ชาวอียิปต์โบราณกับสุขภาพฟัน
   สืบเนื่องมาจากกระทู้ เงินตราของอียิปต์โบราณ + การค้าขาย ของน้องพิม... แชร์ข้อมูลกันจนออกทะเลไปสู่เรื่องปัญหาสุขภาพฟันของชาวไอยคุปต์ไปซะอย่างงั้น ก็เลยขอย้ายมาตั้งกระทู้ใหม่น่าจะดีกว่าก่อนที่มันจะออกทะเลไปไกลจนกู่ไม่กลับ ^ ^

ท้าวความสักเล็กน้อยพอเป็นกระสัย ตามที่น้องพิมตั้งข้อสงสัยว่าชาวอียิปต์โบราณกินขนมปังที่มีกรวดและทรายปนอยู่ทำให้น่าจะมีปัญหาเรื่องฟัน ซึ่งท่านเจ้าบ้านได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การมีกรวด ทรายปนอยู่ในขนมปังของพวกเขาเป็นความตั้งใจ เพื่อช่วยในกระบวนการบดแป้ง

สาเหตุที่ทำให้คนอียิปต์ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องฟันนั่นเพราะพวกเขากินอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลเยอะ อย่างเช่นน้ำผึ้งและอินทผลัม

พอดีค้นเจอบทความ 2 บทนี้เข้าเลยเอามาแชร์กันค่ะ

2,600 BC marked the death of Hesy-Re, the Egyptian scribe who has been called the first "dentist". Remains of some ancient Egyptians and Greco-Romans also reveal early attempts at dental prosthetics and surgery, and it is believed that Egyptians practiced oral surgery from as early as 2,500 BC. Later, between 1,700 and 1,550, the Egyptian text Edwin Smith Papyrus makes references to various tooth maladies and remedies.

https://www.thedentalclinic.com/dental-expert/dentistry-through-the-ages.html

___________________
DENTAL DISEASES:

Numerous papyri enumerate prescriptions to dental diseases, such as pyorrhea, loose teeth, dental caries and abscesses. Surgically produced holes to drain an abscess under the 1st molar were found in the mandible of a 4th dynasty mummy (2625 - 2510 BC). A loose tooth fixed with a gold wire bridge to a neighboring sound tooth was discovered in another mummy of the same dynasty in Giza. Artificial teeth holding a maxillary bridge by a silver wire was also found in the late period (Greco-Roman). Tooth extraction, treatment of mouth ulcers and treatment of jaw dislocation were dealt with in the Edwin Smith and Ebers Papyri.

https://www.arabworldbooks.com/articles8c.htm
โดย: Red Berry [3 พ.ค. 55 20:45] ( IP A:183.89.34.78 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขอบคุณครับ ผมสงสัยแค่ที่บอกว่า ==> the Egyptian text Edwin Smith Papyrus makes references to various tooth maladies and remedies <== เนี่ย... เขาอ้าง case ไหนของ Edwin Smith Papyrus มา เพราะว่าเท่าที่ผมทราบ Papyrus ฉบับนี้ไม่มี case ที่เกี่ยวกับฟันโดยตรงเลยนะครับ

Case ที่ 24-27 วนเวียนอยู่แถวปากกับคาง แต่ไม่ได้กล่าวถึงฟัน ซึ่งแน่นอนว่า Edwin Smith กล่าวถึงอาการเจ็บป่วยที่มาจากกระดูกแตกหรือหัก แบบนี้ทั้งสิ้น ถ้าจะเป็นสูตรช่วยให้ฟันแข็งแรง ผมว่าในปาปิรัสฉบับนี้ ไม่น่าจะมีนะครับ แต่ใน Ebers ล่ะมีแน่นอน

หรือถ้าใครทราบว่ามาจาก Case ไหนของ Edwin Smith ก็ลองเสนอได้ครับผม ^^

ปล. อยากเอา Journal ทั้ง 2 ฉบับนั้นมาให้อ่านนะครับ เพราะว่าความรู้เยอะมาก แต่เอาไว้โอกาสเหมาะๆ ผมเอาไปเรียบเรียงใหม่ เพิ่มเติมความสนุกลงไปเขียนเป็นบทความดีกว่าครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [3 พ.ค. 55 21:00] ( IP A:182.53.197.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Case ที่ 24 กับ 25 เกี่ยวกับขากรรไกร ส่วน 26 ก็แผลที่ริมฝีปาก กับ Case ที่ 27 ที่เกี่ยวกับคาง ไม่มีอันไหนกล่าวถึงฟันโดยตรงจริง ๆ อาจเป็นเพราะบทความเหล่านี้ผู้เขียนไม่ได้ศึกษาด้านอียิปต์โดยตรงก็เลยเหมารวมไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่ยังไงถ้าเจอข้อมูลเพิ่มเติมจะเอามาแชร์เพิ่มนะคะ

ส่วนอันนี้เอามาเสริมให้ เป็นรูปการรักษาฟันโดยใช้สะพานฟันโดยใช้เส้นลวดทองยึดฟันเอาไว้ด้วยกัน

https://citizenscientistsleague.com/2012/04/14/ancient-egyptian-dentistry/
โดย: Red Berry [3 พ.ค. 55 21:41] ( IP A:183.89.34.78 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณอีกครั้งครับ ^^

ภาพที่เก่าแก่จริงๆผมแนะนำภาพนี้ครับ

https://www.nature.com/bdj/journal/v206/n9/images/sj.bdj.2009.355-f2.jpg

อายุประมาณ 2500BC ได้ชื่อว่า "Giza Bridge" ค้นพบในสุสานที่ Giza ซึ่งตัวสุสานอายุ 2500BC ก็เลยตีความว่าฟันและการใช้ลวดโลหะ (คาดว่าทำจากทองคำ) ยึดกันไว้ซึ่งพบด้านในสุสานนี้มีอายุ 2500BC ไปด้วย

Of the so-called ‘prosthetic appliances’ that have been documented from ancient Egypt, the best known example consists of a mandibular second molar connected by gold wire to a worn third molar. (ดังภาพ) It was discovered at Giza, near Cairo in a burial shaft dating to approximately
2,500 BC and importantly not found attached to a skull.


จาก Journal: The practice of dentistry in ancient Egypt ครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [3 พ.ค. 55 21:59] ( IP A:182.53.197.200 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอบคุณท่านเจ้าบ้านสำหรับความรู้เพิ่มเติมเช่นกันค่ะ

ชาวอียิปต์ใช้นาตรอนในการทำความสะอาดฟัน นอกจากนี้พวกเขายังได้รับเครดิตในฐานะผู้คิดค้นยาสีฟันเป็นเจ้าแรกอีกด้วยค่ะราว 3,000 - 5,000 BC (web ของ colgate บอกว่า 5,000 BC ว่าแต่มันนานขนาดนั้นจริง ๆ หรือ??? วานท่านผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ เพราะบาง web ก็ว่า ราว 4th AD เท่านั้น)

ซึ่งสูตรของยาสีฟันแบบโบราณนี้มีหลากหลายเช่นกัน
สูตรแรก ใช้ gum arabic, ขี้เถ้า และน้ำ

อีกสูตรนึงที่เจอเขาบอกว่าใช้กีบเท้าวัว, มดยอบ (Myrrh), เปลือกไขเผา, หินภูเขาไฟ? (อันนี้ไม่แน่ใจว่าพวกเขาเอามาทำยังไงหรือจะเอามันไปบดเป็นผง?) กับน้ำ

https://www.intelligentdental.com/2011/10/12/history-of-toothpastes/

https://www.colgate.com/app/CP/US/EN/OC/Information/Articles/Oral-and-Dental-Health-Basics/Oral-Hygiene/Brushing-and-Flossing/article/History-of-Toothbrushes-and-Toothpastes.cvsp

https://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/europe/austria/1419375/The-ancient-Egyptian-recipe-for-toothpaste.html

ส่วนต้นตำหรับแปรงสีฟันนั้นเขายกเครดิตให้จีน... ก็แบ่ง ๆ กันไปล่ะนะ ^ ^ ส่วนในอียิปต์นั้นแปรงสีฟันแรกเริ่มเลยจะใช้นิ้วในการถูกฟัน ต่อมาจึงใช้กิ่งไม้เล็ก ๆ เอามาทุบปลายให้แตกออก...
โดย: Red Berry [4 พ.ค. 55 18:57] ( IP A:183.89.29.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมว่าเรื่องแบบนี้ก็พูดยากครับ เรื่องของการหา "จุดเริ่มต้น" ที่แท้จริงเี่นี่ย เราคงต้องหาแหล่งข้อมูลที่ชัดจริงๆที่บอกว่า 5000BC นั้น เอาอะไรมาอ้าง?

ที่เคยอ่าน เหมือนบอกแค่ว่า ==> Egyptians are believed to have started using a paste to clean their teeth around 5000BC <== อย่างน้อยก็คือมีคำว่า believed แสดงว่า ก็แค่คิดกันว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ามาหลักฐานที่ชัดเจนจริงๆมาระบุ

เอาจริงๆ ผมก็ไม่เคยเห็นแปรงสีฟันที่เป็นโบราณวัตถุจริงๆในอียิปต์อ่ะนะครับ คือมันอาจจะมีใน Museum ที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ไม่เคยไปเห็นด้วยตัวเองเหมือนกัน บ้างก็บอกว่าเจอแท่งไม้ (Toothstick) ในสุสานอียิปต์โบราณอายุประมาณ 3000BC แต่ด้วยตัวผมเอง ก็บอกไม่ไ้ด้หรอกครับว่ามันจริงเท็จแค่ไหน

ผมว่าประเด็นพวกนี้เป็นหนึ่งในข้อจำกัดของการศึกษาแบบเราๆเหมือนกันนะครับ คือถ้าเป็นนักอียิปต์วิทยา ที่เรียนหลักสูตร Egyptology โดยตรง ก็มีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ มีโอกาสไปดูของจริง เห็นของจริง ได้อยู่กับมันจริงๆหลายๆปี ก็จะได้เห็นอะไรมากกว่าพวกเรา ที่เอาแต่หาข้อมูลจาก Intetnet โดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆแ้ล้วถูกหรือผิดกันแน่

อีกอย่างหนึ่งประเด็นของ Everyday Life แบบนี้ด้วยตัวมันเองก็ยากอยู่แล้วที่จะจินตนาการถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในอดีต เราำทำได้แค่บอกว่าเว็บนี้อ้างแบบนั้น เ้ว็บนั้นอ้างแบบโน้น แต่เราคงไม่อาจฟันธงได้ว่าใครถูก เพราะมันเป็นการอ้างมาเื่รื่อยๆ แบบไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาสนับสนุน

แต่ที่ผมเคยอ่านมา ชาวอียิปต์โบราณใช้ Natron ทำความสะอาดฟัน ส่วนความเก่าแก่ ระบุตัวเลขไม่ได้ครับ เพราะว่าแต่ละแหล่งข้อมูลอ้างไม่เหมือนกันเลย บ้างก็บอกว่า No evidence has been recovered to suggest that the Egyptians used a toothbrush in the manner of the miswak, a natural brush-cum-toothpaste from Salvadora persica, a tree native to southern Egypt and the Sudan. The root has been used for dental care by the Muslims since the days of the Prophet (PPUH).
โดย: เจ้าบ้าน [4 พ.ค. 55 21:55] ( IP A:124.122.77.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ทำไมจะใส่สีตัวอักษร แต่ัมันกันกลายเป็นกดส่งกระทู้ซะงั้น ยังตอบไม่จบเลย 55+ ชื่อเลยเป็น "เจ้าบ้าน" เฉยๆเลย

พิมพ์ต่อในนี้แล้วกันว่า จากที่ผมโพสต์ไปเอามาจากนี้ครับ

https://www.levity.com/alchemy/islam23.html

บอกว่าไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่บอกว่าชาวอียิปต์ใช้แปรงสีฟันในรูปแบบของ Miswak ซึ่งก็คือกิ่งไม้ Salvadora persica ซึ่งกว่าจะใช้ก็ในช่วง Muslim แ้ล้ว

นั่นจึงทำให้คิดว่าการใช้กิ่งไม้เล็ก ๆ เอามาทุบปลายให้แตกออกนั้น เึคยใช้จริงหรือ?

สิ่งที่ผมอยากให้เห็นจากประเด็นพวกนี้ก็คือ อียิปต์วิทยาและโบราณคดี เป็นสหวิทยาการครับ ไม่ใช่เพียงแค่ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างเดียว แต่โบราณคดีศึกษา "คน" สิ่งที่คนสร้าง คนทำ ฯลฯ ดังนั้นการศึกษาเรื่องราวพวกนี้จึงต้องใช้ความร่วมมือของนักวิชาการหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านพืช ด้านกระดูกสัตว์ นักปวะวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ต้องช่วยกันทำงานเพื่อตีความอดีตให้เราได้เห็น

แต่ผมมองว่าการที่เราค้นหาข้อมูลใน Internet มันคงได้แค่เป็นข้อมูลเบื้องต้น รู้คร่าวๆ แต่ไม่สามารถลงลึกไปในรายละเอียดได้ พูดง่ายๆว่า หาคำตอบไม่ได้นั่นแหละครับ เพราะสิ่งที่เราทำได้คืออ้างอิงเว็บต่างๆ ซึ่งก็อ้างไม่เหมือนกันเอาเสียเลยโดยที่บอกไม่ได้ด้วยว่าถูกจริงหรือเปล่า มันไ่ม่ใช่ข้อมูลแบบ พีระมิดของฟาโรห์คูฟู สูง 66 เมตร อะไรแบบนี้ เรารู้แน่ว่าผิด แต่เรื่องของ "จุดกำเนิด" ผมยืนยันได้เลยว่า หาคำตอบยากครับ

โบราณคดีไม่มีอะไร 100% เราจะรู้แต่ละสิ่งเพียงผิวเผินเท่านั้น ขึ้นกับหลักฐานที่้ค้นพบด้วยน่ะครับ book
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [4 พ.ค. 55 22:13] ( IP A:124.122.77.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   พี่ได้อ่านเกี่ยวกับ miswak หรือเรียกอีกชื่อว่า siwak ข้อมูลก็เหมือนกันกับที่ท่านเจ้าบ้านค้นเจอค่ะ คือเริ่มใช้ในยุคอาหรับปกครองอียิปต์แล้ว... และส่วนใหญ่ข้อมูลใน web จะคล้าย ๆ กัน บางทีก็เหมือนกันเปี๊ยบ ไม่ทราบว่าใคร copy ใครล่ะนะ 555+

การค้นหาเกี่ยวกับ Lifestyle ของชาวอียิปต์เป็นเรื่องที่พี่สนใจมาก เพราะมันช่วยให้เห็นภาพรวมของอียิปต์ยุคโบราณชัดเจนขึ้นมากกว่าที่จะค้นหาแต่เรื่องของฟาโรห์เท่านั้น ส่วนหนึ่งเพราะพี่กำลังเขียนนิยายแนวอียิปต์อยู่ด้วยก็เลยต้องหาข้อมูลเพิ่มนั่นแหล่ะค่ะ... (แต่ตอนนี้เริ่มสงสัยตัวเองแล้วว่าจะเขียนจบมั้ยเนี่ย???) T^T
โดย: Red Berry [4 พ.ค. 55 22:26] ( IP A:183.89.29.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ความยากของการศึกษา Lifestyle คือมัน "เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา" ด้วยน่ะครับ และนอกจากนั้นแ้ล้ว มันยังมีบางช่วงที่ไม่มีรายละเอียดด้วย ถ้าอยากแต่งนิยายให้ตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด ก็คงต้องอ้าง Lifestyle จริงในยุคนั้นด้วย ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ

แ่ต่เรื่องแนวนี้น่าสนใจมากครับ ผมเองเคยเสนอ สนพ. ไปว่าอยากเขียนแนวนี้ เพราะว่ายังไม่มีคนเขียน แต่ สนพ. ยังไม่ให้ไฟเขียว เพราะคิดว่ากลุ่มคนอ่านน้อย ซึ่งผมก็เข้าใจนะครับ เพราะมันเป็นธุรกิจ ผมก็เลยศึกษาแล้วก็แค่อ่านคร่าวๆ ไม่ได้เขียนเป็นบทความชัดเจน แต่ถ้าลองเ้ปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอใหม่ สนพ. อาจจะสนใจก็ได้ เดี่ยวค่อยลองเสนออีกที เพราะตอนนี้มีโปรเจคหนังสือเล่มใหม่ (อีกแล้ว) ที่ไม่เกี่ยวกับอียิปต์โบราณโดยตรง ต้องแบ่งสมองส่วนหนึ่งไปศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์อื่นด้วย แต่ยังไงก็ยังไม่ทิ้งอียิปต์แน่ๆครับ 555+

ผมว่าเว็บที่อธิบาย Everyday Life ที่ดีที่สุดเว็บหนึ่งก็คือ

https://www.reshafim.org.il/ad/egypt/timelines/topics/index.html

อ่านหมดนี่ทุกหัวข้อ ผมว่าพี่ Red Berry จะมีข้อมูลเอาไปจินตนาการเรื่องราวในนิยายมากมายเลยล่ะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [4 พ.ค. 55 22:38] ( IP A:124.122.77.54 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณมาก ๆ สำหรับแหล่งข้อมูลดี ๆ ค่ะ แต่ถ้ามีหนังสือเกี่ยวกับ Lifestyle ของอียิปต์ ภ.ไทยพิมพ์ออกมาก็จะดีมากเลยค่ะ เพราะตั้งแต่อดีตมาถึงตอนนี้มีแต่หนังสือเกี่ยวกับฟาโรห์ โบราณสถาน กับสมบัติตุตันคาเมนเป็นหลัก จนพี่เองในฐานะผู้อ่านต่อให้ชอบเกี่ยวกับอียิปต์โบราณมากแค่ไหนก็ยังรู้สึกเหมือนจะอิ่มตัว... พอคิดจะซื้อหนังสือเล่มใหม่ แต่พออ่านชื่อเรื่องก็ทำให้คาดว่าเนื้อหาส่วนใหญ่คงจะคล้ายกับเล่มเดิมที่มีอยู่... แต่ก็เข้าใจเหตุผลของสนพ.ล่ะนะ เพราะความสนใจเกี่ยวกับอียิปต์โบราณของคนไทยยังจำกัดอยู่ในวงแคบมากถ้าเทียบกับคนทั้งประเทศ ยังไงพี่ก็เป็นกำลังใจให้คุณโอ๊ตผลักดันผลงานดี ๆ ออกมา และคิดว่าน้อง ๆ หลายคนในบอร์ดนี้คงยินดีสนับสนุนอยู่แล้วค่ะ ^ ^
โดย: Red Berry [4 พ.ค. 55 23:15] ( IP A:183.89.29.215 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน