ชะพลู Piper Sarmentosum
   

โดย: ลุงแจ๊ค [13 พ.ค. 52 11:53] ( IP A:222.123.221.58 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    รายละเอียด: ชะพลู

ชื่ออื่นๆ : ชะพลู (ไทยภาคกลาง), พลูลิง, ผักอีไร (ภาคเหนือ)
ช้าพลู พลู (จันทบุรี) พลูลิงนก (เชียงใหม่)
ผักพลูนก ผักปูนก พลูลิง (พายัพ) นมวา (ภาคใต้)
ผักนางเลิก ผักอีเลิด (อีสาน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Piper Sarmentosum
วงศ์ : PIPERACEAE

ถิ่นที่อยู่ : พรรณไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามที่ลุ่มตํ่าและแฉะ โดยมากมักจะปลูกไว้รับ
ประทาน ตามบ้านและมีขึ้นได้ทั่วไปทุกจังหวัดในประเทศไทย

ชะพลูเป็นไม้เถาเลื้อย ใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวเข้ม
เป็นมัน มีรสฉุนและออกเผ็ดเล็กน้อย


ชะพลูมีอยู่ 2 ชนิด ชนิดเป็นพรรณไม้เถา ลักษณะลำต้น ใบ ดอก และ
รสก็มีลักษณะเดียวกัน แต่จะผิดกันตรงที่ลำต้นเป็นเถาเท่านั้น ส่วนคุณ
สมบัติในทางยาก็ใช้อย่างเดียวกัน ชนิดเถานี้เรียกกันว่า ชะพูเถา
(ไทยภาคกลาง) ปูริงนก ผักปูริง ผักปูลิง ผักอีเลิด (ภาคเหนือ)


ส่วนที่ใช้ : ต้น ใบ ราก ใช้เป็นยา

สรรพคุณ : ต้น ใช้เป็นยารักษาเหสมหะในทรวงอก

ใบ ทำให้เสมหะงวดแห้งและช่วยเจริญอาหาร
ยังใช้ปรุงเป็นยารักษาธาตุพิการ และธาตุนํ้าพิการ บำรุงธาตุ

ลำต้น รสเผ็ดร้อน แก้เสมหะในทรวงอก ขับเสมหะ
แก้รู้สึกว่าแห้งในอก ( ธาตุน้ำในอก )

ดอก ( ลูก ) รสเผ็ดร้อน แก้ศอเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง
ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้


ราก รสเผ็ดร้อน แก้คูถเสมหะ ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก
บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ ทำให้เสมหะแห้ง


สารที่พบ
ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน
และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ
มีแคลเซียมและสารเบต้า-แคโรทีนในปริมาณสูง
ในส่วนของงานวิจัยเป็นการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล
โดยศึกษาฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดชะพลู
(ใช้น้ำสกัดเอาสารสำคัญของชะพลูทั้งต้น)
โดยใช้หนูทดลอง ผู้ทดลองแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม
หนูกลุ่มแรกถูกเหนี่ยวนำให้เป็นเบาหวาน
หนูกลุ่มที่สองเป็นหนูปกติ แล้วฉีดสารสกัดของชะพลู
เข้าไปในหนูทั้งสองกลุ่ม วัดระดับน้ำตาลในเลือด
เมื่อฉีดเข้าไปครั้งแรกพบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125
และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม
ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวาน
แต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วัน
พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลง
ซึ่งผู้ทดลองก็ได้นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์
(Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกัน
พบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู

ในใบชะพลู 100 กรัม ให้พลังงานกับร่างกาย 101 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย -เส้นใย 4.6 กรัม
-แคลเซียม 601 มิลลิกรัม
-ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม
-เหล็ก 7.6 มิลลิกรัม
-วิตามินบีหนึ่ง 0.13 มิลลิกรัม
-วิตามินบีสอง 0.11 มิลลิกรัม
-ไนอาซิน 3.4 มิลลิกรัม
-วิตามินซี 22 มิลลิกรัม
-โปรตีน 5.4 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต 14.2 กรัม
-และให้เบต้า-แคโรทีนสูงถึง 414.45
ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล

ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป
เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ
และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท (Oxalate)
ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต


ข้อมูลจาก::
คอลัมภ์ "พืชใกล้ตัว" โดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว
ของวารสาร "อภัยภูเบศรสาร" ปีที่ 4 ฉบับที่ 39 ประจำเดือน กันยายน 2549
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: https://www.sc.psu.ac.th

โดย: ลุงแจ๊ค [13 พ.ค. 52 11:55] ( IP A:222.123.221.58 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน