กระทู้ต่อจากหัวข้อ "นกฮูก"
   จากที่พี่โอ๊ตเคยโพสต์ไปครั้งนึงเรื่องที่ว่า ทำไมจึงไม่มีนกฮูกในงานจิตรกรรมเลย
ผมก็มาเจออีกกรณีนึงเกี่ยวกับ นกกระจอกเทศนี่ล่ะ ข้อมูลนี่ได้มาจากเวบosiris.net
ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนคงอาจจะได้สังเกตุหรืออาจจะเห็นว่า อียิปต์ก็รู้จักนกกระจอกเทศเหมือนกัน
ถ้าหากเราดูจากภาพสุสานของวีเซียหรือขบวนคาราวานที่เดียเอล บาฮารี จะมีสองสิ่งที่พบบ่อยๆคือ ไข่นกกระจอกเทศและขนนกกระจอกเทศ
ที่อียิปนิยมนำมาใช้ประโยช์หลายอย่างเช่น ทำพัด
แต่เรากลับพบ"ตัวนกกระจอกเทศ"น้อยมากในงานจิตรกรรมซึ่งคาดว่ามีบ้างในงานจากยุคราชอาณาจักรเก่า
แต่มันก็คงลำบากที่จะนำมาใช้เป็นบรรทัดฐานในค่านิยมทางศิลปะของอียิปตลอดช่วงเวลาทั้งหมด
ในเวบosiris.net บอกว่านกกระจอกเทศถือเป็นหนึ่งในcurse animal หรือสัตว์อัปมงคล จึงทำให้พบได้น้อยในงานจิตรกรรม แล้วมันก็อาจจะเป็นสาเหตุใกล้เคียงกับ นกฮูกรึเปล่า?

ทีนี้เขากล่าวว่ามันก็มีกรณียกเว้นอยู่คือเขาไปพบรูปนกกระจอกเทศใน
สุสานของอัคเคนาเตน หรือคาดว่าน่าจะเตรียมไว้ให้อัคเคนาเตน

โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 14:09] ( IP A:110.168.151.65 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เสริมรูปไข่กับขนนกกระจอกเทศ

โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 14:12] ( IP A:110.168.151.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   รูปนี้เหมือนจะล้างทฤษฎีได้แต่ปันหาคือไม่มีที่มาของ2รูปนี้แล้วดูจากศิลปะของรูปขาวดำ น่าจะเป็นช่วงราชอาณาจักรเก่า ส่วนรูปสีน่าจะช่วงราชวงที่18-19ต้นๆ

ใครมีข้อมู,เสริมได้น่อ
โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 14:18] ( IP A:110.168.151.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 14:18] ( IP A:110.168.151.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   แถมรูปคนจูบหมู 5555 ใครรู้ว่าจริงๆแล้วคนคนนี้กำลังทำไรอยู่ ลองมาตอบกันได้ หนุกๆ

โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 14:20] ( IP A:110.168.151.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ประเด็นเรื่องนกกระจอกเทศเป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากๆครับคุณ Pingpong

ชาวไอยคุปต์ใช้ประโยชน์จากนกกระจอกเทศหลายต่อหลายอย่างมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้วครับ ดังที่จะพบหลักฐานว่าเขาเอาเปลือกนกกระจอกเทศมาทำเครื่องประดับและภาชนะใส่เครื่องสำอางต่างๆ นอกจากนั้นเนื้อก็ยังเอามากินได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ "ขน" ของมันนั่นเอง

อย่างที่คุณ Pingpong ว่ามาแหละครับ ขนเอาไว้ทำพัด แต่ก็ไม่ได้เอาไว้ทำแต่พัดอย่างเดียว ประโยชน์ของมันมีมากมายครับ ไม่ว่าจะเอาไว้ตกแต่งรถม้าในสมัยราชอาณาจักรใหม่ เอาไว้สวมศีรษะแสดงถึงชัยชนะหลังจากสงคราม แล้วก็สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด "ขนนก" ที่ใช้ชั่งกับหัวใจของผู้วายชนม์ในห้องตัดสินของเทพ Osiris ก็คือขนนกกระจอกเทศนะครับ นั่นคือขนนกกระจอกเทศเป็นสัญลักษณ์ของเทพี Maat นั่นเชียว

แต่ด้วยว่าการล่านกกระจอกเทศก็ถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งของชาวไอยคุปต์เช่นกัน ทำให้ในช่วง New Kingdom เจ้านกกระจอกเทศนี่ก็หายากขึ้นเรื่อยๆ คุณค่าและราคาของมันก็สูงขึ้นๆตามหลักเศรษฐศาสตร์ จนเราสามารถพบเห็นได้ว่ามันกลายมาเป็น "เครื่องบรรณาการ" อันทรงคุณค่าที่ชาว Nubia นำมาถวายแด่องค์ฟาโรห์

ในเรื่องที่ว่านกกระจอกเทศเป็น Curse Animal นั้นสารภาพว่าไม่เคยได้ยินนะครับ และยิ่งดูว่าชาวอียิปต์ล่านกชนิดนี้เป็นเกมกีฬา ใช้ขนของมันมาประดับร่างกายสื่อถึงชัยชนะ ใช้เปลือกเป็นภาชนะใส่เครื่องประทินโฉม อีกทั้งยังเปรียบขนของมันกับเทพีแห่งความยุติธรรมอย่าง Maat เสียอีก ถ้านกกระจอกเทศเป็น Curse Animal จริง ชาวไอยคุปต์ไม่น่าจะให้เกียรติส่วนต่างๆของมันมากถึงขนาดนี้นะครับ?

ที่ว่าไปข้างต้นเรื่อง Curse Animal เป็นความเห็นส่วนตัวที่ดึงเอาหลักฐานอื่นๆมาประกอบอ่ะนะครับ แต่ถ้าชาวไอยคุปต์ล่านกกระจอกเทศเป็นเกมกีฬาจนหายากใน New Kingdom มันก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ (หรือไม่) ที่ทำให้มันไม่ค่อยปรากฏในงานศิลปะของพวกเขา? (เพราะงานศิลปะที่สวยและคุ้นตามากๆก็คืองานจาก New Kingdom เช่นกัน)

ส่วนรูปคนจูบหมูในสุสาน Kagemni กลัวว่าจะไม่มีใครมาร่วมสนุกน่ะสิครับ... cry ยังไงผมปล่อยไว้ก่อน ถ้าเห็นว่านานแสนนาน ยังไม่มีคนเข้ามาตอบก็จะเฉลยไว้เลยนะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [16 ต.ค. 54 17:49] ( IP A:182.53.205.117 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ :D หวังให้หลายๆคงมาลองๆแชร์ดูเหมือนกันนะ555 หวังลึกๆ
ส่วนเรื่องการล่าสัตว์มันก็มีอีกมุมนึงที่เขากล่าวว่ากีฬานี้เป็นในเชิงศาสนาด้วยคือ ล่าสัตว์ที่เป็นตัวแทนของisfetหรือความชั่วร้ายประมานเชิงสัญลักษณ์อะ ก็ไม่ชัวเหมือนกัน 5555+
โดย: Pingpong [16 ต.ค. 54 18:25] ( IP A:110.168.151.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ประเด็นของการล่าสัตว์... ตรงนี้ถ้าเอาแค่ข้อมูลที่เคยได้ยินมาและไปเปิดหนังสือที่มี พบว่าส่วนใหญ่ถ้าพูดถึง Hunting ที่ล่านกกระจอกเทศ ส่วนใหญ่ไม่โยงไปเกี่ยวกับเรื่องของการล่าสัตว์ที่เป็นตัวแทนของ Isfet เลยครับ แต่จะบอกว่าล่าเพื่อเอา "ขนนก" มาทำเครื่องประดับตกแต่งมากกว่า

แต่ยังไงถ้าคุณ Pingpong เจอหลักฐานใน Website หรือในหนังสือเล่มไหน ก็ Quote ข้อความมาลงให้หน่อยนะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [16 ต.ค. 54 18:47] ( IP A:101.109.133.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   โอเชคับ ขอบคุนหลายสำหรับความกระจ่าง :D
โดย: Pingpong [17 ต.ค. 54 11:44] ( IP A:115.87.170.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ขนนกกระจอกเทศที่เอาไว้สวมศีรษะเมื่อได้รับชัยชนะหลังจากสงครามหน้าตาเป็นแบบไหนหรอคะ
เจ้าบ้าน
โดย: MTT [23 ต.ค. 54 13:41] ( IP A:202.91.19.170 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองเหมือนกันครับคุณ MTT พอดีอ้างอิงมาจากในหนังสือ Life in Ancient Egypt ของ Adolf Erman น่ะครับว่า

During the Middle Kingdom common soldiers wore one or two ostrich plumes on their heads signifying victory

แต่ถ้าพบภาพที่แสดงการสวมใส่ดังกล่าว จะเอามาโพสต์ไว้ให้นะครับ ^^

ว่าแต่ไม่ลองทายภาพคนจูบหมูหน่อยหรือครับ แบบว่า... สงสัยจะร้างแน่ๆ cry
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [23 ต.ค. 54 20:05] ( IP A:101.109.138.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สงสารลูกหมูน้อย เลยมาช่วยตอบให้แล้วค่ะ ขอโทษน้องหมูด้วยนะที่ปล่อยให้คอยนาน...

ขอตอบว่าผู้ชายคนนั้นเค้ารักน้องหมูมากค่ะ... ซะที่ไหน... แฮะ ๆ ๆ ขืนตอบอย่างงี้ท่านเจ้าบ้านมีหวังส่งสายตาควับมาแน่ ๆ 555

อันนี้เอาจริงแล้วค่ะ... เค้าก็คงรักน้องหมูล่ะนะ แต่คงไม่ใช่ในเชิงพิศวาสแน่หล่ะ... เพียงแต่ต้องการป้อนนมน้องหมูเท่านั้นเอง ประมาณว่าสมัยนั้นไม่มีขวดนม น้องหมูที่คาดว่าจะเป็นกำพร้าเลยต้องมีคุณพ่อบุญธรรมชั่วคราว...

เสริมต่อให้นิดนึง (หลังจากโดนท่านเจ้าบ้านเขวี้ยงค้อนเข้าให้) อาจเป็นเพราะหมูถือเป็นสัตว์ไม่บริสุทธิ์ของอียิปต์โบราณ จึงหาภาพการเลี้ยงหมูแบบนี้ได้ยากมาก ดังนั้นใน Mastaba of Kagemni แห่งนี้จึงถือเป็นกรณีพิเศษ และในภายหลังหมูยังถือเป็นสัตว์ที่มีความเชื่อมโยงกับเทพเซทด้วย... ^ ^"

จาก

https://www.osirisnet.net/mastabas/kagemni/e_kagemni_02.htm
โดย: Red Berry [19 มี.ค. 55 20:28] ( IP A:183.89.31.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ลืมขอบคุณ คุณ Pingpong ที่ช่วยตั้งกระทู้ดี ๆ หลายหัวข้อ เรื่องนกกระจอกเทศนี่น่าสนใจจริง ๆ ค่ะ ไม่เคยรู้เลยว่านกกระจอกเทศเกือบสูญพันธุ์ในอียิปต์ยุคโบราณซะแล้ว โชคดีที่ทุกวันนี้นกกระจอกเทศกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจไปแล้ว... เลยไม่ต้องพบชะตากรรมเดียวกับญาติยักษ์ใหญ่ของมันที่เรียกว่านกโมอา (Moa) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดคนละซีกโลกในนิวซีแลนด์... แต่ประสบชะตากรรมสูญพันธุ์ไปแล้ว หลังจากโดนล่าโดยชาวเมารี ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองล่า พวกเขาก็เอาขนของมันไปทำเครื่องประดับเช่นเดียวกันค่ะ ทุกวันนี้เราจึงได้เห็นแต่โครงกระดูก กับเปลือกไข่ของมันโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น...

https://en.wikipedia.org/wiki/Moa
โดย: Red Berry [19 มี.ค. 55 20:43] ( IP A:183.89.31.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ขอบคุณคร๊าบบบบ ^^

จริงๆแล้วผมจำได้นะครับ ว่าทิ้งคำถามนี้ไว้ แต่คือรอดูว่าจะมีใครมาตอบบ้าง แล้วก็เป็นคุณ Red Berry นั่นเอง ^^

ขอบคุณมากๆครับ ถูกต้องแล้ว เป็นการป้อนนมน้องหมูน้อยนั่นเองครับ

จริงๆแล้วเรื่องความไม่สะอาดของหมูก็อาจจะไม่ใช่ว่าชาวอียิปต์ทุกคน ทุกภูมิภาคเชื่อว่าหมูสกปรกหรอกนะครับ บางแหล่งข้อมูลบอกว่าในยุคก่อนราชวงศ์นั้นชาวอียิปต์บนจะคิดว่ามันสกปรก แต่ชาวอียิปต์ล่างไม่ได้คิดอะไรแถมยังเลี้ยงแล้วก็กินเสียด้วย (เนื้อหมูเป็นอาหารปกติธรรมดาของชาวอียิปต์โบราณครับ เพราะยังไม่ใช่อิสลาม)

ในยุคต่อๆมาบางพื้นที่บางนครก็คิดว่ามันสกปรก แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดครับ อ่านเพิ่มเติมได้จาก Link นี้ครับ

https://www.ancientegyptonline.co.uk/dietmeat.html

จริงๆแล้วเราพบภาพของหมูไม่ค่อยบ่อยในศิลปะอียิปต์โบราณ แต่ก็ต้องถือว่ามีไม่น้อยเช่นกัน ลองอ่านเพิ่มเติมได้จากเวปด้านล่างนะครับ

https://www.osirisnet.net/docu/e_porcs.htm
https://www.touregypt.net/featurestories/pigs.htm

ความน่าสนใจก็คือหมูนั้นกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างของชาวไอยคุปต์เลยครับ นอกจากเอาเนื้อมากินแล้ว ฟัน เลือด ไขมันยังถูกเอามาใช้ทางการแพทย์ อีกทั้งยังมีการทำเครื่องรางรูปหมู สื่อถือความโชคดีอีกด้วย

จะบอกว่าหมูไม่สำคัญสำหรับชาวไอยคุปต์ก็คงไม่ได้ล่ะนะครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [19 มี.ค. 55 20:57] ( IP A:101.109.129.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ประวัติศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ (ที่มีจิตสำนึก) เรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตและไม่ปล่อยให้ประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีซ้ำรอยอยู่แล้วครับ

ตอนนี้เรามีศาสตร์ มีสาขาวิชา มีสถาบันมากมายที่จะอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้เอาไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากการเรียนรู้จากความผิดพลาดของมนุษย์ในอดีตนี่แหละครับ

คุณ Pingpong และคุณ Imseti เป็นคนๆเดียวกันนะครับ ก็คือน้องพัชรที่ช่วยทำคำสาปหน้าบอร์ด และลงสี Fonts Hieroglyphs ให้ เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีความรู้ทางด้านอียิปต์โบราณระดับพระกาฬเลยทีเดียว ขอยกย่องครับ ^^
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [19 มี.ค. 55 21:06] ( IP A:101.109.129.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอบคุณที่มาช่วยแก้ต่างให้น้องหมู + นโปเลียนนะคะ... (เดี่๋ยวผู้อ่านท่านอื่นจะงง ว่านโปเลียนมาเกี่ยวอันใดกับน้องหมู???)

ที่แท้น้องหมูก็ไม่ได้ต้อยต่ำนักในอียิปต์โบราณ (เป็นคนชอบทานหมูคนหนึ่งเลยค่ะ เริ่มเผยธาตุแท้หลังจากทำเป็นรักสัตว์...ซะงั้น)

อ้อที่แท้คุณ Pingpong ก็คือคุณ Imseti นี่เอง เห็นแต่กระทู้หลาย ๆ หัวข้อต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ ว่าตั้งทำถามได้ลึกและน่าสนใจมาก ถ้ามีโอกาสคงได้คุยกันสักวันค่ะ... แต่รู้สึกคำสาปจะเริ่มไม่คลัง เพราะวันนี้เห็นมีคนไม่กลัวโผล่มาอีกแล้ว อาจต้องเพิ่มคำแปลภาษาไทยตัวใหญ่ ๆ เข้าไปด้วยแล้วค่ะท่านเจ้าบ้าน
โดย: Red Berry [19 มี.ค. 55 21:41] ( IP A:183.89.31.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เอ้อ... ว่าแต่กระทู้นกฮูกหายไปไหน หาไม่เจอเลยค่ะ...??? หรือจะตาลายแล้วเรา หลังจากมึนกับพืชพันธุ์โบราณที่ใช้ทำกำยานมา วันนี้อ่านเจอพืชอีกชนิดนึงชื่อโกฐชฎามังสี (Spikenard) ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบที่มีราคาแพงมาก เพราะมีถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาหิมาลัยที่ระดับความสูง 3,000 - 5,000 เมตร กว่าจะเดินทางไปถึงอียิปต์โบราณก็สมควรที่จะแพงล่ะนะ

ข้อมูลจาก https://www.touregypt.net/egypt-info/magazine-mag03012001-mag4.htm
โดย: Red Berry [19 มี.ค. 55 22:09] ( IP A:183.89.31.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   เรื่องคำสาป ร่ายไว้เท่ห์ๆแหละครับ ให้ดูขลัง แต่ถ้ามีโฆษณาก็คือเข้าไปลบเท่านั้นเอง 555+

กระทู้นกฮูก... สารภาพว่าจำไม่ได้ว่าเคยลงใน Pantown หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมลงไว้ใน Exteen ครับ ซึ่งตอนนี้ปิดไปแล้ว เนื่องด้วยพื้นที่รูป แต่มี Web อื่นๆได้ Copy บทความของเราไปเรียบร้อย (แต่ก็ยังดีที่ Credit ให้) ลองอ่านดูจาก Link นี้ครับ

https://muslimchiangmai.net/index.php?topic=1789.0;wap2

สิ่งที่เสียดายที่สุดก็คือรูปครับ ใน Link ที่ให้ไปนั้นไม่ได้ดึงรูปมาด้วย (หรืออาจจะดึงมาแต่เจ๊งไปแล้ว) ก็เลยไม่ได้เห็นความงดงามของนกฮูกบนผนังสุสานของชาวไอยคุปต์เลย cry อ่านแต่เนื้อหาไปก่อนแล้วลอง Search รูปดูใน Google นะครับ

ส่วนเรื่อง Spikenard ขอบคุณที่แชร์นะครับ พืชพรรณในอียิปต์มีเยอะมากๆ ยิ่งค้นยิ่งเยอะครับ จำกันไม่หมดแน่นอน 555+ อียิปต์วิทยาจึงเป็นศาสตร์ที่ยิ่งศึกษาลงไป ยิ่งทำให้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับอียิปต์โบราณ...
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [19 มี.ค. 55 22:20] ( IP A:101.109.129.191 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   โล่งอกที่ไม่ได้ตาลายเพราะข้อมูลเกี่ยวกับพืชฯ ไปอ่านเรื่องนกฮูกมาแล้ว เดี๋ยวค่อยไปหารูปดูแน่นนอนค่ะ...

เห็นจะจริงค่ะ เคยคิดว่าตนเองรู้เรื่องอียิปต์โบราณพอสมควร (เมื่อเปรียบเทียบกับคนไทยส่วนใหญ่ ยกเว้นในบอร์ดนี้นะ) แต่พอยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าความรู้ของตนเองช่างต่ำเตี้ยติดดินเหลือเกิน เลยต้องศึกษากันต่อไป แต่ก็อย่างว่าชาวอียิปต์โบราณยังต้องใช้เวลาตลอด 3,000 ปีในการพัฒนาความรู้ในด้านต่าง ๆ แต่เราใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบปีจะไปศึกษาความรู้เหล่านั้นหมดได้ยังไง
โดย: Red Berry [19 มี.ค. 55 22:43] ( IP A:183.89.31.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   จริงแท้แน่นอนครับ ^^

เราก็ศึกษาและแชร์ข้อมูลกันต่อไปครับ ช่วยกันศึกษา ก็เหมือนอ่านหนังสือกับเพื่อน ได้ประโยชน์มากกว่าอ่านคนเดียวแน่นอน

ผมแนบ Link รูปนกฮูกที่ผมว่ามาจากสุสาน TT A5 เอาไว้ด้านล่างเลยแล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหาครับ reader

https://www.louvre.fr/en/oeuvre-notices/scene-nile-marshes

กดเข้าไปแล้วรอสักพักนะครับ เดี๋ยวรูปจะค่อยๆโหลดขึ้นมา มัน Copy URL มาวางเลยไม่ได้ครับ เหมือนมันเป็น Flash และเขา Protect ไว้ (มั้งครับ) เอาเป็นว่าเข้าไปดู "นกฮูก" ที่ไม่ใช่ Hieroglyphs m กันได้เลยครับ
โดย: Detectiveoat13 (เจ้าบ้าน ) [19 มี.ค. 55 23:17] ( IP A:101.109.129.191 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน