REVERB & DELAY
    REVERB & DELAY

reverb ก็คือ เสียงก้อง ส่วน delay หรือ digital delay หรือที่พี่ไทยนิยมเรียกกันว่าเอคโค่ คือ เสียงสะท้อน

ตัวอย่างเสียงทั้งสองนี้ เท่าที่พอจะบอกได้ก็คือ
คุณลองก้มลงไปตะโกนใส่ในตุ่มน้ำใหญ่ๆ (ไม่มีน้ำนะ) นั่นเป็นเสียง reverb
ส่วนเสียงเอคโค่นั้นหาฟังได้ทั่วไปตามคาเฟ่ทุกแห่ง..ฮาโหล ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นั่นแหละ

โดยเฉพาะ reverb นั้นผมเชื่อว่า น่าจะเป็น plugin ที่มีคนเขียนออกมามากที่สุดทั้ง vst และ dx ทำไมหรือครับ ? ก็เพราะว่ามันเป็น FX ที่ ต้องมี ขาดอะไรก็พอจะขาดได้ครับ แต่ขาด reverb ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นงานของคุณมันจะแห้งกรังแข็งโป๊กไปเลยทีเดียว

โดยทั่วไปแล้ว reverb ที่มีในท้องตลาด ทั้งที่เป็น hardware,software และ plugin ทั้งหลาย มักจะมีค่า preset มาให้เราอยู่แล้ว preset ต่างๆเหล่านั้นก็เช่น hall1,hall2,room1,room2,large room,large hall,stadium,plate และอีกเยอะแยะ

ชื่อ preset ต่างๆนั้น ก็จะอธิบายความหมายในตัวมันเองอยู่แล้วนะครับ คือส่วนใหญ่ก็สื่อว่า เราจะจำลองเสียงออกมาแบบไหน..ห้องใหญ่,ห้องเล็ก,concert hall หรือว่าเป็น indoor stadium อะไรทำนองนั้น ซึ่งก็สะดวกสบายกับผู้ใช้อย่างผมอยู่มิใช่น้อย เพราะผมเองก็ใช้แต่ preset ตะพึดแหละครับ ไม่ได้ไปปรับเปริบอะไรมันหรอก

แต่.......รู้ใว้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ว่ามันปรับยังไง เผื่อเอาไว้นั่งโม้กะเพื่อน มันจะได้ทึ่งเรางัย ว่า...เออ...ไอ้นี่มันรู้จริงเว๊ย (แต่ความจริงไม่รู้หรอก)

ผมจะว่าเฉพาะค่า parameter ที่สำคัญที่ควรรู้เท่านั้นนะครับ ค่าบางค่าก็ไม่รู้จะรู้ไปทำไม บางค่าปรับไปก็ไม่เห็นมันเปลี่ยนอะไร บางค่าผมเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

delay time อันนี้สำคัญที่สุดครับ รับรองว่าคุณต้องเจอใน reverb ทุกตัว มันคือตัวบอกว่า ระยะห่างของเวลาจากเสียงจริงถึงเสียง reverb นั้นห่างกันเท่าไหร่ มีหน่วยเป็น ms (millisecond) อันนี้ถ้ายกตัวอย่างเป็นเสียงเอคโค่จะเห็นภาพได้ชัดขึ้น...พอคุณตะคอกใส่ไมค์ว่า "ฮาโหล"...ก็นับไปเลยว่า อีกกี่ ms มันถึงจะมี "ฮาโหล ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ" วิ่งไล่ตามกันออกมาจากลำโพง นั่นแหละครับ delay time

input หรือ send in ไว้ปรับความแรงของสัญญาณเสียงจริงที่คุณจะป้อนเข้าไปใน reverb ควรจะตั้งเอาไว้สูงหน่อยครับ เพื่อให้ reverb มันทำงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย คือพูดง่ายๆว่าให้มันมองเห็นเสียงจริงน่ะครับ ตั้งไว้ซักบ่ายโมงบ่ายสองประมาณนั้น

dry-mix คือการปรับอัตราส่วนผสมของเสียงจริงและเสียงจาก reverb ว่าจะให้ค่อนไปทางไหน ถ้าคุณหมุนปุ่มค่อนมาทาง dry เสียงจริงก็จะดังกว่าเสียง reverb ถ้าคุณหมุนปุ่มค่อนมาทาง mix เสียงจริงก็จะเบากว่าเสียง reverb อันนี้ปรับไปตามรสนิยมนะครับ บอกกันไม่ได้ บอกได้แค่ว่า ถ้าเป็นเสียงร้อง ควรจะมีเสียง dry บ้างนะครับ ไม่งั้นจะฟังดูไม่มีพลัง

output ก็วอลลุ่มน่ะแหละ ง่ายๆ

repeat อันนี้เป็นของเอคโค่เค้าครับ คือตั้งจำนวนว่า จะให้มัน "อะโหล" ออกมาทั้งหมดกี่ครั้ง เช่น "โหล ๆ ๆ"....หรือ "โหล ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ"


ขอขอบคุณ https://www.patid.com/


.....

โดย: BaCkSTaGe...หล่อ ๆ [15 ก.ค. 52 11:23] ( IP A:202.142.204.1 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 1881 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   ทั้ง ECHO หรือ REVERB นั้นให้ความรู้สึกในเรื่อง ขนาด ความกว้าง แคบ ใกล้ไกล ครับ เป็น EFX ที่นิยมใช้กันครับ ผมแนะนำได้แต่เพียงว่า ควรตั้งค่าเวลาให้เหมาะสม กับ ห้องเพลง ของเพลงนั้นๆ โดยเฉพาะ ECHO นั้นหากเวลามัน เหลื่อมๆ ไม่ลงตัว มันฟังยากครับ ดีไม่ดีพาล จะสื่อสารไม่รู้เรื่องเข้าป่าไปเลยครับ ไปดูเรื่อง BPM เพิ่มเติมนะครับ จะได้นำมาคำนวณ เวลา ให้เหมาะสม ครับ 1/1 1/2 1/4 ของห้องเพลง อะไรประมาณนี้ครับ
REVERB ผมแนะนำ ให้หางเสียงหมดพอดีกับห้องเพลงครับ
นอกเหนือจากนี้ ทำได้นะครับ แล้วแต่ มุมมอง Creative ของแต่ละท่าน เพียงแต่หาหลักการมาจับหน่อยมันจะได้ไม่ใช่ว่ามั่วไปเรื่อยๆครับ

อยู่ที่ความเหมาะสมครับ ผมจะเลือกใช้ให้เข้ากับสถานที่ด้วย อย่างงานในผับก็จะใช้โปรแกรมที่ให้เสียงกว้างๆเช่น Hall หรือถ้าเป็นกลางแจ้งก็จะใช้ Plate ส่วนEcho ก้เลือใช้เป็นเพลง บางทีก็ใช้กับเพลงเร็ว บางทีก็ใช้กับเพลงช้า ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความมันส่วนตัว(นิดหน่อย) ด้วยครับ

อารมณ์เพลงก็เป็นส่วนสำคัญนะครับ อย่างที่ท่านพี่ ๆ ทั้งหลายกล่าวมานั้นแหละครับควรเลือกให้เหมาะสมครับ
EFX ดีดีสักเครื่องหนึ่งมีโปรแกมให้เลือกเป็นร้อยครับ..... บางทีเราใช้แล้วชอบ ฟังดูดี แต่.......อารมณ์เพลงอาจจะไม่ใช้ก็ได้นะครับ


https://www.soundkrub.com

โดย: BaCkSTaGe...หล่อ ๆ [15 ก.ค. 52 15:50] ( IP A:202.142.204.1 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน