ระบบเสียงแบบต่าง ๆ ของ เครื่องเสียง
    ระบบเสียงแบบต่าง ๆ ของ เครื่องเสียง

เดิมๆที ระบบเสียงแรกเริ่มจะเป็นแบบ ช่องเสียงเดียว (Mono)จะไม่แยกเสียงซ้าย-ขวาจากกันครับ ถ้าคุณมีลำโพง 2ข้าง จะได้ยินเสียงเดียวกันจากลำโพงทั้ง 2ข้าง จากนั้นเทคโนโลยี พัฒนาต่อมาใช้เป็นระบบ เสียงคู่แยกซ้าย-ขวา ( Stereo)ซึ่งก็ใช้เป็นหลักมาจนปัจจุบัน และได้พัฒนาระบบเสียงจาก stereo เดิมๆ ไป เพิ่มเสียงแวดล้อม (Surround)ก็จะมีลำโพงมาลองรับมากขึ้น รวมทั้ง เพิ่มช่วงเสียงต่ำ (bass)ด้วยลำโพงเสียงทุ้ม (Subwoofer)เสียงทุ้มจะลึกขึ้น เพิ่มอรรถรสในการดูหนัง และฟังเพลงที่ครอบคลุมความถี่เสียงที่กว้างมากขึ้น ทีนีเราลองมาดู ชนิดของระบบเสียงของเครื่องเสียงต่างๆ ที่มีขึ้นมากมายกันดังต่อไปนี้ (อาจจะคุ้นๆ กันนะครับ)

1.ระบบ DOLBY 3 STEREO
หมายถึง การใช้เพาเวอร์แอมป์ขับเสียงแชนแนลสเตอริโอใน ชุดโฮมเธียร์เตอร์ ให้ออกไปยังลำโพงคู่หน้า ซ้าย/ขวา และอีกแชนแนลส่งสัญญาณสูญหายไปบางส่วน เสียงจะเป็นคล้ายๆ สเตอริโอ แต่เซอร์ราวด์ไม่สมบูรณ์ (สังเคราะห์)

2.ระบบ DOLBY HX PRO
เป็นระบบที่ช่วยบันทึกย่านความถี่สูงๆ ให้ดีขึ้น และไม่มีความเพี้ยน โดยที่ไม่ต้องมีระบบขจัดเสียงรบกวน

3.ระบบ DOLBY SURROUND หรือ ระบบ PRO LOGIC
คือ ระบบเสียงที่ประกอบไปด้วย ทิศทางของลำโพงที่อยู่ด้านหน้า คือ Center และคู่หน้า Surround (อยู่ซ้าย และ ขวา) พร้อมลำโพงคู่หลัง คือ Surround หลัง(แต่เป็น Mono) และมีตู้ Subwoofer รวมเป็น 4.1 channel

4.ระบบ DOLBY DIGITAL หรือ ระบบ AC-3
คือ ระบบเสียงที่ประกอบไปด้วย ทิศทางของลำโพงที่อยู่ด้านหน้า คือ Center และคู่หน้า Surround (อยู่ซ้าย และ ขวา) พร้อมลำโพงคู่หลัง คือ Surround หลัง(แต่เป็น Stereo) และมีตู้ Subwoofer รวมเป็น 5.1 channel

5.ระบบ DTS ย่อมาจาก DIGITAL THEATER SYSTEM
คือ ระบบเสียงที่มีร่องเสียง 6CH (ถ้า AC-3 เรียกว่า 5.1CH) ระบบนี้ลำโพงจัดแบบ AC-3 มี Center, Surround หน้า, Surround หลัง, และ Subwoofer แต่สัญญาณ DTS จะมีความชัดเจนกว่า ระบบ AC-3 ตรงที่ว่าสัญญาณที่ออกมาจากเครื่อง
เล่น CD หรือ DVD ไปที่เครื่องถอดรหัสเป็นสัญญาณดิจิตอล ซึ่ง AC-3 เป็นสัญญาณอนาล็อก เสียงของ DTS จึงมีความชัดเจน และให้ความสมจริงเหนือกว่า

6.ระบบ SDDS ย่อมาจาก SONY DINAMIC DIGITAL SOUND
คือ ระบบเสียงที่มี 7.1CH ส่วนใหญ่จะใช้ในโรงภาพยนตร์ มีลำโพง Center, Surround หน้า, Surroundหลัง,Subwoofer และมีเพิ่มจากระบบ DTS ตรงที่มี Surround กลาง อีก 2CH เสียงให้ความชัดเจนขึ้น แต่เสียงในระบบ DTS จะเคลียร์ และฟังดีกว่า เนื่องจากเป็นระบบ DIGITAL ซึ่งเปิดจาก CD ROM LINK กับแผ่นฟิล์มหนัง แต่เสียงในระบบ SDDS
ใช้เสียง DIGITAL ในร่องหนามเตย จึงมีความคมชัดสู้ระบบ DTS ไม่ได้

ว่ากันถึง ชนิดของโรงภาพยนตร์ ก็จะมีการกำหนดระบบเสียงต่างกัน ดังนี้ครับ

SRD : Special Recording Digital
เป็นระบบเสียงดิจิตอล คิดค้นโดยบริษัท Dolby Labora tories lnc. การบันทึกเสียงจะบันทึกบนแผ่นฟิล์มระหว่างรูหนามเตย เสียงจะออกมาพร้อมกับภาพยนตร์โดยอ่านข้อมูลจากจุดที่บันทึก มีทั้งหมดหก channel ได้แก่ left, right, centre, left-surround, right-surround และ subbass

DTS: DigitaI Theatre System
เป็นระบบเสียงดิจิตอลที่บันทึกข้อมูลลงในแผ่นซีดีรอมและใช้เปิดไปพร้อมกับการฉายภาพยนตร์ซึ่งต้องมีเครื่องควบคุมให้ภาพและเสียงสอดคล้องกัน ระบบนี้ให้ระบบเสียงที่มีคุณภาพมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบสี่ channel (DTS-S) และหก channel (DTS-6) ซึ่งมีหก channel เหมือน SRD

SDDS: Sony Dynamic Digital Sound
เป็นระบบเสียงดิจิตอล คิดค้นและพัฒนาโดยบริษัทโซนี่ มีทั้งหมด 8 channel ในการติดตั้งทางโรงภาพยนตร์ต้องเพิ่ม channel เข้าไปอีกสอง channel โดยเพิ่มเสียงจากลำโพงด้านหน้า ตำแหน่งกลางซ้ายและกลางขวา ทำให้เสียงจากภาพยนตร์จอใหญ่มีความลึกและครอบคลุมบริเวณได้มากกว่า ซึ่งทำให้เกิดความเร้าใจในการชมมากขึ้น

THX : Tomilinson Holman Experiment
เป็นระบบโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยและได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดระบบหนึ่งของโลก คิดค้นและพัฒนาโดย George Lucus ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Starwars และ Tomilinson Holman วิศวกรด้านเครื่องเสียง ระบบโรงภาพยนตร์ระบบนี้จะมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโรง โดยจะต้องปูพรมและติดตั้งวัสดุดูดซับเสียง วัสดุกันเสียงสะท้อน และต้องอาศัยวิศวกรด้านเครื่องเสียงตรวจสอบขนาดและแผนผังของโรงภาพยนตร์เพื่อวางแผนการจัดวางตำแหน่งของลำโพงและจำนวนลำโพงให้สอดคล้องกับขนาดของโรงภาพยนตร์ การที่โรงภาพยนตร์ใดจะติดเครื่องหมาย THX หน้าโรงได้ โรงภาพยนตร์ดังกล่าวจะต้องได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์

* อนาล็อก (Analog) หมายถึง สัญญาณที่มีความต่อเนื่อง ค่าความสูงต่ำของสัญญาณ เฟส และความถี่ จะต่อเนื่องกันขึ้น-ลง ตามความแรงความเบา ความมืดความสว่าง ฯลฯ (เป็นระบบบันทึกสัญญาณแบบเก่าซึ่งความชัดเจนจะน้อยกว่าดิจิตอล)
* ดิจิตอล (Digital) หมายถึง สัญญาณที่ไม่ต่อเนื่อง มีค่าความสูงต่ำเพียงสองระดับ จังหวะของความสูงต่ำของสัญญาณ จะแทนความหมายของข้อมูลที่ส่ง (เป็นระบบบันทึกสัญญาณสมัยใหม่ ที่ให้ความแม่นยำของสัญญาณที่ดีกว่า ความเพี้ยนสัญญาณน้อยมาก)

https://audio-video-fun.blogspot.com
โดย: BaCkSTaGe...หล่อ ๆ [20 ก.ค. 52 14:27] ( IP A:202.142.204.1 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 17974 Pageviews

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน