พระนางฮัตเชปซุตกับสวนพฤกษศาสตร์
   พอดีอ่านเจอค่ะว่า พระนางฮัตเชปซุตได้ทรงส่งคณะเดินทางไปยังอาณาจักรปุนต์ ซึ่งคณะเดินทางนี้ได้นำทองคำ งาช้าง ไม้มะเกลือ หนังเสือดาว รวมไปถึงไม้หอม และต้นกล้าพรรณไม้หอมกลับมายังอียิปต์ และพระนางได้ทรงสั่งให้สร้าง botanical garden ขึ้นที่บริเวณชั้นล่างของวิหารที่เดียร์ เอลบาห์รี ของพระนางฯ เพื่อใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตเครื่องหอมสำหรับบูชาเทพเจ้า... ต่อมาในสมัยของทุตโมซิสที่ 3 ก็มีภาพสลัก botanical garden เช่นกัน แต่ภาพสลักนี้อยู่ที่วิหารในคาร์นัค เลยอยากทราบว่าสวนทั้งสองแห่งนี้ใช่ที่เดียวกันหรือเปล่าคะ (โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นคนละที่กัน แต่ก็ไม่แน่ใจค่ะ เลยอยากถามเพื่อความชัวร์...555)
โดย: Red Berry [15 มี.ค. 55 20:25] ( IP A:183.89.32.181 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ลืมใส่ link ข้อมูลค่ะ

รูป Botanical garden ของทุตโมซิสที่ 3 ที่คาร์นัค

จาก https://euler.slu.edu/~bart/egyptianhtml/kings%20and%20Queens/Tuthmosis_III.html


Hatshepsut's expedition to Punt returned bearing thirty-one live frankincense trees, the roots of which were carefully kept in baskets for the duration of the voyage; this was the first recorded attempt to transplant foreign trees. It is reported that Hatshepsut had these trees planted in the courts of her Deir el Bahri mortuary temple complex.

จาก https://en.wikipedia.org/wiki/Arboretum
โดย: Red Berry [15 มี.ค. 55 20:34] ( IP A:183.89.32.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เท่าที่ผมเข้าใจนะครับ Botanical Garden ที่ Karnak เป็นชื่อเรียกที่สื่อถึงภาพสลักที่แสดงให้เห็นภาพเครื่องบรรณาการต่างๆ รวมทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์ไม้ที่ Tuthmosis III ได้รับมาจากสงครามใน Syria ช่วงปีการครองราชย์ที่ 25 น่ะครับ ซึ่งก็ไม่มีการระบุเอาไว้ว่าพืชและสัตว์ที่พระองค์นำมาจาก Syria นั้นได้รับการนำไปลงดินและเลี้ยงเอาไว้ที่ไหนกันแน่ เพราะดูเหมือนว่า Botanical Garden ของวิหาร Karnak นั้นก็เป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสื่อถึง "ภาพสลัก" บนผนังวิหารเท่านั้นเองครับ

ตอนผมไปอียิปต์และไปเดินที่วิหาร Karnak ผมพยายามมุ่งไปด้านหลังของวิหารโดยเร็วเพื่อพยายามส่องหา Botanical Garden แต่ก็หาไม่เจอครับ เวลาน้อยมาก เพราะด้องดูและถ่ายรูปจุดอื่นๆด้วย (ตามหาสนธิสัญญาสงบศึก + อักขระนคร "yudh" หรือ "ยูดา" ในสมัย Sheshonq I ก็หมดเวลาไปเยอะมากแล้วครับ) น่าเสียดายสุดๆไปเลยครับ cry

ดังนั้น ผมเองก็บอกไม่ได้ครับว่ามันเป็นที่เดียวกันหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบนั้น เราไม่มีหลักฐานว่า "สวน" ที่เป็น "รูปธรรม" จริงๆของ Tuthmosis III นั้นตั้งอยู่ที่ไหนของอียิปต์กันแน่?
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [15 มี.ค. 55 22:20] ( IP A:125.27.13.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณค่ะคุณโอ๊ตที่สละเวลามาตอบให้เช่นเคย

ถ้าสวนฯของทุตโมซิสที่ 3 อาจเป็นเพียงนามธรรม แล้วสวนของพระนางฮัตเชปซุตที่เดียร์ เอลบาห์รี นี้มีอยู่จริงรึเปล่าคะ ถ้าจากที่อ่านเจอจากหลาย ๆ แหล่งที่กล่าวที่ต้นกล้าไม้หอมที่นำกลับมาจากปุนต์ ก็เลยคิดว่าสวนนี่จะมีอยู่จริงค่ะ
โดย: Red Berry [15 มี.ค. 55 22:36] ( IP A:183.89.32.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ยินดีครับ ^^

ผมเองก็ไม่ได้อยากบอกว่าสวนของ Tuthmosis III เป็นนามธรรมหรอกนะครับ เพราะว่าทั้งพืชและสัตว์แปลกๆ ต่างถิ่นล้วนปรากฏอยู่บนผนังใน Botanical Garden ของวิหาร Karnak มากมาย ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเหล่านั้นต้องได้รับการจัดสรรที่อยู่เอาไว้ด้วยอย่างแน่นอน แต่ถ้าถามว่าที่ไหน ก็คงไม่ทราบล่ะครับ เท่าที่ค้นๆมาก็ไม่เจอหลักฐานบอกเลยว่าอยู่ตรงไหนกันแน่

แต่สวนของ Hatshepsut มีแนวโน้มว่ามีจริงแน่ๆครับ หนังสือหลายเล่มบอกตรงกันว่าในอดีตนั้น 1st Court ของวิหาร Deir el-Bahari เคยเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ รวมทั้งเครื่องหอมต่างๆที่นางนำมาจาก Punt ปลูกเอาไว้ด้วย อีกทั้งนางยังกล่าวว่านางสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสวนที่ถวายแด่เทพ Amun เลยทีเดียว

Hatshepsut recorded that she built the temple as "a garden for my father Amun," and the first court once held exotic trees and shrubs brought from Punt.

https://www.touregypt.net/featurestories/bahri.htm

และซากต้นไม้ที่ (ว่ากันว่า) Hatshepsut นำมาจาก Punt ยังได้รับการล้อมรั้วเอาไว้ด้านหน้าวิหาร ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันจนทุกวันนี้เลยครับ ^^

https://www.mihalicz.zoomshare.com/album/Thebes%20-%20Valley%20of%20the%20Queens/images/c41a560ca3ff5558aa96c0287395e02d_11602896340/image.jpg

ปล. Link ด้านบนอาจจะ Click เลยไม่ได้นะครับ เพราะมีตัว % คั่นอยู่ ยังไงก็ Copy ไปวางใน Address ดีกว่าครับ
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [15 มี.ค. 55 23:11] ( IP A:125.27.13.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เล่าจนอยากไปเห็นของจริงเลยค่ะ... แต่พอดูรูปแล้วหาซากต้นไม้แทบไม่เจอ ดูแล้วเหมือนกองหินเล็ก ๆ มากกว่า ถ้าไม่ปักป้ายเอาไว้พี่คงคิดว่าเป็นบ่อน้ำ อะไรประมาณนี้ - -"

พอดีกำลังค้นหาเรื่องเครื่องหอมเพิ่มเติมค่ะ เท่าที่เคยอ่านเจอบันทึกเกี่ยวกับกำยานในอียิปต์อันแรกน่าจะมาจาก Pyramid Text ของฟาโรห์ราชวงศ์ที่ 5 - 6 ก็น่าจะราว 2,500 BC แต่ บางแหล่งอ้างอิงก็บอกว่าชาวอียิปต์โบราณน่าจะเริ่มใช้กำยานกันมาตั้งแต่ 3,000 BC ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าจะมีมาตั้งแต่ช่วง early dynasty period คงต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกทีค่ะ...

ไม่ลืมขอบคุณงาม ๆ อีกครั้ง... ^ ^

โดย: Red Berry [15 มี.ค. 55 23:32] ( IP A:183.89.32.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เครื่องหอมบูชาเทพเจ้ามีมายาวนานมากแล้วครับ ไม่ใช่ราชวงศ์ที่ 5-6 อย่างแน่นอน (ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะ Pyramid Texts เพิ่งเริ่มปรากฏในพีระมิดของ Unas แห่งราชวงศ์ที่ 5)

แต่หลักฐานการเผาเครื่องหอมบูชาเทพเจ้านั้นมีมาตั้งแต่สมัย Naqada III แล้วครับ และอาจจะเก่าแก่กว่านี้อีกก็เป็นได้

Link ด้านล่างนี้ให้ความรู้ด้านก่อนราชวงศ์แล้วก็ราชวงศ์ที่ 0 ได้ดีมากครับ แต่อาจจะอ่านแล้วลายตาไปบ้าง แต่ก็มีการกล่าวถึง Incense อยู่ด้วยครับ

https://xoomer.virgilio.it/francescoraf/hesyra/dynasty0.htm
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [15 มี.ค. 55 23:42] ( IP A:125.27.13.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เอ้อ... อันนี้ไม่เรียกว่าตาลายไปบ้างแล้วค่ะคุณโอ๊ต แต่น่าจะเป็นการทรมานสายตามากกว่า เปิดไปแล้วตกใจเนื้อหาแน่นเป็นพรืดเลยค่ะ 555+ แต่เดี๋ยวจะเข้าไปอ่านดูพอสังเขป ขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ...
โดย: Red Berry [15 มี.ค. 55 23:57] ( IP A:183.89.32.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เจอข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือ
Early Dynastic Egypt: Strategies, Society and Security
เนื้อหาในหนังสือก็กล่าวไว้คล้าย ๆ กับของคุณโอ๊ต ว่าน่าจะเก่าแก่กว่าสมัย Naqada III แต่กว่าจะหาเจอก็เล่นเอาต้องแทบไปตัดแว่นใหม่เลยค่ะ @ @
โดย: Red Berry [16 มี.ค. 55] ( IP A:183.89.32.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   555+ ครับ Website ที่ให้ไปผมว่าให้รายละเอียดด้าน Pre-Dynastic ที่ลึกมาก แต่ก็อ่านยากมากเช่นกันครับ

ส่วนเล่ม Early Dynastic Egypt: Strategies, Society and Security นั้นบอกตรงๆว่าเคยเป็นหนึ่งในหนังสือที่อยากซื้อมาอ่านเหมือนกันครับ แต่ดูตัวอย่างด้านในแล้วพบว่ารูปประกอบน้อยไปหน่อย แถมตัวหนังสือติดกันเป็นพรืดดดดด เลยคิดว่าลองหาเล่มอื่นที่มีเนื้อหาคล้ายๆกันมาอ่านน่าจะดีกว่า 555+

เพราะด้วยเนื้อหาของหนังสือเองก็เขียนมานานแล้วด้วย (ตั้งแต่ปี 1999) แม้จะมี Reprint บ้างแต่คิดว่าค่อนข้างทรมานสายตาอย่างที่คุณ Red Berry ว่ามานั่นแหละครับ

ยังไงถ้าคุณ Red Berry อ่านเจอประเด็นไหนแปลกๆ จะเอาเข้ามาแชร์ มาถามก็ยินดีเช่นเคยนะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [16 มี.ค. 55 17:50] ( IP A:101.109.139.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ แต่ประเด็นแปลก ๆ ของพี่คงจะไม่แปลกสำหรับคุณโอ๊ตอยู่แล้วล่ะ ^ ^
โดย: Red Berry [16 มี.ค. 55 21:49] ( IP A:110.49.232.29 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน