เหมือนต้นโพธ์ และลูกอโศกอินเดีย
   มองแวบแรก สมองตีความว่าต้นโพธิ์

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:14] ( IP A:202.29.76.1 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ใบคล้ายๆ

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:18] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   มองเข้าไปใกล้ๆ อึ้ย อะไรแดงๆ

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:20] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ลูกแบบนี้ ไม่ใช่ต้นโพธิ์แน่แท้

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:23] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   จึงได้ชื่อว่า คล้ายต้นโพธิ์

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:26] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ส่วนนี่ คล้ายมะเขือพวงมั้ย

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:33] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:39] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ใบคุ้นๆไหมครับ

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:41] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   มันคือต้นอโศกอินเดียนั่นเอง แต่ต้นนี้พิเศษกว่าติ้นอื่นคือ ทรงป้อมๆมากกว่าสูงชะลูด และมีลูกดังที่เห็นครับ

โดย: เม้ง [8 มิ.ย. 51 13:44] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   งวดนี้ จารย์เม้งมีของแปลก ๆ ให้ดู
โดย: B [8 มิ.ย. 51 14:37] ( IP A:75.22.64.125 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ใบคล้ายใบโพธิ์ แต่เพ่งดีๆ น่าจะไม่ใช่ แล้วที่จริงก็คือ ไม่ใช่จิ่คะ อิอิ.
โดย: หมี่ผัด [8 มิ.ย. 51 14:56] ( IP A:125.26.16.206 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คู่แฝดต้นโพธิ์ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ
ลูกอโศกกินได้มั้ยครับ
โดย: changnoi78 [8 มิ.ย. 51 17:15] ( IP A:125.24.82.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ..ต้นใหญ่ดีจัง น่าปลูกถ้ามีที่กว้าง ๆ .....
โดย: โมกแดง [8 มิ.ย. 51 23:59] ( IP A:125.25.10.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   มีไรห้อยๆอยู่บนต้นด้วยอ่ะ
โดย: taekokbok [9 มิ.ย. 51 1:01] ( IP A:124.120.150.115 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   กินได้เปล่าค่ะ
โดย: เอื้องสาย [9 มิ.ย. 51 1:29] ( IP A:216.235.35.144 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   -ต้นดีปลียักษ์!

โดย: ด้วงแว่น [9 มิ.ย. 51 6:54] ( IP A:58.136.53.108 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้สวย
โดย: คำนวณ [9 มิ.ย. 51 8:10] ( IP A:125.26.173.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
    คริๆทราบว่าเคยเจอแมลงวันทองในผลอโศกอินเดียครับ
โดย: rsampling [9 มิ.ย. 51 9:26] ( IP A:202.29.21.51 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   แปลกดีเนาะ เหมือนคนถ่ายภาพเลย
โดย: ๐๒๖ [9 มิ.ย. 51 13:17] ( IP A:202.28.27.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ก็คนนะสิ คิดว่าเทวดาถ่ายภาพรึ
โดย: เม้ง [9 มิ.ย. 51 13:18] ( IP A:202.29.76.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   มาชมของแปลกด้วยครับ
โดย: พุดภูเก็ต [9 มิ.ย. 51 15:07] ( IP A:202.8.25.137 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ต้นอะไรคะนี่รอผู้รู้มาตอบ
โดย: ป้าจ้อย [9 มิ.ย. 51 15:41] ( IP A:118.172.117.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   อืม..........
โดย: เจ้าเอ๋ย [9 มิ.ย. 51 16:44] ( IP A:203.157.30.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ป้าแจ๋วว่าพุ่มมันสวยดีนะคะ
โดย: ป้าแจ๋วแหวว [9 มิ.ย. 51 20:02] ( IP A:58.9.168.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ต้นโพศรีครับ พี่สารภีเคยเอามาให้ดูที่พันทิพน่ะ น้าเม้ง
โดย: เงือกลม [9 มิ.ย. 51 21:04] ( IP A:203.156.23.209 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   เย้ๆ พี่เงือกรู้ด้วย
โดย: เม้ง [9 มิ.ย. 51 21:30] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   https://www.pantown.com/board.php?id=22691&area=4&name=board1&topic=4212&action=view
โดย: เม้ง [9 มิ.ย. 51 21:54] ( IP A:202.29.76.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   อันตราย อันตราย

เตือนภัยสารพิษใน“ตนโพธิ์ศรี”
กรมวิทยาศาสตรการแพทย เตือนประชาชนใหระมัดระวังอันตรายจากการนํา
พืชสมุนไพรมาใชโดยรูเทาไมถึงการณ
เผยตนโพธิ์ศรีซึ่งเปนพืชที่นําเขามาจากตางประเทศ
พบวาเมล็ด นํ้ายาง เปลือกและราก เปนพิษ เด็กและผูใหญมักนําเมล็ดไปบริโภค เนื่องจากเห็น
วาคลายถั่วปากอาจึงเกิดอาการแสบรอนในคอ คลื่นไส อาเจียน และทองเสีย
นพ.ไพจิตร วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตรการแพทย กลาววา พืชสมุนไพรที่
นิยมนํามาประยุกตใชกันอยางแพรหลายในปจจุบันนั้น สวนใหญจะมีคุณสมบัติบรรเทาโรคภัย
ไขเจ็บ หรือชวยบํารุงรางกาย ผิวพรรณ ใหดียิ่งขึ้น ทั้งในรูปแบบของยา อาหาร เครื่องดื่ม
เครื่องสําอาง แตก็มีพืชบางชนิดอาจมีพิษที่ประชาชนคาดไมถึง โดยเฉพาะอยางยิ่งพืชที่เปน
ไมประดับเพื่อตกแตงบานเรือนเนื่องจากเปนพืชใกลตัว ซึ่งปจจุบันมีมากมายหลายชนิด และ
บางชนิดเปนพืชตางถิ่นที่นําเขามาจากตางประเทศ อาทิ ตนทองหลางฝรั่ง หรือที่รูจักกันในชื่อ
“ตนโพธิ์ศรี” ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตรวา Hura crepitans L. อยูในวงศ Euphorbiaceae เปนไม
ประดับยืนตนสูง 10-12 เมตร ไมผลัดใบ เปลือกสีเทา มีลักษณะสวยงาม เลี้ยงดูงาย และเจริญ
เติบโตไดดีในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยลําตนและกิ่งกานมีหนาม มียางใส ใบรูปไข
โคนเวารูปหัวใจคลายใบโพธิ์ ออกดอกเปนชอ และมีสองลักษณะ โดยดอกตัวผูเปนชอยาวสี
แดงเขมสวนดอกตัวเมียรูปรางกลมแบนเปนรูปเห็ดเล็กๆ ผลมีเปลือกแข็งรูปรางกลมแบนเปนพู
14-16 พูคลายผลฟกทอง ภายในบรรจุเมล็ดคลายถั่วปากอา สําหรับสวนที่เปนพิษ ไดแก เมล็ด
นํ้ายาง เปลือกและราก โดยในเมล็ดประกอบดวยนํ้ามันซึ่งมีคุณสมบัติเปนยาถายและโปรตีนซึ่ง
มีพิษชื่อวา ฮูริน (hurin) หรือ เครพพิติน (crepitin) สวนนํ้ายางมีสวนประกอบของฮูรินและ
เอนไซมฮูเรน (hurain) ซึ่งเปนเอนไซมยอยโปรตีน โดยกรมวิทยาศาสตรการแพทยไดสรุปผล
การทดสอบความเปนพิษในหนูถีบจักร พบวาปริมาณ crepitin ที่ทําใหหนูทดลองตายรอยละ
50 เทากับ187 มก./กก.
Page 2
เนื่องจาก “ตนโพธิ์ศรี” มีผลลักษณะสวยงามและมีเมล็ดที่คลายถั่วปากอา เนื้อใน
เมล็ดมีรสมันคลายเมล็ดฟกทอง
ทําใหบอยครั้งเด็กหรือผูใหญที่รูเทาไมถึงการณนําไป
รับประทานและเกิดอาการเปนพิษ
โดยมีรายงานความเปนพิษจากการรับประทานเมล็ดของ
“ตนโพธิ์ศรี” พบวาแมรับประทานเพียงเมล็ดเดียวก็เกิดอาการได ซึ่งสวนใหญจะมีอาการ
แสบรอนในลําคอ ปวดทอง กระหายนํ้า อาเจียน ทองเสีย ชีพจรเตนเร็ว ตาพรามัว และหาก
ไดรับพิษในปริมาณสูงๆ อาจทําใหเพอ ชัก หมดสติ และอาจถึงตายได โดยเมื่อตนเดือน
มีนาคม 2548 ที่จังหวัดนครสวรรค มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาประมาณ 17 คน รับประทาน
เมล็ดแกของตนโพธิ์ศรีไปไดราว 30 นาที แลวมีอาการคลื่นไส อาเจียนและปวดทอง โดยเด็กที่
รับประทานมากที่สุดถึง 8 เมล็ด พบวามีอาการถายเหลวเปนนํ้า นอกจากนั้นรายที่สัมผัสนํ้ายาง
จากสวนตางๆ ของตนโพธิ์ศรี จะมีอาการอักเสบบวมแดงที่ผิวหนัง เปนผื่นแดงแบบไฟลามทุง
และพุพองขึ้นเปนตุมนํ้าใส ซึ่งหากนํ้ายางเขาตาอาจทําใหตาบอดได ในตางประเทศ เชน
รัฐฟลอริดา ก็มีรายงานลักษณะเดียวกัน
อธิบดีกรมวิทยาศาสตรการแพทย กลาวเตือนในตอนทายวา เพื่อเปนการปองกัน
โรงเรียนและสถานที่สาธารณะตาง ๆ ที่ปลูก “ตนโพธิ์ศรี” หรือพืชพิษอื่น ๆ ควรติดปายเตือน
อันตรายไวใหชัดเจน
สําหรับการรักษาแกผูที่เกิดอาการพิษในขั้นปฐมพยาบาลนั้นทําไดโดย
ใหดื่มนมหรือรับประทานผงถาน เพื่อลดการดูดซึมของสารพิษ แลวรีบนําสงแพทยเพื่อลางทอง
ทันที และในรายที่มีอาการทองเสียรุนแรง อาจเกิดการสูญเสียเกลือแร และเกิดภาวะนํ้าตาล
ในเลือดตํ่า ซึ่งตองใหนํ้าเกลือผสมเด็กซโทรส(Dextrose infusion) สวนผูปวยที่ถูกนํ้ายางบริเวณ
ผิวหนังหรือตา ใหรีบลางดวยนํ้าสะอาดหลายๆ ครั้ง แลวรีบไปพบแพทย และสําหรับผูที่สนใจ
เรื่องขอมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของเรื่องพืชพิษเพื่อปองกันอันตรายในเบื้องตนสามารถเขามาชม
ผานเว็บไซด https://
https://www.dmsc.moph.go.th
ศูนยขอมูลสมุนไพรกรมวิทยาศาสตรการแพทยได
ตลอด24 ชม.
กรมวิทยาศาสตรการแพทย
15 พฤษภาคม 2548
โดย: เม้ง [10 มิ.ย. 51 11:31] ( IP A:202.29.76.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ที่มา https://www.dmsc.moph.go.th/webroot/secretary/Homepage/news48/May/6.htm
โดย: เม้ง [10 มิ.ย. 51 11:56] ( IP A:202.29.76.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   หวัดดีครับ ชื่อ กอง ครับ

ชอบเว็บบอร์ดนี้...แอบชมมานานแล้วแต่ไม่เคยโพสต์ซักที...
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ...smile

ปล...คห.5-8 ดูแล้วน่าจะเป็นอโศกพม่านะครับ...
โดย: Gong [13 มิ.ย. 51 23:36] ( IP A:124.120.18.122 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน
 s