ขอความคิดเห็นค่ะ...ข้อควรปฏิบัติ(จรรยาบรรณ)สำหรับ ศูนย์ฝึก หรือสถานที่รับฝากเลี้ยงสุนัข
   จากกระทู้..
https://www.pantown.com/board.php?id=322&name=board1&topic=977&action=view

และ ผู้สนใจในเหตุการณ์นี้ มาร่วมออกความคิดเห็น...
https://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J3546973/J3546973.html

กับเรื่องราวต่อมา จากคำบอกเล่าของเจ้าของสุนัข...
https://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J3556410/J3556410.html

ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะใส่ใจในเรื่อง ข้อควรปฏิบัติ หรือจรรยาบรรณ ของบรรดาคอก หรือศูนย์ฝึกสุนัข เพื่อคุณภาพชีวิตของตัวสุนัข สายพันธุ์ที่เรารัก เราควรจะวางมาตรการอย่างไร ในเรื่องทำนองนี้กันดี

ช่วยกันออกความคิดเห็นหน่อยค่ะ
โดย: ป้าวิ [21 มิ.ย. 48 12:24] ( IP A:203.172.57.99 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   https://www.pantown.com/board.php?id=322&name=board1&topic=982&action=view

ข้างบนนี้ก็น่าจะเป็นที่เดียวกัน ขอความคิดเห็นที่มีต่อเรื่องนี้ จากผู้เกี่ยวข้อง หน่อยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของศูนย์ฝึกฯ เจ้าของสุนัขท่านอื่นๆ และ สมาคมเชพเพอดฯ ค่ะ

ขอร้องค่ะ มาช่วยกันแสดงความคิดเห็น ระดมสมอง เพื่อวางมาตรการ ป้องกัน ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ทำนองนี้มากขึ้น บ่อยขึ้นไปกว่านี้อีก
โดย: ป้าวิ [21 มิ.ย. 48 12:42] ( IP A:203.172.57.99 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   นกเปิดโรงเรียนฝึกหมามาเกือบ 3 ปี ยังไม่เคยเจอปัญหาเรื่องสุนัขของลูกค้าตายเลย จะมีก็ของตัวเองนี่แหละค่ะ ซึ่งคิดว่าโชคดีบนความโชคร้ายที่เป็นของตัวเอง ถ้าเป็นของลูกค้าก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเหมือนกัน สาเหตุการตายนั้นก็ให้หมอผ่าซากดู เนื่องจากสุนัขตัวนั้นเพิ่งอายุ 10 กว่าเดือนและที่สำคัญ ได้รับวัคซีนครบแล้ว ปรากฎว่าคุณหมอบอกว่าเป็น accute heart failure หรือหัวใจวายอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ เราก็มานั่งคิดดูว่าถ้าเป็นสุนัขของลูกค้าเนี่ย! บอกอะไรไปก็คงจะไม่เชื่อหรอก
มาพูดถึงเรื่องสุนัขป่วยกันบ้าง ถ้าจะบอกว่าคอกนกไม่เคยมีสุนัขป่วยเลย เนี่ย มันก็จะดูสตอ..ไปหน่อย อาการป่วยของสุนัขที่พบบ่อยที่สุดในคอกคือเป็นหวัดเล็กๆน้อยๆ เท่านั้นค่ะ ในช่วงหน้าหนาวเพราะที่ปากช่องอากาศหนาวจริงๆ บวกกับลมด้วย ส่วนสุนัขที่เป็นลำไส้อักเสบ หรือไข้หัด เคยมีอยู่ 2 ตัวค่ะ เป็น ลูกหมา ซึ่งนกเพิ่งซื้อมาจึงแยกเลี้ยงไว้ พอเห็นไม่สบายก็พาหมาไปหาหมอที่ รพ.สัตว์เกษตรฯ มาวันเว้นวัน พอหมอตรวจเลือดพบเชื้อ pavo กะ distemper อยู่ก็จัดการแยกที่พักไปคนละฝั่งถนนเลยค่ะ ทุดวันนี้ไอ้เจ้าถั่วแดงกะถั่วงอกก็ยังอยู่สบายดี วิ่งร่า ตอนนี้จะ 2 ขวบแล้วค่ะ รักษากันจนหายนั่นแหละค่ะ
ส่วนพวกโรคยอดฮิตติดอันดับคือ พยาธิเม็ดเลือดนั้น ยังไม่เคยมีลูกค้าบอกว่าเป็นนะคะ นกกลัวมากกะพวกเห็บเนี่ย ที่คอกปากช่องการันตีได้เลยว่าไม่มีแน่นอน จะมีก็จากหมาใหม่ที่เข้ามาแต่ก็จะทำการกำจัดก่อนเข้าห้องรวมกะตัวอื่น หรืออีกทีเวลาไปออกงานกลางแจ้งที่มีสนามหญ้าก็จะมีของฝากติดมาด้วยจึงจำเป็นจะต้องจัดการกันก่อนเข้าคอกเป็นอันดับแรกค่ะ
ส่วนสุนัขที่ไม่สบายก็จะแจ้งให้เจ้าของทราบและพาไปหาหมอให้รักษาค่ะ ส่วนค่ารักษาพยาบาลจะเก็บที่ลูกค้าค่ะ
โดย: นก [21 มิ.ย. 48 14:54] ( IP A:202.183.135.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   *** สุนัขที่ไม่สบายก็จะแจ้งให้เจ้าของทราบและพาไปหาหมอให้รักษา ***

เห็นด้วยกับคุณนกค่ะ ในข้อนี้

ปัญหา จากกระทู้ที่ลิ้งค์มาให้ เกิดจากการที่ ทางศูนย์ฝึก ไม่แจ้งและปรึกษาเจ้าของทันที เมื่อหมามีอาการไม่สบาย แต่ได้ให้ยารักษาเอง และ เมื่อหมาตาย ในวันรุ่งขึ้น ก็ไม่รีบแจ้งเจ้าของไปตามความเป็นจริง เมื่อไม่ทราบสาเหตุการตาย ก็ ไม่มีการ ส่งซากไปชัณสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย กลับรีบฝังทันที

ข้อควรปฏิบัติ ที่ ศูนย์ฝึก+รับฝากเลี้ยง ควรถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด คือ เมื่อหมามีลักษณะ อาการผิดจากปกติ ต้องแจ้งเจ้าของให้รับทราบทันที การให้ยา และทำการรักษาต้องปรึกษาหรือแจ้งให้เจ้าของรับทราบก่อนทุกครั้ง
โดย: ป้าวิ [21 มิ.ย. 48 15:35] ( IP A:203.172.57.49 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ส่วนมาตรการป้องกันที่นกทำคือ
ในส่วนของสุนัข
1. รับสุนัขอายุ 6 เดือนขึ้นไป เข้ารับการฝึก เพราะในช่วงวัยนี้สุนัขมีการพัฒนาการด้านร่างกายและภูมิต้านทานค่อนข้างดีแล้ว
2. สุนัขต้องได้รับวัคซีนให้ครบ จะถามหรือขอดูประวัติวัคซีนทุกครั้ง
ในส่วนของการจัดการ
1. ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่จะต้องคนึงถึง คอกของนก พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่ามีกลิ่นน้อยมาก นอกจากมีตัวแสบแอบขี้ในคอก แบบเข้าไปในคอกหมาแล้วไม่ต้องปิดจมูก เคยบอกพวกครูฝึกว่าให้ลองเข้าไปอยู่สัก ครึ่งชั่วโมงสิ ถ้าคอกเหม็นเรารู้ส฿กยังไงบ้าง แล้วหมาๆต้องอยู่ในคอกนานกว่าเราตั้งไม่รู้เท่าไหร่มันจะรู้สึกแย่แค่ไหน
2. การควบควมเห็บ นกให้ความสำคัญเป็นอันดับต่อมา เนื่องจากเห็บเป็นพาหะนำโรคไม่เฉพาะพยาธิเม็ดเลือด ยังรวมถึงการแพ้น้ำลายเห็บ-หมัดอีก และเป็นที่น่ารำคาญด้วย
3. การควบคุมโรคติดต่อ ควรมีสถานที่แยกสุนัขที่เป็นโรคออกจากตัวอื่น

สิ่งที่อยากจะทำ เคยทำแล้วแต่ไม่ได้ทำต่อคือเนื่องจากต้องส่งเลือดเข้าตรวจที่กรุงเทพฯ การตรวจเลือดสุนัขก่อนเข้าฝึกและหลังจบ เป็นประโยชน์ต่อทั้งศูนย์ฝึกและเจ้าของ ไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่าติดพยาธิเม็ดเลือดมาจากไหน สามารถประเมินสุขภาพสุนัขได้ด้วยก่อนเข้ารับการฝึกว่าไอ้ตัวเนี้ยะเนี่ย มันแข็งแรงดีรึเปล่า
โดย: นก [21 มิ.ย. 48 16:18] ( IP A:202.183.135.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   จริงๆเคสที่เพิ่งลงไปในกระทู้เนี่ย ยังไม่ได้ข้อสรุปเลยว่าตกลงหมาเป็นอะไรตาย ซึ่งหมาอาจจะหัวใจวาย หมาอาจจะกระเพาะบิดตายก็ได้ ขนาดหมาที่เลี้ยงเองในบ้านยังเกิดการตายกระทันหันได้ ฉะนั้นยังไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นเพราะความแย่ของศูนย์รับฝาก ทำให้หมาตาย แต่อย่างไรก็ดี น่าจะมีการชัณสูตรกันทันทีที่หมาตายเพื่อให้เคลียร์กันทั้ง 2 ฝ่าย การที่ไม่ส่งชัณสูตรทำให้เกิดความคาใจและอคติแก่ศูนย์รับฝากนั้นๆได้

น่าจะมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ควบคุม ตั้งกฎเกณฑ์มาตรฐาน และออกใบรับรองแก่สถานที่ๆรับฝากสัตว์เลี้ยง โดยสมาชิกต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแก่หน่วยงานนั้นๆ เพื่อให้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ เช่นสุ่มตรวจเยี่ยมสถานรับฝากสัตว์เลี้ยง ทำทะเบียนประวัติ

การแจ้งแก่หน่วยงานทุกครั้งที่มีการรับและส่งคืนสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของก็ช่วยให้ไม่มั่วได้ แต่หากทำให้เกิดความยุ่งยากล่าช้ามากเกินไป ก็อาจจะเป็นแค่เจ้าของสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงต้องออกเอกสารให้ชัดเจนถึงรายละเอียดของสัตว์เลี้ยงว่าสภาพร่างกายเป็นเช่นไร มีโรคอะไรเป็นมาตั้งแต่ก่อนรับฝากหรือไม่ รับมาเมื่อไหร่

การตรวจโรคก่อนรับฝากเป็นเรื่องที่ดีอย่างที่คุณนกทำ ควรต้องกำหนดให้ศูนย์รับฝากสัตว์เลี้ยงทุกแห่งต้องทำก่อนรับฝากสัตว์เลี้ยง กำหนดเป็นกฎลงไปเลยว่า ถ้าไม่ตรวจถือว่าสัตว์แข็งแรงสมบูรณ์ดี ถ้าตายระหว่างฝากเลี้ยงหรือหลังจากรับกลับจากศูนย์ถือว่าติดโรคมาจากศูนย์ ทีนี้ศูนย์ก็ต้องเดือดร้อนตรวจกันก่อนแน่

เวลาส่งคืนสัตว์เลี้ยงแก่เจ้าของต้องทำตรวจโรคและแสดงเอกสารผลการตรวจและวันเวลาที่ตรวจคืนให้เจ้าของดูและรับทราบ ถ้าตรวจทั้งก่อนและหลังฝากครบจะรู้ได้หากหมาเราเจ็บป่วยขึ้นมาทีหลังว่าติดจากไหน

หากหมาป่วยหรือตายระหว่างหรือหลังจากฝากกับทางศูนย์รับฝากต้องแจ้งหน่วยงานที่ดูแลทันทีและส่งชัณสูตรหาสาเหตุการตายและลงประวัติของศูนย์รับฝากนั้นไว้ ถ้าศูนย์ไม่ทำเจ้าของก็ต้องทำ แจ้งเข้าไปเลยแล้วให้หน่วยงานตรวจสอบหาสาเหตุการตาย หากศูนย์ยึกยักก็ถอนใบอนุญาต

สุดท้ายน่าจะมีการรับประกันความเสียหายที่เกิดจากการฝากสุนัข ไม่รู้ว่าบริษัทประกันนี่มีรับประกันชีวิตสัตว์เลี้ยงหรือยัง หรืออาจกำหนดกฎเกณฑ์การชดใช้ค่าเสียหายเป็นกิจจะลักษณะให้ได้รับทราบและทำใจไว้ล่วงหน้า อย่างในกรณีนี้ ทางเจ้าของศูนย์รับฝากยอมให้เลือกหมาได้ แต่เจ้าของไม่ได้ต้องการยังงั้น เป็นผมทำใจได้เมื่อไหร่คงไปเลือกพ่อพันธุ์ออกมาซะเลย ดูว่าเจ้าของจะยอมมั้ย

หน่วยงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของประเทศไทยมีไรบ้างผมก็ไม่ค่อยรู้ ที่เคยได้ยินก็อย่างสมาคมพัฒน์ฯ น่าจะเพิ่มแผนกนี้ขึ้นมา หรืออย่างคอกที่เลี้ยงเชฟเพอดโดยเฉพาะก็ขึ้นตรงกับสมาคมเชฟเพอดเลย

ทั้งหมดนี้น่าจะช่วยยกระดับชีวิตสัตว์เลี้ยงของเราได้นะครับ
โดย: ตาเฉิ่ม (The Expert) [21 มิ.ย. 48 18:16] ( IP A:202.183.172.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เลี้ยงเขามาผูกพัน รัก และห่วง ดุจดังลูก แม้บางครั้งอาจรุนแรงไปบ้าง แต่ เมื่อเขาตายแล้วจะเอาอะไรมาทดแทนได้ ความรู้สึก วันเวลา ที่ผ่านมาล่ะ เฮ้อ ...เราก็ได้แต่ เสียใจ
โดย: suk [22 มิ.ย. 48 8:18] ( IP A:203.121.179.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ข้อมูลจากทางศูนย์ฝึกฯค่ะ

เจ้าของเอาหมามา ฝากเลี้ยงไว้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปีนี้ เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน โดยไม่ได้มาเยี่ยมหมา , ไม่ได้โทร.ถามข่าว ,ไม่ได้ติดต่อมาที่ศูนย์ฝึกเลย , ไม่ได้มาจ่ายค่าฝากเลี้ยงรายเดือน ด้วยซ้ำ (ศูนย์ฝึกฯทั่วๆไป มักเคยเจอเรื่องแบบนี้ ที่เจ้าของทิ้งหมาไว้เลย ไม่กลับมารับ ก็มี)

หมาตัวนี้ ไม่เคยป่วยเลย แข็งแรง สมบูรณ์ ร่าเริง ขี้เล่น เป็นที่รักของทุกคนมาตลอด เอาออกมาเล่น มาฝึกกันเป็นประจำ จนมาไม่สบายและเสียชีวิตแบบกระทันหันมาก โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งทุกคนก็เสียใจ และ พลาดไปตรงที่ ไม่ได้ดำเนินการพิสูจน์ซาก และไม่ได้แจ้งเจ้าของ

ส่วนเรื่องที่จะมีการทำร้าย ทารุณ หรือปล่อยปละละเลยดิงโก้นั้น เป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะดิงโก้เป็นหมาน่ารัก ฉลาด ไม่ดุ ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใครเลย

เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยแบบนี้ขึ้น ก็พยายาม แสดงความรับผิดชอบเท่าที่จะทำได้ โดยให้เลือกลูกหมา ไปเลี้ยง 1 ตัว พร้อมเพดดีกรี ซึ่งทราบดีว่า ทดแทนกันไม่ได้ แต่เขาไม่สามารถนำดิงโก้กลับคืนมาได้

โดย: ป้าวิ [22 มิ.ย. 48 9:51] ( IP A:203.172.57.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   น่าเห็นใจเจ้าของศูนย์เหมือนกันค่ะ จิงๆนกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นเจ้าของขาดการติดต่อและไม่จ่ายค่าบริการภายในเวลาที่ศูนย์ฯกำหนดก็ให้ถือว่าสุนัขตัวนั้นเป็นสมบัติของศูนย์ฯไปเลยดีมั๊ยคะ สามารถที่จะนำไปขายต่อ หรือเพาะพันธุ์ก็ได้ เจ้าของจะได้ไม่ลืมหมาตัวเองดีมั๊ยคะ เพราะมีเจ้าของบางคนที่ บอกว่ารักอย่างงั้นรักอย่างงี้ พอเอาหมามาฝึกแล้วก็หายไปเลย ไม่เคยโทรมาถาม ไม่เคยโผล่มาเยี่ยม ถ้าไม่โทรไปตามก็ไม่มารับกลับ คนแบบนี้ก็มีเยอะค่ะ
โดย: นก [22 มิ.ย. 48 11:57] ( IP A:202.183.134.178 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อ่าฮ่า อันนี้ก็เป็นข้อโต้แย้งอีกอย่างของศูนย์ฝึก เค้าอาจจะนึกว่าเจ้าของไม่มาเอาแล้วมั้ง พอหมาตายก็ฝัง เพราะฝากไว้หลายเดือนไม่เคยดูดำดูดี ตายแล้วกลับมีปัญหา

การโต้ข้อครหากันทั้งสองข้างตามความเป็นจริงน่าจะช่วยให้เป็นบทเรียนที่มีค่าต่อไป
โดย: ตาเฉิ่ม (The Expert) [22 มิ.ย. 48 21:56] ( IP A:202.183.171.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ในทุกๆ ขั้นตอนผมว่าน่าจะมีแจ้งข่าวติดต่อกันนะครับ
ต่างฝ่ายต่างไม่พูดจากันจนเกิดเรื่อง
ในกรณีนี้ตามที่ผมได้อ่านมาผมจะสรุปเลยว่าเจ้าของคอกผิดครับ
* ถ้าผมเอาเงินไปฝากธนาคารแล้วเงินหายธนาคารต้องรับผิดชอบครับ
โดย: Rociel [23 มิ.ย. 48 12:33] ( IP A:58.64.127.193 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอโทษนะครับการฝากเงินกับการฝากหมามันไม่เหมือนกันครับ ฝากเงินคนรับฝากเอาไปใช้ได้แต่เวลาคืนต้องคืนตามจำนวนที่เขาฝากเป็นใช้ได้ อันนี้เป็นการฝากทรัพย์ที่เป็นคุณสมบัติเฉพาะอย่างจะทดแทนกันไม่ได้ แต่เท่าที่ฟังข้อมูล ถ้าหากเป็นการฝากมีกำหนดระยะเวลาเจ้าของหมาและผู้รับฝากจะต้องติดต่อประสานกัน เพราะการรับฝากมีระยะเวลาน่าจะมีการตกลงกันก่อนรับฝากนะว่า จากวันไหนถึงวันไหน เจ้าของจะต้องเอาใจใส่ด้วยนะครับและรู้ด้วยว่าเราจะต้องไปรับหมาคืนวันไหน ถ้าเจ้าของไม่มารับหรืออาจจะลืม ผู้รับฝากน่าจะต้องติดต่อประสานแจ้งให้ทราบ ถ้าแจ้งแล้วไม่มารับนี่ก็น่าเห็นใจผู้รับฝากเหมือนกัน หรือติดต่อไม่ได้ยังงี้ ถ้าเป็นลักษณะนี้ ก็น่าเห็นใจผู้รับฝากครับ ใครก็คงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้รับฝากเสียทุกอย่าง ฯลฯ ครับ ผมว่าอย่าไปคิดว่าใครควรรับผิดชอบหรือไม่
โดย: เรณูนคร [23 มิ.ย. 48 14:12] ( IP A:203.151.140.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    ประเด็นของกระทู้นี้ ไม่ได้ต้องการหาคนผิดค่ะ แต่ต้องการระดมความคิดเห็น ว่า ควรจะมีแนวทางการควบคุม หรือกำหนดมาตรฐานของสถานรับฝากเลี้ยงสัตว์ เช่นหมา-แมว อย่างไร จึงจะรัดกุมพอที่จะไม่เกิดปัญหา เข้าใจผิดและเกิดความขัดแย้งกันแบบนี้อีก
โดย: ป้าวิ [23 มิ.ย. 48 17:49] ( IP A:203.172.57.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เราคงไปกำหนดมาตราฐานของสถานรับฝากเลี้ยงทุกแห่งไม่ได้หรอกค่ะ แต่เราสามารถเลือกที่จะใช้บริการได้นี่ค่ะ ถ้าที่ไหนไม่ดี ก็ไม่ต้องไปใช้บริการ บางครั้งลูกค้าก็คำนึงถึงราคาเป็นสิ่งแรกโดยที่คิดว่าฝึกหรือฝากที่ไหนก็เหมือนกัน
ในส่วนของพรบ. ก็มีแต่สถานรักษาพยาบาลสัตว์ ไม่ได้รวมถึงสถานรับฝากเลี้ยง แต่ จริงๆ แล้วสามารถนำมาปรับใช้กันได้ ในส่วนของโรงเรือน ซึ่งใน พรบ. จกำหนดไว้ว่าสถานพยาบาลที่รับฝากสัตว์ป่วยไว้ค้างคืนจะต้องมีพื้นที่ช่องลมอย่างน้อย 1 ใน 4 ของพื้นที่ห้อง ลองอ่านดูเอาเองนะคะ
https://www.dld.go.th/dcontrol/division/clinic/law_min/law_min2.pdf
โดย: นก [24 มิ.ย. 48 11:11] ( IP A:202.183.134.116 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ที่ผมคิดคือถ้ามีหน่วยงานคอยดูแลควบคุมและออกใบรับรอง คนก็จะเลือกฝากเข้าที่ที่น่าเชื่อถือกว่า ส่วนราคาแพงกว่านั้น ผมคิดว่าเรื่องธรรมดา

ของถูกไม่มีดี ของดีไม่มีถูก มีแต่ของสมราคา

ทุกวันนี้คนรวยก็มีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนจนอยู่แล้วนี่ครับ ใครจนก็เลี้ยงหมาแบบจนๆ ใครรวยก็เลี้ยงหมาแบบรวยๆ

คนจนแต่รักจริงตั้งใจเลี้ยงก็อาจจะอยู่รอดปลอดภัย คนรวยรักผิดทางทำเสียหมาก็มีนิ จริงป่าว

ว่าแล้วขอตัวไปกินข้าวก่อน เที่ยงยำยำ ค่ำมาม่าครับ
โดย: ตาเฉิ่ม (The Expert) [24 มิ.ย. 48 12:51] ( IP A:203.144.184.152 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ตามที่คุณนกว่ามา เราก็คงกำหนดมาตรฐานของสถานรับฝากไม่ได้จริงๆ
เพราะยังไม่มีหน่วยงานกลางที่จะรับผิดชอบกิจการชนิดนี้ คงต้องเป็นภาระร่วมกันระหว่างศูนย์ฝึก และเจ้าของสุนัข
ถ้ากระทู้นี้ข่วยให้เกิดมาตรฐานความต้องการของลูกค้าเจ้าของสุนัขขึ้นมาได้ จะเป็นประโยชน์แก่ศูนย์ฝึกเป็นอย่างมาก ไม่ต้องเสียเวลาทำ Marketting survey เอง
แต่ทั้งนี้ เจ้าของสุนัขต้องเข้าใจกฏขั้นพื้นฐานว่า ไม่มีของดีราคาถูก
สิ่งที่พอจะหาได้ก็คือของดีราคาสมเหตุผล
ถ้าเรากำหนดมาตรฐานไว้สูง เจ้าของศูนย์ฝึกก็จะมีต้นทุนสูงขี้น เราก็ต้องพร้อมที่จะจ่ายเพิ่มข้นบ้าง
สำหรับมาตรฐานที่ผมนึกถึง
1. ด้านสถานที่ สุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม
ถ้าอยากให้สบายใจ ก็ขอแค่มี มาตรฐานฟาร์มของกรมปศุสัตว์ มีระบบ 5 ส. ก็ดีนะ

2. ด้านระบบการฝึกสอน
ขอมาตรฐานหลักสูตรและระบบการฝึก ขอมาตรฐานบุคลากรครูฝึก ขอดูมาตรฐานอุปกรณ์และสถานที่ฝึก มาตรฐานการประเมินผลการฝึก ขอดูผลลัพธ์การฝึก
3. การดูแล อาหาร การป้องกัน รักษาโรค
ขออาหาร พรีเมียมเกรด โปรแกรมวัคซีน ถ่ายพยาธิ
อยากได้สัตวบาลประจำ full time ขอสัตวแพทย์ ตรวจเยี่ยมสุขภาพทุกอาทิตย์ และstand by เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน
4. ระบบการประกันความเสียหาย
อยากได้เป็นลายลักษณ์อักษร ทำสัญญา ไว้เลย
รับผิดชอบในกรณีเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อ หรือเจตนาให้เสียหาย หรือจากการขาดความรู้อันพึงมีของผู้ประกอบวิชาชีพ ถ้าจะให้ดีก็มี การทำประกันไปเลย
ความจริงผมนึกออกอีกเยอะเลย แต่แค่นี้ คิดต้นทุนแล้ว ไม่แน่ใจว่าผมกล้าส่งไปฝึกหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ไม่กล้าเปิดศูนย์ฝึกแน่ๆ
โดย: snooker [24 มิ.ย. 48 13:20] ( IP A:203.156.40.19 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ณ วันนี้ มาตรฐาน ที่จะพูดถึง คงต้องเป็น มาตรฐาน ที่เจ้าของสัตว์ จะยึดเป็นหลัก ในการพิจารณา คุณสมบัติของคอก และฟาร์ม และเงื่อนไข ข้อตกลง เมื่อนำสัตว์ไปฝากเลี้ยง ซึ่งน่าจะเป็นผลให้ ต่อไป สถานรับฝากสัตว์เลี้ยง คงจะต้องปรับตัวเอง ให้ดีขึ้น เป็นไปตามมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการ มากขึ้น
โดย: ป้าวิ [24 มิ.ย. 48 14:15] ( IP A:203.172.57.35 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน