อียิปต์จุดเริ่มต้นของ????
   คุณคิดว่าอียิปต์เป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบ้าง??
พอดีพึงรู้อ่ะค่ะว่าสาขาวิชาที่เรียนมีจุดเริ่มต้นที่อียิปต์(เรียนมาก็จะจบอยู่แย้ววว ก็พึ่งจะรู้ก็วันนี้นี่เอง อิอิ) ก็เลยอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างที่เริ่มต้นที่อียิปต์อีกอ่ะค่ะ
โดย: Nukhel [11 พ.ย. 51 14:46] ( IP A:203.144.153.139 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   อืมผมว่ามาจากทางเอเชียไมเนอร์อะคับ
โดย: Imseti [11 พ.ย. 51 17:01] ( IP A:58.9.32.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อ้อโทดทีคับนึกว่าถามว่าอียิปต์มาจากไหน
เอ่ออียิปต์คิดค้นล๊อคมั๊งคับ สร้างเเผนที่ภูมิศาสตร์ สร้างคอรัปชั่นด้วยปะพวกพระอะ
อืมมไรอีกอ้อน่าจะลัทธิเอกเทวนิยมอืมมไรอีก
โดย: Imseti [11 พ.ย. 51 17:07] ( IP A:58.9.32.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    อียิปต์จุดเริ่มต้นของ ประวัติศาสตร์และอารยธรรม รวมทั้ง เกือบทุกสายวิชา ที่เราได้ร่ำเรียนกันมา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา การเมือง การปกครอง กฎหมาย ฯลฯ ( หรือเปล่านะ he he he he )

โดย: xzodic [11 พ.ย. 51 17:08] ( IP A:125.26.90.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เป็นจุดเริ่มต้นของวิชาบัญชีด้วยค่ะ แล้วก็....... ยาสีฟัน ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นส่วนผสม ได้แก่ เกลือป่น พริกไทยป่น ใบมินต์ และดอกไม้ต่างๆ , Aroma Therapy เป็นที่รู้จักกันมานานกว่า 6,000 ปี เริ่มต้นใช้ในอียิปต์ ชาวอียิปต์มักใช้การเผา ให้ได้มาซึ่งกลิ่นหอมเพื่อบูชาเทพเจ้า เช่น กลิ่น Frankincense บูชาพระอาทิตย์ กลิ่น Ra และ Myrrh บูชาพระจันทร์ นอกจากนี้ชาวอียิปต์ยังใช้กลิ่นจากพืชธรรมชาติเพื่อความสดชื่น นิยมใช้กับน้ำมันนวดและผสมลงในอ่างแช่....(^ v ^)

โดย: Nukhel [11 พ.ย. 51 20:54] ( IP A:203.144.153.59 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   โอ้ มีตั้งหลายอย่าง เช่น แตงโม ก็มีกำเนิดที่อียิปต์ ร่ม การเล่นแร่แปรธาตุ น้ำแข็ง น้ำหอม แล้วก็อื่นๆอีกเยอะแยะไปหมด
โดย: ออมคุง [12 พ.ย. 51 9:05] ( IP A:124.120.105.226 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ร่มนี่เกิดที่เมโสป่าวไม่ชัวร์นะ
โดย: Imseti [12 พ.ย. 51 17:04] ( IP A:58.9.32.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   อืมม เรื่องที่จะบอกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรมั่ง ก็พูดยากนะครับ เพราะว่าของแต่ละอย่างอย่างกระดาษ ถ้าจะบอกว่ามาจากอียิปต์ ก็ไม่รู้จะถูกหรือเปล่า เพราะว่ากระดาษขาวๆอย่างที่เราใช้กันอยู่ น่าจะมาจากจีนมากกว่า แต่ว่า Papyrus ก็ถือว่าเป็นกระดาษเหมือนกัน และมาก่อนกระดาษของจีนด้วย แล้วเราจะบอกว่าอียิปต์เป็นต้นกำเนิดของกระดาษ ได้หรือเปล่า?

แล้วเค้าทราบได้ยังไงครับว่าอียิปต์ผลิตยาสีฟันได้ก่อนคนอื่น?? เท่าที่เคยทราบการแปรงฟันก็จะใช้ Natron ช่วยในการทำความสะอาดด้วย แต่ไม่ทราบว่ามาการใช้สมุนไพรอะไรอื่นๆหรือเปล่า (Natron นี่สุดยอดแห่งการทำความสะอาด ทั้งใช้แทนสบู่ทั้งผงซักฟอก ดีจริงๆ)

ส่วนเรื่องสมุนไพรต่างๆของอียิปต์โบราณ ผมมีข้อมูลเป็นตำราอยู่ยังไม่เคยอ่านละเอียดเลยครับ ดูแต่พืชบางชนิดที่น่าสนใจ อย่างแตงโม ถึงแม้ว่าจะมีบางท่านกล่าวว่าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากอียิปต์โบราณเนื่องจากมีการพบภาพจารึก หรือการพบเมล็ดแตงโมในสุสานต่างๆในอียิปต์ แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ชัดว่าถิ่นกำเนิดแรกมาจากอียิปต์โบราณจริงหรือเปล่า เสริมให้ครับว่าคำว่าแตงโม ภาษาอียิปต์โบราณคือ bddw kA (Beddu ka) ครับ

อยากส่งท้ายไว้ว่า คำว่าจุดเริ่มต้นของ??? สามารถถูกลบล้างได้ทุกเมื่อเมื่อมีข้อมูลที่ใหม่กว่าและชี้ชัดเจนกว่าว่าของที่เราเคยเชื่อกันว่ามันปรากฏเป็นครั้งแรกจากประเทศนี้แน่ๆล่ะ ดันไปโผล่ที่ประเทศอื่นก่อนประเทศนี้จริงๆ นั่นเองครับ

ดังนั้น ประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงได้ครับ เพียงแต่เราก็ต้องรอและหาหลักฐานใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ และไม่มีอคติยึดติดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [13 พ.ย. 51 12:02] ( IP A:124.120.119.224 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ใช่ๆ แต่เรื่องของแตงโมและน้ำแข็ง ปัจจุบันยังเชื่อว่าอียิปต์ เป็นชาติแรกที่ค้นพบ
โดย: ออมคุง [13 พ.ย. 51 19:25] ( IP A:58.10.146.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อาจารย์เคยบอกเหมือนกันค่ะว่า น้ำแข็ง ทำขึ้นในอียิปต์เป็นครั้งแรก
โดย: som [13 พ.ย. 51 21:37] ( IP A:125.27.176.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอแก้ไขเรื่องน้ำหอมคับ เพราะไม่แน่ใจว่าอียิปต์เป็นชาติแรกหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆอียิปต์เคยนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องหอม จากอาณาจักรที่มีชื่อว่า ปุนต์ หรือ พั้นต์ หรืออาณาจักรของกษัตริย์
โซโลมอนนั่นเองคับ
โดย: ออมคุง [17 พ.ย. 51 13:52] ( IP A:124.120.109.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   อาณาจักรปุนต์นั้นเป็นเพียงทฤษฎีที่นักวิชาเกินที่เชื่อเรื่องในพระคัมภีร์โยงไว้มากกว่าคับ
คาดว่าอยู่ที่เอธิโอเปียบางคนยังขนาดบอกว่าฮัตเชปซุตคือพระนางบาธ-ชีบาด้วยซ้ำ
ปล.อย่าว่ากันนะไม่ตั้งใจตามพี่โอ๊ต
โดย: Imseti [17 พ.ย. 51 16:57] ( IP A:58.9.35.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ดินแดน Punt หรือที่ภาษาอียิปต์โบราณคือ pwnt นั้น เราอาจจะเห็นว่ามันเด่นในช่วงของ Hatshepsut แต่ว่าจริงๆแล้วเรื่องราวของ Punt คาดว่ามีบันทึกไว้เป็นครั้งแรกตั้งแต่สมัยราชวงศ์ที่ 5 อาจจะในสมัยของฟาโรห์ Sahure ที่มีการส่งคณะสำรวจออกไปสำรวจดินแดนที่เรียกว่า Punt

นอกจากนั้นในตำนานเรื่อง กะลาสีเรือแตก ก็ยังมีการกล่าวถึงดินแดน Punt ด้วย ซึ่งประมาณว่า งูใหญ่ที่กะลาสีคนนั้นเจอที่เกาะที่เขาไปติดอยู่ คือ เจ้าชายแห่ง Punt (อันนี้ผมรับรองได้ เพราะว่าเคยถอดความตำนานเรื่องนี้ด้วยตัวเองจากภาษา Hieratics ต้นฉบับ)

และ Punt ก็ได้มาโด่งดังอาจจะเรียกได้ว่า ดังที่สุด ในสมัย Hatshepsut โดยมีภาพจารึกไว้ที่วิหารของพระองค์ที่ Deir el-Bahari

เครื่องหอมที่อียิปต์นำเข้าจาก Punt นั้นคือเครื่องหอมที่เรียกว่า "antyu" ซึ่งผลิตในบริเวณใกล้ๆกับเมือง Punt นอกจากนั้นอียิปต์ก็ยังนำเข้าหนังยีราฟ หนังเสือดาวที่ให้นักบวชใช้สวมใส่จาก Punt ด้วย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Punt จะผลิตเครื่องหอมได้ก่อนอียิปต์หรือเปล่า เพราะว่าอียิปต์เองก็มีน้ำหอมเหมือนกัน ผลิตจากบรรดาพืช และน้ำมันของต้นไม้ต่างๆ อย่างดอกบัวก็นำมาทำเป็นน้ำหอมได้ครับ จะเห็นว่าอียิปต์โบราณมีเทพเจ้าที่เกี่ยวกับ Perfume อย่างเทพ Nefertum ซึ่งเป็นเทพที่มีดอกบัวอยู่บนหัวอยู่ด้วย ซึ่งเทพองค์นี้นอกจากจะเกี่ยวข้องกับ Perfume แล้ว ยังเกี่ยวข้องกับการเสริมสวย และการรักษาโรคด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังไม่อยากสรุปว่าอียิปต์คือจุดเริ่มต้นของ Perfume หรือไม่ เพราะว่าบางแหล่งข้อมูลบอกว่า Perfume เริ่มใน Mesopotemia และ Egypt แต่ไม่ได้บอกว่าที่ใดมาก่อนที่ใดมาหลังครับ happycom

โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [17 พ.ย. 51 18:42] ( IP A:124.120.120.16 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   อืมกล่าวกันจริงๆคือน้ำหอมมีมาเเต่ยุคหินได้เเล้วล่ะตั้งเเต่คนเริ่มนับถือในเรื่องเหนือธรรมชาติ
คนก็เริ่มนำเครื่องหอมมาใช้กัน...ว่าเเต่น้ำหอมนี่หมายถึง เครื่องหอมอย่างกำยานด้วยป่าวอะ
เเต่ผมว่ามาจากเมโสล่ะ
โดย: Imseti [17 พ.ย. 51 19:43] ( IP A:58.9.35.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   แล้วกำยายสมัยนี้ แบบที่ว่าจุดไล่ยุง ก้อน 3 เหลี่ยม หลายๆสีอ่ะ กับ กำยาน ถวายเทพเจ้าอียิปต์นั่น อย่างเดียวกันป่ะค่ะ กลิ่นมันจะเป็นยังไงอ่ะ มีใครเคยดมบ้างค่ะ มาบอกกันหน่อยสิ
โดย: som [17 พ.ย. 51 21:40] ( IP A:125.27.178.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   กำยานนะ ไม่ใช่กำยาย เหอๆเบลอจัดพิมพ์ผิด
โดย: som [17 พ.ย. 51 21:42] ( IP A:125.27.178.183 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   คงจะเหมือนกันมั้ง
โดย: ออมคุง [18 พ.ย. 51 21:43] ( IP A:58.10.146.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เรื่องกำยานนั้น ผมขอเสนออย่างนี้ครับ

ผมไม่แน่ใจว่า "กำยาน" ของไทยนั้น ทำมาจากอะไร แต่เท่าที่พอทราบคร่าวๆคืออาจจะทำจาก "ยางของต้นกำยาน" ซึ่งมีความหอมครับ

แต่สำหรับของอียิปต์โบราณ ขอให้ไปมองที่ตัว "ภาษา" ครับ ในภาษาอียิปต์โบราณเรียกวัตถุที่ให้ความหอมพวกนี้ว่า snTr หรือ Senetjer ซึ่งนักอียิปต์วิทยาแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Incense และคำว่า Incense นั้น ยังสามารถแปลเป็นภาษาไทยว่า "เครื่องหอม" ได้ด้วย ไม่จำเป็นว่าต้องแปลว่า "กำยาน" อย่างเดียว และแน่นอน Incense สามารถแปลว่า "ธูป" ก็ได้ครับ

เวลาอ่านหนังสือของไทย หรือเวปของไทย ที่เกี่ยวกับอียิปต์โบราณ มักกล่าวว่าชาวอียิปต์โบราณใช้ "กำยาน" ในการเผาบูชาเทพเจ้า ซึ่งผมคิดว่า เค้าอาจจะแปลมาจากคำว่า Incense ซึ่งน่าจะแปลว่า "เครื่องหอม" มากกว่าครับ

ดังนั้น เครื่องหอมของอียิปต์ จึงไม่จำเป็นต้องทำมาจากยางของต้นกำยานครับส่วนมากที่เห็น วัตถุดิบหลักๆในการทำ "เครื่องหอม" ของอียิปต์โบราณก็คือ Cinnamon (อบเชย) Myrrh (เมอ ยางไม้ชนิดหนึ่งมีกลิ่นหอม) และ Frankincense (ยางไม้หอมอีกชนิดหนึ่ง) ครับ

จริงๆแล้ว ยังมีพืชอีกหลายชนิดที่มีกลิ่นหอม และชาวอียิปต์โบราณใช้ในการเผาเพื่อทำเป็นเครื่องหอมครับ ใครทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็เสริมได้ครับ เพราะผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรอียิปต์โบราณมากนัก ^^ happycom
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [20 พ.ย. 51 9:04] ( IP A:124.120.120.90 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ที่ไปหาบทความมากำลังจะเรียบเรียงใส่บล็อกเหมือนกัน

----------------------------------------------------------
แม้ว่าน้ำหอมรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันจะมีพื้นฐานเป็นส่วนผสมของแอลกอฮอล์ แต่ในสมัยอียิปต์โบราณหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ น้ำหอมมีบทบาทสำคัญในการเจริญก้าวหน้าของสังคมเป็นอย่างมากมีสองปัจจัยหลักในการใช้น้ำหอมในขณะนั้นใช้ในการเผาเพื่อกลิ่นหอม และผสมเป็นขี้ผึ้งเพื่อทาตัว วิธีการอบหรือรมควัน ตลอดจนการเผาไม้หอม,เครื่องเทศ,ผลไม้แห้ง และยางไม้ต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งกลิ่นหอมนานาชนิดที่กระจายไปในอากาศได้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติภายในวัดเพื่อพิธีกรรมทางศาสนาจากวัตถุดิบพื้นๆ ได้กลายเป็นการผสมผสานเครื่องหอมหลายชนิดเข้าด้วยกัน ให้ได้มาซึ่งกลิ่นหอมใหม่ๆ หลักฐานสำคัญที่ได้ค้นพบในบทบันทึกของ EDFOU และ PHILAE เป็นข้อมูลอันล้ำค่าที่ได้บอกเล่าถึงวิวัฒนาการเกี่ยวกับน้ำหอมจากตัวอักษรโบราณ ในเอกสารเก่าแก่ที่ได้ค้นพบในสมันนั้น เราได้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตำรา หรือวิธีปรุงแต่งกลิ่นหอมตามตำรับโบราณ เครื่องหอมที่ขึ้นชื่อและสำคัญในสมัยนั้น อาทิ KYPHI MYRRH,LENTISK,JUNIPER , FENUGREENSEED,PISTACHIO และ CHUFA ได้ถูกนำมาบดและร่อนเป็นผงละเอียด ผงเหล่านี้ได้ถูกนำมาผสมกับไวน์ ก่อนจะถูกนำมาต้มพร้อมกับยางสน และน้ำผึ้งให้ข้นและเหนียว ชาวอียิปต์ได้ใช้สองสิ่งประดิษฐ์นี้ในการเผาเครื่องหอม ภาชนะเผาเครื่องหอมด้วยถ่านชนิดโลหะ และ INCENSE ARM เครื่องมือจับเครื่องหอมมีลักษณะเป็นด้ามถือไม้หรือโลหะ มีปลายอีกด้านหนึ่งสามารถรองรับด้วยโลหะเล็กๆ ที่บรรจุเครื่องหอมอยู่ ขี้ผึ้งหอมและน้ำหอมได้มีการนำมาใช้กับผิวหนังบนร่างกาย ทั้งทางในลักษณะของเครื่องสำอางค์ และทางด้านยา เนื่องจากการกลั่นและแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ยังไม่เป็นที่รู้จักในสมัยนั้น ดังนั้นไขมันสัตว์และน้ำมันพืชได้ถูกนำมาใช้ในการดูดซึมซับกลิ่นหอมจากดอกไม้และยางไม้ สีผสมและยากันบูดได้ถูกผสมลงไปในสารสกัดนั้นด้วย ขี้ผึ้งหอมที่ได้มาได้ถุกแบ่งบรรจุไว้ในหม้อ และแจกันซึ่งสลักจากหินปูนชนิดหนึ่ง เครื่องปั้นดินเผา,หินแกะสลัก, หรือขวดเซรามิกสำหรับบรรจุจะถูกทำขึ้นเป็นรูปสัตว์ ขวดแก้วได้ถูกค้นพบในเวลาต่อมา ในรูปแบบเหยือก แจกัน และแก้วเหล้าที่มีสีผสมหลายๆสีในชิ้นเดียวกัน ในระหว่างสมัยเก่าและกลางในอาณาจักรที่ปกครองโดยพระเจ้าแผ่นดิน น้ำหอมได้ถูกสงวนไว้เพื่อใช้ในพิธีกรรมเฉลิมฉลองต่างๆ โดยเฉพาะ อาทิพิธีฉลองทำความสะอาดร่างกาย ใช้ชโลมร่างกายของผู้ตายและบูชาเทพเจ้า ในที่สุดน้ำหอมได้ถูกนำมาใช้สำหรับเทศกาลต่างๆ ในสมัยอาณาจักรสมัยใหม่ ปี ค.ศ. 1580 - 1085ก่อนคริสตกาลซึ่งเรียกกันว่าเป็นน้ำหอมพิเศษสำหรับเทศกาลแต่อย่างไรก็ตามน้ำหอมเหล่านั้นก็ยังถูกจัดเตรียมขึ้นโดยพระผู้สอนศาสนา สตรีอียิปต์ก็ใช้น้ำหอมในรูปครีมและน้ำมันหอมระเหยในรูปของ TOILETRIES และเครื่องสำอาง เพื่อเสริมสร้างเสน่ห์ตัวเองในระหว่างมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่รักของตน
โดย: lilypixel [30 พ.ย. 51 10:22] ( IP A:124.120.217.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ว้าว พิสตาชิโอ!!!!อยากกิน
โดย: Imseti [30 พ.ย. 51 11:08] ( IP A:58.9.28.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ถั่ว(หรือเปล่า)พิสตาชิโออร่อยเน้อะ คั่วเนยโรยเกลือมันมาก
โดย: lilypixel [30 พ.ย. 51 11:36] ( IP A:124.120.217.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   5555+อยากกินๆ
โดย: Imseti [30 พ.ย. 51 12:01] ( IP A:58.9.28.75 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   แพง !นะ พิตาชิโอแต่ก็อร่อยนะ อร่อยมากด้วย แต่แพง !
ฉะนั้น กินถั่วลิสง คลุกเกลือ แกล้มเหล้าดีกว่า อุ๊ย!(ล้อเล่นค้าบ) เด็กแล้วเยาวชนไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะ
โดย: som [29 ธ.ค. 51 14:12] ( IP A:125.27.171.153 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   555+นั่นไปเเล้วล่ะคับ
โดย: Imseti [29 ธ.ค. 51 20:31] ( IP A:58.9.36.171 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   555+
โดย: som [29 ธ.ค. 51 21:59] ( IP A:125.27.178.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   เด็กๆๆๆอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะ
โดย: som [29 ธ.ค. 51 22:00] ( IP A:125.27.178.107 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   เอ...รู้สึกว่าจะเคยได้ยินมานะว่าการที่ไม่นิยมใช้สีแดงในการเขียนชื่อคนนั้น แท้จริงแล้วมาจากอียิปต์ เนื่องมาจากมีสตรีสูงศักดิ์แห่งอียิปต์มาพบคนวาดรูปคนหนึ่งวาดรูปพระนางไว้ด้วยหมึกสีแดงทำให้พระพักตร์ของพระนางดูเหมือนมีเลือดมาชะโลมอยู่ทำให้ตัดสินพระทัยลงโทษช่างวาดผู้นั้น พร้อมกับสั่งไม่ให้ใครใช้สีแดงในการนี้...ไม่รู้ว่าจะจริงหรือเปล่าเนาะหรือใครคิดว่าไงก็ช่วยบอกทีนะคะ

โดย: calabur_ae@hotmail.com [16 พ.ย. 52 19:14] ( IP A:115.67.226.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   เอ...รู้สึกว่าจะเคยได้ยินมานะว่าการที่ไม่นิยมใช้สีแดงในการเขียนชื่อคนนั้น แท้จริงแล้วมาจากอียิปต์ เนื่องมาจากมีสตรีสูงศักดิ์แห่งอียิปต์มาพบคนวาดรูปคนหนึ่งวาดรูปพระนางไว้ด้วยหมึกสีแดงทำให้พระพักตร์ของพระนางดูเหมือนมีเลือดมาชะโลมอยู่ทำให้ตัดสินพระทัยลงโทษช่างวาดผู้นั้น พร้อมกับสั่งไม่ให้ใครใช้สีแดงในการนี้...ไม่รู้ว่าจะจริงหรือเปล่าเนาะหรือใครคิดว่าไงก็ช่วยบอกทีนะคะ
โดย: calabur_ae@hotmail.com [16 พ.ย. 52 19:18] ( IP A:115.67.226.74 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน