เชื่อไหมว่าอะนูบิสคือเทพเจ้าองค์แรกๆในวัฒนธรรมอียิปต์และประเทศใกล้เคียง
   จากข้อมูลที่ดูจาก MUMMY DETECTIVE ของ NATIONAL GEOGRAPHIC มีอยู่ตอนหนึ่งที่กล่าวถึงมัมมี่ที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ค้นพบโดยคณะสำรวจชาวอิตาลีในประเทศ.......จำไม่ได้แต่ประมาณว่าใกล้ๆอียิปต์นั่นแหละ

ชนเผ่าในประเทศนั้นก็เป็นพวกชนเร่ร่อนเลี้ยงสัตว์และนับถือหมอผี

เรื่องมีอยู่ว่านักสำรวจคณะนี้ไปพบมัมมี่เด็กมีชื่อเฉพาะด้วยเดี๋ยวไปหามาให้ มัมมีถูกฝังไว้ในทรายร่างกายมีผ้าห่อและใต้ผ้ามีสารที่คาดว่าน่าจะเป็นไขมันจากวัว/ไขมันจากนำนมวัวที่ถูกนำชะโลมร่างไม่ให้เน่าเปื่อยตามสารคดีว่าแบบนั้น.....แล้วมัมเกี่ยวอะไรกับเทพหมาในล่ะ

ก็มัมมี่ตัวนี้ถูกทำขึ้นก่อนมัมมี่ชิ้นแรกของอียิปต์เป็นพันปี ที่สำคํญใกล้ที่พบมัมมีมีถ้ำและตามผนังถ้ำมีรูปเทพหมาในเขียนอยู่นี่แหละ.....
เอ้าใครมีข้อมูลมาสนับสนุนหรือโต้แย้งเชิญได้เลย

ขอโทษนะพี่เป็นอาจารย์มาก่อนน่ะ เลยแนะนำตัวโดยแจก
CASESTUDY แบบนี้

ชื่อพี่เจี๊ยบค่ะ นามปากกา ฮาร์มาคิส
มารายงานตัวแล้วค่ะเจ้าบ้าน

โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [30 ส.ค. 52 19:11] ( IP A:58.10.18.243 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ไขมันจากสัตว์ ทำไมมีสารทำให้ไม่เน่าเปื่อยได้แอะ สงสัยแล้วค่ะ เพราะมัมมีอียิปต์ใช้เกลือทานาตรอนทาอ่ะ มันทำให้นึกถึงเนื้อแดดเดียว เห็นชัดดี แต่ก็ไมค่อยได้ยินว่าเค้าเอาไขมันจากวัวมาทำเลยอ่า หนูไม่เก่งด้านวิทยาศาสตร์ด้วยดิ ใครรู้ช่วยบอกทีนะ
ความจริงไขมันสัตว์มันน่าจะเน่าง่ายนะ แล้วทำไมไม่เน่าเนี่ย หรือมันมีสารบางอย่างทำให้ไม่เน่าได้จริงๆ หรือเพราะเป็นสภาพจากทรายประกอบด้วยค่ะ เพราะมัมมีอียิปต์แรกๆๆก้ฝังไว้ใต้ทรายเหมือนกัน เพราะสภาพอากาศร้อนมากเลยทำให้ศพแห้งไป รึป่าว
โดย: som [30 ส.ค. 52 19:45] ( IP A:125.27.171.13 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ยินดีสำหรับ Case Study ครับท่านอาจารย์ สงสัยผมต้องเร่งลบกระทู้เก่าๆเสียแล้ว เกรงว่าบอร์ดจะเต็มเสียก่อน 555+

อีกเรื่องที่อยากบอกจากใจจริง ดีใจมากครับ ผมเริ่มรู้สึกว่าเส้นกราฟหัวใจของบอร์ดเราเริ่มสั่นอีกครั้ง หลังจากที่นิ่งเป็นเส้นตรงมานาน(มาก)

จริงๆแล้วไม่แปลกแต่อย่างใด ที่จะพบภาพ "หมาใน" เกี่ยวข้องกับพิธีศพ หรือศพ หรือมัมมี่มาตั้งแต่ครั้งโบราณ เพราะว่าตามธรรมชาติ หมาในจะชอบคุ้ยเขี่ยหาศพ หรือของเน่าเปื่อยกิน และยิ่งชอบปรากฏตัวให้เห็นในแถบทะเลทราย ดังนั้น ชาวอียิปต์จึงโยง "หมาใน" เข้ากับ "ความตาย" ไงครับ

แน่นอน ถ้าเราจะอ้างอิง "ต้นกำเนิด" ของ Anubis จาก "ตำนาน" ต้องไปดูตำนานจากเมือง Heliopolis เนื่องจาก Anubis คือ 1 ในทายาท ของ Ennead ตามตำนานเทพ 9 องค์ของ Heliopolis (Atum Shu Tefnut Geb Nut Osiris Isis Seth Nephthys) โดยมีตำนานแยกเป็น 2 ทางคือ 1 Anubis คือลูกของ Osiris และ Nephthys 2. Anubis คือลูกของ Seth และ Nephthys ไม่มีตำนานใดผิด หรือถูก ขึ้นกับตำนานว่าจะจารึกอย่างไร

อย่างไรก็ตาม "เทพหมาใน" ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Anubis ไปเสียหมด เพราะจริงๆแล้ว ยังมีเทพหมาในเด่นๆอีก 1 องค์ (จริงๆมีอีกหลายเลยครับ) และคนในบอร์ดนี้น่าจะรู้จักดี นั่นคือ Wepwawet ครับ

Wepwawet แปลว่า "ผู้เปิดทาง" (Opener of the ways) เป็นเทพเจ้าที่ "ปรากฏหลักฐาน" ในศิลปะยุคแรกๆของอียิปต์โบราณนั่นคือตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 0 ใน Narmer Palette หรือจานสีของ Narmer นั่นเองครับ

แต่ Anubis ปรากฏการนับถือครั้งแรก เมื่อไร ไม่แน่ใจ แต่ใน Pyramid Texts มีการกล่าวถึง Anubis กันแล้ว นั่นคือช่วงใดช่วงหนึ่ง ใน Old Kingdom ครับ

อย่างไรก็ตามคิดว่าเป็นไปได้ว่าเทพหมาในองค์แรกสุด น่าจะเป็น Wepwawet กับ Khentimentu มากกว่าครับ ยังไม่น่าจะใช่ Anubis

สุดท้าย ไปตามอ่านเรื่อง Wepwawet และเทพหมาในองค์อื่นๆได้ที่นี่ครับ

https://iyakoop.exteen.com/20080921/wepwawet

สุดท้ายจริงๆ ยินดีต้อนรับพี่เจี๊ยบเข้าสู่บอร์ดไอยคุปต์ครับ smile

โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [30 ส.ค. 52 19:48] ( IP A:114.128.61.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   พี่ไม่เถียงว่าเป็นเทพองค์อื่นเพราะพี่ไม่ชำนาญเท่าน่ะ

แต่ก็ไปอ่านมาแล้วและเห็นด้วยนะ

HOWEVER นักโบราณสารคดีในสารคดีนี้บอกว่าเป็นอะนูบิสน่ะ ซึ่งพี่ก็พึ่งรู้ว่ามีแฝดตั้งสาม ตั้งแต่ตกหลุมรักเทพหมาในก็รู้จักแต่อะนูบิสนี่แหละ

เดี๋ยวพี่อ้างอิงสารคดีก่อน เพราะไม่มี REFERENCE เดี๋ยวโดนเจ้าบ้านเซ็ง....ประมาณว่าพี่เจี๊ยบเอาอีกแล้ว...ไม่รู้ไปดูมาจากไหน

โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [31 ส.ค. 52 18:47] ( IP A:58.10.18.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   กลับมาแล้วค่ะ

พี่จะเล่าให้ฟังย่อๆเลยแล้วกัน

เรื่องเกิดขึ้นเพราะนักโบราณคดีของอิตาลี นามว่า ดร.ซาบริโน เข้าไปสำรวจอารยธรรมซาฮาร่าในประเทศลิเบีย บริเวณเทือกเขา ACACUSกลางทะเลทรายซาฮาร่าแล้วขุดพบมัมมี่น้อยในถุงหนังแอนทีโลปโดยถูกจัดวางร่างให้เหมือนอยู่ในครรภ์แล้วผ่าอวัยวะออกทางช่องท้อง...จากนั้นก็กรอกสารชีวภาพเหลวเข้าไปแทนที่เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อย (คาดว่าเป็นไขมันจากสัตว์เพราะย่อยสลายยากกว่า ....จากคดีฆ่าหั่นศพเอาไปซ่อนในท่อน้ำทิ้งแต่นักนิติวิทยาศาสตร์ก็ยังหาหลักฐานได้จากก้อนไขมันที่ย่อยสลายไม่หมด....แบบว่าคิดเอาเองนะ อย่าโกรธพี่นะส้ม พี่อธิบายได้แค่นี้ง่ะ ) ก่อนใส่ถุงมัมมี่น้อยถูกห่อด้วยใบไม้อีกชั้นหนึ่ง

เค้าตั้งชื่อมัมมี่น้อยว่า อวน มาฮู๊ดจั๊ด ตามโขดหินที่อยู่ใกล้ๆหลุมที่ขุดพบนั่นเอง จากนั้นก็รีบแจ้นกลับไปอิตาลีเพื่อสรุปว่า....อะไรเป็นอะไร

และแล้วจากการตรวจสอบก็พบว่า
1. BLACK MUMMY ที่ขุดได้เป็นเด็กชายผิวดำอายุราว 2 ขวบครึ่ง
2. จากผลการพิสูจน์คาร์บอนประมาณอายุได้ 5600 ปีซึ่งถือว่าเก่าแก่กว่ามัมมี่ในอียิปต์ถึง 1000 ปี

จากนั้นก็มีตั้งคำถามมากมาย
1.อียิปต์เสียตำแหน่งบ้านแห่งมัมมี่ในอาฟริกา=?
2.ใครเป็นผู้เริ่มทำมัมมี่กันแน่

ว่าแล้วยอดชายนายซาบริโน่ก็รีบขับรถข้ามทะเลทรายมาที่เทือกเขา ACACUS บริเวณที่พบน้องอวน มาฮู๊ดจั๊ดอีกครั้งแล้วเข้าไปสำรวจภายในโขดหินและไปพบภาพวัวที่วิเคราะห์ได้ว่าแถบนี้เคยมีการเลี้ยงวัวและแพะแน่นอน เพราะรูปภาพวัวมีปลอกคอแดงและขาว แต่มองไปรอบๆทำไมมันแห้งแล้งจังแล้วจะเลี้ยงวัวยังไงล่ะนี่....บังเอิญเดินไปเดินมาดันไปเจอซากพืชโบราณที่บรรจุหลักฐานของเกสรต้นธีบส์ (หน้าตาเหมือนต้นอ้อนั่นแหละ)

พี่แกเลยสันนิฐานว่าเมื่อ 5500 ปีก่อนที่นี่ต้องเคยเขียวขจีเพราะต้นธีบส์ต้องการนำมาก...ก็เลยต้องไปพึ่งพรรคพวกที่เป็นนักอุตุนิยมวิทยาที่ศึกษาเรื่อง Palaeohydrology เพื่อค้นหาพาลิโวเลค

จากนั้นนักอุตุนิยมวิทยาก็ใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ NASA ในตอนนั้นซึ่งเป็นการใช้อุปกรณ์เรด้าเจาะทะลวงพื้นทรายซึ่งเผยถึงระบบร่องน้ำที่ป้อนเข้าสู่ทะเลทรายแห่งนี้ จนไปพบ Palaeolake ที่มีหม้อไห และตะกอนชีวภาพประเภทเปลือกหอยทากน้ำจืด

ก่อนจะสรุปว่าที่นี่ ทะเลทรายบริเวณนี้เคยเขียวขจี พี่แกก็ขับรถข้ามทะเลทรายไปที่วาดี้ มาร์ติน ดูช ซึ่งมีภาพเขียนตามโขดหินมากมายทั้งรูปสิงโต ยีราฟ แรด ช้าง วัว ซึ่งสัตว์ดังกล่าวพบได้แถบอาฟริกาใต้ซึ่งเป็นป่าซาวันนาในปัจจุบันซึ่งเป็นที่แห้งแล้งคล้ายกัน

ซาบริโน่เดินหารูปภาพที่จะยืนยันว่าที่นี่เคยมีน้ำอุดมสมบูรณ์จนพบ...จรเข้นั่นเอง

ฮิ ฮิ สมมติฐาน OK แล้วว่าที่นี่เคยเขียวขจี....จากนั้นก็ขับรถไปที่โอเอซิสใกล้ๆเพื่อหา Fossil หรืออนุสรณ์ตกทอดที่ส่งตรงมาจากอดีตเลย

ผลสรุปคือเมื่อประมาณ 6000 - 5500 ปีแกนโลกมีการเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดมรสุมพัดเข้ามาใจกลางซาฮาร่าและนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาให้ ชาวเมโสโปเตเมียซึ่งเป็นคนขาวได้นำวัวและแพะเข้ามาจากด้านตะวันออกของเทือกเขา ACACUS ส่วนคนผิวดำก็ขึ้นมาจากทางใต้เช่นกัน ทำให้เกิดวัฒนธรรมแบบผสมผสานระหว่างคนขาวและคนดำ โดยอ้างอิงภาพสลักคนผิวขาวและผิวสีที่เทือกเขา ACACUS นั่นเอง

เพื่อพิสูจนืทฤษฎีนี้ซาบริโน่เดินทางกลับไปยังสถานที่ซึ่งเรียกว่าแมสแซคที่อยู่ห่างจาก อวน มาฮู๊ดจั๊ดเพียง 60 ไมล์ที่นี่เป็นลานหินที่มีอนุสรณ์ที่บอกว่าเคยมีลัทธิวัวที่ใช้วัวในการเซ่นสังเวยเหมือนที่พบในแถบลุ่มน้ำไนล์ในราชวงศ์ที่ 0

จากการสำรวจได้พบหม้อที่มีลักษณะคล้ายกับที่พบแถบลุ่มนำไนล์ในราชวงศ์ที่ 0 หรือก่อนหน้านั้นวางไว้ตามกองหินที่มีร่องตรงกลางคล้ายหลุมและพบกระดูกวัวเป็นชิ้นๆในนั้น ทำให้นักอียิปต์วิทยาต่างชาติ....มองว่า

แนวคิดแบบอียิปต์ที่เชื่อว่าวัวเป็นช่องทางระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้าไม่ใช่เรื่องใหม่แต่มารุ่งเรืองสูงสุดที่ลุ่มนำไนล์ต่างหาก

จากภาพที่ค้นพบในบริเวณใกล้กับลานหิน เค้าพบภาพของคนใส่หน้ากากสุนัขป่าและภาพสลักหัวหมาป่า และรูปวัว

นักอียิปต์วิทยาเรียกรูปนั้นว่าอะนูบีสซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับลัทธิการทำมัมมี่ที่ต้องใช้สิ่งที่มีค่าของคนเผ่าในซาฮาร่าคือวัวในการสังเวยเทพเจ้าและจะตัดขาหน้าของวัวขณะที่กำลังสั่นไปแตะที่ปากของผู้ตายเพื่อเป็นการเคลื่อนย้ายพลังเข้าสู่ร่างไร้วิญญาณเพื่อรอวันฟื้นคืนชีพ

เล่ามาซะยาว....สรุปง่ายๆ อะนูบีสเริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำมัมมี่ประมาณ 3500 ปี BC โน่นเลย โบราณมากๆ

แต่อย่างไรก็ตามไอยคุปต์ได้ UPGRADE อะนูบิสจากรูปภาพ BASIC BASIC ในยุคแมสแซคแห่งซาฮาร่าให้เป็นเทพที่PERFECT มากๆและยังพัฒนาการทำมัมมี่เป็นแบบเต็มร่างจนทำให้โลกต้องจดจำตลอดไป

พี่ไปก่อนนะ....พิมพ์จนเหนื่อยเลย

แด่คนรักอะนูบีส

พี่เจี๊ยบ


โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [31 ส.ค. 52 20:12] ( IP A:58.10.18.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เต็มไปด้วยสาระครับพี่เจี๊ยบ ^^

จริงๆก็ไม่ได้จะสรุปว่าหมาในที่ปรากฏในสารคดีนั้นคือเทพอะไรกันแน่ เพียงแต่ผมคิดว่า การระบุเทพเจ้า ต้องได้เห็น "พระนาม" เท่านั้น ถึงจะฟันธงได้ ไม่เช่นนั้น จะเป็นการยากที่จะสรุปว่าเทพองค์นี้คือใครกันแน่ (แต่บางองค์ก็มีข้อยกเว้น โดยการดูบริบทรอบข้าง ก็อาจจะบอกได้ 100% เช่นกัน)

มาเรื่องมัมมี่ ถ้าพี่เจี๊ยบถามเช่นนั้น ผมก็อยากตั้งคำถามกลับไปว่า

แล้วพี่เจี๊ยบนิยามคำว่า "มัมมี่" ไว้ยังไงครับ??

ถ้าพี่เจี๊ยบบอกว่า มัมมี่ คือศพที่ไม่เน่าเปื่อยและยังคงสภาพเดิมอยู่ ถ้าเช่นนั้น ดูท่าว่ามัมมี่ประเภทนี้จะมีอยู่ในหลากหลายอารยธรรม แล้วก็พวกมนุษย์น้ำแข็ง ที่ร่างกายไม่เน่าเปื่อย ก็คงต้องถูกจัดอยู่ใน "มัมมี่" ด้วย และแน่นอน เด็ก 2 ขวบครึ่งคนนั้น ก็ทำลายสถิติมัมมี่ของอียิปต์โบราณแน่ๆ

อย่างไรก็ตาม "มัมมี่" ของอียิปต์ ก็มีมาตั้งแต่ Early Dynastic Period แล้ว เพียงแต่ว่า "กรรมวิธี" ในการรักษาศพ ยังไม่สมบูรณ์มากเท่าใดนัก ยังไม่มีการ "ควักเครื่องในออกจากศพ" แต่อย่างใด เป็นไปได้ว่า "มัมมี่" ที่มีความเป็นมัมมี่สมบูรณ์ที่สุด ถือกำเนิดในช่วงต้นของ Old Kingdom น่าจะในสมัยของพระนาง Hetepheres I (มเหสีของฟาโรห์ Sneferu) เพราะมีการพบ Canopic Jars และ "เครื่องใน" ของมนุษย์ที่เก็บรักษาไว้ในโถเป็นครั้งแรกในสมัยนั้นนั่นเอง

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ การทำมัมมี่ของอียิปต์ ก็ไม่ได้มีกรรมวิธีตายตัวตลอดประวัติศาสตร์ 3000 ปีนะครับ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการควักเครื่องในออกมา แต่ในภายหลัง เครื่องในเหล่านั้นกลับถูกยัดกลับเข้าไปในศพ และใช้ Canopic Jars แบบว่างๆ ก็มีครับ นั่นคือทำโถปลอมไว้ประกอบพิธีเฉยๆ ไม่ได้ใส่อวัยวะแต่อย่างใด

ส่วนคำถามที่ว่า ใครคือผู้เริ่มทำมัมมี่ ก็ต้องย้อนกลับไปคำถามเดิมคือ "คำว่า มัมมี่ เรานิยามไว้ว่าอย่างไร" เพราะกรรมวิธีในการทำมัมมี่ของแต่ละอารยธรรมไม่ได้เหมือนกัน แต่เรา "เรียกว่ามัมมี่เหมือนกัน" จริงไหมครับ?

ประเด็นต่อไป ผมมีคำถามครับ "ต้นธีบส์" เป็นอย่างไรครับ หมายถึง Papyrus หรือเปล่าครับ?

สุดท้าย จริงๆแล้วนักวิชาการหลายท่านสนับสนุนแนวคิดที่ว่า เมื่อก่อน (ก่อน Predynastic Period) ดินแดนอียิปต์ที่เป็นทะเลทรายนั้น เคยอุดมสมบูรณ์เขียวขจี เป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์ของชนเผ่าพื้นเมืองในบริเวณนั้น แต่ด้วยความที่ Climate Change ส่งผลให้ดินแดนแถบนั้นกลับกลายเป็นทะเลทราย ก็เลยทำให้ชนเผ่าพื้นเมืองที่เลี้ยงสัตว์ ต่างต้องหาทุ่งหญ้าแห่งใหม่ นั่นคือเป็นการ "บีบ" ให้พวกเขาเข้ามาใกล้แม่น้ำไนล์มากขึ้น จนสุดท้าย ก็ตั้งถิ่นฐาน และเป็นชาวอียิปต์โบราณที่สร้างพีระมิดให้เราเงยคอดูทุกวันนี้ไงครับ

ใครมีประเด็นอื่นๆ ก็เข้ามาเสริมได้ครับ book reader
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [31 ส.ค. 52 20:59] ( IP A:114.128.61.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ว่าจะแซวไปใน คห. ด้านบน แต่ดันใส่สาระมากไป เลยลืมแซวเลยครับ ขอแซวต่ออีก คห. แล้วกันนะครับ

เพิ่งเห็นว่าเอา VCD สารคดีอียิปต์วางไว้บนหนังสือ อียิปต์ปฐพีแห่งฟาโรห์ ของ NGThai พี่เจี๊ยบนี่ศึกษาข้อมูลลึกจริงๆครับ ชอบครับ หุหุ หนังสือเล่มนั้นผมอ่านจนมันแหกแล้วครับ (ใช้คำได้อารมณ์ไปหรือเปล่าเนี่ย? 555+) กาวที่อัดสันไว้หลุดออกมาแล้ว เสียดายมากครับ แต่ก็ยังไม่ได้ซ่อมแต่อย่างใด ยังแหกเหมือนเดิมครับ 555+ ^^ book
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [31 ส.ค. 52 21:07] ( IP A:114.128.61.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เจ้าบ้านโหดร้าย...

พี่บอกแล้วว่าเอามาจากสารคดี...เค้าว่าแบบนั้นพี่ก็ว่าตาม

แต่ถ้าถามพี่เรื่องนิยาม

พี่ว่ามัมมี่คือการถนอมร่างผู้วายชนม์ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด คือ
1. เน่าเปื่อยน้อยที่สุด / ไม่เน่าเลยถ้าทำได้
2. สภาพใกล้เคียงตอนที่มีชีวิตหรือเหมือนตอนมีชีวิตเลย เหมือนของภรรยาผู้นำอาเจนติน่า ...ชื่ออะไรจำไม่ได้
3.สภาพทางกายภาพคงทน....ข้ามกาลเวลาเพื่อรอการฟื้น (วัตถุประสงค์ในการทำนั่นเอง )

ต้นธีบส์จากที่ดูในสารคดีหน้าตาเหมือนต้นอ้อน่ะ มีดอกขาวๆฟูๆ

ตอนจบของสารคดีบอกว่าแล้วหลังจากที่มัมมี่ อวน ฮู๊ดจั๊ด อายุ 500 ปีโลกมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง คราวนี้เขตอารยธรรมซาฮาร่าเผชิญกับความแห้งแล้ง...จนทำให้ต้องอพยพไปทางตะวันออกของเทือกเขา ACACUS และนำเอาวัฒนธรรมดั่งกล่าวไปด้วยเพราะหม้อแบบเดียวกับที่พบบริเวณลานหิน...ถูกพบที่อียิปต์บนเช่นกัน

พี่ไม่ได้บอกว่าอียิปต์ลอกใครแต่....คนจากอารยธรรมซาฮาร่าอพยพมาบริเวณลุ่มน้ำไนล์ซึ่งเป็นมีคนผิวดำ ผิวขาวและลูกผสมรวมอยู่ด้วย

แต่ความยิ่งใหญ่แห่งไอยคุปต์อาจต่อยอดมาจากอารยธรรมซาฮาร่าก็เป็นได้

พี่เจี๊ยบ

โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [31 ส.ค. 52 21:21] ( IP A:58.10.18.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   จะบอกว่าของพี่ยังดูใหม่รึป่าว

พี่อ่านนะ...มี HI-LIGHT สีๆด้วยเหมือนเตรียมสอนเลย ยังมีอีกเล่มไว้ทายคราวหน้าละกัน

พี่กลับบ้านก่อนนะ.....เด็กๆ

พี่เจี๊ยบ
โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [31 ส.ค. 52 21:31] ( IP A:58.10.18.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เจ้าบ้านไม่ได้โหดร้ายนะก๊าบบบ แค่อธิบายแบบ Self Learning เฉยๆเองก๊าบบ cry

ส่วนเรื่องหนังสือ จะแซวแค่ประมาณว่า ผมไม่ได้สังเกตครับว่า VCD สารคดีมันวางอยู่บนหนังสือเล่มนั้น คือสะดุดตาว่า Background มันลายอะไรหว่า? คุ้นๆ พอสังเกตดีๆ เห็น Ramose ก็เลยโอเคครับ หนังสือของ NGThai นี่เอง

สำหรับอีกเล่มหนึ่ง ทายเลยได้ไหมครับ ว่าเป็น ตุตันคามุนและยุคทองของเหล่าฟาโรห์ ของ NGThai หรือเปล่าครับ 555+ ^^

แล้วเข้ามาโพสต์อีกนะครับพี่เจี๊ยบ smile

โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [31 ส.ค. 52 21:40] ( IP A:114.128.61.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   งั้นเตรียมตัวรวมพลนะ

เดี๋ยวมีรูปภาพปริศนามาถาม กราฟของบอร์ดนี้จะได้สั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นอีก

ขอเวลาไปถ่ายรูปก่อน แต่ไม่ใช่จาก 2 เล่มนี้หรอก

ต้องเป็นเล่ม 168 pages นั่นแหละ

โอ้ยอยากไป book outlets ที่ Las Vegas จะไปแบกกลับมาอีกหลายๆเล่ม เพราะเล่มนี้คงเล่นได้ไม่นาน เด็กๆบอร์ดนี้เก่งโดยเฉพาะเจ้าบ้าน

ปล มีกระทู้เกี่ยวกับผู้สร้างสฟิงซ์หรือยัง ถ้ายังมีเรื่องถามแยะเลย

พี่เจี๊ยบ
โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [1 ก.ย. 52 7:57] ( IP A:125.24.78.115 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สวัสดีค่ะ ชื่อปลาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ(^ v ^)
โดย: Nukhel [7 ก.ย. 52 13:56] ( IP A:203.144.153.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   จ๋ามาตามคำแนะนำแล้วค่ะพี่เจี๊ยบที่น่ารัก
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ อิๆ

เปิดตัวสวยงามเหลือเกินค่ะท่านพี่ ขอคารวะโค้งคำนับ

ขอเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับมัมมี่ด้วยคน

ตำนานมัมมี่ร่างแรก อภินันทนาการจากตำนานเทพเจ้า
โดยเทพโอซิริส หลงกลลวงเทพเซท เอาโลงขนาดพอดีตัวสวยหรู
มาล่อหลอก จนตาย เทพีไอซิสเอาศพไปซ่อน แต่เทพเซตมาเจอ
จึงหั่นกระจายไปสิบสี่ชิ้น เทพีไอซิสจึงไปรวบรวมชิ้นส่วนด้วยใจรัก
เทพที่มาช่วยเหลือทำมัมมี่โอซิริสคือเทพธอท และอนูบิส
ซึ่งเทพโอซิริสก็ได้เป็นมัมมี่ร่างแรก และมีชีวิตนิรันดร์ปกครอง
โลกหลังความตาย ตามลำดับอนูบิสเป็นลูกของเทพโอซิริส

การทำมัมมี่ใช้เวลา๗๐วันทำความสะอาด๑๕วันรอศพแห้ง๔๐วัน
พันศพ๑๕วัน

๑ทำความสะอาด โดยน้ำเกลือ แล้วดึงสมองทิ้ง แหวะช่องท้อง
ด้านซ้ายนำตับ ปอด ลำไส้ กระเพาะ มาเก็บรักษา
เหลือหัวใจที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางไว้ รวมถึงไตด้วย

๒การทำให้แห้ง หลังนำอวัยวะภายในออกจากศพ จะใช้
เกลือนาตรอนที่เป็นผงสีขาว เพื่อทำให้แห้ง และใส่เศษผ้า ฟาง
หญ้าแห้งและขี้เลื่อยเข้าไปแทนอวัยวะที่ดึงออก จากนั้น
เอาเกลือนาตรอนกลบตัวจนมิด และอวัยวะแต่ละชิ้นที่ดึงออก
จะเก็บในภาชนะดินเผา หมักเกลือนาตรอน ๔๐ วัน
ให้ตัวและอวัยวะแห้ง เกลือนาตรอนจะทำหน้าที่ดูดน้ำออกจากศพ
เมื่อครบกำหนดจะเอาเกลือนาตรอนที่กลบศพออก รวมถึง
เอาวัสดุที่ใส่ไว้ในศพออก ศพจะแห้งและเสียน้ำหนักสามในสี่
หดตัวแข็งมีสีน้ำเงินอมดำ
จากนั้นจึงขัดผิวด้วยน้ำมันและเครื่องเทศให้นุ่มหอม ใส่ตาปลอม
วิกผม แต่งหน้า สุดท้ายอาบศพด้วยยางไม้ ซึ่งจะจับตัวเป็นชั้นแข็ง
หยุดการเจริญเติบโตของรา
อวัยวะที่ดึงออกซึ่งแห้งแล้ว จะห่อผ้าลินินไว้ในไห "คาโนปิก"
ปอด ไหฝาลิง(เทพฮาปิ) กระเพาะไหหมาไน(เทพดูอามธูเทฟ)
ตับไหมนุษย์(เทพอิมเซติ) ลำไส้ไหเหยี่ยว (เทพกีเบเซนูฟ)
ซึ่งไหคาโนปิกทั้งสี่เป็นตัวแทนโอรสเทพโฮรัส
รอยผ่าด้านซ้ายจะปิดด้วยขี้ผึ้งเขียนลายดวงตาฮอรัส ป้องกันไม่ให้ปีศาจเข้าร่างผู้ตาย

๓พันศพด้วยผ้าลินินกว้าง๖x๒๐ซม.เริ่มจากศีรษะ ลำตัว
แขน ขา และพันลำตัวทั้งหมดซ้ำ แล้วใช้ผ้าลินินผืนใหญ่ห่อร่าง
อีกชั้น ก่อนมัดตราสังด้วยแถบผ้าลินิน
เพื่อป้องกันร่างในการเดินทางสู่ชีวิตหลังความตาย จะจารึก
คาถาอาคมบนแถบผ้าปกป้องศพ หลังห่อเสร็จ จะอาบยางไม้
เพื่อกันไม่ให้น้ำเข้า ขั้นตอนสุดท้ายคือการสวมหน้ากากปิดหน้า
จากนั้นจะนำไปบรรจุในโลงพอดีตัว เสมือนตัว

จบ อิ ๆ เกี่ยวกับด้านบนบ้างอ๊ะป่าวเอ่ย

อ้างอิงจาก ร้อยเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมัมมี่ ของเครืออัมรินทร์
โดยจอน แมลัมลัม แหะ ๆ

pleasecome


โดย: mayar [7 ก.ย. 52 21:22] ( IP A:125.24.65.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ยินดีต้อนรับค่ะ

ไปดูhttps://iyakoop.exteen.com/20080921/wepwawet

แล้วจะรู้ว่าเทพอนูบิสมาฝาแฝดด้วย
โดย: jay_ratan2000@yahoo.com [8 ก.ย. 52 12:47] ( IP A:58.10.18.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ จริงๆเรื่องของการทำมัมมี่ และการเก็บอวัยวะภายในใส่โถคาโนปิกนั้นก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนะครับ เช่นในช่วงราชวงศ์ที่ 21 เป็นต้นมา จะไม่นิยมนำอวัยวะใส่ไว้ในโถคาโนปิกแล้วครับ แต่จะจับยัดกลับเข้าไปในร่างตามเดิม โดยโถ ก็จะยังคงมีอยู่ (เพื่อประกอบพิธี) แต่จะเป็นเพียงโถเปล่าๆ หรือโถตันๆเท่านั้น

ถ้าอยากอ่านเรื่องราวของการทำมัมมี่ พร้อมรูปประกอบ เข้าไปอ่านใน Link นี้ครับ ดีทีเดียว ^^

https://www.pantown.com/board.php?id=36953&area=3&name=board3&topic=14&action=view
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [8 ก.ย. 52 19:27] ( IP A:119.31.63.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่(ใช่มั้ย)...เจี๊ยบ
ผมมิคเขียนขยันพิมพ์มาก เก่งครับ
ในบอดผมก็จะช่วยๆเสริมนะครับ
ส่วนใหญ่เฮียโอ๊ตจะตอบหมด

ปล.ชื่อมิคนะครับ ไม่มีแฟน*-*
โดย: darkobiwan [17 ก.ย. 52 16:09] ( IP A:58.8.144.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ยินดีต้อบรับค่ะ

ไม่มีแฟน....เดี๋ยวพี่หาให้

ต้องเปิดอีกบอร์ด.......นัดบอดคนรักไอยคุปต์
Matching อะไรประมาณนี้เลย

พี่เจี๊ยบ
โดย: jay [18 ก.ย. 52 9:43] ( IP A:58.10.18.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   สวัสดีครับ อาจารย์เจี๊ยบ

น่าสนเรื่อง casestudy
น่าจะทำให้คนในบอร์ดทำบ้าง เนอะ

ยินดีที่ได้รุจักนะครับ

ปล. ชื่อ ซี นะครับ
โดย: phoenixsea [20 ก.ย. 52 21:57] ( IP A:58.64.75.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ไม่ได้สอนมานาน

พอมีที่แจก CASESTUDY เลยตั้งกระทู้สนุกไปเลย
พอว่างๆจากเขียนนิยาย...ก็เอาคำถามมา POST ไว้ว่าที่เราแต่มีจุดบอดตรงไหน
ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว.....ที่สำคัญได้ความรู้จากการระดมสมอง

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะน้องซี
โดย: JAY [23 ก.ย. 52 9:49] ( IP A:58.10.18.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   โอ๊ะ!โอ้! ยินดีที่ได้รู้จักนะท่าน เรียกเรา Xzodic ได้เลยนะท่าน
โดย: xzodic [7 ต.ค. 52 18:23] ( IP A:125.26.95.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
แวะมาเล่นกระทู้พี่บ่อยๆนะ พี่ตั้งไว้หลายข้อเลย

พี่เจี๊ยบ

โดย: jay [10 ต.ค. 52 14:17] ( IP A:58.10.18.199 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   สวัสดีครับ คุณ เจี้ยบ ยินดีที่ได้รู้จักนะครัย ผมชื่อ M ครัยผม

โดย: Dx [1 ธ.ค. 52 12:54] ( IP A:118.174.101.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ยินดที่ได้รู้จักนะครับ M

มา Post เรื่องบ่อยๆนะ อย่าท้อ...ยิ่งค้นคว้ามากคุณยิ่งเก่ง...แกร่ง

บอร์ดนี้มีการฝึกจอมยุทธ์แบบไร้กรอบ...คืออยากรู้เรื่องอะไรอย่าถาม
แนะนำให้ Post ไปเลย...ยิ่งถ้ามีข้อความเพี้ยนจากความน่าจะเป็น/ควรจะเป็น...เดี๋ยวเหล่ายอมยุทธ์ศิษย์พี่ใหญ่(D13) ศิษย์พี่รอง (Imseti/Darkobiwan/Xzodic/Phoenixsea/) ออกมาเม้นท์น้องเล็ก(M) เองแหละ

แล้วว่างๆจะแวะไปดูกระทู้นะ

โดย: พี่เจี๊ยบ [3 ธ.ค. 52 10:55] ( IP A:118.174.52.139 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน