มัมมี่สัตว์แห่งไอยคุปต์โบราณ
   เนื้อหาในกระทู้นี้เป็นการสรุปใจความสำคัญจากบทความเรื่อง "เพื่อนแท้สู่สัมปรายภพ" ของ เอ. อาร์. วิลเลียมส์ จาก NG ฉบับล่าสุด

ใน NG มักมีบทความน่าสนใจเกี่ยวกับอียิปต์โบราณอย่างสม่ำเสมอ แม้จะไม่ถี่มากนัก และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจครับ...มัมมี่สัตว์แห่งไอยคุปต์

มัมมี่สัตว์นับหมื่นๆตัวถูกค้นพบโดยทั่วไปในอียิปต์มาตั้งแต่ยุคการขุดค้นทางโบราณคดียุคแรกๆ แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักวิชาการ จนกระทั่งมีการแตกแขนงออกมาเป็น สัตวโบราณคดีวิทยา (Zooarchaeology) และหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ก็คือ นักไอยคุปต์วิทยานามซาลีมา อิกรัม

มัมมี่สัตว์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกได้แก่ มัมมี่สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการถนอมทำมัมมี่อย่างดี (และอย่างหรูหรา หากว่ามันเป็นสัตว์ทรงเลี้ยงของราชวงศ์) ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว กาเซล ลิง สิงโต ฯลฯ เพื่อเป็นเพื่อนเดินทางกับเจ้าของไปสู่ชีวิตนิรันดร์หลังความตาย

กลุ่มที่สองคือ มัมมี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการบูชาหรือถือเป็นตัวแทนองค์เทพเจ้า เช่น นกช้อนของเทพธอธ เหยี่ยวของเทพโฮรัส และสุนัขของเทพอนูบิส สัตว์กึ่งเทพเช่นวัวอาพิสก็ได้รับการบูชาอย่างดีในสมัยที่มันยังมีชีวิต เมื่อมันสิ้นลม ร่างของวัวอาพิสจะถูกนำไปประกอบพิธีทำมัมมี่ซึ่งกินเวลาราว 70 วัน ก่อนจะมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ แล้วนำไปฝังในสุสานใต้ดิน

กลุ่มที่สามคือมัมมี่สัตว์ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นยัญพลีถวายเทพเจ้า ซึ่งถือเป็นกลุ่มมัมมี่สัตว์ที่ถูกขุดพบมากที่สุดนับล้านๆตัว กระจายไปทั่วอียิปต์ ตั้งแต่เฮลีโอโพลิสลงมาถึงอไบดอส ธีบส์ ลงไปถึงอัสวาน เมื่อชาวบ้านเรือนแสนเดินทางไปวัดในวันสำคัญทางศาสนา ก่อนจะเลือกซื้อมัมมี่สัตว์ยัญพลีจากร้านค้าของวัด เพื่อนำไปบูชาเทพเจ้า ยัญพลีเหล่านี้มีหลายเกรดหลายราคาตามฐานะของผู้ซื้อ (ลองนึกภาพบ้านเราที่คนไปทำบุญไหว้พระที่วัดใกล้บ้านในวันสำคัญทางพุทธศาสนา แล้วเลือกซื้อดอกไม้ธูปเทียนทองเปลวจากร้านค้าของวัด)

เชื่อกันว่าประเพณีบูชาเทพเจ้าด้วยมัมมี่สัตว์ประจำพระองค์นี้เริ่มแพร่หลายอย่างจริงจังจนกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในสมัยราชวงศ์ที่ 26 เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อมที่เริ่มจากการเพาะเลี้ยงสัตว์ ไปจนการฆ่าและนำมาทำมัมมี่

อิกรัมยังค้นพบว่ามีมัมมี่สัตว์ยัญพลีจำนวนไม่น้อยที่เป็นของย้อมแมวขาย คือทำภายนอกไว้อย่างดี แต่ข้างในไม่ได้มีร่างของสัตว์เหล่านั้นจริงๆ

ที่น่าสนใจมากคืออิกรัมได้ทดลองทำมัมมี่สัตว์ด้วยร่างกระต่ายตามกระบวนการที่เฮโรโดตัสได้บรรยายเอาไว้ นั่นคือการสวนทวารร่างของกระต่ายด้วยยางสนและน้ำมันสนซีดาร์ แล้วนำไปใส่ไว้ในเกลือนาตรอน ผลหรือครับ?

ผลลัพธ์น่าทึ่งมากจริงๆ นั่นคือเครื่องในของเจ้ากระต่ายย่อยสลายละลายไปหมดโดยที่ซากของมันไม่เน่าเปื่อย และจุดเหลือเชื่อคือ หัวใจของเจ้ากระต่ายยังคงอยู่ครับ ไม่ได้ย่อยสลายไปด้วย ซึ่งจุดนี้ตรงตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณที่จะไม่แตะต้องหัวใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่าผู้วายชนม์ทุกคน (และทุกตัว???) ต้องนำหัวใจไปสู่ปรโลกเพื่อการชั่งหัวใจพิพากษาต่อหน้าเทพเจ้าโอซิริส

สรุปว่ายางสนและน้ำมันสนซีดาร์ + นาตรอน สามารถทำให้ร่างและอวัยวะของสัตว์แห้งลงจนกลายเป็นมัมมี่ได้ โดยไม่ทำลายหัวใจ แปลกมาก ถ้ามันสลายเครื่องในไปได้หมด แล้วหัวใจกลายเป็นอวัยวะเดียวที่เหลือรอดมาได้อย่างไร ตรงนี้คงต้องรอการพิสูจน์กันทางวิทยาศาสตร์ต่อไปครับ

คำถามที่อาจน่าสนใจกว่าก็คือ...หรือชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าแม้แต่สัตว์ก็ต้องเดินทางไปสู่โลกหน้าในสภาพที่มีหัวใจเช่นกัน? หากเป็นเช่นนั้นล่ะก็...ในโลกของหน้าของชาวอียิปต์คงมีสัตว์เลี้ยงกำพร้าเจ้าของจำนวนมากให้เหล่าเทพเจ้าต้องปวดพระเศียรกันเนืองๆแน่ เพราะคงไม่ทุกคนที่จะผ่านการพิพากษาอันเที่ยงธรรมด้วยขนนกของเทพีมาอัตมาได้
โดย: Sundown [7 พ.ย. 52 12:31] ( IP A:58.9.165.249 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สัตว์มีจิตใจที่บริสุทธิ์กว่ามนุษย์น่าจะได้ผ่านทุกตัว แต่เจ้าของบางคนนิสิ จะได้ผ่านมาได้รึเปล่าไม่รู้ 55+


โดย: ส้ม [7 พ.ย. 52 13:00] ( IP A:125.27.183.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขอบคุณคุณ Sundown สำหรับข้อมูลมากๆครับ ผมเห็นปกของ NGThai เดือนนี้แล้ว แต่ไม่ได้ซื้อ ไปเปิดอ่านเฉยๆ 555+ เห็นหัวเรื่องเกี่ยวกับมัมมี่สัตว์ว่าแล้วว่าต้องมีคุณ Salima Ikram มาเกี่ยวข้องด้วย เพราะเธอผู้นี้เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นพิเศษดังที่บทความว่าไว้นั่นแหละครับ

ใครอยากอ่านตัวอย่างของบทความนี้ก็ตามเข้าไป link นี้เลยครับ https://www.ngthai.com/ngm/0911/feature.asp?featureno=1

แถมให้คิดเล่นๆครับว่า คิดกันไหมครับว่าภาพนี้ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งจากคัมภีร์สำหรับให้สัตว์ได้ใช้ในชีวิตหลังความตายก็เป็นได้นะครับ ^^ smile

โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [7 พ.ย. 52 15:55] ( IP A:124.120.120.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อืม น่าคิด แต่เคยอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่ง เค้าบอกว่าเป็น หนังสือเด็กอ่า
555+
โดย: ส้ม [7 พ.ย. 52 20:33] ( IP A:125.27.181.64 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เอ่อ ดูไปดูมา กาเซลหรือวัว นั้นนะ กะ สิงโต ทำไมเล่นเซเนตด้วยกันอ่า

ทั้งๆๆทั้งคู่ต้องล่ากัน มากกว่า แต่ในรูป เค้าเล่นด้วยกัน ดูมีความสุข มันสื่อถึงอะไรรึป่าว อาจจะเป็นการสอน ให้คนคิดอะไรด้วยไหม ?

แบบว่าสอนให้คน สามัคคีอะไรงี้ สัตว์โลกต้องปรองดองกัน หรือป่าว เอ่อ ยังไง 555+

อืมม แล้วเห็นหลังสิงโตแว๊บๆๆ ก้เหมือนมีสัตว์ตัวหนึ่ง กำลังสะพายเป้ไปไหนไม่รู้ รึว่าอาจจะใช่ ที่ว่า นี่เป็นการแสดงชีวิตหลังความตายของสัตว์ที่เหมือนคน

แต่ดูแล้วมีความสุขอ่า ไม่รู้สึกถึงความทุกขืในภาพนี้เลย ทั้งๆๆที่ สัตว์ทั้ง 2 เป็นศัตรูกัน ต่างไม่เกรงกลัวกัน กลับเล่นกันอย่างมีความสุข ทำไมนะ คนเรา เป็นคนด้วยกันแท้ๆๆ กลับสามารถเป็นศัตรูเข่นฆ่ากันได้ ซึ่งมันไม่มีเหตุ หรือความจำเป็นอะไรเลยเนาะ ....

เห้อออ อยากมีชีวิตหลังความตายที่มีความสุขแบบนั้นจัง
โดย: ส้ม [7 พ.ย. 52 20:49] ( IP A:125.27.181.64 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   รูปที่คุณโอ๊ตโพสมานี่เคยเห็นหลายครั้งแล้ว แต่จำไม่ได้ว่ามาจากไหน ไม่เคยนึกสงสัยมากมายว่าหมายถึงอะไร
โดย: Sundown [9 พ.ย. 52 21:17] ( IP A:58.11.5.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ครับ จริงๆแล้วผมก็ถามแหวกแนวไปเล่นๆแหละครับ Papyrus รูปสัตว์เล่นเกมกันนี้ คาดว่าเป็นศิลปะสมัยราชวงศ์ที่ 20 ยุคของพวกฟาโรห์ที่ใช้ชื่อว่า Ramses ทั้งหลายน่ะครับ เป็นไปได้ว่าพบที่ Deir el-Medina

นักวิชาการบอกว่า มันน่าจะเป็นภาพล้อเลียนสังคมในยุคของราชวงศ์ Ramses ตอนปลาย มากกว่าที่จะเป็นนิทานหรือตำนานเกี่ยวกับพวกสัตว์เหล่านี้น่ะครับ

ที่น่าสนใจคือในภาพจะเห็นว่าพวกสัตว์มีพฤติกรรมที่ "ตรงกันข้าม" กับความเป็นจริงที่ควรจะเป็น อย่างที่ som ว่ามาครับ จะเห็นว่าตัวละมั่งนั่งเล่นเกมอย่างมีความสุขกับสิงโต แมวเดินอยู่กับฝูงเป็ด แมวคอยดูแลเอาใจใส่หนู ดูเป็นชีวิตที่มีความสุขจริงๆครับ เหมือนว่าไม่มีการแบ่งแยกว่าใครยิ่งใหญ่ ใครแข็งแกร่ง แต่ต่างคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นภาพล้อเลียนที่อยากให้คนในสมัยนั้นเป็นแบบนี้บ้างก็ได้กระมังครับ

ถ้าสังคมเรา เป็นอย่างในภาพ Papyrus นี้ผมว่าเราคงสะกดคำว่า "ทุกข์" กันไม่เป็นเลยด้วยซ้ำครับ reader

โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [9 พ.ย. 52 22:07] ( IP A:119.31.54.105 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   อยากรู้ว่าทำไมสัตว์บางชนิดถึงไม่ถูกทำเป็นมัมมี่อะคับ?
โดย: zolia_vc82@hotmai.com [28 ก.ค. 53 13:40] ( IP A:210.86.135.51 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ชาวอียิปต์โบราณไม่ได้ทำมัมมี่ดะไปทั่วหรอกครับ เฉพาะสัตว์ที่พวกเขานับถือเท่านั้น ที่จะได้รับการทำมัมมี่ ซึ่งก็คือได้ใช้ชีวิตนิรันดร์

หรือไม่ก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของรักมาก ก็จะทำมัมมี่ ให้ได้ไปใช้ชีวิตหลังความตายด้วยกัน

แต่สัตว์บางชนิดที่ไม่ได้มีความสำคัญ หรือไม่มีในดินแดนอียิปต์ พวกเขาก็คงไม่สามารถหาสัตว์แปลกๆ หรือสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์ท้องถิ่นมาทำมัมมี่ได้เช่นกันครับ smile
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [28 ก.ค. 53 15:53] ( IP A:118.20.16.134 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน