เที่ยวนครวัด นครธม ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา
    เที่ยวเมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา


เพิ่งมีเวลาเอามาให้อ่าน หาเวลาและ ย่อรูปเขียนไม่ค่อยจะได้ค่ะ เลยกว่าจะเสร็จ มาให้อ่านต้องใช้เวลานานหน่อย พิมพ์ผิดตรงไหน เพื่อนๆผู้อ่านช่วยแก้ให้ด้วยนะคะ

การเดินทาง

เดินทางไปโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ระยะเวลาในการเดินทางก็ราวๆ 45 นาทีเท่านั้น หรือคุณจะไปโดยทางรถบัสก็ได้ค่ะ ที่ถนนข้าวสารมีทัวร์หลายที่เสนอขายตั๋วรถบัสไปยังเมืองเสียมราฐ ราคาถูกกว่าเดินทางโดยเครื่องบินมาก แต่เรามีเด็กๆไปด้วยเลยเดินทางโดยเครื่องบินดีกว่า
ท่าอากาศยานของเขานั้นเล็กมาก เมื่อพวกเราไปถึง ต้องกรอกเอกสารเข้าเมือง คล้ายๆ ใบกรอก ตม. ของไทย และซื้อวีซ่าตรงนั้นเลย ผู้ใหญ่ คนละ 20 ดอลล่าร์อเมริกันค่ะ เด็กอายุตำกว่า 12 ปีไม่ต้องเสีย
( ต้องขอเตือนนิดหนึ่ง ขาออกต้องจ่ายเงินในการเดินทางออกจากราชอาณาจักรเขมรด้วยนะคะ คราวนี้ ผู้ใหญ่เสียคนละ 25 ดอลล่าร์ และเด็กต้องเสียด้วยคนละ 13 ดอลล่าร์ด้วย ซึ่งสร้างความไม่พึงใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนทีเดียว บางคนบอกนี่ล่ะ เมืองคอรัปชั่น เพราะตอนเดินทางเข้าไม่มีป้ายบอกว่าขาออกต้องเสียอีก เราก็โมโหเหมือนกัน เพราะ เงินดอลล่าร์เราหมด มีแต่เช็ค หาที่แลกใกล้ๆไม่ได้ ดีที่ยายหนู ลูกสาวมีเงินดอลล่าร์อเมริกันเหลือ และคุณย่า มีอีกนิดหน่อย เลยผสมกันได้จนครบ เราไม่โวยวายนะ เดินไปบอกที่เคาน์เต้อร์ของสายการบิน เขาบอกว่าเราต้องกรอกใบประเมิณ แต่เขาหาใบประเมิณของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการบริการของท่าอากาศยานไม่ได้ เลยแนะนำเราว่าให้เราไปบอกหัวหน้าเขาเลยดีกว่า เขาเป็นแค่ลูกน้อง มิบังอาจไปบอกเรื่องนี้เดี๋ยวมิสบอารมณ์เจ้านาย เขาจะแย่ เราเลยบอกหัวหน้าแผนกเขา บอกว่าชอบเมืองเขมรมากไม่อยากให้เขาเสียภาพพจน์ในเรื่องนี้ เขารับฟังนะ ตอนแรกหน้าหงิกเชียว พอเราชมเขามากๆแล้วติทีหลัง เขาเลยไม่ค่อยทำหน้าดุ แล้วบอกว่าจะให้ทำป้ายบอกนักท่องเที่ยวเรื่องนี้ ติดไว้ในส่วนที่นักท่องเที่ยวเข้ามาตอนแรก )

เมื่อตรวจเอกสารเสร็จเราก็เดินออกมาหน้าท่าอากาศยาน เขาจะมีคิวรถแท็กซี่จัดไว้ คนจัดคิวเลือกรถแวนให้เราเนื่องจากสัมภาระเยอะ ค่ารถไปในเมืองรวมกับขับตระเวณหาโรงแรม เกสต์เฮ้าส์หลายแห่งรวมทั้งหมด 6 ดอลล่าร์ค่ะ ซึ่งเราใช้ระบบขอดูห้องก่อน ไม่ถูกใจก็ไปที่อื่น คุณต้องเข้าไปดูในห้องนะคะ อย่าดูแต่ภายนอก
จนได้ของซากุระวิล่าร์ซึ่งต่อได้ห้องละ 20 ดอลล่าร์ต่อคืน โล่ง สะอาดไม่มีพรม เราชอบโรงแรมที่ไม่มีพรม โล่งๆ มีพรมปูพื้นจะเหม็นอับ และ มีบริการอินเตอร์เน็ต ชม.ละ 1 ดอลล่าร์
มีเกสต์เฮ้าส์สวยๆแค่ 15 ดอลล่าร์รอบๆเสียมราฐด้วยค่ะ แต่ตอนนั้นเขาไม่มีห้องว่างเลยต้องมาอยู่ซากุระ ใกล้ๆตลาดเก่าแทน

ที่นี่มีโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ให้เลือกมากจริงๆ หากคุณโชคดีมาในช่วงนักท่องเที่ยวไม่เยอะอาจประหยัดค่าที่พักโดยไปพักตามเกสต์เฮ้าส์สะอาด ถูกๆได้ค่ะ อย่าลืมนะคะ ราคานั้นต่อรองได้ค่ะ หากคุณพักอยู่กันหลายห้องและหลายคืน ยิ่งมาเป็นกลุ่มได้ยิ่งดีเฉลี่ยค่าห้อง ค่าเที่ยว ค่ารถ ดีออก

โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 17:17] ( IP A:84.139.74.201 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    รู้จักกัมพูชาโดยสังเขปค่ะ


กัมพูชา หรือ เขมร หนึ่งในประเทศสมาชิกอา เซียน มีชื่อเรียกเต็ม ๆ อย่างเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Combodia) มีพื้นที่ 181,035 ตร.กม. มีพรมแดนทิศเหนือกับตะวันตกติดประเทศ ไทยบริเวณ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ทิศใต้ติดอ่าวไทย ทิศตะวันออกและ ทิศใต้บางส่วนติดประเทศเวียดนาม ทิศเหนือติดประเทศลาว

ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย มีพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมเป็นประมุข และนาย ฮุนเซน เป็นนายกรัฐมนตรี

เมืองหลวงคือ กรุงพนมเปญ

90 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร เป็นคนเชื้อ สายเขมร และ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นชนชาติอื่นที่ตั้งรกรากอยู่ใน กัมพูชา อาทิ เวียดนาม จีน และมุสลิมเชื้อสายจาม ตลอดจนชนกลุ่ม น้อยซึ่งเป็น ชาวเขาเผ่า ต่าง ๆ ประชากรส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท


หน่วยเงิน

ชาวเขมรใช้เงิน เรียว เงินดอลล่าร์อเมริกัน 1 ดอลล่าร์ เท่ากับ 4000เรียล
บางแห่งใช้เงินไทยได้แต่ เขารับแต่ธนบัตร หลักร้อยขึ้นไปค่ะ เงินเหรียญไม่เห็นยอมรับเลย


เมืองเสียมราฐ ( Siem Reap)

เป็นเมืองสำคัญเนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งของปราสาทนครวัด นครธมอันเลื่องชื่อ ดังนั้นจึงขอกล่าวถึงเมืองนี้ด้วยนะคะ

ตลาดแห่งเมืองเสียมราฐ มีทั้งตลาดใหม่และตลาดเก่าค่ะ

ตลาดใหม่ ( Psah Loe) นั้นน่าสนใจมาก กว้างใหญ่อยู่ติดถนน เราชอบเนื่องจากคล้ายตลาดสดของไทย มีเครื่องเทศ ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ผัก ผลไม้ขาย กล้วยทอด ฝักบัวเราให้คิม คนขับรถแท็กซี่ พาไปเกือบทุกวัน เนื่องจากชอบซื้อ ผลไม้ เช่น แก้วมังกร มารับประทาน นอกจากนี้มีมังคุด กล้วยไข่ น้อยหน่าจากเมืองไทยวางขายที่ทราบว่ามาจากเมืองไทยเพราะบางเข่งมีหนังสือพิมพ์ภาษาไทยถูกขยำใส่ไว้ในเข่งไม่ให้ผลไม้ช้ำวางรองอยู่ จะขอแม่ค้าไปอ่านก็ เกรงใจแม่ค้าเขมร

ตลาดเก่า( Psah Chah) ใกล้ๆที่เราพัก ค่อนข้างเงียบ ตลาดนี้ได้ถูกเขมรแดงภายใต้การนำของ นาย พล พต ทำลาย ปัจจุบันนี้มีร้านรวงมากมายขายสิ่งของที่ระลึก เครื่องเงินแก่นักท่องเที่ยว พาหนะ

มีสามล้อตุ๊กตุ๊ก ( TUk Tuk) บริการระยะใกล้ๆต้องต่อราคา ไกลหน่อย ก็ราว 1 ดอลล่าร์ หากเช่าทั้งวัน ก็ 7-10 ดอลล่าร์ สมัยก่อนเขามีสามล้อถีบ เรียกว่า cyclo ตอนเราไปไม่เห็นเลย เห็นแต่ตุ๊กตุ๊ก
ส่วนพวกเราใช้บริการเช่าแท็กซี่พร้อมคนขับ 20 ดอลล่าร์ต่อ 24 ชั่วโมง ซึ่งเขาจะพาเราไปทั่วเท่าที่เราต้องการ
แต่หากออกจากเขตุเสียมราฐ ต้องจ่ายเพิ่ม เราไปเมืองบันทายศรีต่อ ซึ่งขับออกจากเมืองเสียมราฐอีก 21 กม.เพื่อชมวัด และภูมิประเทศนอกเมือง จ่ายค่าน้ำมันเพิ่มอีก 10 ดอลล่าร์ค่ะ



โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 17:21] ( IP A:84.139.74.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ชมตลาดเขมรอีกรูปนะคะ

โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 17:26] ( IP A:84.139.74.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ปลาร้าปลากระดี่ พบคนไทยสองท่านกำลังยืนซื้อปลาร้า เขาบอกอร่อยมากเชียว ปลาร้าเมืองเขมร เอามาฝากเพื่อนๆในห้องให้ดูด้วย

โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 17:39] ( IP A:84.139.74.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   Siem Reap River

แม่น้ำสายเล็กๆที่ไหลผ่านเมืองเสียมราฐ ในตัวเมืองจะมีที่ตั้งของพรรคการเมือง สถานที่ราชการอยู่ริมแม่น้ำ หากเดินออกมารอบนอกหน่อยจะเห็นบ้านเรือนที่ปลูกริมน้ำรายเรียง ตอนเราไปเดือนกรกฏาคม น้ำแดง ขุ่นคลั่กมากเลย

โดย: mpt [21 ส.ค. 48 17:52] ( IP A:84.139.103.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    อาหาร

โดยมากอาหารไทยและเขมรนั้นคล้ายกันมาก ในภัตราคารหลายแห่งมีเมนูอาหารไทยด้วย อหารพวกต้มๆ ผัดๆนั้นทานได้เพราะรสและส่วนประกอบคล้ายกัน หากไม่ถูกปากปรุงรสได้ มีนำปลาไทย ซอสพริกจากเมืองไทยวางบนโต๊ะเกลื่อนค่ะ
ที่น่าสนใจคือบาร์บีคิวแบบเขมร หากไปอย่าลืมแวะรับประทานนะคะ

มีชาวไทยไปเปิดบริการร้านอาหารที่นั่นมากเช่นร้าน ชีวิตไทย และ ร้านอื่นๆ


โดย: mpt [21 ส.ค. 48 17:53] ( IP A:84.139.103.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    แต่สนนราคาร้านอาหารไทยบางร้านนั้นแพงมากเลยค่ะ ที่ไปทานเป็นร้านบาร์บีคิวของพี่คนไทยท่าหนึ่งบังเอิญเห็นร้านของพี่เนื่องจากอยู่ใกล้ที่พัก วันที่เข้าไปทานวันแรกเป็นวันที่เขาเปิดให้บริการวันแรกเสียด้วย อาหารถูกมากกว่าร้านอาหารอื่นหลายร้าน และอร่อย ถูกสุขลักษณะอนามัยเสียด้วย เพราะ เราย่างอาหารเอง ต้มอาหารเอง เป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ มีของหวานไทยๆเสียด้วย ขอเชียร์หน่อยเพราะราคาไม่แพง พนักงาน และเจ้าของร้าน น่ารักค่ะ
หากมีโอกาส ลองแวะไปอุดหนุนนะคะ ชื่อร้าน King BBQ อยู่ข้างหน้า Pasea Hotel ค่ะ


นอกจากนี้มีร้าน Marpolor ซึ่งเป็นภัตตาคารญี่ปุ่นแต่มีอาหารฝรั่งขายด้วย สนนราคาตำกว่าที่อื่นมาก พิซซ่าจานเล็ก ราคา 1.25 ดอลล่าร์ อาหารจานเดียวมีตั้งแต่เมนูละ 1 ดอลล่าร์ สำหรับเราชอบไปเพราะสะอาด มีอาหารเด็กๆทานได้ มีมันฝรั่งทอด ไก่ทอด รสดีเสียด้วย ที่สำคัญ ร้านนี้ทำงานร่วมกับหน่วยงานของญี่ปุ่น NGO ซึ่งนำเงินส่วนหนึ่งที่ขายได้ไปช่วยคนจน คนพิกาลในเขมรค่ะ ในร้านจะมีรูปผู้พิการใบหน้ายิ้มแย้ม มีรถเข็น ขาเทียม ราวจะป่าวร้องว่า ข้าฯพร้อมที่จะสู้ชีวิตต่อไป ติดอยู่ที่ผนัง


Food from King BBQ

โดย: mpt [21 ส.ค. 48 17:57] ( IP A:84.139.103.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
    แหล่งท่องเที่ยว

ที่น่าดูน่าชมคือปราสาทหินนนครวัด นครธม และปราสาท วัด อื่นๆ หากต้องการเข้าชมนั้นต้องไปซื้อบัตรที่ Checkpoint เปิด ขายบัตรตั้งแต่ 5.00 น. ถึง 18.00 น. จ่ายเป็นวัน วันละ 20 ดอล่าร์ หากเข้าชมสามวันจ่าย 40 ดอล่าร์ หากต้องการแบบ หนึ่งอาทิตย์ก็ 60 ดอลล่าร์ แต่ขอบอกหน่อยนะคะ หากให้คุ้มต้องอย่างน้อยสามวันค่ะ เราซื้อตัว สามวัน บอกตรงๆ หากรู้ว่าความอลังการณ์ของปราสาทหลายแห่งประทับใจแบนี้ คงซื้อตั๋วล่วงหน้า แบบตั๋ว7 วัน และตั๋วนี้ คุณจะเข้าชมปราสาท วัดน้อยใหญ่รายเรียง รวมถึงวัดในเมืองบันทายศรี ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกค่ะ



เมื่อจ่ายค่าตั๋วแล้วก็ต้องเข้าทำบัตรผ่านซึ่งจะต้องใช้รูป 1 ใบ เป็นขนาดรูปติดพาสปอร์ต เราเตรียมรูปไปเพราะสามีซึ่งไปกัมพูชามาสามครั้งแล้วบอกว่าเตรียมไปจะเร็วกว่า แต่เราเสียดายรูปเลยให้ทางเขมร เขาถ่าย บริการด้วยกล้องดิจิต้อลซึ่งไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม ช่วงเราไปนักท่องเที่ยวไม่มาก ไม่ต้องคอยรูปนาน
บัตรผ่านหรือตั๋วเขาจะนำไปเคลือบพลาสติก เก๋ดี เป็นที่ระลึกจากนครวัด นครธม ด้วยค่ะ ในบัตรเขาจะประทับไว้ว่าใช้ได้กี่วัน หากใครจะโกงต้องระวังหน่อย

ก่อนเข้าไปชมปราสาทนครวัดควรเตรียมรองเท้าที่ใส่เดินได้สะดวก ปีนป่ายได้สบายๆไปด้วยนะคะ เขาห้ามนำอาหารเข้าไปทาน แต่หากนำนำดื่มติดกระเป๋าเข้าไปก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ อย่าลืมนำยาหม่อง ยาดม ยาดม ยาทากันยุงกัด ไปด้วยนะคะ


หากคุณต้องการมัคคุเทศก์

หากคุณต้องการมัคคุเทศก์ที่เมืองเสียมราฐ ต้องไปที่องค์การท่องเที่ยวของเขา Guide Asociation เขาจะมีไกด์พูดภาษาเก่งๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่นอังกฤษ ไทย ฝรั่งเศส เสปญ
ตอนแรกเราว่าจะจ้างไกด์ซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ แต่คิดอีกที ภาษาเยอรมันดีกว่าเพราะลูกๆ คุณปู่ คุณย่าซึ่งพาไปด้วยจะได้เข้าใจที่มาแห่งนครวัดมากขึ้น
ปรกติ มัคุเทศก์ภาคภาษาอังกฤษ จ้างเปนรายวัน 25 ดอล่าร์ แต่ ภาคภาษาเยอรมันนั้น 30 ถึง 35 ดอล่าร์อเมริกัน เนื่องจากผู้พูดภาษาเยอรมัน และสอนภาษาเยอรมันในกัมพูชานั้นมีน้อย

มัคุเทศก์ของเราชื่อคุณเมตตา เขาพูดภาษาไทยได้ด้วยนิดหน่อย เราคุยกันสนุกแลกเปลี่ยนความรู้กันไปในตัว

การเรียนมัคคุเทศก์ในประเทศกัมพูชานั้น ต้องเรียนเป็นหลักสูตร เป็นปีๆ เมตตาบอกเขาเรียนภาษาเยอรมันสามปี และต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ มีการฝึกงาน ซึ่งกว่าจะสอบผ่านได้ใบรับรองจากกรม ยากมาก


คนขับแทกซี่ของเราชื่อ คุณคิม เขาพูดภาษาอังกฤษเก่งมาก เสริมว่าเขาได้เรียนจนเกือบจบหลักสูตร แต่ไม่ผ่านเลยมาขับรถแทกซี่

เราจ้างไกด์วันเดียว แต่คุ้มมาก ที่เหลือ เอาตำราท่องเที่ยวไปด้วย อ่านเอง และ คิมช่วยเราได้มากเนื่องจากเขาเคยฝึกงาน เขายังจำได้คล่องว่าวัดไหนสร้างสมัยใด ใครเป็นผู้สร้าง น่าทึ่งมากเลย

หน้าปราสาทด้านในมีแหล่งขายของที่ระลึก และ เครื่องดื่ม ต้องต่อรองราคานะคะ เราซื้อมะพร้าวแช่เย็น 2 ใบจ่ายไป 1 ดอลล่าร์ หากไม่ต่อต้องจ่าย 1ดอลล่าร์ต่อ 1 ลูก

มีหนังสือน่าอ่านขายด้วยค่ะ เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับเขมรในยุคเมืองแตกบ้าง พลพตบ้าง บางเล่มเห็นที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯราคาแพง ไปที่นั่นจะถูกกว่า แต่ต้องต่อราคานะคะ บางทีเขาให้เด็กขายคนซื้อใจอ่อนจ่ายแพงก็มี


แนะนำหน่อยค่ะ เรื่องห้องน้ำ ห้องท่า นั้นค่อนข้างจะหาได้ลำบากหน่อย ทางที่ดี หากเข้าไปรับประทานอาหารที่ไหนก็ควรชำระกิจที่นั่นให้เรียบร้อยค่ะ เพราะ เวลาเข้าไปในวัดแล้ว เกิดปวดเข้ามาจะยุ่ง มีสุขาค่ะ แต่อยู่ใกล้ๆทางเข้า ตอนแรก ข้างในวัด ไม่เห็นมีเลย ต้องหาที่ไม่มีคนพลุกพล่านเอา เรามีเด็กไปด้วย เหนื่อย เพราะต้องพาวิ่งเข้าป่าปลดทุกข์ขนานเบาบ่อย

โดย: Mpt [21 ส.ค. 48 18:32] ( IP A:84.139.96.64 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
    ปราสาทนครวัด

ถูกค้นพบโดยนาย Henri Mouhot ชาวฝรั่งเศส ในปี คศ. 1860
นาย Adolf Bastian ชาวเยอรมันได้ค้นพบในปี 1863 ว่า ศิลาจารึกที่พบในนครวัดนั้นเป็นภาษาสันสกฤต และได้พบอีกด้วยว่านครวัดถูกสร้างโดยตามความเชื่อในศาสนาฮินดู


ปราสาทนครวัด สร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในตอนต้นศตวรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างราว 37 ปี ซึ่งนักโบราณคดีชาวต่างประเทศหลายท่านเชื่อว่า พระองค์ทรงสร้างปราสาทขึ้นมาเพื่อทรงใช้เป็นพระสุสานหลังจากท่านสิ้นพระชนม์แล้ว
สร้างโดยยึดแบบเทวสถานในศาสนาฮินดู ด้านหน้าปราสาทจะมีบึงน้ำใหญ่ซึ่งตามความเชื่อตามศาสนาฮินดูนึ้นเป็นบึงน้ำอัมฤติซึ่งไหลมาจากเขาพระสุเมรุ ปราสาทนครวัดต่างจากเทวสถานฮินดูอื่นๆ เนื่องจากหันหน้าไปทางทิศตะวันตกในขณะที่ปราสาทฮินดูส่วนใหญ่จะสร้างให้หันหน้าเข้าสู่ทิศตะวันออก
ปราสาทนครวัดนั้นสร้างด้วยหิน เนื่องจากชาวเขมรสมัยนั้น การสร้างเทวสถานต้องใช้วัสดุซึ่งอยู่คู่โลกาได้นาน ซึ่งสมัยนั้นวัสดุที่หาได้ก็คือ หิน มีการใช้ช้างเป็นพาหนะลากหินมาใช้ในการก่อสร้างปราสาท

การที่รอบนครวัดมีบึงใหญ่ล้อมนั้นจำลองมาตาม ความเชื่อของศาสนาฮินดูในเรื่องสุริยจักรวาล บึงนำคือสัญลักษณ์ของมหาสมุทร (บางแหล่งกล่าวว่าเป็นบึงนำอัมฤติซึ่งไหลมาจากเขาพระสุเมรุ)
ส่วนระเบียงหินประวัติศาสตร์ที่เชื่อมกันเรียงรายนั้นในนครวัดนั้นคือสัญญลักษณ์ของเทือกเขาพระสุเมรุ ส่วนปราสาทนั้นคือที่สิงสถิตย์ของเหล่าทวยเทพ

มัคคุเทศก์ชาวเขมรผู้เชี่ยวชาญภาษาเยอรมันแนะนำให้เราชมภาพหินสลักจากซ้ายไปขวา

ลองดูตามแผนผังนะคะ จะได้ไม่งง

โดย: mpt [21 ส.ค. 48 19:01] ( IP A:84.139.106.139 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    เมื่อเดินเข้าไปชมปราสาท ต้องเดินข้ามสะพานซึ่งยาวราวๆ150 เมตร และผ่านเข้าป้อมปราสาท ด้านขวา และด้านซ้าย( ด้านขวาจะมีรปปั้นพระวิษณุ 8 กร แต่ไร้เศียร เนื่องจากทางกรมศิลป์ของเขมรนำไปเก็บป้องกันขโมย ด้านหน้ามีพระวิษุณุ 10 กร จะมีคนยื่นธูปเทียนให้ และ เมื่อเรารับและเผลอจุดต้องจ่ายเงินด้วยค่ะ ( เอ ทางที่ดี คราวหน้าต้องพกธูปเทียน ไฟแช๊คไปด้วย ทุ่นเงินหน่อย เพราะ พระพุทธรูป และเทวรูปเยอะเหลือเกินหากต้องจ่ายทุกที่หมดตัวตรงนั้นเลย )
รอบปราสาทจะมีรูปสลักหินของอัปสรา เรียงราย บางองค์ส่วนที่เป็นถรรค์มันเลี่ยม มัคคุเทศก์บอกเนื่องจากคนชอบไปลูบๆคลำๆ เขาเลยห้ามจับ แต่ละที่จะมีผ้ดูแลรักษาปราสาทใส่เสื้อสีเทาฟ้าเป็นจำนวนมากคอยคุมอยู่

เมื่อผ่านปราสาทนี้มาได้ก็จะมีทางเดินกว้างทอดสู่ปราสาททั้งห้าที่งดงาม ระเบียงทางเดินนี้เขาทำเปนรูปพญานาค (เขมรเรียก นาคา )บางส่วนผุพังเรียงรายอยู่ตามทางเดิน ระหว่างทางขึ้นระเบียงจะมีเทวรูปเทพตามความเชื่อของศาสนาฮินดู และ พระพุทธรูป ของศาสนาพุทธ เรียงราย บางองค์ไร้เศียรเนื่องจากถูกลอบตัดนำไปขาย มัคคุเทศก์บอกหากเดินไปที่สุดปลายระเบียงและตะโกนอกมาดังๆจะมีเสียงสะท้อนให้ได้ยินด้วย
และจะมีบันไดพาเราขึ้นไปยังชั้นที่สองมีหมู่ปราสาท ห้าปราสาทเรียงรายอยู่ ระหว่างหม่ประสาทนี้จะมีระเบียงหินเชื่อม ในระเบียงนี้จะมีรูปสลักนางอับสรามากมาย มัคุเทศก์บอกมีผู้นับได้ 1600นาง และบอกด้วยว่าแต่ละนางจะมีอะไรต่างๆกันไป เช่นมงกุฏประดับเศียร ผ้านุ่ง (เราสังเกตุดูก็ใช่ แต่ไม่ได้เปรียบเทียบกันจนครบทุกนางนะคะ )
หากจะขึ้นไปบนปราสาทประธานต้องปีนป่ายบันไดชันๆขั้นเล็กๆ บางที่ผุพัง ขึ้นไป ดีที่เขามีราวเหล็กให้เกาะ ตอนขึ้นเราไม่เคยมีปัญหาเลย แต่ตอนลงใจหวิวทุกที ตอนขึ้นคิดไปว่าดีนะ ได้ไต่เขาพระสุเมรุ มัคคุเทศก์เราไม่ยอมไต่ด้วย เรากับลูกๆอายุ 9 ปี และ 5 ปี มาเที่ยวเขมรเที่ยวนี้ ไต่ที่สูง ปีนบันไดคุมจริงๆ บางวัดบางปราสาทชันกว่าที่นครวัดมาก

ภาพหินจำหลักในระเบียงประวัติาสตร์แห่งนครวัด
มัคุเทศก์แนะนำให้ดูจากซ้ายมือเรียงไป

2 a การยกทัพยาตราทำสงครามระหว่าง ฝ่ายเทพ และ ฝ่ายมาร ซึ่งมาจาก มหากาพย์ภารตะ ทางซ้ายมือเป็นกองทัพของฝ่ายอธรรม ทางขวามือเป็นกองทัพของฝ่ายธรรม มาทำสงครามกันตรงกลางแผ่นหินสลัก และตรงนี้จะเห็นแม่ทัพฝ่ายอธรรมถูกศรเสียบอก

2 b การแห่พยุหยาตราของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 กลับคืนสู่นครวัด

2 c ด้านขวามือของระเบียงประวัติศาสตร์ด้านใต้มีรูปสลักหินแบ่งเป็นสามคาบ
คาบนเป็นภาพสลักแสดงให้เห็นสรวงสวรค์

ตรงกลางเป็นเมืองมนุษย์

คาบล่างเป็นเมืองนรก แสดงกลุ่มคนซึ่งไปนรก และได้รับการตัดสินโทษจากพยายมราช ( Yama)

2 d การกวนเกษียรสมุทร
เหล่าเทวดา และอสูรได้ร่วมกันทำพิธีกวนเกษียรสมุทร เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอัมฤติ เทวดาจับพญานาคส่วนหาง เหล่าอสูรจับส่วนตัวและเศียร เพื่อทำพิธี (เคยอ่านเรื่องนี้สมัยเด็กๆ จำไม่ได้ว่าจากไหน เขาว่าพญานาคสำรอกพิษอกมาพ่นดนอสูร พวกอสูรเลยหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว



2 e พระวิษณูประทับทรงพญาครุฑ รบกับหมู่อสูร

2 f แสดงตำนาน แห่งเทพของศาสนาฮินดู

2 g ศึกกรุงลงกา
พระราม ทรงรบกับราวณะ ( ทศกรรณ์)ซึ่งมี 10เศียร 20 กรเพื่อชิงนางสีดาคืน


รูปหินสลักสวยๆหลายรูปยังอยู่ในกล้องพ่อบ้าน ไม่อยากยุ่งของเขา ไว้เขามีเวลาอัดเข้าเครื่องเดี๋ยวจะเอามาให้ดูทีหลังนะคะ
ดูรูปบันได ตอนปีนเขากันไปก่อนค่ะ อิๆ

โดย: Mpt [21 ส.ค. 48 19:06] ( IP A:84.139.106.139 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
    ลูกเราคอยไม่ไหว เลยปีนไปโดยไม่จับราว เราบ่น แต่เขาไม่ได้ยิน พ่อเลยปีนตามไปกำกับ เราคอยเกือบ 10 นาทีกว่าราวจะว่าง เลยขึ้นไปกับลูกชายบ้าง บางวัดชันมาก และไม่มีราวให้จับด้วยค่ะ

โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 19:09] ( IP A:84.139.106.139 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   มีพ่อชาวเขมรบางคนหนีบลูกปีนบันไดไปด้วย โอย เสียวแทน เห็นในรูปข้างบนไหมคะ

โดย: มพถ [21 ส.ค. 48 19:11] ( IP A:84.139.106.139 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   สวยมั่กๆ เลยค่ะ จินไปมาเกือบ 4 ปีแระ เสียวทั้งขาขึ้น ขาลงเลย แต่หนุกหนาน ตื่นเต้วดีค่ะ
โดย: จิน [21 ส.ค. 48 21:34] ( IP A:84.163.208.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   เคยคิดไว้ว่า..........จะหาโอกาสไปมั่ง smile
โดย: นก [21 ส.ค. 48 23:23] ( IP A:213.212.21.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ไปให้ได้นะ นก ไปแล้วจะทึ่งอะไรๆมากเลย
ตอนนี้พี่ลบรูปบางรูปออกเพราะส่งผิดลำดับ เดี๋ยวเรียงลำดับใหม่ก่อน
โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   รูปอัปศรา นางรำประจำปราสาทนครวัด คนไทยคงเรียกว่านางอัปศร ละมัง สวยมากเลยจ้ะ เอามาฝากเพื่อนๆ แต่ถ่ายมาได้ไม่หมด เขาบอกมีเป็นพันๆนาง

โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   อีกนางนะ

โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   
รูปข้างบนเป็นวันที่ไปปีนบันไดรูปสุดท้ายเป็นวันที่ วันที่สาม วันนั้นฝนตกตอนเช้า พอฝนหายเราก็ไป วันนั้นไต่สบายไม่มีคนพลุกพล่าน คิดอยู่ลึกๆในใจ ชาวเขมรโบราญ เท้าเขาเรียวๆสั้นๆกันละมัง ถึงได้สร้างบันไดขั้นเล็กๆไม่กว้างกัน เราใส่รองเท้าต้องเดินตะแคงปีนบันไดตลอด


ปราสาทนครธม

สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมัณที่ 7 กว้างใหญ่กว่าปราสาทนครวัด สร้างราวศตวรรษที่ 12กษัตริย์พระองค์นี้ยังได้สร้าง ปราสาทบายน ลานช้าง และที่สำคัญอื่นๆอีกมาก
ปราสาทบายน

สร้างในต้นศตวรรษที่ 12 โดยสัณณิษฐานว่าถูกสร้าง หลังจากที่ปราสาทนครวัดถูกสร้างแล้วเสร็จ 100 ปี

พระเจ้าชัยวรมัณที่ 7 ได้ทรงเปลี่ยนแปลง ปราสาทบายนจากเทวาลัยในความเชื่อของศาสนาฮินดู เป็น วัดทางศาสนาพุทธ ปราสาทบายนมีสามฐาน แต่ละฐานมีความสูงต่างกัน มีปราสาททั้งหมด 54 ยอด แต่ละยอดมีพระพักต์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสลักจากหิน ทุกๆ 4 ด้าน เปรียบว่าพระองค์ทรงหอดพระเนตรไปทุก 4 ทิศ
พระเจ้าชัยวรมัณทรงเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด และท่านเชื่อว่า ท่านและพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร คือองค์เดียวกัน
รอบระเบียงด้านนอกมีระเบียงประวัติศาสตร์หินจารึก แสดงวิถีชีวิตของชาวเขมรสมัยโบราณ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมัณที่ 7 และ พระเจ้ายโสวรมัณที่ 1

ที่น่าสนใจก็คือ มีรูปเล่าหินสลัก แห่งสงครามไทย เขมรในสมัยศัตวรรษที่ 13 สงครามเขมรกับพวกจาม

รูปหินสลักในระเบียงปราสาทบายน
พาไปดูรูปหินสลักที่ถ่ายมาหน่อยนะคะ ฝีมือกล้อง ลูก 2.5 พิกเซ่ล เอง รูปหินสลักนี้นี้แสดงชีวิตชาวเขมรโบราญ กีฬาโปรดปรานก็ ชนไก่ ค่ะ


โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
    รูปนี้ โรงครัว ไก๊ด์บอก ว่าเขมรกำลังปรุงบะหมี่ มองออกกันไหมคะ เรามองไม่ค่อยออก ต้องจินตนาการ

โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
    รูปนี้เป็นรูปสถานพยาบาล มีสตรีเจ็บท้องมาคลอดบุตร

โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48] ( IP A:84.139.110.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   รูปนี้ไกด์บอกเป็นรูปหาเหา

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:10] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   ที่ปราสาทบายน เมื่อไปและอยากได้รูปเท่ห์ๆ แบบนี้อย่าลืมบอกไกด์นะคะ ว่าอยากได้รูปชนจมูกกับพระนาสิกของพระโพธิสัตว์ รูปเราจมูกแบนไป เลยให้นางแบบรุ่นเล็กมาถ่าย อิไ ได้รูปแบบนี้ค่ะ จากปราสาทบายน

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:13] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
    ระเบียงลานช้าง
มีความยาวราว 350 เมตร พระเจ้าแผ่นดินสมัยโบราณทรงจัดให้มีพิธี ชนช้าง หรือ พิธีเฉลิมฉลองต่างๆที่ลานนี้ มีรูปหินสลัก เป็นรูปช้าง และ ที่ฐานมีรูปครุฑ และ นาค

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:21] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ฐานที่ลานช้าง มีรูปครุฑแบกฐานด้วย

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:23] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
    ลานกษัตริย์โรคเรื้อน

ชาวเขมรเชื่อว่าลานนี้สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกแห่งพระเจ้ายโสวรมัณ ซึ่งสิ้นพระชนม์ลงด้วยโรคเรื้อน รอบๆลานมีภาพหินสลักของพระเจ้าชัยวรมัณทรงดาบพาดเฉียง และมีนางสนมกำนัลนั่งข้างพระองค์รายเรียงสวมสร้อยไข่มุก ที่ลานข้างบน มีรูปปั้นพญายมราชนั่งอยู่ สวยงามมากค่ะ รูปปั้นนี้ เป็นรูปพญายมราชค่ะ

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:25] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
    วัดตาพรหม
สร้างโดยพระเจ้าชัยวรมัณเพื่อพระราชมารดาของพระองค์ เป็นวัดทางพุทธศาสนาเนื่องจากพระองค์ทรงรับความเชื่อในทางพุทธศาสนาไปเผยแพร่ในเขมรสมัยนั้น

ที่วัดตาพรหมมีหมู่ ปราสาทไม่ใหญ่โตนักหลายยอด ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน รอบหมู่ปราสาทเป็น กำแพงศิลาแลง ที่น่าทึ่งคือต้นไทร( Ficus gibose)ที่สูงใหญ่มหึมา ทอดรากจากยอดปราสาทย้อยห้อยลงดิน และรากไทรมหึมาที่ชอนไชไปในระเบียงคด รอบๆปราสาทมีแมกไม้หนา สูง เขียวขจี
เท่าที่อ่านๆมา นักโบราณคดี ลงความเห็นพ้องว่า บูรณะได้ไม่มากเพราะเสี่ยงมากกับการที่หินจะถล่มลง บางที่เขานำไม้แปขนาดใหญ่ บางที่เสริมโครงเหล็กเสียด้วย มาตรึงไม่ให้โครงวัดล่ม จะเดินตรงไหนก็ดูๆทางนะคะ
ที่ผนังในวัดมีรอยสลักหินเป็นภาษาสันสกฤตให้เห็น มัคคุเทศก์แปลให้เราฟังเป็นภาษาเยอรมันว่า คนสลักจารึกไว้ว่าในสมัยนั้นในวัดตาพรหมมีคณาพระภิกษุสูงศักดิ์ 18 รูป พระภิกษุ 2700 รูป นางอัปสรา 600 นาง และข้าราชบริพาร 1200 คน

ระหว่างเดินชมวัด ระวังนะคะ บางแห่งมีนก และค้างคาวบินผ่าน มีนักท่องเที่ยวบางคนได้อุจจาระค้างคาวจากวัดตาพรหมติดเสื้อไปเป็นที่ระลึกแบบไม่พึงประสงค์ด้วย


โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 1:31] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
    Sras Srang

ไม่ทราบว่าจะเขียนเป็นภาษาไทยอย่างไร หากให้เราเขียนคง สระ สร้าง
เป็นท่าน้ำทำจากหินชั้น มีหินสลักผุพังรูปนาคา และราชสีห์ มีบันไดทอดลงไปในสระขนาดใหญ่ยาว 700 เมตร กว้าง 30 เมตร
สร้างเพื่อเปนที่ลงสรงน้ำแห่งกัตริย์ และพระราชวงศ์
ตรงกลางเป็นเกาะ เคยมีพระราชอาศย์เล็กๆทำด้วยไม้เชื่อว่าพระเจ้าชัยวรมัณที่ 7 ทรงประทับนั่งสมาธิที่นั่น

ตอนเราไปมีบึงบัวบานมากมาย มีเด็กๆตัวเล็กตัวน้อยวิ่งอ้อนให้ซื้อข้าวของ กำไลไม้สานเป็นลาย บางคนขายโปสการ์ด เราปฎิเสธไป เรื่อยๆ สงสารเด็กๆก็สงสาร แต่ทำอย่างไรได้หากใช้จ่ายไม่ระวัง เดี๋ยวไม่มีเงินกลับไปเที่ยวเมืองไทยต่อ

มองเด็กสองคนในบึงสระสร้าง เพลินๆ เด็ก ก็เดินมาถึงตัว เอาดอกบัวมาแจก ยายหนูเรารับมาชม แล้วดีใจ เราบอกให้ลูกเอาดอกบัวคืนเขา เด็กหญิงคนที่ให้ดอกบัว บอกเราว่าให้นะ ไม่เอาเงินหรอก เขาอยากจะให้เท่านั้น ดวงตาเศร้าๆคู่นั้นทำให้เรารับดอกไม้และคุยกับเขา เขาบอกเราว่าชื่อ โสคาณ อายุ 14 ปี เราตกใจมากเพราะเขาตัวเท่ายายหนูของเรา และยายหนูของเราอายุเพียง 9 ควบ โสคาณตัวเล็กมาก มีร่องรอยขาดอาหาร เราคิดว่าไม่แน่เขาอาจจะติดวัณโรคในกระดูกด้วยก็ได้ แบบที่เด็กเขมรเป็นกันโดยมากก็ได้ เห็นแล้วเศร้าใจ และทึ่งในน้ำใจเปี่ยมไมตรีของเขามาก

อีกวันต่อมาเราหาซื้อเสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องเขียน และให้คิมพาขับไปหาโสคาณ เอาของไปให้ โสคาณเล่นอยู่ในบึงเช่นเคย ขึ้นมาได้ดีใจใหญ่ ตอนนี้เราเลยมีเพื่อนทางจดหมายเพิ่มขึ้นอีกคน

โดย: mpt (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48 1:40] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
   แก้คำผิด สร้างเพื่อเป็นที่ลงสรงน้ำแห่งกัตริย์ และพระราชวงศ์......... กษัตริย์ ค่ะ
โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48 1:42] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   Sras Srang

Sokhan

โดย: mpt (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48 1:44] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 39
   พรุ่งนี้มาส่งเรื่องต่อนะคะ ขอตัวไปดูลูก ส่งเข้านอนก่อน
โดย: มพถ (เจ้าบ้าน ) [22 ส.ค. 48 1:46] ( IP A:84.139.110.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 40
    พนมบาเค็ง

เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวไปชมพระอาทิตย์ตกดิน เขาว่าสวยมากเชียวเมื่อแสงแดดสีทองฉายส่องปราสาทนครวัดและปราสาทอื่นๆที่รายเรียง
สองวันแรก ฝนตกเราไปดูกันไม่ได้ พอวันที่สามหลังจากออกจากปราสาทนครธมก็ตรงไปที่พนมบาเค็งกันเลย คิม ถามแบบเป็นห่วงว่าจะไปกันไหวหรือ เพราะเดินๆ ปีนป่ายกันมาทั้งวัน ลูกๆเราไม่บ่นเหนื่อย คงเป็นเพราะหลับในรถเป็นช่วงๆ เลยตกลงไปต่อ คิมชมว่าไม่เคยเห็นครอบครัวฝรั่งช่างเดินแบบนี้เลย ตั้งแต่ สามโมงเช้ายันหนึ่งทุ่ม เราบอก ไม่ได้เดินตลอดนะ มีบางช่วงได้นั่งในรถปรับอากาศของคิมเหมือนกัน คิมหัวเราะเห็นฟันขาวเชียว
คิมบอกความสูงของพนมบาเค็งนั้นราวๆ 67 เมตร แต่ทางขึ้นนั้นเป็นเขาลาด ไม่ราดยาง เดินลำบากหากไม่ระวัง หกล้มมีแผลถลอกแน่ คิมไม่ขึ้นด้วย ปรกติคิมจะช่วยดูลูกๆเราด้วย ช่วยจูงมือเดิน ปีนป่าย เขาเพิ่งมีลูกชายคนแรกวัย 6 เดือน เที่ยวนี้คิม ขอเฝ้ารถอยู่ที่ที่จอดรถ มีบริการนั่งช้างไปถึงปราสาทบนเขา ขาขึ้นคนละ 15 ดอลล่าร์ ขาลงถูกหน่อย 13 ดอลล่าร์
ส่วนพวกเราเลือกที่จะเดินเพราะแพงเหลือเกิน พาลูกไปขึ้นที่เชียงใหม่จะถูกกว่า
เมื่อขึ้นเขาพ้นก็เห็นปราสาท เที่ยวนี้ต้องปีนบันไดอีกหลายขั้นสูงชันทีเดียว เราทึ่งลูกๆวัยเก้าขวบ และห้าขวบมากที่ไม่บ่นกันเลย ร่วมเดิน ร่วมปีนกันมาทุกวัดเลย คงเป็นเพราะตอนอยู่เยอรมนีพวกเราเดินป่ากันบ่อย เขาเลยชินกัน
ที่นี่บันไดแต่ละขั้นนั้นแคบจริงๆต้องปีนแบบตะแคง ห้ามมองลงมาข้างล่างนะคะ เดี๋ยวใจหวิว เป็นลม จะหาว่าไม่บอก

เมื่อขึ้นมาถึงยอด ตะวันยังไม่เชิงพลบ ไม่ตกดิน ต้องคอยอีก ยี่สิบห้านาที ช่วงนี้ชมวิวสวยๆจากยอดปราสาทเต็มที่ หลังจากนั้นฝนเริ่มตั้งเค้า ตอนนี้เราไม่เสี่ยงกันแล้ว ไม่ดูแล้วตะวันตกดินที่พนมบาเค็ง หาทางพาลูกลงเขาดีกว่า สามีเราเคยมาสำรวจที่นี่สองครั้งแล้วบอกปีนลงปราสาทแล้วให้ดูทางที่ช้างเดินลงเขาให้เลือกทางนั้นจะได้ไม่ต้องเดินลงเขาทางเดิมที่ชันและฝนตนจะลื่นอันตราย
ได้ผล ทางที่เดินแกมวิ่งเป็นทางลัดไม่ชันเลย เวลาช้างเดินสวนเราก็ยังมีทางเดินแอบเลี่ยงได้ นักท่องเที่ยวหลายคนถามว่าทางนี้ลงเขาไปลานข้างล่างได้แน่นะ เมื่อสามีบอกว่าได้เขาก็แห่มากันใหญ่ หันหลังไปดูที่ปราสาทอีกที นักท่องเที่ยวหลายคนกำลังปีนบันไดลงมาอย่างโกลาหลทีเดียว

เป็นประสบการณ์ที่สนุกแกมเครียด และเหนื่อยค่ะ ถึงรถโดยปลอดภัยไม่เปียก เมื่อรถออกประมาณ 5 นาทีแล้ว ฝนเริ่มตกแรงมาก นึกห่วงนักท่องเที่ยวข้างบนนั้น กลัวว่าจะมีคนลงไม่ทันเหมือนกัน เวลาฝนตก การปีนป่ายบันไดหินนั้นคงจะเป็นไปได้ยากเย็นแน่นอน ยิ่งถ้ามืดด้วยแล้วคงยุ่งใหญ่ คราวหน้าทางที่ดีนำไฟฉายเล็กๆติดไปด้วยคงจะดี เวลาฝนใกล้ตกวันนั้น อยู่ๆ ก็มืดฟ้ามัวดินจริงๆค่ะ ระหว่างทางเห็นฝูงลิงวิ่งหลบฝนเหมือนกัน เยอะมาก คิดถึงลิงที่จังหวัดลพบุรีเลย เวลานั่งรถไฟผ่าน ลูกๆดูไปหัวเราะไป เพราะมีลูกลิงเล็กๆกำลังทะเลาะกันกัดกัน วิ่งจับกันให้ดูด้วย


มีรูปพนมบาเค็งมาให้ดูค่ะ เสียดาย กล้องเกือบเต็มเลยเก็บมาได้เป็นบางภาพเท่านั้น

โดย: mpt [22 ส.ค. 48 15:32] ( IP A:84.139.81.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
   อีกรูป ทางขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่พนมบาเค็ง

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 15:42] ( IP A:84.139.81.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 43
   ทิวทัศน์จากยอดปราสาทที่พนมบาเค็ง

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 15:43] ( IP A:84.139.81.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 44
   เมฆฝนตั้งเค้า และแล้วพวกเราก็เผ่น

โดย: มพถ [22 ส.ค. 48 15:48] ( IP A:84.139.81.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 45
   สวยๆๆจ๊ะมพถ....เหมือนได้ไปเที่ยวด้วย ได้ความรู้อีกต่างหาก.....เป็นไกด์ที่ยอดมาก....แทงค์กิ้วจ้า........
โดย: พี่อ้อย [22 ส.ค. 48 18:57] ( IP A:80.63.89.203 X: )
ความคิดเห็นที่ 46
   โหลดภาพได้ยาก เพราะภาพเยอะ ไปตั้งกระทู้ใหม่ดีกว่า ตามไปดูไหมคะที่

https://www.pantown.com/board.php?id=3696&name=board3&topic=278&action=view
โดย: มพถ [24 ส.ค. 48 16:38] ( IP A:84.139.77.93 X: )
ความคิดเห็นที่ 47
   [ font:brown> Very nice ka Pee Yai. YOu make me missing Angkor Wat again. I visited there many times, each time is always impressed me ka. I will follow to the next page na ka.
โดย: Sipang de Abidjan [26 ส.ค. 48 21:54] ( IP A:196.200.10.234 X: )
ความคิดเห็นที่ 48
   ชอบรูปสามสิบแปดอ่ะค่ะ
ได้กลิ่นไอ จากธรรมชาติเลยค่ะ
ยัยหนูนี่ สูงไม่เบาเลยอ่ะแม่พถ สงสัยต้องเงบหน้าคุยกับลูฏแล้วล่ะค่ะในอนาคต
น่าเที่ยวค่ะ
โดย: นิกิต้า [27 ส.ค. 48 16:15] ( IP A:82.238.106.210 X: )
ความคิดเห็นที่ 49
   Hi Nikita I want to cry because I can not write Thai. My computer is neary out of order.
My daughter might be taller than I. But I am still a beautiful lady. Ha ha.
โดย: mpt [27 ส.ค. 48 19:51] ( IP A:84.139.105.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 50
   
Sorry Nikita I mean ,,,,,nearly not neary, My English is getting worst since Pang did not live in Switzerland ...ha ha.


Hi Pang,

I am so glad to hear from you again. I have heard about the situation in Abidjan and really hope that you can stay in Europe longer.

I guess , you have been collecting interesting information about Abidjan for us . If you have time ,could you please tell me about this land ?

Miss you a lot.
โดย: mpt [27 ส.ค. 48 20:03] ( IP A:84.139.105.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 51
   มพถกับลูกๆ เก่งกันจังเลยค่ะ ศิลปะเขมรน่าทึ่งๆ จริงๆ
คล้ายๆ บ้านเราแถวอยุธยา? กาญจนบุรี (ที่ มคซ เคยไป)
โดย: แม่แคสซี่ [30 ต.ค. 48 16:26] ( IP A:81.236.216.5 X: )
ความคิดเห็นที่ 52
   สวยมาก อยากไปเที่ยวบ้างจัง
โดย: คนสวย [28 ก.ย. 51 14:04] ( IP A:58.9.83.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 53
   นครวัด-นครธม เขมร ไปเที่ยวสนุกกับหมวก! มหัศจรรย์

ไปข้ามพรหมแดนไทย-เขมร ที่ด่านปอยเปต ออกเดินทางสู่ เมืองศรีโสภณ ผ่านปอยเปต เมืองชายแดนกัมพูชา สู่ จ.เสียมเรียบ ถนนลาดยางและเป็นลูกรังบางช่วง ระยะทาง 150 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ช.ม.ถึง จ.เสียมเรียบ นำท่านเข้าที่พักทำภาระกิจ จากนั้นนำท่านสักการะ องค์เจก องค์จอม พระพุทธรูปพี่น้องคู่บ้านคู่เมืองชาวเสียมเรียบจากนั้นนำท่าน ล่องเรือ ชมทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ยาว 160 ก.ม.กว้าง 35 ก.ม. ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขมร หมู่บ้านแพประมงชาวทะเลสาบ มีรายได้จากขายปลาในทะเลสาบเป็นอันดับ ที่ 2 ของประเทศ และชมทิวทัศน์สวยใน โตนเลสาป ชมบรรยากาศยามเย็นและพระอาทิตย์ลับฟ้า เข้าที่พักโรงแรม รับประทานอาหารค่ำพร้อมชมระบำที่เป็นศิลปะชาวเขมรแท้ๆ ท่องราตรียามค่ำคืนอันตื่นตาตื่นใจ วันที่ 2 ปราสาทสีชมพู-ปราสาทตาพรหม-นครวัด-นครธม นำท่านเดินทางไปชม ปราสาทบันทายสรี หรือที่ชาว "ป้อมที่สวยงาม" เป็นปราสาทที่นำหินมาจากภูเขา พนมบุเรน (ภูเขาลิ้นจี่) เป็นหินทรายสีชมพู ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นปราสาทที่สวยงามที่สุดแกะสลักภาพเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ในโบราณว่ากันว่ามีสตรีดูแลรักษาปราสาทอยู่ประจำประมาณ 200 คน จากนั้นนำท่านชม ปราสาทบันทายสำเหร่ (BANTEAY SAMREI) เทวสถานไวษณนิกาย สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 องค์ปราสาทคล้ายกับปราสาทหินพิมาย ชมเสาประดับผนังที่มีการแกะสลักลายเทพพนม และนำท่านเดินทางชม ปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดาเป็นวัดในพุทธศาสนา ซึ่งปราสาทตาพรหม เป็นปราสาทที่สวยงามและมีมนต์ขลังมาก แล้วนำชม ปราสาทแปรรูป ปราสาทตาแก้ว นำท่านชม นครธม ชม สะพานนาคราช นำท่านชม สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่ ปราสาทนครวัด รับประทานอาหารเย็นพร้อมรับชมระบำขับฟ้อนการแสดงศิลปวัฒนธรรมโบราณของชาวเขมรแท้ๆ ท่องราตรียามค่ำคืนชมวิถีชีวิตสาวชาวเวียดนามในยามราตรีหลังอาหารนำท่านชมหัวกะโหลกมากมายในครั้งที่สมัยเขมรแดงปกครองและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ วัดทะไม เป็นสถานที่เก็บกระดูกคนตายในสมัยสงคราม ปี ศ.75-79 มีคนตายประมาณ 3,000,000 คน จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึกที่ ตลาดซาจ๊ะ ไปชมเขื่อนบารายซึ่งใช้แรงงานมนุษย์ขุดถึง 5 ปีจึงเสร็จและใหญ่ที่สุดและชม หมู่บ้านแกะสลักหิน สมควรแก่เวลา เดินทางกลับตามเส้นทางเดิมสู่ด่านปอยเปต 14.00 น.ถึงปอยเปต ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา-ไทยแวะช้อปปิ้งซื้อสินค้าราคาถูกที่ตลาดโรงเกลือและเที่ยวชมคาสิโนตามอัธยาศัย/ออกเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกๆท่านครับ

* แจกหมวก พลังมหัศจรรย์ให้ทุกท่าน สวมใส่แล้ว มีพลังมากทันที สนุกจริงๆ เชิญพิสูจน์ได้ที่นี่ ครับ!

** รู้จริง-ซื่อตรง-สะดวก-ปลอดภัย-ประหยัด-สุขกายสบายใจ-ทั้งบริการและราคา ค่ะ ! **

สอบถามได้ที่…
16/3 ม.8 ถ.พหลโยธิน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 57130
โทร.. 085-7122575, 053-733032 (คุณ เล็ก) e-mail: d.s.tour@hotmail.com

มีไป.. เชียงตุง-เมืองลา–สิบสองปันนา-ปักกิ่ง-เวียดนาม-หลวงพระบาง-ฮ่องกง-มาเก๊า-เซินเจิ้น-คุนหมิง-เกาหลี ฯลฯ ค่ะ

โดย: ดีเสมอทัวร์ [8 ก.ย. 52 9:18] ( IP A:118.172.78.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 54
   * แจกหมวก พลังมหัศจรรย์ให้ทุกท่าน สวมใส่แล้ว มีพลังมากทันที สนุกจริงๆ เชิญพิสูจน์ได้ที่นี่ ครับ!

โดย: คุณ เล็ก [8 ก.ย. 52 9:21] ( IP A:118.172.78.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 55
   ** รู้จริง-ซื่อตรง-สะดวก-ปลอดภัย-ประหยัด-สุขกายสบายใจ-ทั้งบริการและราคา ค่ะ ! **

โดย: ดีเสมอทัวร์ [8 ก.ย. 52 9:23] ( IP A:118.172.78.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 56
   มีไป.. เชียงตุง-เมืองลา–สิบสองปันนา-ปักกิ่ง-เวียดนาม-หลวงพระบาง-ฮ่องกง-มาเก๊า-เซินเจิ้น-คุนหมิง-เกาหลี ฯลฯ ค่ะ

โดย: ดีเสมอทัวร์ [8 ก.ย. 52 9:26] ( IP A:118.172.78.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 57
   สอบถามได้ที่…
ดีเสมอทัวร์ 16/3 ม.8 ถ.พหลโยธิน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 57130
โทร.. 085-7122575, 053-733032 (คุณ เล็ก) e-mail: d.s.tour@hotmail.com

โดย: d.s.tour@hotmail.com [8 ก.ย. 52 9:28] ( IP A:118.172.78.194 X: )
ความคิดเห็นที่ 58
   สวัสคื กรับผม นาย สุคม เป็นชาวกัมพูชาและเป็นคนขับตุ๊กตุ๊กและเท็กซื ในเหมืองเสึยมราบ ผมสามารดพูดภาษาไทยและ English ใด้ถัานักท้องเทื่ยวทุกคนสนใจกับบริการของผมกรุณาติดต่อทื่ โทร (๘๕๕)๑๒๓๗๔๓๗๖ E-mail ponlokthmey2003@yahoo.com
Facebook,sokhom chhoun
https://www.tuktukatsiemreap.co.cc
ราค่าถูกใจนะครับ

โดย: ponlokthmey2003@yahoo.com [31 ต.ค. 55 10:41] ( IP A:117.20.116.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 59
   ขออภัยส่งเบอรํโทรผิค (๘๕๕)๑๒๓๗๖๓๗๔

โดย: ponlokthmey2003@yahoo.com [31 ต.ค. 55 10:47] ( IP A:117.20.116.86 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน