ใครมีปะสบการณ์ฟันคุดกันบ้างค่ะ (คำถามอาจน่าเกลียดไปนิดนะค่ะ แต่ขนาดฟาโรห์ตุตันคาเมนยังปวดเลย55+ )
   คือคำถามข้างต้นนี้อาจจะน่าเกลียดไปนิดนะค่ะ
แต่ครั้งหนึ่งฟาโรห์ตุตันคาเมนก็เคยปวดนิใช่ไหมค่ะ (อันนี้ก็ไม่แน่)
เลยอยากจะทราบว่าฟันคุดนี่อ่ะ มันปวดกันมากเลยเหรอค่ะ
แล้วคนโบราณเค้าจะจัดการกับไอ้เจ้าฟันคุดนี่ได้ยังไงค่ะ แต่เท่าที่รู้ในสมัยนี้เค้าผ่ากันอ่ะค่ะเลยอยากจะรู้ว่าคนโบราณจัดการกันฟันคุดนี่ยังไง
ใครรู้หรือทราบเรื่องนี้ช่วยไขข้อสงสัยให้หน่อยนะ อิอิ

โดย: once upon a time [26 ก.ย. 51 12:02] ( IP A:125.27.174.155 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เพิ่งไปถอนฟันมาค่ะ
ถ้าไม่ปวดตอนขึ้น ก็จะปวดตอนมันหลุดค่ะ (เค้าว่ากันมา)
ยังไงก็รอผู้รู้มาตอบนะคะ เผื่อจะเอาไปใช้บ้าง
โดย: kawis [26 ก.ย. 51 12:22] ( IP A:202.91.18.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ต้องสารภาพว่า ไม่เคยเป็น (และไม่อยากเป็นด้วย) ครับ

เรื่องหมอฟันสมัยอียิปต์โบราณ ผมพอทราบเล็กน้อยครับ ถ้าจะลงไปถึงวิธีการรักษา ใครมีเพื่อนเรียนทันตะลองสอบถามดูครับ น่าจะได้เรียนมาบ้าง เกี่ยวกับประวัติของการทำฟัน น่าจะได้ข้อมูลดีๆเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

สำหรับคำว่า "หมอฟัน" คาดว่าในภาษาอียิปต์โบราณเรียกว่า "iryw-ibw" ครับ หมอฟันก็เหมือนหมอทั่วๆไปในอียิปต์โบราณ ที่จะใช้วิธี "ทดลองไปเรื่อยๆ" แล้วก็เก็บข้อมูลเพื่อเอาไปใช้กับคนไข้รายต่อไป หรือที่เรียกว่า Trial & Error ครับ

ใน Ebers Papyrus คาดว่ามีเรื่องเกี่ยวกับการรักษาฟันอยู่ประมาณ 10 กรณี แต่ผมก็ไม่ทราบรายละเอียดในการรักษาขนาดนั้นครับ (ถ้าผมทราบคงไปเปิดคลีนิครักษาฟันแผนโบราณ 555+)

ดังนั้นเรื่องฟันคุด สมัยก่อนรักษายังไง อันนี้ไม่ทราบจริงๆ

แต่สุดท้าย ถ้าหมอฟันอียิปต์ รักษาไม่หาย ที่พึ่งสุดท้ายก็คือ "เวทมนตร์" เช่นเคยครับ และผู้รับภาระไปก็คือเทพ Ptah นั่นเองครับ

สำหรับใครที่ทราบรายละเอียดเบื้องลึก มาช่วยหน่อยคร๊าบบsmile
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [26 ก.ย. 51 18:32] ( IP A:124.120.124.7 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   
ฟันคุดคนที่เป็นทรมานมาก (ฟังมาจากคนรู้จักที่เป็น) ตัวเองเจอผ่าออกตั้งแต่อายุ 20 เลยไม่มีโอกาสรู้สึกแล้ว

ในสมัยโบราณไม่ใช่แค่ตุตันคาเมนองค์เดียวที่เจอปัญหาสุขภาพเรื่องฟัน (แต่สงสัยจะไม่ใช่ฟันคุดนะ เพราะฟันคุดจะมีปัญหาต้องผู้ใหญ่ที่อายุเยอะแล้ว ตุตันคาเมนสวรรคตตั้งแต่อายุน้อยๆ เลย) แม้แต่ฮัตเซปซุสเองก็สวรรคตด้วยการติดเชื้อในช่องปากเหมือนกัน (อ้างอิงสารคดีค้นหามัมมี่ฮัตเซปซุสของ NG อันใหม่สุด)
โดย: lilypixel [26 ก.ย. 51 18:40] ( IP A:124.120.216.177 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เเล้วเคยได้ยินใช่ป่าวคับที่ อเมนโฮเทปที่3โดนเรื่องฟันผุไปเต็มๆเห็นบอกทรมานสุดๆ
จนต้องใช้ยางจากฝิ่นมาอุดถึงพอเยียวยาได้ของไซปรัสปะ!?ฝิ่น..
นี่ภาพมัมมี่ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่3ผู้ยิ่งใหญ่เเต่ต้องปราชัยให้เเมงกินฟัน เหอๆ

โดย: Imseti [26 ก.ย. 51 18:56] ( IP A:58.9.30.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   
เรื่องโรคเกี่ยวกับฟันสมัยก่อนทรมานมากนะ สำคัญคืออาหารที่บริโภคแทบนั้นเน้นที่แป้งกับน้ำผึ้ง การติดเชื้อในช่องปากเลยเพียบ
โดย: lilypixel [27 ก.ย. 51 4:50] ( IP A:124.120.229.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   อาหารอย่างผลไม้ล่ะคะ? แล้วพวกเครื่องดื่มสมัยนั้นมีผลรึเปล่า
ไหนๆก็ไหน เอาเข้าเนื้อหาในช่องปากให้หมดเลย
โดย: kawis [27 ก.ย. 51 22:39] ( IP A:202.91.18.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   น้ำผึ้งเป็นตัวระงับเเบคทีเรียไม่ให้เจริญเติบโตนี่คับ
อย่างที่ทุกๆคนรู้กันอยู่ว่าอียิปมักเป็นโรคฟันผุเเล้วทำให้เกิดปัญหา
เรื่อรังตามมาคือ!!อักเสบเเละหนองในบริเวณเหงือก(ฟังน่าหยะเเหยง)
ส่วนสาเหตุหลักก็คือขนมปังคับเลยอยากถามว่าเพราะอะไร!?ทำไมเป็นขนมปัง
โดย: Imseti [27 ก.ย. 51 22:56] ( IP A:58.9.225.176 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เพราะตอนนวดแป้งมีทรายเข้าไปผสม พอกัดเลยฟันหักค่ะ โฮ่ๆๆๆๆ (ปัญญาอ่อนได้อีกครั้ง)
โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:30] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   - มนุษย์ได้มีการทำฟันเทียมใช้งานมานานแล้ว ได้มีการค้นพบฟันเทียมที่ทำมาจากงาช้างและไม้ในอียิปต์ยุคโบราณ

จาก https://toothrus.com/Implant.html ค่ะ

และเด็ดสุดค่ะ

การแพทย์ที่ยอมรับกันว่า น่าจะเป็นรากฐานที่ “ทันสมัย” แห่งโลกในอดีตนั้นเกิดขึ้นในอียิปต์โบราณ หรือดินแดนไอยคุปต์ แห่งลุ่มแม่น้ำไนล์



โดยมีเอกสารโบราณที่จารึกไว้ในม้วนกระดาษปาปิรุส ซึ่งค้นพบโดยจอร์จ อีเบอร์ส ที่เมืองลักซอร์ในปี ค.ศ.1873 เป็นบันทึกรวบรวมถึงการรักษาพยาบาลตั้งแต่ครั้ง 1,500 ปีก่อน ค.ศ. หรือกว่า 3,500 ปีก่อนโน้น

ต่อมาเอ็ดวิน สมิธ ก็ได้พบเอกสารปาปิรุสอีกฉบับหนึ่ง ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของดินแดนไอยคุปต์ เป็นต้นว่า ถ้าแขนหัก ชาวอียิปต์จะเอากิ่งไม้เบิร์ชมาดามแล้วพันผ้าหุ้มโดยรอบ การฟกช้ำที่เกิดบนซีกซ้ายหรือขวาของศีรษะ จะทำให้เกิดการชาหรืออัมพาตของร่างกายซีกตรงข้าม เป็นต้น

ภายในสุสานคอม ออมโบ เก่าแก่ 2,000 ปี ริมแม่น้ำไนล์ นักโบราณคดีได้พบอุปกรณ์ ผ่าตัดโบราณถึง 48 รายการ ทั้งเลื่อย ก้านหยั่งแผล คีม ตะไกร ฯลฯ

และเมื่อ ค.ศ.2001 นี่เอง ก็มีการค้นพบสุสานของหมอหลวงเมื่อสมัย 4,000 ปีก่อน ภายในมีเครื่องมือแพทย์ทำด้วยบรอนซ์ จำนวน 30 ชิ้น นับเป็นอุปกรณ์แพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แสดงว่าอียิปต์ก็มีหมอผ่าตัดมาก่อนดินแดนใดๆในโลก

มีดผ่าตัดบางเล่มทำจากออปสิเดียน (หินกระจกสีดำจากภูเขาไฟ) ซึ่งมีคุณสมบัติคมกริบยิ่งกว่ามีดเหล็กกล้าเป็นสิบเท่า ใบมีดเรียบทำให้หลังการผ่าตัดปราศจากรอยแผลเป็น แพทย์แผนปัจจุบันหลายคนก็ยังนิยมใช้มีดที่ทำจากออปสิเดียน

ความรู้ทางด้านกายวิภาค ที่จารึกบนม้วนปาปิรุสก็น่าทึ่งเช่นกัน ระบุไว้ว่าหัวใจมนุษย์ นั้นทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปยังทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งความเห็นนี้เพิ่งจะได้รับการชี้ชัดในศตวรรษที่ 17



ปาปิรุสฉบับสมิธ ยังเป็นตำราเล่มแรกที่บรรยายถึงสมองและเยื่อหุ้มสมองซึ่งพวกเรียกว่าเมนิงเกส อันเป็นที่มาของคำว่า MENINGITIS ที่แพทย์ปัจจุบันใช้เรียกโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั่นเอง

ปาปิรุสฉบับนี้ยังพูดถึงวิธีการรักษาโรคสมองไว้ด้วย นั่นคือ เมื่อคนไข้มีอาการปวดหัวรุนแรง อันเนื่องมาจากกรณี “ไฮโดรเซฟารุส” หรือมีน้ำในสมอง ซึ่งหากปล่อยไว้ไม่รักษา สมองก็จะพิกลพิการ และคนไข้จะไม่สามารถควบคุมความสมดุลของร่างกายได้ วิธีการรักษาในปัจจุบันได้แก่ การค่อยๆเจาะหัวกะโหลกคนไข้อย่างระมัดระวัง แล้วสอดท่อเข้าไประบายเอาน้ำในสมองออก เทคนิคนี้มีรากฐานมาจากการแพทย์ของไอยคุปต์อย่างแน่นอน ดูได้จากกะโหลกศีรษะของมัมมี่โบราณ ซึ่งพบรูกลมเรียบปรากฏอยู่ด้านหน้า คาดว่าเป็นฝีมือการเจาะด้วยค้อนและสิ่ว น่าอัศจรรย์ที่คนไข้หลายรายรอดชีวิตจากการรักษานี้

ทุกวันนี้ยาบรรเทาอาการปวดชนิดหนึ่งที่มีติดตู้ยาประจำบ้านคือ “แอสไพริน” ที่ระงับได้ ตั้งแต่ปวดฟันยันปวดแผลผ่าตัด ยานี้ผลิตโดยบริษัทบายเออร์ ในปี ค.ศ.1899 จัดว่าเป็นยาระงับปวดแรกสุดของโลก แต่อันที่จริงเมื่อ 5,000 ปีก่อนโน้นชาวอียิปต์ได้นำแอสไพรินมาใช้กันแล้ว พวกเขาเอาเปลือกต้นวิลโลว์มาต้มกินต่างน้ำชา ซึ่งต้นวิลโลว์นี้เองที่โลกปัจจุบันนำมาสกัดตัวยาแอสไพริน

อุตสาหกรรมยามูลค่าแสนล้านบาทเดี๋ยวนี้ ค้นพบมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว

ชาวอียิปต์เป็น โรคพยาธิใบไม้ในเลือดกันมาก พวกเขากินสมุนไพรอโล อีเวรา เป็นยาฆ่าพยาธิ ชนิดเดียวกับพวกเราทุกวันนี้ และก็ยังใช้สมุนไพรนี้สำหรับทาแผลไหม้พอง แผลสด ช้ำบวม ซึ่งก็เช่นเดียวกับเราอีก สมุนไพรอีกตัวคือ ขมิ้น (TUMERIC) นอกจากใช้ปรุงอาหารแล้ว ก็เป็นยาทาแผลได้ด้วย แต่ปัจจุบันเราใช้รักษาอาการตกเลือดภายใน เปลือกต้น FRANKINCENSE เป็นสมุนไพรที่อียิปต์ใช้ชำระล้างฆ่าเชื้อ กินแก้เจ็บปาก ระคายคอเหมือนกับเราใช้เป๊ะๆ ส่วนยาแก้ไอของอียิปต์โบราณทำมาจากชะเอม (LICORICE) และใช้รักษาอาการปอดชื้นด้วย ซึ่งปัจจุบันเรานำมาใช้ล้างพิษภายใน แต่ละตัวยาของไอยคุปต์มักประกอบด้วยเครื่องยาสิบกว่าอย่างผสมผสานกัน โดยจะมีถ้วยตวงพิเศษเพื่อให้ได้ปริมาณที่ละเอียดแน่นอน

นอกจากสมุนไพรแล้ว สิ่งอื่นๆในธรรมชาติก็ถูกนำมาใช้ในการรักษาพยาบาลจากการคิดค้นของแพทย์ไอยคุปต์

เช่น 5,000 ปีก่อนโน้น ถ้าคุณถูกมีดบาด แต่แผลไม่ลึกพอที่จะต้องเย็บ (ซึ่งสมัยนั้นก็เย็บเป็นแล้ว) หมออียิปต์อาจตัดสินใจเอาชิ้นเนื้อดิบๆมาปิดแผล เพราะรู้กันว่าเนื้อสดนั้นมีเอนไซม์ที่สามารถทำให้เลือดหยุดไหลได้ พอเลือดหยุดแล้ว เขาก็ทาแผลด้วยน้ำผึ้ง เพราะน้ำผึ้งจะช่วยดูดซับของเหลวในแผล ทำให้ไม่เกิดอาการบวม และก็ยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออีกต่างหาก นับเป็นสารแอนติไบโอติก ที่ใช้ กันมาก่อนหน้าอเล็กซานเดอร์ เฟลมมิง จะค้นพบตัวยาเพนิซิลินตั้งห้าพันปี

อาการผิดปกติของสายตาแบบหนึ่งที่เรียกกันว่า “บอดกลางคืน” คือการไม่สามารถเห็นได้ในที่แสงสลัวๆ สาเหตุมีหลายประการ แต่อย่างหนึ่งคือ ขาดวิตามิน A แพทย์แผนปัจจุบันจึงรักษาคนไข้ ด้วยการให้กินสารสกัดจากตับ เชื่อไหมครับว่า แพทย์ไอยคุปต์โบราณก็สั่งให้คนไข้สาวกินตับสดของลาเช่นกัน ตับนั้นมีวิตามินเออันอุดมสมบูรณ์

แม้กระทั่งยาคุมกำเนิด สตรีไอยคุปต์ก็ สามารถทำขึ้นใช้เองได้อย่างง่ายดาย เจ้าหล่อนจะตัดหนามจากกิ่งต้นอะคาเซียที่มีอยู่ดาษดื่นในทวีปแอฟริกา แล้วเอามาใส่ครกตำจนแหลกละเอียด จากนั้นก็เติมอินทผลัม เหยาะน้ำผึ้งลงไปกวนให้เข้ากัน เอาสำลีเล็กๆมาจุ่มในของเหลวนั้น ยามจะมีเพศสัมพันธ์ก็สอดสำลีเข้าไว้ล่วงหน้า สารละลายจากต้นอะคาเซีย จะมีสภาพเป็นกรดแล็กติก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ใช้ในการปรุงยาคุมกำเนิดสมัยนี้

ท้ายที่สุด พวกเธอรู้กระทั่งวิธีทดสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่!?

ยามที่เธอไม่แน่ใจว่าตนกำลังก่อกำเนิดทารกรึเปล่า สตรีไอยคุปต์ก็จะหาพื้นที่ดินเล็กๆ แล้วฝังเมล็ดข้าวบาร์เลย์กับเมล็ดข้าวสาลีไว้ จากนั้นก็ปัสสาวะรดลงไป ถ้าหากไม่มีสิ่งใดเติบโตขึ้นมาจากพื้นดิน ก็เป็นอันแน่ใจว่า เธอมิได้ตั้งครรภ์ หรือมิฉะนั้นทารกในครรภ์ก็เสียชีวิตไปแล้ว

ท่านผู้ใดไม่เชื่อในทฤษฎีนี้ก็ทดลองทดสอบดูได้ แล้วอย่าลืมแจ้งผลมาให้ทราบกันบ้างนะครับ

หรืออยากจะเห็นผลการทดสอบของผู้อื่น ก็เปิดดูได้ในเคเบิลทีวีทรูวิชั่นส์ ช่อง HISTORY (A23, D44) เรื่อง ANCIENT EGYPT : MODERN MEDICINE วันพุธที่ 22 สิงหาคม 2007 เวลา 22.00 น. ครับผม.

ทีมงาน ต่วย'ตูน

จาก https://www.thairath.co.th/news.php?section=specialsunday08&content=57934 ค่ะ

คงมีประโยชน์บ้างนะคะ ><
โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:35] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ลืมใสชื่อคห. 9 ค่ะ >< ขอมาแถมภาพสักนิด

โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:38] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   มีอีกค่า

โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:39] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   และอีกอัน

โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:40] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   สุดท้ายค่า ><

โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:41] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เอ่อ - -" โพสไปเป็นเบือแล้วเพิ่งรู้สึกตัวว่า "หัวข้อมานฟันคุดนี่ฝ่า" เหะๆ ง่า..คือเห็นว่าน่าศึกษาเรื่องการแพทย์อ่าค่ะ >< แล้วนี่เป็นหัวข้อเดียวที่น่าจะเอามามิกซ์กันด้ายยยย ^ ^ หวังว่าคงเอาไปเป็นข้อมูลในบอร์ดได้บ้างนะค้า

อ่า..ถ้าจะเอาเรื่องฟันจริงๆ ที่นี่ค่ะ https://www.egyptologyonline.com/the_dentist.htm

แต่เป็นปะกิด - - มันของไม่ถูกโรคกัน หุๆ ถ้าแปลเสร็จคงเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ ^ ^

โดย: pear [29 ก.ย. 51 13:50] ( IP A:58.8.2.128 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอบคุณครับ ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มๆ หาอ่านได้จากต่วย'ตูนพิเศษ ฉบับเดือน สิงหาคม 2550 ครับ

เรื่อง Ebers Papyrus อยากเห็นฉบับแปลจังเลย เพราะเราก็รู้แค่ว่า มันคือตำรายา แต่เราไม่รู้เลยว่า มันเขียนอะไรไว้มั่ง จริงมั๊ยครับ??

ส่วน Edwin Smith ผมเคยอ่านฉบับแปล 48 Cases หมดแล้ว พยายามจำ แต่จำไม่ได้ครับ สงสัยถ้าจำหมด คงไปเปิดแพทย์แผนอียิปต์โบราณ 555+ โดยปาปิรัสนี้จะเกี่ยวกับการผ่าตัดและ Case เกี่ยวกับกระดูกแตกล้วนๆเลยครับ บางโรคก็รักษาไม่ได้ด้วยครับผม โดยแพทย์ก็จะกล่าวกับคนไข้ตรงๆเลยว่า "ไม่สามารถรักษาได้" แต่ยังไงก็คงใช้เวทมนตร์รักษากันต่อไปครับ เทพ Ptah ช่วยด้วยยยยย!!! medical
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [29 ก.ย. 51 13:56] ( IP A:124.121.227.185 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   โรคของตาที่ยอดฮิตในอียิปต์โบราณนี่ต้อกระจกปะ
ที่พวกคนงานที่ทำงานในสุสานเจอ
โดย: Imseti [29 ก.ย. 51 14:30] ( IP A:58.9.36.177 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เอ่อ ถ้าถามว่า ยอดฮิตหรือเปล่า ไม่รู้นะครับ แต่ว่าถ้าถามว่ามีมั๊ย ก็ต้องตอบว่า ต้อกระจก ในสมัยนั้ก็มีการเป็นกันแล้ว นอกจากนั้นยังมีโรคเยื่อตาขาวและกระจกตาอักเสบ แล้วก็โรคบอดกลางคืนด้วยครับ

ในสมัยนั้นให้รักษาโดยการหา "ตับสัตว์" มากิน ซึ่งปัจจุบัน ตับก็ยังช่วยเรื่องพวกนี้ได้อยู่ครับ

สาเหตุของโรคตาเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะว่า ไปเจอฝุ่น เจอแมลง แล้วก็อาจจะไม่รักษาความสะอาดของร่างกายที่ดีพอ เลยทำให้เป็นก็ได้ครับ

แต่ที่สงสัยคือ เค้าทราบได้อย่างไรว่า "คนที่ทำงานในสุสาน" เป็นโรคนี้ เค้าเจอหลักฐานอะไรบอกอย่างนั้นหรือ มันก็จริงว่าเค้าทำงานท่ามกลางฝุ่น แต่ว่าเค้าก็ไม่เจอศพของที่คนทำงานในสุสานมากพอที่จะสรุปได้ว่า คนทำงานในสุสาน เป็นโรคต้อกระจกเยอะไม่ใช่หรอ???

เค้าเอาหลักฐานอะไรมาอ้างอ่ะ ใครรู้มั่ง? (ฟันคุดไปเรื่องต้อกระจกละ) smile
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [29 ก.ย. 51 14:45] ( IP A:124.121.227.185 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   เคยได้ยินว่าเขาไปเจอออสตราคอนในเดีย-เอล-เมดินาห์คับ
มีใจความประมาณว่าให้ลูกชายเขาช่วยทำงานเเทนพ่อเขา
เเล้วให้ดูเเลเขาที่ไม่สามารถวาดรูปในสุสานได้ต่อไปถูกนายจ้างละเลย
เเล้วให้ลูกช่วยดูเเลเขาที่ตาพร่าเลือน
เเต่สงสัยอีกว่าเขาเขียนยังไงทั้งที่ตาพร่า(พูดดักคอไว้ก่อน)
เเต่มีจริงๆนะ
โดย: Imseti [29 ก.ย. 51 15:36] ( IP A:58.9.36.177 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   อืม โอเค ก็จริงครับ แผ่นหินที่จารึกข้อความที่พบใน Deir el-Medina มีเยอะมาก แผ่นหินที่เขียนฟ้อง Vizier ว่าไอ้คนคนนี้ไปมีชู้กับเมียชาวบ้าน บ้านโน้น บ้านนี้ ยังมีเลย เคยอ่านมาแล้ว แต่ไม่มีรูปให้ดู เรื่องจริงนะคร๊าบบ

คำว่า ตาที่พร่าเลือน จริงๆแล้ว เท่าที่เคยถอดความมา การตีความ จะไม่ได้แปลตรงตัวเสมอไปครับ เค้าอาจจะบอกว่า ตาเค้าใช้การไม่ได้ เฉยๆก็เป็นได้ แต่คนที่ถอดความเป็น Eng ใช้คำให้ดูง่าย เลยบอกว่า ตาพร่าเลือน ไงครับ (การถอดจาก Eng ไปเป็นไทยอีกที ก็ทำให้ความหมายจริงๆ เพี้ยนไปเรื่อยๆด้วย)

ดังนั้นบอกแล้วครับ อยากรู้จริง ต้องถอดความจาก Original ลูกเดียวครับ book
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [29 ก.ย. 51 16:07] ( IP A:124.121.227.185 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   เตรียม pencil จด
โดย: lilypixel [29 ก.ย. 51 20:54] ( IP A:124.120.220.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ขอบคุณทุกคนที่ให้คำตอบกะเรานะ ซึ้งจัง
โดย: once upon a time [30 ก.ย. 51 10:32] ( IP A:125.27.174.171 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ว่าแต่ ซีก็อยากลองกิน ขนมปัง สไตล์ อียิปต์ทำดูนะครับเนี่ย
โดย: phoenixsea [9 พ.ย. 51 13:09] ( IP A:58.64.74.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ลองกินจิคับปากพังโหมะ
โดย: Imseti [9 พ.ย. 51 16:11] ( IP A:58.9.30.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   เด๋วทำให้กินป่ะ รับรองเหมือนขนมปังอียิปต์แท้ๆแน่ 555+ (ล้อเล่นนะ)
โดย: som [9 พ.ย. 51 18:41] ( IP A:125.27.172.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   5555+
โดย: Imseti [9 พ.ย. 51 21:11] ( IP A:58.9.30.189 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน