. You should have spent at least two to three years of serious interest in the breed, including belonging to various breed and working clubs, completed in shows (in conformation, obedience and/or agility) or performance events to demonstrate your dog’s worthiness to be bred, have a substantial knowledge of the history of your breed and its standard, have looked at as many different lines and specimens of your breed as possible (you will learn as much looking at poor specimens as you do with outstanding specimens, provided there is a balance between the two), and talked extensively with the old-timers of the breed about their experiences and where they see the breed going (even if you don’t necessarily agree on all issues , these people still have a wealth of information). Your dog should closely match the breed standard and free of any temperament problems or serious health or genetic defects. Look at your dog with critical eyes, seeing all the faults as well as all the good aspects; a critical eye is mandatory if you seriously want to breed better dogs. And, after taking all this into consideration, you need to ask yourself if you can ensure that the puppies produced go to the types of homes that you would want to live in.

โดย: ป้าวิ [2 มี.ค. 48 20:43] ( IP A:203.172.116.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   และ......
*Some breeders lose the distinction of breeder and join the ranks of backyard breeders, puppy farmers, and even the design-a-dog category (by intensifying on one or several traits rather than the overall standard) when they lose track of the objective of breeding which should be solely and entirely the betterment of the breed .

*These are often wonderful people who at one time and held the greatest respect through their ability to breed with the future in mind, having a plan and a goal. Having worked hard to get the respect and become true breeders, these breeders gave up somewhere along the line, believing that everything they produced was the best without clearly looking at where they were going.

*Many of these people now simply put dog A with dog B because they own them or they are top winning dogs and they don't bother to look beyond. Breeders cannot afford to sit upon their laurels, nor can they simply start looking at each litter as a way to pick up a bit of money and start compromising their integrity and reputation by cutting corners.

** It's a tough life that we, as breeders , have, but it is one that we have chosen and to do less than our very best each time is not only neglectful to our dogs, but is dishonest to the breed and dog world in general , as well as those who trust that we live up to our reputation.

โดย: ป้าวิ [2 มี.ค. 48 21:03] ( IP A:203.172.116.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขอบคุณมากครับ
โดย: tuinui [2 มี.ค. 48 23:24] ( IP A:203.145.22.250 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน