ไดอารี่ซิลเวอร์ วันที่ 1 : ชามน้ำหรรษา... เขี่ยอยู่นั่นแหล่ะ
   ช่วงระหว่างเดินทาง ซิลเวอร์นิ่งกว่าที่คิดไว้ มีตอนแรกๆที่เห็นถอดสีหน้าแววตากลัวๆ ทำนองว่า จะเอากรูไปไหนว้า เดินกระสับกระส่าย แต่พอไปได้ซักระยะนึงก็เริ่มเมื่อย นอนดีกว่า แอร์เย็นดี ^ ^

หลังจากเอาบ้านปุ๊บ ก็ดิ่งไปแหมะตรงที่จะให้ฉี่ แต่เนื่องจากสายที่จูงมันเป็นสายหนัง ก็เลยวานให้พี่เขยผมถือให้หน่อย... พอกลับไปเอาสายโซ่มา อ่าว... หมาตรูหายไปไหนแล้วหว่า... ปรากฎพี่เขยผมเอาไปจูงเล่นแฮะ (แน่นอนสายตึงเปรี๊ยะ :-) ก็เลยไปเอากลับมาแหม่ะไว้ที่เดิม ใส่สายโซ่ แล้วก็ผูกไว้กับต้นไม้ นั่งรอมันฉี่... รอ รอ รอ รอ รอ รอไปเรื่อยๆ คุยกับมันมั่งเป็นครั้งคราว รอจนบ่นกะตาซิลเวอร์ว่า บ๊ะ ไอ้นี่ ต้นอื่นหล่ะอยากฉี่จั๊งงง อีสองต้นที่จะให้ฉี่ ดันทำเฉย...
รอไปราวๆ 30 นาทีได้มั้ง จนขี้เกียจและ... อ่ะ ไม่ฉี่ก็ไม่ฉี่ จริงๆก็ไม่ซีเรียสเรื่อง marking ด้วย ก็ปล่อยเลยตามเลยให้มัน mark ตามใจละกัน
หลังจากนั้นจูงงงง ไป ลากถูไถกันไปมา เดินวนซ้าย เวียนขวา หันหน้าหันหลัง พร้อมกับบอกไปว่า "ซิลเวอร์" เว้นหนึ่งจังหวะ แล้วกระตุกสายพร้อมคำว่า "ทางนี้" จูงไปได้ราวๆชั่วโมงกว่าๆ(มั้ง) จนเริ่มมืด เริ่มเหนื่อยและมึน ก็เอาน้ำไปเซิร์ฟตาซิลเวอร์ ตรงนี้แหล่ะที่สงสัย

ผมล่ามเจ้าซิลเวอร์ไว้กับต้นไม้ เดินไปหยิบชามเปล่ามา ใส่น้ำเกือบๆเต็ม แล้วเอาไปให้ ก่อนให้ก็สั่งให้นั่ง พอวางชามลงบนพื้นเท่านั้นแหล่ะ แหม่ สงสัยหิวจัด เขาเอาขาหน้าจุ่มลงไปในน้ำ แล้วลากเข้าหาตัวอย่างเร็ว พร้อมกับซดน้ำอย่างลืมตาย จนเกลี้ยง... (เพราะไอ้ตอนที่ลากไปนี่น้ำกระฉอกเกือบหมด...)
ก็เลยเอาชามนั้นไปล้างดินออก แล้วเอาไปเสริฟให้ใหม่... เหมือนเดิม วางแหม่ะ ปุ๊บ ลากปั๊บ พร้อมกับกินน้ำปกดินอีกตามเคย - -'

อ่ะ ทีนี้เลยลองใหม่ ไปเอาชามเปล่าอีกชามมา พร้อมกับขันตักน้ำ เติมน้ำในขันให้เต็ม สั่งให้นั่ง เอาชามเปล่าวางไว้ (มันก็เข้ามาดมๆ เขี่ยๆ ไหงน้ำไม่มีหว่า) ผมก็รินน้ำจากขันลงไป มันก็กินๆๆๆๆ กินไปแป๊บนึง เอาอีกแล้ว เขี่ย น้ำกระฉอก.. ก็เริ่มสงสัยแล้วว่า อย่างงี้ไม่ใช่อาการหวงของกินซะแล้วหล่ะมั้ง... พอน้ำกระฉองมากๆเข้า แถวนั้นก็เริ่มเปียก ตานี่ก็ขุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จะขุดไปทำอาร๊ายยย (สังเกตุจะขุดแต่ไอ้ตรงที่มีน้ำ)

จัดการเปลี่ยนน้ำสะอาดให้ใหม่วางไว้ในบ้าน แล้วค่อยเอาตาซิลเวอร์เข้าบ้าน เข้าไปมันก็ดมๆๆๆ รอบๆบ้าน มาเจอชามใส่น้ำ ฮ่าๆๆ จะเหลือเร๊อะ เขี่ยชามน้ำเข้าหาตัวเหมือนเดิม (เอาขาหน้าจุ่มลงไป แล้วตวัดไปข้างหลังอย่างแรง พอพื้นเปียกก็ขุดๆๆๆๆๆๆๆ ขุดอยู่นั่นแหล่ะ พื้นกระเบื้องเนี้ยนะ

จากนั้นก็ไปเตรียมอาหาร เปิดตู้เย็น อ่าว.. ไก่หายไปไหนว่า.. อ้อ แม่ผมกลัวไม่สด ย้ายจากช่องข้างล่างขึ้นไปช่องฟรีส แล้วงี้ซิลเวอร์จะกินไรหว่า - -'

ตกลงมื้อแรกเลยต้องให้อาหารเม็ดเป็นออร์เดิฟร้อนไปก่อน ก่อนจะซิ่งรถไปซื้อโครงไก่ในห้าง ปลอกคอหนัง สายจูง5เมตร แล้วก็ของเล่นเพิ่มเติม พร้อมกับแวะกินข้าวเย็นด้วย

กลับมาก็เอาเขาออกไปฉี่ (ซัดน้ำไปเยอะหนิ) พร้อมกับให้ซี่โครงไก่ที่ซื้อมา กินเสร็จก็เอาออกไปวิ่งนอกบ้าน (เพราะเริ่มไม่ดึงสายแล้ว)
กลับมาก็กินน้ำจากที่เหลือจนหมด ก็ไปเติมมาให้ กินต่อ พอกินเสร็จ เขี่ยชามน้ำอีกแล้ว... มันจะอาไรกันว๊า

หลังจากนั้นก็นั่งคุยกะเขา เอาหนมไปให้กินเล่น (ชอบเจอร์ไฮมากกว่าซี่โครงไก่อีก ตานี่
จับเช็ดตัว แปรงขนตรงที่เปียกๆ
ทำเสร็จ มันก็กลับไปนอนแหมะตรงที่มีน้ำเปียกๆให้เจ้านายชื่นใจเล่น - -'

ครึ่งวันแรกก็จบเท่านี้..
ที่สงสัยคือ ไอ้เรื่องชามน้ำนี่ทำยังไงดี ไม่อย่างนั้น นอนขนเปียกๆ กินน้ำเปื้อนดินตลอดนี่ไม่ไหวแน่ๆ จะไม่สบายเอา...
โดย: MaSaChi [22 พ.ค. 48 22:27] ( IP A:58.10.161.133 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   มาเล่าให้อ่านอย่างนี้ดีครับป้าวิจะได้หายคิดถึง
และเพื่อนๆจะได้มีอะไรอ่านสนุกๆ

จริงๆไก่แข็งนี่เอาไปเข้า microwave สัก 1 นาทีน้ำแข็งก็น้ำจะละลายหมดได้นะครับ

แล้วได้ทบทวนบทเรียน ชิด นั่ง หมอบ คอย ให้เจ้าซิลเวอร์รึเปล่า เดี๋ยวที่เรียนมาจากบ้านป้าน้องหมาเค้าจะลืมซะหมด
โดย: Nuno [22 พ.ค. 48 22:37] ( IP A:58.64.127.6 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   wave ไม่ได้ครับ กระดูกมันจะสุก แปรรูป ทำให้ทิ่มคอสุนัขได้

ซิลเวอร์ตอนนี้ทำได้แต่นั่งกับหมอบครับ
โดย: MaSaChi [22 พ.ค. 48 22:45] ( IP A:58.10.162.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อาหารสดที่เอาเข้าช่องแข็ง เมื่อเอาออกมาแล้วห้ามใส่เข้าไปอีกเป็นอันขาด ป้าวิไม่เคยเอาไก่ใส่ช่องแข็ง จะเอาไว้ในตู้เย็นธรรมดา ใส่ภาชนะเปิดเอาไว้

ใช้ถังใส่น้ำ ทำที่แขวน สูงจากพื้นพอที่จะให้เขากินได้สะดวก อย่าวางบนพื้น อยู่ที่นี่ ชามน้ำ ชามข้าว จะมีที่แขวนกับตะแกรงเหล็กที่กั้นคอกเขา ไม่ได้วางที่พื้น

ก่อน และ หลัง การให้อาหาร ต้องพักหมาอย่างน้อย 1.5-2 ชั่วโมง ถ้ากินเสร็จใหม่ๆแล้วไปออกกำลังกายหรือเล่น หรือว่าเพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆแล้วให้กินอาหารทันที หมาอาจไม่สบายได้ สำหรับการให้อาหารบารฟ ไม่จำเป็นต้องให้กินน้ำมากหลังอาหาร ให้นิดหน่อยก็พอ เพราะในอาหารสดดิบมีน้ำอยู่มากพอสมควรแล้ว
โดย: ป้าวิ [22 พ.ค. 48 23:29] ( IP A:203.172.57.25 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    อาหารสดที่เอาเข้าช่องแข็ง เมื่อเอาออกมาแล้วห้ามใส่เข้าไปอีกเป็นอันขาด

เพราะอะไรหรอครับ ป้าวิ
โดย: PHaT [23 พ.ค. 48] ( IP A:61.90.74.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ลองไปศึกษาตามเวบบารฟต่างๆดูเองแล้วกัน เคยอ่านพบว่า การฟรีซอาหาร ที่เคยฟรีซมาแล้ว จะเกิดกระบวนการที่ทำให้อาหารเป็นพิษได้ และเคยถามฝรั่งที่เขาให้หมากินบารฟ เขาก็บอกเหมือนกัน และอธิบายกระบวนการให้ฟังด้วย แต่ตอนนี้ สมองไม่เก็บข้อมูลทางวิชาการแล้ว จำไม่ได้เลย จำได้แต่ข้อสรุป ที่บอกไว้นั่นแหละ

คิดอย่างเดียวว่า อะไรที่มีแนวโน้มว่าจะไม่ดีต่อหมาเรา เราก็ไม่ทำ การฟรีซอาหารทุกอย่าง แบ่งทำเป็นแพคๆพอกินใน 1 มื้อ เวลาจะให้หมา ก็เอาออกมาทีละแพคเอามาวางไว้ในช่องธรรมดา หรือเอาออกมาวางข้างนอกล่วงหน้า ไม่ใช้ไมโครเวฟ พยายามทำผิดธรรมชาติให้น้อยที่สุด

ไก่หรือเนื้อวัวดิบ ที่ใส่ตู้เย็นไว้ในช่องแช่เย็นธรรมดา แล้วกลิ่นไม่ค่อยดี ยังอันตรายน้อยกว่า
โดย: ป้าวิ [23 พ.ค. 48 8:56] ( IP A:203.172.57.92 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ของคุณครับป้าวิ วันนี้ไปซื้อชามข้าวแบบมีขาตั้งแล้ว ได้กินอย่างสบายใจซะที

เรื่อง refreeze ทางประเทศเมืองหนาวเขาก็มีปัญหากันพอสมควรครับ
อย่างในประเทศอังกฤษ เมื่องสามสี่ปีที่แล้ว หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนในประเทศเขาเกิดอาการอาหารเป็นพิษ ก็เนื่องมาจากการนำของสดที่ deforst แล้ว มาเข้าช่องแช่แข็งใหม่

ทำไม ต้องห้าม refreeze นั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน โดยเฉพาะ กระบวนการที่ทำให้อาหารเป็นพิษ อันเนื่องมาจากการ refreeze โดยตรงนั้น ผมนึกไม่ออกแฮะ

แต่มี fact อยู่สองสามอย่างที่พอจำได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ (สำหรับคนนะครับ หมาไม่ทราบ)
bacteria ส่วนใหญ่ รวมไปถึงพวก Salmonella ที่เป็นตัวก่อให้เกิดพิษในอาหาร จะเจริญเติบโตได้เร็วในอุณหภูมิที่เกินกว่า 2-4C หรือ 40F

ในต่างประเทศทั้ง USA หรือ UK ต่างแนะนำว่าไม่ควรนำอาหารสดที่ออกมาละลายแล้ว กลับเข้าช่อง freeze ใหม่ แต่ถ้าอาหารสดนั้นยังคงเป็นสภาพน้ำแข็งอยู่ ไม่ละลาย หรือ ถูกทำให้ละลายอยู่ในที่ที่อุณหภูมิไม่เกิน 40F ก็สามารถนำกลับไปแช่ใหม่ได้ครับ

ที่สำคัญ หากไม่แน่ใจว่าอาหารเสียหรือไม่ เขาแนะนำให้ทิ้งโดยทันทีเหมือนกับที่ป้าวิบอกครับ
โดย: MaSaChi [23 พ.ค. 48 23:36] ( IP A:58.10.161.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ทีนี้มาความเห็นส่วนตัวบ้าง

ผมคิดว่าการที่ประเทศในเมืองหนาวเหล่านั้นสอนให้คนห้าม refreeze เพราะว่าเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนเหมือนบ้านเรา การนำอาหารออกมาทิ้งไว้ในอุณภูมิห้อง ไว้นานๆก็ยังไม่ทำให้มีการแสดงผลว่าอาหารนั้นเสีย อย่างเช่นกลิ่นก็ไม่เปลี่ยน สีก็ไม่เปลี่ยน
ช่วงระยะเวลาที่ของสดเริ่มเสียแล้วแต่ยังไม่สามารถสังเกตุได้นั้น ในเมืองหนาวจะมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าเมืองร้อนอย่างบ้านเรา ที่ทิ้งไปแป๊บเดียวสีก็เรื่องเปลี่ยนแล้ว

เหตุนี้จึงทำให้คนคิดว่าไม่เป็นไร ยังสามารถเก็บแช่ไว้กินต่อได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะถ้าเนื้อสดถูกทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องจนน้ำแข็งละลาย แสดงว่าเชื้อแบคทีเรียต่างก็เริ่มแบ่งตัวอย่างรวดเร็วแล้ว ซึ่งหลายๆตัวก็ก่อให้เกิดสารพิษได้ การนำของเข้าช่องฟรีสก็ไม่ได้ไปฆ่าแบคทีเรียเหล่านี้ เพียงแค่ฉลอการแบ่งตัวเท่านั้น

เพื่อเป็นการป้องกัน ทางประเทศนั้นๆจึงสอนไม่ให้นำกลับไปแช่ช่องแช่แข็งใหม่...

ส่วนตัวผมไม่เห็นว่ามันจะมีสาเหตุพิเศษอื่นใดนอกเหนือจากนี้ ที่ทำให้อาหารเป็นพิษได้ จากการนำของไปแช่ใหม่
แต่ถ้าใครทราบอะไรนอกเหนือจากนี้ หรือมีความคิดเห็นอื่นใด ช่วยเสริมหรือแย้งได้เลยครับ

ส่วนตาซิลเวอร์วันนี้เริ่มชินขึ้นแล้ว เป็นดื้อน้อยลง วันนี้เอาออกมาเดินเล่นสั้นๆ เป็นสิบรอบได้มั้ง ยังมีดึงสายบ้าง แต่ถ้าเรียกชื่อก็หันมามองหยุดดึงแล้ว อิอิ

วันนี้ไหนๆก็ต้องทำความสะอาดห้อง ก็เลยจับอาบน้ำไปด้วย เพิ่งรู้ตานี่กลัวที่เป่าผม ฮ่าๆๆๆ

วันนี้ที่ประสบความสำเร็จคือ เขาไม่ challenge ผมแย้ว ฮ่าๆๆๆ

เด๋วว่างๆจะมาโพสพร้อมถ่ายรูปให้ยลกัน วันนี้ไปนอนก่อนเน้อ
โดย: MaSaChi [24 พ.ค. 48] ( IP A:58.10.162.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ยินดีกับคุณMaSaChiและเจ้าซิลเวอร์ ที่ไปด้วยกันได้ดี
โดย: snooker [24 พ.ค. 48 8:50] ( IP A:203.156.41.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
    วันนี้ที่ประสบความสำเร็จคือ เขาไม่ challenge ผมแย้ว ฮ่าๆๆๆ

ดีใจด้วยมากๆ...แต่ จงตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ...

ไม่ต้องอาบน้ำแกบ่อย ถ้าสกปรกก็ล้างเฉพาะที่ ปกติเช็ดตัวก็พอค่ะ อย่าลืมพูดคำสั่งไปด้วย เวลาแกทำท่าต่างๆ และควร ทำแบบฝึกหัดท่าหมอบ ทุกวัน เพื่อรักษาสถานะในฝูง

โดย: ป้าวิ [24 พ.ค. 48 9:46] ( IP A:203.172.57.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เขียนได้น่าอ่านมากค่ะ
มาเขียนบ่อยๆนะคะ
โดย: khunwaiwai [24 พ.ค. 48 11:41] ( IP A:61.19.220.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ไม่ได้มาอ่านนาน พออ่านแล้วเรื่องเจ้าซิลเวอร์ ก็สนุกดีนะค่ะ
เล่าบ่อยๆๆต่อไปนะค่ะ เหมือนดาราเลย จะได้รุ้ด้วยว่าการเลี้ยงนั้นยุ่งยากมากมัยค่ะ ถ่ายรูปมาให้ดูบ้างดินะค่ะ
โดย: แว่น s_van47@yahoo.com [24 พ.ค. 48 15:15] ( IP A:58.8.155.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ไม่เห็นมาเล่าเรื่องซิลเว่อร์ต่อเลย
โดย: ป้าวิ [25 พ.ค. 48 10:11] ( IP A:203.172.57.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    ใช้เลยค่ะ เห็นด้วยกับป้าวิ ว่าไม่เห็นเล่าเรื่องซิลเวอร์อีกเลย เล่าหน่อยดิ
โดย: แว่น s_van47@yahoo.com [3 มิ.ย. 48 23:21] ( IP A:58.8.153.141 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน