Mini Cheese Cake
   เอาขนมมาร่วมฉลองวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ค่ะ ฝากความรักและความปรารถนาดีมาสู่เพื่อนๆ ครัวชมพู่ทุกคน ขอให้มีความสุขในวันแห่งความรัก...

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 6:46] ( IP A:70.117.10.2 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   Mini Cheese Cake นี้ทำง๊ายง่ายค่ะ เด็กๆ ก็ทำได้ แพททำกินบ่อยๆ (ตอนนี้ให้หลับตาทำก็บ่..มียั่นค๊า) เคยทำไปงานวันเกิดเพื่อน มีเด็กฝรั่งคนหนึ่งเขาบอกว่า"ฉันขออันนึงนะ จะเอาไปให้แม่" ว่าแล้วก็วิ่งกลับบ้านเอาขนมไปให้แม่...น่ารัก-น่าเอ็นดูดีนะคะ

มาลงมือทำกันเลยค่ะ เครื่องปรุงมีดังนี้

Vanilla Wafers 12 ชิ้น
Cream Cheese(ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2 ก้อนๆ ละ 8 oz.(226g)
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
วนิลา 1 ช้อนชา
ไข่(วางไว้ที่อุณหภูมิห้อง) 2 ฟอง
Cherry or Blueberry Pie Filling 1 กระป๋อง
กระทงกระดาษ 12 อัน

วิธีทำ

วางกระทงกระดาษลงในถาดมัฟฟิน และวาง Wafers ลงไปหนึ่งชิ้น(วางด้านนูนขึ้น) พักไว้ก่อน

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:03] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   1. ใส่ครีมชีมลงในถ้วย ตีด้วยความเร็วปานกลางจนครีมชีสพอเนียนๆ ก็ใส่น้ำตาลทรายและวนิวลาลงไป ตีต่อจนส่วนผสมเข้ากัน(ใช้ spatula ปาดขอบๆ ถ้วยลงบ้าง)
2. เปลี่ยนสปีดเป็นความเร็วต่ำ ใส่ไข่ทีละฟอง ตีพอเข้ากัน และใส่ไข่ฟองที่สองตามลงไป ตีด้วยความเร็วต่ำ จนส่วนผสมเนียน
3. ตักส่วนผสมหยอดลงในถ้วยกระดาษที่เตรียมไว้ ประมาณ 3/4 ของถ้วย(อย่าใส่จนเต็ม)
4. นำอบด้วยไฟ 350 F ประมาณ 20 นาที ปิดไฟเตาอบ ค่อยๆ เปิดประตูเตาอบและเปิดประตูทิ้งไว้ พอขนมอุ่นๆ ก็เอาออกจากเตาอบ จัดใส่จานแช่ไว้ในตู้เย็น พอจะกินก็ตักเชอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่ราดข้างบนชีสเค้ก

ข้อแนะนำ
*** ก่อนนำอาหารหรือขนมเข้าอบควรเปิดเตาอบทิ้งไว้อย่างน้อยสิบนาที(Preheat)
*** Cream Cheese ควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง จะได้อ่อนและนิ่ม สะดวกในการตี
*** ไข่ก็ควรเอาออกไว้ที่อุณหภูมิห้องเหมือนกัน
*** ถ้าไม่มี Wafer จะใช้อะไรแทนดีน๊อ...ใช้ Honey Garham บด ผสมกับเนยละลาย และน้ำตาลทราย ขยำให้เข้ากันแล้วกดแบนๆ ลงในก้นถ้วยก็น่าจะได้นะคะ หรือใครมีไอเดียดีๆ ก็ช่วยบอกได้นะคะ

รูป Wafer ค่ะ

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:29] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   รูปนี้ตีครีมชีส น้ำตาลทรายและไข่เรียบร้อยแล้วค่ะ(ใช้เวลาในการตีไม่นานมาก แค่พอส่วนผสมเข้ากันก็พอ)

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:32] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เทใส่ถาดมัฟฟิน ประมาณ 3/4 ของถ้วย(แพทใส่เกือบเต็มเพราะเสียดายของ...ไม่อยากทิ้ง)

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:35] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   อบ 20 นาที ปิดไฟและเปิดเตาอบทิ้งไว้(ไฟเตาอบของแต่ละบ้านอาจจะต่างกัน อย่างไรก็คอยสังเกตุเอาหน่อยนะคะ ถาดที่ใช้ก็มีส่วนค่ะ)

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:38] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   อบออกมาก็จะได้ขนมหน้าตาแบบนี้(มีหลุมตรงกลางเล็กน้อย..อันนี้ไม่ต้องโต๊ะจาย...)

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:40] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   จะแช่เย็นก่อนใส่เชอร์รี่ หรือจะใส่เชอร์รี่ก่อนแช่ตู้เย็น อันนี้ตามแต่สะดวกค่ะ(แพทแช่เย็นก่อนค่ะ และก็เอากระป๋องเชอร์รี่แช่เย็นไว้ด้วย เวลาจะกินค่อยตักราด)

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:43] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เชิญชมและเชิญชิมเนื้อด้านในค่ะ...คุณลูกกลับจากโรงเรียนกินไปสองอัน พร้อมกับบอกว่า" It's good Mom..." และขอลาด้วยรูปนี้แล้วกันนะคะ

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 7:48] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   สวัสดีอีกรอบนะคะสำหรับวันนี้ยามีตัวช่วยให้เพื่อนๆที่ไม่มีวนิลลาเวเฟอร์ หรือขี้เกียจออกไปหาซื้อให้เสียเวลา ก็เลยเอาตัวเลือกนี้มาให้เพื่อนๆลองทำดูค่ะ เอามาเสริมๆกระทู้ของคุณแพทอีกทีนึงค่ะ เป็นทางเลือกที่ออกจะยุ่งนิดหน่อยแต่ก็น่าลองดีค่ะ นั่นคือการเอาสปันจ์เค้ก หรือเค้กที่ทำจากสูตรแยมโรลอ่ะคะเอามารองฐานของชีสเค้ก เรามาดูกันค่ะว่าเป็นไง

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:42] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   มาดูกันคร่าวๆนะคะว่ามีอะไรกันบ้าง
ตัวเค้กที่ใช้สูตรแยมโรลมาทำ ซึ่งจะหนาบางก็แล้วแต่ความชอบ
ตัวพิมพ์ที่ใช้กดเป็นรูปร่างต่างๆเช่น วงกลม หัวใจแล้วแต่ความสะดวก
ที่เหลือก็คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำชีสเค้กอ่ะคะ เรามาดูกันค่ะ
โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:45] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   อันนี้เป็นรูปสปันจ์เค้ก ที่เห็นเป็นสีน้ำตาลเพราะยาผสมชานมผสมสำเร็จ ให้รสชาตินุ่มลิ้นไปอีกแบบ

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:48] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ภาพนี้คือพิมพ์ที่ใช้กดเป็นรูปร่างต่างๆ

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:49] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ฝากพี่สาลบรูปที่ยี่สิบสองค่ะ มือไวไปหน่อย พอดีว่าเดือนนี้มีเทศกาลเลยเลือกพิมพ์ตัวนี้แทนค่ะ แล้วก็นำมากดลงบนเนื้อเค้ก

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:52] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   จัดเรียงใส่พิมพ์ แล้วนำชีสเค้กที่ได้บรรเลงลงไปนำไปอบ

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:54] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   อันนี้ก็ล่งการบ้านเลยค่ะ หวังว่าคงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ไม่มีวานิลาเวเฟอร์นะคะ จะดัดแปลงเอาไปทำทิรามิสุชีสเค้กก็ยังได้เลยนะคะ ยังไงคุณครูแพทมาตรวจการบ้านด้วยนะคะ ไปหล่ะ

โดย: ซาน่า [7 ก.พ. 49 18:58] ( IP A:213.112.234.161 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   เข้ามาอ่านกระทู้แล้วก็กลุ้มใจแทนเพื่อนๆ ที่หาเจ้า Wafer นี่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ อย่างคุณสาบอกเดินหาตั้งครึ่งวัน(อ่านแล้วเห็นใจจริงๆ ค่ะ) แพทคิดอยู่เหมือนกันว่าจะต้องเจอปัญหานี้แน่นอน เพราะปัญหาเดียวกับ TIRAMISU แล้วจะใช้อะไรแทนดีน๊า คือรสชาติของเจ้าเวเฟอร์นี้จะกรอบหวาน พอโดนน้ำก็จะนิ่ม คล้ายๆ ขนมผิงบ้านเรา แต่ขนมผิงจะหวานจัดกว่าเยอะ แพทลองคิด คิด แล้วก็คิดว่าเราน่าจะลองใช้

1. ขนมโอริโอแทนได้ โดยปาดเอาครีมออกแล้ววางลงในถ้วยมัฟฟิน แต่อยากเลือกใช้สีครีม(ในรูป) หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ จะใช้สีดำแบบทั่วๆ ไปก็ได้ค่ะ(อันนี้แพทเองก็ยังไม่เคยใช้นะคะ เพียงแต่คิดว่าน่าจะแทนกันได้ ถ้าผิดพลาดอย่างไรต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คราวหน้าว่าจะลองใช้ดูค่ะ)
2. ใช้แบบ crust ทั่วๆ ไป เพราะแพทมีสูตร PEANUT BUTTER CHEESE CAKE MINIS เขาใช้ crust ลองก้นถ้วย สูตรตามนี้เลยค่ะ

ส่วนผสม
graham cracker crumbs(บดให้ป่น) 1, 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
เนย 1/4 ถ้วย(ตั้งไฟหรือใส่ไมโครเวปให้ละลาย)

วิธีทำ
ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในถ้วย คนส่วนผสมให้เข้ากันจนแครกเกอร์และน้ำตาลชื้นๆ(Moistened) หยิบส่วนผสมใส่ลงในถ้วยมัฟฟิน ใช้มือกดๆ ให้เรียบๆ ความหนาสัก 1/4 นิ้ว

โดย: แพท [7 ก.พ. 49 23:37] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
    คุณซาน่า ทำได้รวดเร็วทันใจและดัดแปลงได้เก่งจริงๆ ค่ะ ชอบรูปที่ 18 ค่ะ รูปหัวใจสวยจังและรูปที่ 26 ดูเหมือนคุณซาน่าจะใส่แยมข้างบนใช่มั๊ยคะ ถ้าอย่างนี้ลองลดน้ำตาลในสูตรเหลือ 3/4 ถ้วยก็ได้ค่ะ(คือจริงๆ แล้วแยมจะมีรสหวานจัดกว่าพายฟิลลิ่ง เกรงว่าขนมจะหวานเกินค่ะ) แต่ถ้าชอบรสชาติแบบนี้ก็ไม่เป็นไรนะคะ(เดี๋ยวแพทลองเอาแยมใส่บ้างดีกว่า เผื่อจะชอบบ้าง)
โดย: แพท [7 ก.พ. 49 23:52] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 44
    ได้ฤกษ์ ทำเสียทีคะ อร่อยมากเลย ตู๋ทำเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ให้แฟนคะ ทำใส่ตู้เย็นเอาไว้แฟนให้กลับมาจากทำงานก็เปิดตู้เย็นจะได้เจอ เจ้าชีสเค้กจิ๋วพร้อมการ์ดเล็กๆ แต่ว่าตอนนี้แฟนยังไม่เปิดตู้เย็นเลยคะ ลุ้นๆอยู่เลยเเอบมาส่งการบ้านก่อนคะ แหะๆ
อันนี้ราด Filling แบบทำเองคะ เอาสตอเบอร์รี่มาต้มแล้วบี้ๆให้แตกเอาสีและความเปรี้ยวแล้วกรองเอาแต่น้ำ แล้วก็เอาตั้งไฟอีกรอบ แล้วใส่น้ำตาล แล้วก็ใส่แป้งข้าวโพดคะแต่ว่าคงใส่แป้งข้าวโพดเยอะไปหน่อยคะเลยไม่เป็นน้ำเยิ้มๆอะคะ ที่เห็นสีแดงๆนี่ก็โกงนิดหน่อยใส่สีผสมอาหารสีแดงลงไปด้วยคะ เพราะสำพังสีแดงของสตอเบอร์รี่ไม่แดงพอคะ อยากให้มันแดงๆเหมือนของคุณแพทอะ
Wafer ข้างล่างตู๋ทำแบบคุณแพทว่าแต่ว่าตู๋ขอนอกสูตรใส่เม็ดมะม่วงหิมพานต์ด้วยคะ อร่อยมากเลย ขอบคุณสำหรับสูตรนะคะ

โดย: lillatoo [15 ก.พ. 49] ( IP A:85.226.145.7 X: )
ความคิดเห็นที่ 49
    คุณตู่คะ แพทตัวจริงมาแล้วค่ะ ส่วนข้างบนนั้นคือคุณผักตำลึงค่ะ(ป่านนี้น้อยใจแย่แล้ว..ล้อเล่นค่ะ)

โห...ต้องขอบอกว่าทำขนมได้สวยมากๆ เลยค่ะ ตอนอ่านก็ช่วยลุ้นอยู่เหมือนกัน อ่านไปอ่านมาก็ขำก๊ากกกกก เลยค่ะ ขำตรงในที่สุดต้องได้จูงมือให้ไปเปิดตู้เย็น ต้องขอชมว่าคุณตู่เก่งในการทำพายฟิลลิ่งนะคะ ทำออกมาดูดีและน่ากินมาก คราวหน้าขอแนะนำให้เอาไปโพสท์หน้าใหม่เลยนะคะ เพราะเพื่อนคนอื่นๆ จะได้ช่วยชื่นชมและได้ความรู้ในการทำพายฟิลลิ่งแบบโฮมเมด
เตาอบที่บ้านคุณตู่ไฟคงแรงจริงๆ เพราะบอกว่าอบแค่ 15 นาที แพท
อบ 20 นาทีค่ะ หลังจากปิดไฟเตาอบแล้วก็ยังปล่อยทิ้งไว้ในเตาอบอีกนานเลยค่ะ โชคดีที่คุณตู่รีบเอาออกนะคะ และจริงๆ แล้วการอบชีสเค้กนี้จะไม่อบนานเกินไปด้วยค่ะ แพทชอบทุกรูปเลยค่ะ เห็นแล้วชื่นใจ และอยากกินขึ้นมาอีกแล้ว อยากให้เพื่อนคนอื่นได้เห็นบ้างจังเลย

คุณตู่คะ วาเลนไทน์ปีนี้แพทได้รับกุหลาบแดงจากแฟนหนึ่งแจกันใหญ่ เขาตั้งไว้ในห้องออฟฟิศ หน้าเครื่องคอมฯ เพราะเขารู้ว่า ทุกๆ เช้า
แพทจะต้องเข้ามาที่ห้องนี้ก่อนเสมอค่ะ และก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ค่ะ

แบ่งกันชมค่ะ

โดย: แพท [16 ก.พ. 49 9:57] ( IP A:70.117.10.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 53
    ทางเข้าหน้าเวป ครัวชมพู่
https://chompoo-kitchen.pantown.com/
โดย: ครัวชมพู่ [23 ก.พ. 49 11:17] ( IP A:213.114.231.248 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน