เปิดตำนานไอยคุปต์ III
    III. กำเนิด เทพโอซิริส เทพีไอซิส

ในยุคกำเนิดของโลก ธอธ ( Thoth ) เทพแห่งปัญญา ความรอบรู้ และมายิกที่เทพ รา ( Ra ) ทรงสร้างขึ้น ได้กล่าวคำทำนายว่า "หาก นุต ( Nut ) เทวีแห่งสรวงสวรรค์ทรงมีโอรส วันหนึ่ง เด็กคนนั้นจะได้ครอบครองไอยคุปต์"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เทพ รา ทรงพิโรธมาก จึงกล่าวสาปแช่งเทวี นุต

"นุต จะไม่มีลูกชาย จะไม่มีลูกสักคนเดียว!!" เทพ รา ตรัส "ไม่มีวันที่ลูกชายของ นุต จะมาชิงบัลลังค์จากข้า! ข้าขอสาปแช่งนางว่า นางจะไม่สามารถให้กำเนิดทารกได้เลย ไม่ว่าจะวันใด ปีใด ไม่เว้นแม้แต่ในยามกลางคืน นี่คือคำบัญชาของข้า และไม่มีสิ่งใดสามารถจะบิดเบือนไปจากคำของข้าได้"

เทวี นุต หัวใจแทบสลาย เทพ ธอธ เคยกล่าวไว้ว่า บุตรของนางควรจะครองดินแดนไอยุปต์ และเทพ ธอธ ผู้เปล่งคำพยากรณ์ก็เป็นเทพผู้ทรงภูมิปัญญามากที่สุดในหมู่มวลเทพ และเพราะ ธอธ ก็รักนาง ดังนั้น นางจึงเดินทางไปพบ ธอธ เพื่อขอให้ช่วยนาง

"จงมอบความรักแก่ข้า แล้วข้าจะแสดงให้เห็นว่าความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างไร โดยที่ไม่ขัดต่อคำสาปแช่งของเทพ รา"

นุต ยอมรับเงื่อนไข เทพ ธอธ จึงบอกแผนอันชาญฉลาดแก่นาง แล้วพระองค์ก็ไปพบเทพ คอนสู ( Khonsu ) เทพแห่งดวงจันทร์ และท้าเล่นเกมหมากรุก

คอนสู เป็นนักพนันตัวยง และไม่ช้าจำนวนเดิมพันก็สูงขึ้น แต่ส่วนมากเป็นเดิมพันจาก คอนสู ที่พนันด้วยแสงของตัวเอง เนื่องจากไม่สามารถเอาชนะเทพ ธอธ ผู้ปราดเปรื่องได้เลย

เทพ ธอธ เล่นและชนะติดต่อกันจนได้แสงจันทร์จากเทพ คอนสู เป็นจำนวนมากพอจะใช้แสงในเวลากลางวันได้ถึง 5 วัน เทพ ธอธ แทรกวันเหล่านั้นระหว่างวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่ วันทั้งห้าที่เพิ่มขึ้นนั้น ทำให้ปฏิทินมีความเที่ยงตรงมากขึ้น แม้ว่าจำนวนวันของแต่ละปีจะมีเท่าเดิมคือ 360 วัน แต่ผลของการเล่นเกมยังทำให้ดวงจันทร์ไม่มีแสงพอจะส่องได้เต็มดวงตลอดเดือน แต่ต้องค่อยๆหรี่ลงจนมืด ก่อนจะเริ่มสว่างอีกครั้ง

และเพราะว่า 5 วันที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นวันใดๆของปี เทวี นุต จึงให้กำเนิดทารกได้ถึง 5 พระองค์ โอซิริส ( Osiris ) เกิดในวันแรก ฮาร์มาคิส ( Harmachis ) ในวันที่ 2 เซต ( Set ) ในวันที่ 3 ไอซิส ( Isis ) ในวันที่ 4 และ เนฟทิส ( Nephthys ) ในวันที่ 5

ขณะที่ โอซิริส ถือกำเนิดนั้นมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นหลายอย่าง มีเสียงดังชัดเจนจากสวรรค์ว่า "ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดปรากฎออกมาสู่แสงสว่างแล้ว!"

ทันใดนั้น หญิงที่กำลังตักน้ำในบ่อก็ถูกครอบจำด้วยวิญญาณของศาสดาพยากรณ์ นางได้ร้องออกมาว่า "ราชาโอซิริสประสูติแล้ว"

ส่วนในเมือง เทเบส ( Thebes ) ชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ปามีเลส ( Pamyles ) ก็ได้ยินเสียงบัญชาจากวิหารแห่ง รา "บัดนี้ถึงประสูติกาลของกษัตริย์ไอยคุปต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โอซิริส เทพผู้มาโปรดชาวมนุษย์"

นุต มอบ โอซิริส ให้ ปามีเลส เลี้ยงดูตามคำแนะนำของ ธอธ และเทพ ธอธ ทรงถ่ายทอดความรู้ในศาสตร์และวิทยาการของทวยเทพ และคติธรรมที่ซ่อนอยู่รวมทั้งกลวิธีต่างๆให้แก่ โอซิริส และ ไอซิส

ไอซิส สามารถเรียนรู้สรรพศาสตร์ได้อย่างรวดเร็วมาก และยังขอให้ คอนสู สอนในเรื่องความนัยทั้งมวลของดวงจันทร์ให้นางด้วย ซึ่งก็ทำให้ ไอซิส กลายเป็นนักมายิก จอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งไอยคุปต์อย่างไม่เคยมีปรากฎมาก่อน

เมื่อทั้งสองเติบโตขึ้น โอซิริส ก็อภิเษกกับ ไอซิส เซต ก็อภิเษกกับ เนฟทิส ซึ่งก็กลายเป็นตัวอย่างให้ฟาโรห์ที่เป็นชาวมนุษย์อภิเษกกับพี่น้องของตนในเวลาต่อมา และแม้ว่าฟาโรห์ส่วนมากจะมีชายาหลายคน แต่คู่อภิเษกที่เป็นพี่น้องมักจะเป็นราชินีเสมอ
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:14] ( IP A:124.120.171.38 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    มาถึงตอนนี้ ไอซิส ก็ยังมิได้เป็นราชินี เช่นเดียวกับที่ โอซิริส ยังมิได้เป็นกษัตริย์ เพราะเทพ รา ยังคงปกครองโลกในฐานะฟาโรห์แห่งไอยคุปต์ แม้ว่าร่างมนุษย์ของพระองค์จะแก่เฒ่าลงทุกที พระเศียรสั่นคลอนด้วยอาการของความชรา และพระเขฬะ ( น้ำลาย ) ไหลยืดจากพระโอษฐ์

ไอซิส ผู้เฉลียวฉลาดตรึกตรองหาวิธีให้ รา พ้นจากบัลลังค์เพื่อให้ โอซิริส ได้เป็นกษัตริย์ ด้านมืดในหัวใจของนางเริ่มคิดแผนการจากสิ่งที่ ธอธ เคยบอกว่าทางเดียวที่จะเอาชนะเทพ รา จะต้องได้รู้พระนามลับของ รา ก่อน และนางทบทวนเวทมนต์ที่เป็นด้านมืดของดวงจันทร์ที่เทพ คอนสู ได้สอนนางไว้ เพื่อนำมาใช้

รา ได้สร้างสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ไม่มีสรรพสัตว์ใดๆเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากพระองค์ แต่ ไอซิส ก็สร้าง งูเห่าตัวแรกได้ นั่นคือ ‘ อูรายอุส ( Uraeus ) ’ กลายเป็นงูพิษใหญ่ที่น่าเกรงขามของไอยคุปต์ นางสร้างมันขึ้นจากการเก็บดินที่ชื้นด้วยพระเขฬะของ รา ที่กระเด็นและไหลออกจากพระโอษฐ์ลงบนฝุ่นถนนเมื่อตอนที่พระองค์เสด็จเยือนไอยคุปต์ตอนบนและไอยคุปต์ตอนล่างทุกเช้า ไอซิสปั้นดินนั้นเป็นรูปงูเห่า เติมพิษอันร้ายแรงแห่งรัตติกาล และซ่อนมันไว้ในพงหญ้าข้างทางที่เทพ รา มักจะเสด็จผ่าน

วันต่อมา ขณะที่เทพ รา ทรงดำเนินออกมาทอดพระเนตรอาณาจักรของพระองค์ งูเห่าที่ ไอซิส ได้ปล่อยไว้ก็ชูคอแผ่แม่เบี้ยเหนือแนวหญ้า ฉกกัดพระบาทของพระองค์แล้วเลื้อยหายไป

รา ประหลาดพระทัยจนตรัสอะไรไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง และเมื่อความเจ็บปวดซึมแล่นผ่านร่างราวถูกไฟเผา พระองค์ก็เปล่งเสียงร้องครางกึกก้องไปทั่วทั้งไอยคุปต์ เทพและเทวีทุกองค์ก็ทรงรุดเข้าเฝ้ารวมทั้ง ไอซิส

ทวยเทพโค้งคำนับและทูลถาม “เกิดสิ่งใดขึ้นหรือพระเจ้าข้า องค์ผู้สร้างเทพและมนุษย์ทั้งมวล”

"มีอะไรสักอย่างทำร้ายข้า!!" เทพ รา ทรงตอบ “สิ่งที่หัวใจของข้าไม่รู้จักมัน สิ่งที่นัยน์ตาของข้าไม่เคยเห็น และสิ่งที่มือของข้าไม่ได้สร้างขึ้นมา ข้าจำไม่ได้ว่า มันเป็นสิ่งที่ข้าทำขึ้น-ข้า-ผู้สร้างทุกๆสิ่ง เอาล่ะ! จงให้ลูกหลานของเหล่าเทพที่รู้มายิกและคาถาอาคมเข้ามาหาข้า พวกที่มีความรู้เทียมทันสรวงสวรรค์ อาจมีใครสักคนช่วยข้าได้"

ทวยเทพจึงให้พวกลูกหลานเข้าไปหาเทพ รา ทีละคน แต่ไม่มีใครช่วยได้ จนกระทั่งความเจ็บปวดจากรอยงูเห่ากัดทวีขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดก็เป็นคราวของ ไอซิส นางคุกเข่าลงอย่างนอบน้อมเบื้องพระพักตร์เทพ รา "เทวบิดา มิใช่สิ่งใดที่ขบกัดท่าน หากแต่มันเป็นงู ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งที่พระองค์สร้างมาที่ได้เนรคุณ ข้าจะตรึงมันด้วยอำนาจมายิกเวทย์อันทรงอำนาจ ข้าจะทำให้มันต้องซ่อนตัวจากสายเทวเนตร"

รา ทรงตอบ "ตอนที่ข้าเดินอยู่บนทางระหว่างดินแดนไอยคุปต์ตอนบนและล่างเพื่อดูแลสิ่งที่ข้าสร้างไว้ ข้าถูกงูที่มองไม่เห็นตัวหนึ่งกัดเอา งูใหญ่ที่ข้าไม่ได้สร้างและมีพาที่ข้าไม่รู้จัก พิษนั้นไม่ใช่ทั้งน้ำและไฟ หากแต่บางครั้งมันก็ทำให้ข้ารู้สกหนาวเหน็บยิ่งกว่าน้ำ และบางครั้งร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟ ตอนนี้ตัวข้ากำลังมีเหงื่อผุดขึ้นมามากและหนาวสั่นผิดปกติ ดวงตาของข้าพร่ามัวจนมองไม่เห็น ภายในศีรษะข้าปวดยิ่งนักและร้อนผ่าวราวกับถูกแสงแดดแห่งฤดูร้อนแผดเผาเลยทีเดียว"

ไอซิส โน้มศีรษะเข้าไปใกล้ รา และกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า "ข้าแต่เทวบิดา ข้าสามารถแก้พิษอันร้ายกาจนี้ได้ บอกพระนามลับแก่ข้า เพราะการผสมผสานพระนามลับของพระองค์กับมนตราแห่งมายิกของข้า เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยรักษาพระองค์ได้"
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:15] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    เทพ รา จึงทรงกล่าวชื่อมากมายที่ผู้ตนขนานนามพระองค์ นามที่บอกถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ทรงสร้างขึ้น สรวงสวรรค์กับพื้นพิภพ ทะเลกับความลี้ลับของปลายเส้นขอบฟ้าอันลึกลับทั้งสอง ความมืดกับแสงสว่าง แม่น้ำไนล์ที่ยิ่งใหญ่ และนอกจากสรรพสัตว์ที่ดำเนินชีวิตอยุ่ทั้งมวลแล้ว ยังรวมถึงสรรพสิ่งทั้งปวงอีกด้วย

รา ทรงจบลงว่า "ข้า เคเปรา ( Khepera ) ในยามรุ่งอรุณ คือ รา ( Ra ) ยามเที่ยงวัน และคือ ทุม ( Tum ) ในยามที่เงาบ่ายต้องผืนโลก"

แต่พิษนั้นมิได้มีปฏิกิริยาใดๆกับชื่อแล้วชื่อเล่าที่ ไอซิส กล่าวตาม ไอซิส จึงทูลว่า "เทวบิดาเจ้าข้า พระนามลับของพระองค์มิได้มีอยู่ในชื่อที่เอ่ยถึงเลย บอกพระนามลับนั้นแก่ข้า พิษจึงจะออกมา พระองค์จะรอดหากข้าได้กล่าวพระนามนั้นในมนตราแห่งมายิก จะทำให้คาถาอาคมของข้านั้นออกฤทธิ์สำแดงเดช"

พิษนั้นกำเริบจนร้อนยิ่งกว่าเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุด รา จึงครางออกมาว่า "จงสาบานมาก่อนว่า จะไม่มีใครรอดไปได้เมื่อรู้ชื่อข้า นอกจาก ฮอรัส ( Horus ) บุตรของเจ้าที่จะเกิดกับ โอซิริส ฮอรัส จะปกครองดินแดนไอยคุปต์เมื่อ โอซิริส จากไปยังดินแดนของผู้ตายทางทิศตะวันตก"

ไอซิส เอ่ยสาบาน พระนามลับของ รา จึงผ่านออกจากดวงหทัยแห่ง รา เข้าสู่หัวใจของขาง คา อันเป็นร่างวิญญาณหรือกายทิพย์ หรือร่างที่ 2 ของเทพ รา กระซิบนามนั้นสู่ คา ของ ไอซิส

ทันทีที่รู้พระนามลับนั้น ไอซิส ก็ร่ายมนตราแห่งมายิกและอาคมแห่งเวทย์ที่ได้เรียนมา "พิษแห่งงูเห่าจงไหลออกมา! ด้วยมนตราของข้า พิษจงออกจากองค์เทพผู้ทรงทรมาน เพราะ รา ได้ทรงบอกพระนามลับแก่ข้าแล้ว พระองค์จะทรงดำรงอยู่ หากพิษต้องสลายไปด้วยมนตราของข้า ไอซิส เทวีแห่งมวลเทพ หนึ่งเดียวในหมู่ทวยเทพที่รู้จัก อาเมน-รา ในพระนามของพระองค์เอง"

และแล้วความเจ็บปวดจากพิษงูเห่าก็หมดไปจน รา ไม่รู้สึกถึงมันอีก แต่พระองค์ก็ต้องยุติการปกครองโลก และเสด็จไปประทับอยู่บนสรวงสวรรค์ ทุกๆวันพระองค์จะข้ามขอบฟ้าจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกเฉกเช่นดวงอาทิตย์ และทุกๆคืนพระองค์ก็ผ่านเข้าสู่ใต้พื้นโลก ผ่าน 12 แคว้นที่เรียกว่า มตภพดูอัต ซึ่งเหล่าวิญญาณคนตายจะต้องผ่านเพื่อไปให้ถึงอาณาจักรอมตะ

เมื่อเทพ รา เสด็จไปประทับในสวรรค์แล้ว โอซิริส ก็ดำรงฐานะเป็นฟาโรห์แห่งไอยคุปต์ โดยมี ไอซิส เป็นราชินี ทั้งสองสถาปนาเมือง เทเบส เป็นเมืองหลวง และปกครองบ้านเมืองด้วยพระสติปัญญาอันชาญฉลาด

ขณะที่ โอซิริส ขึ้นครองบัลลังก์นั้น โอซิริส และ ไอซิส สอนให้มนุษย์หว่านและเก็บเกี่ยวข้าวสาลีมาทำขนมปัง และข้าวบาร์เล่ย์เพื่อทำเบียร์ สอนให้ปลูกผลไม้ เช่น อินทผลัมและองุ่นมาใช้ทำอาหาร และหมักเมรัยองุ่น สอนให้ออกกฎหมายและอยู่กันอย่างสันติ สอนให้บวงสรวงเทพเจ้า สร้างวิหารเทพ ซึ่งวิหารที่ดีและยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ วิหารแห่ง อาเมน-รา ใน เทเบส

หลังจากสั่งสอนศิลปวิทยาแห่งสันติภาพและอารยธรรมให้ผู้คนในดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ตั้งแต่ไอยคุปต์ตอนบนจนถึงเทเบส โอซิริส ก็มอบหมายให้ ไอซิส ปกครองเมือง ส่วนพระองค์เองทรงออกเดินทางไปสอนคนในที่อันห่างไกลออกไปอีก พระองค์เดินทางโดยไม่มีกองทหารติดตาม หากแต่มีนักบวชและนักดนตรี ซึ่งแม้ชาวเผ่าที่ดุร้ายที่สุดยังอ่อนน้อมให้กระแสพระดำรัสอันอ่อนโยน และพ่ายแพ้ต่อบทเพลงอันไพเราะ
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:17] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    แต่มิใช่ทุกคนในไอยคุปต์ที่ดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของ โอซิริส เพราะยังมีปีศาจที่ผุดขึ้นบนโลกเพื่อขับเคี่ยวกับความดี เพื่อล้มล้างความดี และในไอยคุปต์ปีศาจก็พบผู้นำของพวกมัน นั่นคือ เซต ผู้ซึ่งเป็นน้องชายของโอซิริส และเป็นพี่ชายของไอซิส

เซต คิดจะก่อการกบฏและยึดบัลลังก์เมื่อ โอซิริส เดินทางออกจากไอยคุปต์ แต่ ไอซิสก็จับตาดูอย่างดีจน เซต ตระหนักว่าจะก่อการไม่สำเร็จจึงทำเป็นน้องชายผู้ซื่อสัตย์และรักใคร่ฟาโรห์และราชินี แต่เขาได้รวบรวมกำลังอย่างลับๆได้ถึง 72 คน ทุกคนพร้อมที่จะร่วมมือในอุบายต่อต้าน โอซิริส เซต ยังได้ อาโส ( Aso ) ราชินีแห่งนูเบีย ที่เป็นอาคันตุกะในราชสำนักเทเบสเป็นพวกพ้องอีกด้วย

เมื่อ โอซิริส เสด็จกลับมาถึงอาณาจักรไอยคุปต์ เซต ก็เชิญพระองค์ไปงานเลี้ยงอันยิ่งใหญ่ที่เขาเตรียมไว้เพื่อถวายเป็นเกียรติ โดยที่ โอซิริส มิได้เคลือบแคลงสงสัยแต่อย่างใด จึงได้เสด็จไปร่วมงานตามลำพังโดยปราศจากทหารคุ้นกันเช่นปกติ เซต และสหาย 72 คน คอยต้อนรับพระองค์อยู่ในงาน พวกเขากรูกันเข้ามาถวายความเคารพแก่ โอซิริส อย่างเต็มที่

งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้เป็นงานใหญ่มาก แขกเหรื่อที่รับเชิญมาในงานล้วนแต่เป็นขุนนาง คหบดี ตลอดจนบุคคลที่มีชื่อเสียงทั่วทั้งราชอาณาจักรเลยทีเดียว ครั้นงานได้ดำเนินมาถึงพิธีปิดงาน เซต ก็กล่าวขึ้นว่า

"พวกเราได้ถวายความเคารพต่อเทวฟาโรห์ โอซิริส ผู้แสนดี พี่ชายที่รักของข้า ตอนนี้เพื่อเป็นการยุติงานฉลอง ข้ามีของขวัญชิ้นหนึ่ง จะให้แขกในงานสักคนหนึ่งที่ข้าก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นของใคร"

เซต ตบมือ ข้ารับใช้ก็นำโลงที่สวยงามมากที่สุดเข้ามาในห้อง มันทำด้วยไม้สนหิมะ ( หรือที่เรียกกันว่า ซีดาร์ ) แห่ง เลบานอน และไม้มะเกลือจาก เอธิโอเปีย ฝังทอง เงิน งาช้าง หินลาปิส ลาซูลิ ( Lapis Lazuli - หินแร่สีเขียวคราม ) และอัญมณีหลายเม็ด

พวกข้ารับใช้วางโลงใบนั้นกลางกลุ่มแขกเหรื่อในงานแล้วเดินออกไป ปิดประตูห้องโถง

เซต กล่าวขึ้นอีกว่า "โลงอันสวยงามนี้เป็นของที่ระลึกที่หายากมาก ซึ่งข้าตั้งใจว่าจะมอบให้แขกผู้มีเกียรติท่านใดท่านหนึ่งที่มาร่วมงานอันสำคัญในวันนี้ หากท่านนั้นมีขนาดพอดีที่สุดกับโลงใบนี้!"

ทุกคนที่พึงใจในความงดงามของโลงใบนั้นก็ร้องออกมาด้วยความยินดี และเริ่มทดลองโดยลงไปนอนในโลงทีละคน แต่บางคนสูงเกินไปบ้าง เตี้ยเกินไปบ้าง อ้วนเกินไปบ้าง ผอมเกินไปบ้าง จนกระทั่งเหลือเพียง โอซิริส เท่านั้นที่ยังไม่ได้ลอง

"ให้ข้าลองได้มั้ย" ในที่สุด โอซิริส ก็ตรัสขึ้นพร้อมรอยแย้มพระโอษฐ์ พระองค์ก้าวเข้าไปในโลงและนอนลง ปรากฏว่าขนาดของมันพอดีกับพระองค์อย่างเหมาะเจาะ เพราะ เซต ได้แอบวัดขนาดพระวรกายของ โอซิริส มาก่อน

"มันเป็นของข้าแล้ว!" โอซิริสร้องอย่างยินดี "ดูสิ มันพอดีกับตัวข้าเหมือนกับมันเป็นหนังของข้าเลยทีเดียว!"

"มันเป็นของพระองค์แน่นอน" เซต ตอบ "และมันพอดีที่จะเป็นโลงศพที่ท่านต้องตายอยู่ข้างในด้วย!"

เมื่อ เซต พูดจบก็ผลักฝาโลงปิดลง และทหารของ เซต ก็รีบเข้ามาตอกตะปูตรึงฝาโลงอย่างแน่นหนา ยารอยแตกทุกๆแห่งด้วยตะกั่วหลอม ท่ามกลางความตื่นตะลึงของแขกเหรื่อที่มางาน และ เซต ก็นำโลงนั้นไปโยนลงในแม่น้ำไนล์
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:18] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ช่วงนี้เป็นฤดูน้ำหลาก แรงน้ำพัดพาโลงมุ่งออกไปยังสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ออกไปสู่ทะเลใกล้กับเมือง ทานิส ( Tanis ) และในที่สุด คลื่นก็ซัดไปจนถึงเมือง ไบบลอส ( Byblos ) แห่ง ซีเรีย ( Syria )เมื่อที่เก่าแก่ที่สุดของโลก แล้วคลื่นลูกใหญ่ก็พัดโลงนั้นข้ามแนวกรวด และพาไปติดที่พุ่มต้น ทามาริสค์ ( Tamarisk ) อ่อนๆที่ขึ้นอยู่ริมฝั่ง ต้นทามาริสค์นั้นแตกกิ่งก้านขึ้นรอบโลง แล้วแตกตาออกเป็นพุ่มปกคลุมโลงอย่างรวดเร็วจนซ่อนโลงไว้ในลำต้นได้อย่างมิดชิด และต้นอื่นๆก็เติบโตขึ้นรอบๆปกคลุมบริเวณนั้น

เมื่อเทียบกับต้นไม้ทั้งมวลแล้ว ต้นทามาริสค์เป็นต้นไม้ที่ขึ้นเป็นพุ่มสวยงามที่สุด ใบคล้ายขนนก ออกดอกสวยงาม และเนื้อไม้มีกลิ่นหอม ในไม่ช้ามันก็มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งซีเรีย ยิ่งกว่าต้นสนหิมะใหญ่ บนภูเขาเลบานอน ภูเขาที่มีเมืองไบบลอสตั้งอยู่บนเชิงเขา

และแล้วชื่อเสียงองต้น ทามาริสค์ ก็ทำให้ มัลคันเดอร์ ( Malcander ) กษัตริย์แห่งไบบลอสกับราชินี อัสตาร์เต ( Astarte ) เสด็จมาชม ดูเหมือนว่าจะทำให้ มัลคันเดอร์และราชินีพึงพอใจมาก จนมีบัญชาให้ตัดมันลงและนำไปตั้งประดับไว้ในพระราชวัง ทุกคนพิศวงกับความงามของไม้และกลิ่นที่หอม โดยไม่มีใครรู้ว่า มันเป็นที่ประดิษฐานพระศพของเทพ โอซิริส

ขณะเดียวกัน ไอซิส ก็รู้เรื่องที่เกิดขึ้น นางออกเดินทางตามหาพระศพในทันใด เพราะพระวิญญาณของ โอซิริส ไม่สามารถเข้าไปใน ดูอัต ดินแดนของผู้ตายได้ หากไม่ประกอบพิธีศพอันสมควร

แต่แห่งแรกที่ ไอซิส เดินทางไปก็คือเกาะ เคมมิส ( Chemmis ) ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งที่ตั้งอยู่ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ ณ ที่แห่งนั้น พระนางก็ได้รับถวายการดูแลในการประสูติ ฮอรัส จาก เทวี บูโต ( Buto ) ผู้อ่อนโยนแห่งไอยคุปต์ตอนล่าง

เมื่อ ไอซิส สามารถออกเดินทางได้ พระนางก็ออกตามหาพระศพของสวามีอีกครั้ง โดยฝาก ฮอรัส ไว้ให้ บูโต ดูแล และเพื่อป้องกันมิให้ เซต มาพบเกาะแห่งนี้ พระนางจึงคลายฐานของเกาะให้มันลอยอยู่ในแม่น้ำไนล์บ้าง ในทะเลบ้าง

ไอซิส ทรงตัดพระเกศาเพื่อไว้ทุกข์ และเดินทางไปค้นหาหลายแห่งจนทั่วไอยคุปต์ ในตอนแรกพระนางไม่พบอะไรเลย แต่แล้วก็เจอกับเด็กๆกลุ่มหนึ่งที่เคยเห็นโลงประดับสวยงามไหลลงมาตามสายน้ำไนล์ใกล้ ทานิส และลอยออกไปในทะเลใหญ่

ไอซิส ไต่ถามเด็กๆที่เล่นอยู่ริมทะเล จนตามโลงมาใกล้เมือง ไบบลอส และในตอนนั้น ด้วยพลังอำนาจแห่งมายิกของพระนางก็สามารถทำให้ ไอซิส รู้ว่าพระศพของ โอซิริส อยู่ที่ใด

ไอซิส นั่งลงที่ริมฝั่งที่ไบบลอส ในรูปลักษณ์เหมือนคนชรา เมื่อนางกำนัลของราชินี อัสตาร์เต เดินลงมาที่ทะเลเพื่อซักผ้าและอาบน้ำ ไอซิส ก็พูดกับพวกนางอย่างอ่อนหวานและสอนนางถักผม เพราะไม่มีใครเคยถักผมเป็นเปียและพันประดับด้วยดอกไม้มาก่อน

เมื่อพวกนางกำนัลกลับสู่วัง พระนาง อัสตาร์เต ก็ทรงถามว่าพวกนางไปเรียนมาจากที่ใด ก็ได้คำตอบว่า เรียนมาจากหญิงชราผู้สง่างามคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนก้อนหินริมทะเล

ด้วยความสงสัยใคร่รู้ อัสตาร์เต บัญชาให้นำหญิงชราคนนั้นเข้าวัง เมื่อ ไอซิส มาถึง อัสตาร์เต ก็ตระหนักว่าหญิงแปลกหน้าคนนี้มิใช่คนธรรมดาและมีอำนาจมายิก พระนางจึงรับรอง ไอซิส และขอให้งอยู่ในวังดูแลโอรสเล็กๆของนาง เจ้าชาย ดิคทิส ( Diktys ) ทารกผู้อ่อนแอและดูเหมือนกำลังใกล้ตาย
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:18] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
    ไอซิส พยาบาล ดิคทิส อย่างดีทุกวัน จนเด็กน้อยเติบโตและแข็งแรงขึ้นอย่างมากกว่าธรรมดา ทำให้ราชินี อัสตาร์เต สงสัย และความสงสัยนั้นทวีคูณขึ้นอีก เมื่อหญิงรับใช้ทูลว่า แต่ละคืนหญิงชราผู้มาใหม่จะให้พวกนางออกจากห้องและลงกลอนประตู แล้วพวกนางก็ได้ยินเสียงเธอเร่งไฟในเตา แล้วก็เงียบอยู่นาน มีแต่เสียงเหมือนนกนางแอ่นกระพือปีกดังอยู่

ดังนั้น คืนหนึ่ง อัสตาร์เต จึงซ่อนตัวอยู่ในห้อง นางเห็น ไอซิส ให้พวกหญิงรับใช้ออกไปจากห้อง ลั่นดาลประตูและเร่งไฟ เมื่อไฟแรงขึ้น ไอซิส ก็เขี่ยฟืนในกองไฟให้เกิดช่องว่าง และวางทารก ดิคทิส ลงไปกลางกองไฟ ในทันใดนั้น นางก็แปลงร่างเป็นนกนางแอ่นและบินไปรอบๆเสาที่หุ้มพระศพ โอซิริส อยู่ กระพือปีกอย่างเศร้าโศก

อัสตาร์เตกรีดร้องและรีบวิ่งไปฉวย ดิคทิส ขึ้นจากกองไฟ และพบว่าขาไม่ได้รับอันตราย นอกจากนั้นทารกน้อยยังเริ่มร้องอย่างขุ่นเคืองเมื่อถูกดึงออกมาจากเตียงอันสบายและอบอุ่นอย่างกะทันหัน ด้วยความกลัว อัสตาร์เต กอดลูกไว้แนบอกและเริ่มจะวิ่งหนี แต่กลับทรุดลงบนพื้น เมื่อเห็น ไอซิส ประทับยืนอยู่เบื้องหน้า สูงสง่าและงดงามดังเทวี

"เจ้ามันโง่!" ไอซิส ร้องออกมา "เพียงแค่เจ้าปล่อยให้ข้าดูแลลูกชายเจ้า ข้าก็จะเผาส่วนที่เป็นมนุษย์ของเขาไปจนหมดสิ้น และทำให้เขากลายเป็นเทพเหมือนอย่างข้าไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาจะตายเมื่อความชรามาเยือนเหมือนกับคนอื่นๆ หากความตายไม่มาหาเขาเร็วเกินไป"

กษัตริย์ มัลคันเดอร์ และ ราชินี คุกเข่าต่อหน้า ไอซิส และวิงวอนให้ทรงอภัยให้พวกเขา และทูลเสนอความมั่งคั่งของ ไบบลอส ถ้า ไอซิส ทรงยอมดูแลบุตรของตนต่อไป

"ข้าทำไม่ได้" ไอซิส ตรัส "แต่ข้าจะให้พรแก่เจ้า ถ้าเจ้ามอบสิ่งที่บรรจุอยู่ในเสาต้นนั้นแก่ข้า"

กษัตริย์ มัลคันเดอร์ รีบตรัสตอบด้วยความรู้สึกยินดี พร้อมกับรับสั่งให้ไปตามช่างไม้มาตัดเสาต้นทามาริสค์ เสาถูกวางบนกับพื้นและถูกผ่าออก ภายในนั้นมีโลงศพของ โอซิริส เมื่อยกโลงศพออก ไอซิส ก็โปรยเครื่องหอมลงบนเสาและเอ่ยขึ้นว่า "จงตั้งเสานี้ไว้ในวิหารที่เจ้าเคารพที่สุด มันจะทำให้มีนักแสวงบุญมายัง ไบบลอส สืบต่อไปอีกหลายยุคหลายสมัย เพราะเสาต้นทามาริสค์นี้เคยเป็นที่ประทับของพระศพเทพเจ้า"

ดังนั้น ชาวไบบลอสจึงสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานเสาไม้ ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักว่าเป็นวิหารแห่ง 'บาอาลัต เกบัล ( Baalat Gebal )' หรือ 'เทวีแห่งไบบลอส' ซึ่งยังคงอยู่จนถึงยุคปัจจุบัน

ไอซิส วางโลงพระศพไว้ในเรือที่กษัตริย์ มัลคันเดอร์เตรียมไว้ให้และแล่นออกจาก ไบบลอส ขณะที่พระนางผ่านปากแม่น้ำ ฟาเอดรอส ( Phaedros ) ซึ่งกระแสน้ำไหลเชี่ยวรุนแรงมากจนเรือของ ไอซิส โคลงเคลงแทบจะล่ม ไอซิส จึงร่ายอำนาจมายิก ทันใดนั้นกระแสน้ำกลับไหลเอื่อยลง แล้วเรือก็แล่นอย่างช้าๆมุ่งสู่ดินแดนไอยคุปต์ ไอซิส บอกให้ทุกคนปล่อยพระนางไว้ตามลำพังและเข้าไปในห้องเพื่อทำพิธีโลงพระศพ แต่ มาเนรอส ( Maneros ) เจ้าชายองค์หนึ่งของไบบลอส ที่รับบัญชามาถวายอารักขา เกิดอยากรู้อยากเห็นมากจนซ่อนตัวอยู่ในห้องและลอบมองไปยังสิ่งที่อยู่ในโลงพระศพ ทว่า ไอซิส รู้สึกตัวและหันมาจ้องเขาแวบเดียวด้วยแววตาอันโกรธเกรี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว มาเนรอส จึงล้มลงสิ้นใจ

เมื่อเรือมาถึงไอยคุปต์ ไอซิส ก็นำทางไปสู่ เคมมิส เกาะลอยน้ำที่รอคอยอยู่และสั่งให้กะลาสีรีบพาเรือกลับสู่ ไบบลอส ทันที และยังส่งกระแสลมให้ช่วยพัดเรือไปตามทางด้วย

ไอซิสรู้สึกพอใจที่เทวี บูโต ดูแลรักษาทารก ฮอรัส อย่างดี พระนางซ่อนเกาะนี้ไว้ตามแนวต้นกกของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจนกว่าพระนางจะประกอบพิธีปลงพระศพ โอซิริส เสร็จ

แต่แล้วในที่สุด การหลบซ่อนก็ไม่เป็นผล ในคืนต่อมานั่นเอง เซต และพรรคพวกก็เสด็จมาในยามราตรีกลางแสงจันทร์ เซต โปรดปรานชั่วโมงแห่งความมืด เพราะเป็นเวลาที่บรรดาสิ่งชั่วร้ายจะออกท่องเที่ยวบนพื้นโลก
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:19] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    เป็นความเคราะห์ร้ายที่ เซต มาถึงเกาะ เคมมิส ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นทวีป ไอซิส รู้ข่าวการเสด็จก็รีบอุ้ม ฮอรัส มาหลบอยู่ในกอต้นกกไม่ให้ เซต เห็นแต่ เซต กลับไปเห็นโลงพระศพของ โอซิริส และจำมันได้ในทันที เซต ร้องคำรามด้วยความเดือดดาลและเกลียดชัง เขาฉวยร่างของพี่ชายออกจากโลงและฉีกร่างนั้นออกเป็น 14 ชิ้น แล้วโยนชิ้นส่วนเหล่านั้นให้กระจัดกระจายไปทั่วทั้งไอยคุปต์

"การทำลายร่างของเทพเจ้าดูเหมือนเป็นเรื่องยากเสียจริง แต่บัดนี้ข้าได้ขยี้ โอซิริส จนย่อยยับแล้วและยังทำให้วิญญาณของมันเข้าสู่ มตภพดูอัต ไม่ได้อีกด้วย!" เซต หัวเราะกึกก้องด้วยความพอใจ

เซต เดินหัวเราะจากไปแล้วไอซิส จึงคลานออกมาจากที่ซ่อนพลางสะอื้นไห้ มอบความไว้วางให้ บูโต ดูแล ฮอรัส และออกตามหาชิ้นส่วนพระศพของ โอซิริส ผู้เป็นสวามี ของนางอีกครั้ง

บรรดาจระเข้ในแม่น้ำไนล์ปล่อยให้ ไอซิส ล่องขึ้นลงตามสายน้ำด้วยเรือที่ทำจากต้นปาปิรุส ( Papyrus ) ด้วยความสงสาร ตั้งแต่นั้นมาใครก็ตามที่ล่องเรือปาปิรุสในแม่น้ำไนล์จึงปลอดภัยจากจระเข้ เพราะพวกมันยังคิดว่านั่นคือ ไอซิส ที่กำลังตามหาชิ้นส่วนพระศพชิ้นสุดท้ายของพระสวามี ซึ่งชิ้นส่วนนั้นตกลงไปในแม่น้ำไนล์และถูกปลาชนิดหนึ่งกินเข้าไป ทำให้ปลาชนิดนั้นถูกสาปแช่งตลอดมา ( ว่ากันว่าชิ้นส่วนนั้นเป็นของลับ(?)ของเทพ โอซิริส )

ไอซิส พบชิ้นส่วนชิ้นอื่นๆด้วยความช่วยเหลือของเทพอนูบิส ( Anubis ) ลูกชายของ เนฟทิส กับ โอซิริส ( เนื่องจาก เนฟทิส ทรงรัก โอซิริส จึงได้ให้ โอซิริส ดื่มเหล้าและปลอมตัวเป็น ไอซิส เพื่อหวังจะมีบุตร โอรสที่เกิดมาคือ อนูบิส พระนางได้ปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ให้ เซต รู้ ) ซึ่งแปลงตัวเป็นสุนัขป่าเพื่อจะได้ช่วยค้นหาพระศพได้ดีขึ้น

ด้วยความกลัวว่าในที่สุด เซต อาจจะมาทำลายที่ฝังพระศพของ โอซิริส นางจึงหลอกว่าฝังพระศพในสถานที่ทั้ง 13 แห่ง ที่นางพบพระศพ แต่จริงๆแล้วนางได้นำชิ้นส่วนพระศพทั้งหมดของ โอซิริส ( นางเนรมิตชิ้นส่วนที่หายไปด้วยพลังอำนาจแห่งมายิก ) มาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง ฟีเล ( Philae ) ทางใต้ของ คาตารัคต์ ( Cataract ) และเหนือของ เอเลเฟนไทน์ ( Elephantine )

ทันทีที่พิธีฝังพระศพบนโลกเสร็จสมบูรณ์ วิญญาณของ โอซิริส ก็ผ่านเข้าไปสู่ มตภพดูอัต พระองค์กลายเป็นกษัตริย์แห่งดินแดนคนตาย พระองค์ทรงต้อนรับทุกดวงวิญญาณที่มีคุณความดีเข้าสู่อาณาจักรของพระองค์ให้เป็นหนึ่งในกองทัพที่ได้รับพรให้ติดตามพระองค์กลับมาบนโลกได้อีกครั้ง
โดย: khamare [11 ต.ค. 51 21:20] ( IP A:124.120.171.38 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ขอเอาตำนานส่วนของธอธไปอัพเพิ่มที่ blog นะคะ เพิ่งมาอ่านเจอว่าตรงนี้ก็มีเดี๋ยวเอาไปรวมๆ นะ ขอบคุณค่ะ
โดย: lilypixel [3 พ.ย. 51 14:07] ( IP A:124.120.221.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   blog ไหนครับ
โดย: tusiri@hotmail.co.th [2 เม.ย. 55 20:10] ( IP A:110.169.233.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   Blog ใน Exteen ครับ แต่ตอนนี้ปิดชั่วคราว (หรืออาจจะถาวร) น่ะครับคุณ napoleon

https://iyakoop.exteen.com
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [2 เม.ย. 55 22:44] ( IP A:125.27.6.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ก็หวังนะว่าอย่าถาวร
โดย: tusiri@hotmail.co.th [3 เม.ย. 55 9:40] ( IP A:124.122.183.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เสียดายข้อมูลเหมือนกันครับ เพราะรูปที่ฝากไว้ใน Dek-D นั้นมีปัญหา เอาเป็นว่า ถ้าได้เปิด page ใน FB น่าจะได้เริ่มต้นใหม่กันนะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [3 เม.ย. 55 22:37] ( IP A:125.27.7.165 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน