เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับข้าว ๆ
   สำนวน:

1. ข้าวเหลือเกลืออิ่ม..........บริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร
2. ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว....มีความอุดมสมบูรณ์
3. กินข้าวร้อนนอนสบาย......มีความเป็นอยู่อย่างสบาย นึกอยากจะกินอยากจะตื่นเมื่อไรก็ได้
4. หนูตกถังข้าวสาร............อยู่อย่างสบาย มีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์
5. ข้าวใหม่ปลามัน.............ของใหม่กำลังเหมาะ กำลังดี มักเปรียบกับคูแต่งงานใหม่ ๆ
6. ชายข้าวเปลือก หญิงข้าวสาร......ชายไปอยู่ที่ไหนย่อมสามารถแพร่พันธุ์เชื้อสายได้เหมือนข้าวเปลือก ส่วนผู้หญิงทำอย่างนั้นไม่ได้เลยเหมือนข้าวสาร
7. หมาเห็นข้าวเปลือก..........ทำอะไรกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าไม่ได้
8. ได้เบี้ยเอาข้าว................ได้อย่างหนึ่งจะเอาอีกอย่างหนึ่งด้วย
9. บนข้าวผี ตีข้าวพระ.........บนบานขอร้องให้ผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย
10.กินข้าวต้มกระโจมกลาง....ทำสิ่งใดโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบ จะทำให้ได้รับความลำบาก (เหมือนกินข้าวต้มตรงกลางถ้วย จะเย็นช้ากว่าตรงข้างขอบถ้วย)
11. ข้าวนอกนา...................บุคคลที่ไม่ได้เกิดในถิ่นนั้น ๆ บุคคลที่ผู้อื่นไม่จัดเป้นพวกพ้อง ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 2:48] ( IP A:71.252.232.142 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   12. ข้านอกเจ้า ข้าวนอกหม้อ.......การกระทำหรือประพฤติ นอกเหนือจากคำสั่งหรือผิดแบบแผนขนบธรรมเนียมประเพณี
13. ข้าวแดงแกงร้อน.................บุณคุณ กินข้าวและแกงของผู้ใด ต้องนึกถึงบุญคุณของผู้นั้น
14. ข้าวไม่มียาง.......................คนที่รับอุปการะผู้อื่นไปแล้ว ไม่นึกถึงบุญคุณ เหมือนข้าวไม่มียาง กินไม่ดี
15. เลี้ยงเสียข้าวสุก...................เลี้ยงบุคคลหรือใด ๆ ไว้ แต่พึ่งพาไม่ได้
16. ข้าวยากหมากแพง................ยามที่บ้านเมืองขาดแคลนอาหาร ประชาชนทุกข์ยากลำบาก
17. ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ..........ยากจนไม่มีแม้แต่อาหารจะกิน
18. กินน้ำต่างข้าว....................ทุกข์มาก ลำบากอย่างแสนสาหัส จนมาก
19 ตำข้าวสารกรอกหม้อ............ทำอะไรแบบปัจจุบัน ทำแค่พอให้ผ่านไป ไม่เผื่ออนาคต
20. ทุบหม้อข้าว........................ทำลายอาชีพหรือผลประโยชน์
21. หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว.......การประชด ไม่ได้ทำให้เกิดผลดี กลับทำให้มีแต่ความเสียหายโดยเปล่าประโยชน์

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 2:56] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   22. ข้าวของ.........................สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ
23. ชั่วหม้อข้าวเดือด..............ใช้เวลาไม่นานนัก
24. ก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ......ระยะเวลาสั้น ๆ
25. คอยเหมือนข้าวคอยฝน......ตั้งใจคอยแต่ไม่รู้เวลาว่าเมื่อไร
26. ข้าวแจก.........................ข้าวที่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย
27. ข้าวบาตร........................เรียกขันเชิงสำหรับใส่ข้าวตักบาตร ขันข้าวบาตรหรือเรียกข้าวที่เตรียมไว้ใส่บาตรก็ได้
28. ข้าวเปรต.........................เครื่องเซ่นเปรตในพิธีตรุษสาทร
29. ข้าวผอกกระบอกน้ำ...........ของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ และมีกระบอกน้ำเล็ก ๆ กรอกน้ำ แขวนกิ่งไม้ที่ทำขึ้นแล้วผูกไว้ที่บันไดเรือน ใช้ในพิธีตรุษ
30. ข้าวกรุ.............................ข้าวที่ทำเพื่ออุทิศให้เปรตในพิธีสารท

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:04] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   พันธุ์ข้าวเจ้าพื้นเมือง ชื่อพันธุ์ข้าวแบ่งตามลักษณะของข้าว

1. ตัวอย่างพันธุ์ข้าวที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ขาว" เช่น ขาวตาแห้ง,ขาวเศรษฐี,ขาวต่อ,ขาวตามล,ขาวมะลิ,ขาวอำไพ,ขาวกอเดียว,ขาวสุพรรณ,ขากแก้ว,ฯลฯ

2. ตัวอย่างพันธุ์ข้าวที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "เหลือง" เช่น เหลืองควายล้า,เหลืองประทิว,เหลืองเศรษฐี,เหลืองพวงล้า,เหลืองสุรินทร์ ฯลฯ

3. ตัวอย่างพันธุ์ข้าวเจ้าอื่น ๆ เช่น สามรวง,หลงมา,เปลือกไข่,สามรวงวัฒนา,หอมแก่นจันทร์,รวงใหม่,ข้าวทุ่งทอง,เบาหอม,บ้ากอ,หอมจันทร์,จีนขาว ฯลฯ

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:09] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   พันธุ์ข้าวเหนียวพื้นเมือง ชื่อพันธุ์ข้าวเหนียวแบ่งตามลักษณะของข้าว

1. พันธุ์ข้าวเหนียวที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ขาว" เช่น ขาวกรุง,ขาวนางแจ่ม,ขาวภูเขา,ขาวสุราษฎร์ ฯลฯ

2. พันธุ์ข้าวเหนียวที่ขึ้นต้นและลงท้ายด้วยคำว่า "ดำ" เพื่อบอกว่าเป็นข้าวเหนียวดำ เช่น เหนียวดำ,ดำทรง เหนียววัวดำ ฯลฯ

3. ชื่อพันธุ์ข้าวเหนียว เช่น ป้องแอ้ว,มักม่วย,บางกอก,เหมยนองพื้นเมือง,ข้าวเหนียวสงขลา,สันป่าตอง,เหนียวกะทิ ฯลฯ

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:13] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   พันธุ์ข้าวในประเทศไทย

พันธุ์ข้าวนาสวน
1. ภาคเหนือตอนบน
........1.1 เหนียวสันป่าตอง (ข้าวเหนียว)
........1.2 กข. ๖ (ข้าวเหนียว)
........1.3 กข. ๘ (ข้าวเหนียว)
........1.4 กข.๑๕ (ข้าวเจ้า)
........1.5 กข.๑o (ข้าวเหนียว)
........1.6 เหนียวแพร่ (ข้าวเหนียว)

2. ภาคเหนือตอนล่าง
........2.1 ขาวดอกมะลิ ๑o๕ (ข้าวเจ้า) ********
........2.2 กข. ๗ (ข้าวเจ้า)
........2.3 กข. ๑๕(ข้าวเจ้า)
........2.4 ข้าวเจ้าพิษณุโลก ๖o-๑ (ข้าวเจ้า)
........2.5 ชัยนาท ๑ (ข้าวเจ้า)

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:23] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
...........3.1 ขาวดอกมะลิ (ข้าวเจ้า)
...........3.2 เหนียวสันป่าตอง (ข้าวเหนียว)
...........3.3 กข. ๖ (ข้าวเหนียว)
...........3.4 กข. ๘ (ข้าวเหนียว)
...........3.5 กข. ๑๕ (ข้าวเจ้า)
...........3.6 ชุมแพ ๖o (ข้าวเจ้า)

4. ภาคใต้
...........4.1 นางพญา ๑๓๒ (ข้าวเจ้า)
...........4.2 แก่นจันทร์ (ข้าวเจ้า)
...........4.3 พัทลุง ๖o (ข้าวเจ้า)
...........4.4 กข. ๑๓ (ข้าวเจ้า)
...........4.5 เล็บนกปัตตานี (ข้าวเจ้า)
...........4.6 ลูกแดงปัตตานี (ข้าวเจ้า)
...........4.7 เฉี้ยงพัทลุง (ข้าวเจ้า)


ข้าวไร่

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
.........1. ซิวแม่จันทร? (ข้าวเหนียว)
.........2. อาร์ ๒๕๘ (ข้าวเหนียว)

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:32] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   มาตราชั่ง ตวง วัด แบบโบราณ

มาตราวัดระยะตามแบบโบราณ

แบบที่ ๑
๗ เมล็ดข้าว......เป็น ๑ นิ้ว
๑๒ นิ้ว.............เป็น ๑ คืบ
๒ คืบ...............เป็น ๑ ศอก
๔ ศอก............เป็น ๑ วา
๒๕ วา.............เป็น ๑ อุสภ
๘o อุสภ...........เป็น ๑ คาวุต
๔ คาวุธ............เป็น ๑ โยชน์

แบบที่ ๒
๘ ปรมาณุ.........เป็น ๑ อณู
๘ อณู..............เป็น ๑ ธุลี
๘ ธุลี...............เป็น ๑ เส้นผม
๘ เส้นผม..........เป็น ๑ ไข่เหา
๘ ไข่เหา...........เป็น ๑ ตัวเหา
๘ ตัวเหา...........เป็น ๑ เมล็ดข้าว
๒ เมล็ดข้าว.......เป็น ๑ กระเบียด
๔ กระเบียด.......เป็น ๑ นิ้ว
๑๒ นิ้ว..............เป็น ๑ คืบ
๒ คืบ................เป็น ๑ ศอก
๔ ศอก.............เป็น ๑ วา
๒o วา..............เป็น ๑ เส้น
๔oo เส้น..........เป็น ๑ โยชน์

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:45] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   หวัดดีคะคุณโก๊ะ และขอบคุณเรื่องข้าวมากๆ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ
ตั้งแต่ หัวกระทู้ ถึง คห. 2 อ่านเพลินเลยค่ะ มีคติดีมากๆ และเป็นคำโบราณ (อุ้ย ไม่ได้ว่าใครนะค่ะ อิอิ)
ที่รู้ๆ สำหรับสา ถ้าขาดข้าว ชีวาวาย เพราะติดใจในรสข้าวหอมมะลิ
ไทยค่ะ วันไหนข้าวไม่ตกถึงท้อง คืนนั้นนอนกระวนกระวาย
อิ่มไหนไม่อิ่มเท่ากินข้าวไทยค่ะ

(ปล.แต่งกลอนไม่เป็น พิมพ์ไป อ่านไปแล้วก็มึนไป ต้องคอยคุณ บุหลันแรม.. มาแต่งกลอนเรื่องข้าวให้ คงเพราะถูกใจหลายๆค่ะ อิอิ)

ไปละ ง่วง...เพราะอิ่มข้าวอย่างแรงค่ะ ฝันดีค่ะคุณโก๊ะ
โดย: ชมพู่ [7 ก.ค. 50 3:46] ( IP A:213.114.231.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   มาตราตวงตามวิธีประเพณี

แบบที่ ๑
๓oo เมล็ดข้าว...........เป็น ๑ ใจมือ
๘ ใจมือ...................เป็น ๑ ฟายมือ
๘ ฟายมือ.................เป็น ๑ ทะนาน
๕ ทะนาน.................เป็น ๑ กระเฌอ
๕ กระเฌอ................เป็น ๑ สัด
๕ สัด.......................เป็น ๑ กระชุก
๔ กระชุก..................เป็น ๑ ตะกอง
๑ ตะกอง..................เป็น ๑ เกวียน
๔ เกวียน..................เป็น ๑ ตะล่อม
๕ ตะล่อม.................เป็น ๑ ยุ้ง
๕ ยุ้ง.......................เป็น ๑ ฉาง

แบบที่ ๒
๑๕o เมล็ดข้าวเปลือก...เป็น ๑ หยิบมือ
๔ หยิบมือ..................เป็น ๑ กำมือ
๔ กำมือ....................เป็น ๑ ฝ่ามือ
๒ ฝ่ามือ....................เป็น ๑ กอบ
๔ กอบ.....................เป็น ๑ ทะนาน
๒o ทะนาน................เป็น ๑ สัด
๔o สัด......................เป็น ๑ บั้น
๑ บั้น........................เป็น ๑ เกวียน
๔ ไพ........................เป็น ๑ เฟื้อง
๒ เฟื้อง......................เป็น ๑ สลึง
๔ สลึง.......................เป็น ๑ บาท
๔ บาท.......................เป็น ๑ ตำลึง
๒o ตำลึง....................เป็น ๑ ชั่ง
๕o ชั่ง........................เป็น ๑ หาบ

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 3:58] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   มาตราชั่งน้ำหนักตามแบบโบราณ

แบบที่ ๑
๒ เมล็ดงา..................เป็น ๑ เมล็ดข้าวเปลือก
๔ เมล็ดข้าวเปลือก.......เป็น ๑ กล่อม
๒ กล่อม....................เป็น ๑ กล่ำ
๒ กล่ำ...................... เป็น ๑ ไพ
๔ ไพ........................เป็น ๑ เฟื้อง
๒ เฟื้อง.....................เป็น ๑ สลึง
๔ สลึง......................เป็น ๑ บาท
๔ บาท......................เป็น ๑ ตำลึง
๒o ตำลึง...................เป็น ๑ ชั่ง
๕o ชั่ง......................เป็น ๑ หาบ

แบบที่ ๒
๒ อัฐ........................เป็น ๑ ไพ
๔ ไพ........................เป็น ๑ เฟื้อง
๒ เฟื้อง.....................เป็น ๑ สลึง
๔ สลึง......................เป็น ๑ บาท
๔ บาท......................เป็น ๑ ตำลึง
๒o ตำลึง...................เป็น ๑ ชั่ง
๕o ชั่ง......................เป็น ๑ หาบ

คุณสาได้สินสอดกี่ไพ กี่เฟื้อง กี่ชั่ง กี่หาบคะ อิอิ

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 4:07] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   บรรพบุรุษข้าว

พันธุ์ข้าวที่เพาะปลูกอยู่ในยุคปัจจุบันนั้น พัฒนามาจากข้าวป่าในตระกูล Oryza Gramineae สันนิษฐานว่าพืชสกุล Oryza มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนชื้นของทวีป Gondwanaland ก่อนแผ่นดินจะแยกตัวและเคลื่อนออกจากกันเป้นทวีปต่าง ๆ จากนั้นก็แพร่จากเขตร้อนชื้นของอาฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ออสเตรเลีย อเมริกากลางและใต้ ข้าวสามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่น ทั้งที่ราบลุ่มจนถึงที่สูง (จากน้ำทะเลถึง 2,500 เมตร) ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เส้นรุ้งที่ 53 N ถึง เส้นรุ้งที่ 35 S (ทางยุโรปก็ประมาณถึงประเทศเดนมาร์ค อังกฤษตอนเหนือหน่อย ๆ โดยประมาณ ทางอเมริกาก็ทางตอนกลางของแคนาดา ทางเอเชียก็ทางเหนือของจีน.......ถึงออสเตรเลียตอนใต้ นิวซีแลนด์เกาะเหนือ ทางอเมริกาก็ถึงอาเยนติน่า ทางอาฟริกาก็ถึงใต้สุดอาฟริกาเลยทีเดียว)

มนุษย์ได้คัดเลือกข้าวป่าในลักษณะต่าง ๆ กันและมีการผสมข้ามพันธุ์เพื่อให้ได้ตามที่ตัวเองและสิ่งแวดล้อมสามารถปลูกได้ ก่อให้เกิดพันธุืข้าวต่าง ๆ ที่เรียกว่าข้าวลูกผสมประมาณ 120,000 พันธุ์ทั่วโลก

ข้าวแบ่งออกเป็นข้าวอาฟริกาและข้าวเอเชีย
ข้าวอาฟริกา (Oryza Glaberima) แพร่กระจายอยู่เฉพาะบริเวณเขตร้อนของอาฟริกาตะวันตกเท่านั้น สันนิษฐานว่าข้าวอาฟริกาอาจเกิดขึ้นครั้งแรกประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตศักราชหรือหลังจากนั้น

ข้าวในเอเชีย
1. ข้าวสายพันธุ์แรก ปลูกบริเวณแม่น้ำเหลืองของจีน แพร่ไปยังเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นเมล็ดข้าวพันธุ์ป้อมเรียกว่า สายพันธุ์ Sinica หรือ Japonica
2. สายพันธุืที่สอง ปลูกในเขตร้อน เป็นเมล็ดยาว เรียกว่า Indica แพร่สู่ตอนใต้ของอินเดีย ศรีลังกา แหลมมลายู หมู่เกาะต่าง ๆ และลุ่มแม่น้ำแยงซีประมาณ คศ 200
3. ข้าวพันธุ์ที่สาม ข้าวชวา (Javanica) ปลูกในอินโดเนเชีย ประมาณ 1,084 ก่อนคริสตศักราช จากนั้นเผยแพร่เข้าไปยังฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ยุโรป แอฟริกา อเมริกาใต้ อเมริกากลาง เข้าสู่สหรัฐอเมริกาครั้งแรกประมาณคริสตศัตวัรรษที่ 17 โดยนำเมล็ดพันธุ์จากหมู่เกาะมาดากัสก้าร์

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 4:30] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เดี๋ยวว่าง ๆ จะมาเขียนต่อนะคะคุณสา วันนี้หมดเวลาแล้วค่ะ

โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 4:31] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ดีมากเลยค่ะ ข้อมูลเพียบ แถมยังมีรูปสวยๆให้ดูอีก คุณต้นโอคแอบไปเที่ยวไหนมาคะรูปสวยจัง บรรยากาศดี๊ดี
โดย: แม่อุ๋งอิ๋ง [7 ก.ค. 50 10:19] ( IP A:203.151.240.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   สวัสดีครับ

คุณต้นโอ๊คขยันรวบรวมจริงๆครับ สำนวนไทยพวกนี้นานไปก็มีลืม หยิบจับมาทบทวนกันบ้างก็ดีมากเลยนะครับ
โดย: วัฒน์ [7 ก.ค. 50 10:46] ( IP A:202.5.95.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ขอบคุณมากค่ะคุณต้นโอ๊ค จะรอบทบาทของข้าวต่อไปค่ะ
โดย: นิว [7 ก.ค. 50 13:54] ( IP A:84.177.117.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ...สวัสดีทุกท่านครับ แวะเข้ามาทักทายครับ
โดย: จินจง [7 ก.ค. 50 15:34] ( IP A:125.24.170.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   สวัสดีค่ะคุณโอ๊ค คุณสา และเพื่อนๆ

บางสิ่งบางอย่างยังไม่เคยได้ยินนะนี่ เช่นข้าวแจก ข้าวกรุ
อ่านได้เรื่อยๆ เพลินดีค่ะ
ชอบใจรูปหม้อข้าวดำปี๋จัง ( คห.2 ) หายากนะเนี่ย
รูปสวยทุกรูป ชอบค่ะ ชอบ

ขอบคุณค่ะ

โดย: บุหลันแรม... [7 ก.ค. 50 21:55] ( IP A:125.24.164.79 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   สวัสดีค่ะคุณแม่อุ๋งอิ๋ง ภาพเก็บมาจากหลาย ๆ ที่คะ เช่น ภาพปกนั้นจากทุ่งนาแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์....ภาพเจ้าทุย จาก อ.แห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์......บ้านหม้อข้าวก้นดำ จากหมู่บ้านตากลาง (หมู่บ้านช้าง) จ.สุรินทร์......ภาพข้าวในกะเฌอต่าง ๆ จากงานพืชสวนโลก จ.เชียงใหม่......ภาพทุ่งข้าวเหนียวดำ จาก อ.หนึ่งใน จ.สุรินทร์......ภาพ คห. 5,7,9 จาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่.....ภาพทุ่งนา คห. 6 รู้สึกจะเป็น อ. พุทโธสง จ.บุรีรัมย์......ส่วนภาพที่เหลือจะเป็นทุ่งนาจากชายแดนรอยต่อระหว่าง จ.สุรินทร์กับ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ค่ะ

สวัสดีค่ะคุณวัฒน์ ตอนนี้สงสัยเด็ก ๆ คงแต่มีสำนวนของแม็คโดนังด์ หรือพิซซ่า มาแทนแล้วกระมังคะ อิอิ ค่ะสำนวนบางอย่างมันเกี่ยวข้องกับประเพณีและพิธีกรรม จนเราลืมไปแล้วว่าทำไมถึงใช้แบบนั้น

ค่ะคุณนิว ว่าง ๆ แล้วต้นโอ๊คจะมาเขียนต่อค่ะ ขอบคุณค่ะที่ติดตาม

สวัสดีค่ะคุณจินจง คุณจินจงทานข้าวหรือยังคะ (สำนวนทักทายแบบฉบับของเอเชีย อิอิ) เราไปถามฝรั่งว่า "กินอาหารเช้า กลางวัน เย็นหรือยัง?" ฝรั่งคงงง....

หม้อข้าวนั้นแม่บ้านควาญช้างกำลังทำกับข้าวอยู่ค่ะคุณบุหลันแรม ที่หมู่บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ ต้นโอ๊คดูไปแล้วคิดว่า ถ้าใช้ฟืนไม่กี่วันมันคงดำแล้ว แล้วบอกว่าอยู่กันก้นหม้อข้าวยังไม่ทันดำ นี่มันนานขนาดไหนนะนี่ ขอบคุณค่ะสำหรับรูปเมล็ดข้าว ซึ้งดีค่ะ นึกถึงคุณค่าอาหารและพลังงานของข้าวแล้วอยากก้มกราบแผ่นดินค่ะ
โดย: ต้นโอ๊ค [7 ก.ค. 50 23:58] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   วงจรชีวิตข้าว

ช่วงข้าวเติบโตเป็นต้นกล้าและเพิ่งปักดำใหม่ ๆ ในเดือนมิถุนายน-เดือนกรกำาคม เปรียบเหมือนวัยเด็กที่กำลังเจริญเติบโต สีเขียวอ่อนสดใสในทุ่งนา

เดือนสิงหาคม ต้นข้าวเริ่มแตกลำต้นให้เห้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณยอดที่จะออกเป็นรวงข้าว เรียกว่า "คอรวง" พร้อมออกเป็นรวงข้าวแล้ว ช่วงนี้ชาวบ้านจะเรียกว่า "ข้าวเป็นสาว" หรือ "ข้าวถือแหวน" .....ชวนให้นึกถึงคำเรียกสาวสมัยนั้นว่า "อีรวง"

จากนั้นไม่นานลำต้นข้าวจะเริ่มกลม เรียวมากขึ้น บริเวณยอดเริ่มนูน อวบอ้วนมากขึ้น ชาวบ้านเรียกข้าวช่วงนี้ว่า "ข้าวมาน" หรือ"ข้าวตั้งท้อง" จากนั้นไม่ถึง 2 สัปดาห์ จากแรม 15 ค่ำไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ ดอกข้าวเริ่มแทงช่อดอกออกจากยอดของลำต้นที่นูน กลม ช่วงนี้ชาวบ้านทางภาคอีสานจะเรียกว่า "หยิ่งแข้ว" หรือ "ยิงฟัน" การถอดยอดดอกเป้นสัญญาณบอกว่า เกสรของดอกข้าวได้รับการผสมพันธุ์ให้ติดเป็นเมล็ดในอีกไม่ช้า ช่วงนี้ชาวนาผู้เป็นเจ้าของจะคอยจ้องมองต้นข้าวในนาด้วยความห่วงใย

ระหว่างเดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน ต้นข้าวเขียวตระการเต็มทุ่ง เมื่อข้าวเริ่มออกดอก ลมช่วงปลายฤดูฝนช่วยช่วยพัดหอบเอาเกสรจากรวงดอกของข้าวปลิวไปจับกออื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ แมลงต่าง ๆ ก็ช่วยผสมเกสร ตามความเชื่อของชาวอีสานข้าวหรือแม่โพสพจะตั้งท้องหรืออกรวงได้ก็ต่อเมื่อข้าวได้รับน้ำจาก "พระยาแถน" ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงพอ

ช่วงเดือนกันยายน-เดือนตุลาคม ข้าวออกรวง เป็นช่วงสำคัญที่สุดในชีวิตของต้นข้าว ชาวนาต้องคอยหมั่นดูแลน้ำในนาให้ขังต้นข้าวในระดับที่พอเหมาะ หล่อเลี้ยงให้สม่ำเสมอ ขาดไม่ได้ ต้นข้าวที่กำลังสร้างเมล็ด มีน้ำใสขุ่น จากเมล็ดลีบเล็ก ค่อยขยายโตขึ้น น้ำในเมล็ดข้าวมีรสหวานมัน ชาวบ้านเชื่อว่าแม่โพสพกำลังสร้างน้ำนม จึงเรียกข้าวช่วงนี้ว่า "ข้าวน้ำนม" ตามนิทานชาดกในพัทธศาสนา ท้าวจุลกาลหรือโกญฑัญญะเถระ เมื่อครั้งเป้นชาวนาได้นำข้าวที่กำลังเป็นน้ำนมรสหวานไปกวนเป็นข้าวมุธุปายาส เพื่อถวายพระพุทธเจ้า ชาวนาจะนำข้าวมาตำเป็น "ข้าวฮาง" และ "ข้าวเม่า" เพื่อทำบุญเช่นกัน จากนั้นข้าวจะค่อย ๆ เหลืองแก่ จนเก็บเกี่ยวได้ในราวปลายเดือนพฤศจิกายนเป้นต้นไป

โดย: ต้นโอ๊ค [8 ก.ค. 50] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   นิเวศแห่งชีวิต

การทำนาในแต่ละภูมิภาคของไทยนั้นแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ

ภาคเหนือ.....ชาวนาจะปลูกข้าวนาดำหรือข้าวนาสวน ซึ่งปลูกได้ในสภาพพื้นที่ ๆ มีน้ำขังตั้งแต่ 5-50 ซม. ในที่ราบระหว่างภูเขา และปลูกข้าวไร่ในที่ดอนและที่สูงบนภูเขาซึ่งไม่มีน้ำขังในพื้นที่ปลูก ข้าวที่ปลูกมีืั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากปลูกข้าวนาปีเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนธันวาคมแล้ว ในบางท้องที่ยังปลูกข้าวนาปรังด้วย

(เคยมีชาวต่างชาติมาถามต้นโอ๊คว่า ปลูกแต่ข้าวอย่างเดียวนี่ดินไม่เสียหรือ ไม่ปลูกอะไรสลับบ้าง ต้นโอ๊คได้ตอบไปว่า เนื่องจากดินที่สำหรับปลูกข้าวนั้นส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวหรือค่อนข้างเหนียว คงไม่เหมาะสำหรับต้นไม้อื่น ๆ สภาพดินแบบนี้คงมีแต่ธัญพืชที่เรียกว่าข้าวขึ้นได้อย่างเดียวเท่านั้น อีกคำถามหนึ่งเขาเห้นชาวนาไทยลุยเท้าเปล่าในทุ่นาเขาถามว่าไม่กลัวเชื้อโรคหรือ...ต้นโอ๊คได้ตอบไปว่า เชื้อโรคก็คงมีบ้าง แต่คนทำงานอาชีพไหนมักจะมีภูมิต้านทานทั้งทางกายและใจจากสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองทำงานอยู่ ชาวนาอาจจะมีภูมิต้านทานตรงนี้มากกว่าคนธรรมดา และอีกอย่างความที่สภาพดินเป็นดินเหนียวหากใส่รองเท้ายางหรือบู้ทลงไป รับรองเดินก้าวต่อไปไม่ได้เลย)

ภาคอีสาน......พื้นที่กว้างใหญ่ของภาคอีสานทำนาได้ 36 ล้านไร่ หรือร้อยละ 49 โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงทางตะวันออก ตอนกลางและตะวันออกเฉียงใต้ของภาค เช่น จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ นาภาคอีสานให้ผลผลิตต่ำสุด พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทาน ส่วนใหญ่ทำนาดำตอนเหนือ ปลูกข้าวเหนียวอายุเบา ส่วนทางตอนใต้ ปลูกข้าวเจ้าอายุหนัก สภาพพื้นนาเป็นที่ราบและแห้งแล้ง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ บางแห่งเป้นดินเกลือ ชาวนาจึงทำนาปรังกันน้อยมาก ส่วนใหญ่ทำนาปีเป็นหลัก เก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน ช่วงหลังแม้จะมีพายุจากทางเวียตนามเข้ามาบ้าง และทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังระยะยาวและในระยะที่ข้าวไม่ต้องการฝน บางแห่งก็ประสบภัยน้ำท่วม บางแห่งโดยเฉพาะทางอีสานตอนใต้อาจจะได้รับผลกระทบไม่มาก

โดย: ต้นโอ๊ค [8 ก.ค. 50] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ภาคใต้......ชาวนาในภาคใต้ทำนาในบริเวณที่ราบริมทะเลหรือที่ราบระหว่างภูเขา ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกข้าวที่สำคัญที่สุดคือบริเวณฝั่งทะเลด้านตะวันออก ได้แก่ ที่ราบเขตติดต่อ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และที่ราบลุ่มแม่น้ำปัตตานี โดยมีนครศรีะรรมราชเป็นจังหวัดที่ปลูกข้าวได้มากที่สุด ส่วนใหญ่อาศัยฝนในการทำนา (ภาคใต้จะมีแค่ 2 ฤดูกาล คือฤดูร้อนกับฤดูฝน จะไม่มีฤดูหนาวเหมือนภาคอื่น ๆ) ทำให้การทำนาในภาคใต้ล่าช้ากว่าภาคอื่น ๆ ชาวนาปลูกข้าวนาปีเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นในเขตชลประทาน เช่น จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ที่ปลูกข้าวนาปรังด้วย ข้าวนาปีที่ปลูกเป้นข้าวนาสวนหรือนาดำ เก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

โดย: ต้นโอ๊ค [8 ก.ค. 50] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   พิธีกรรมข้าว

1.ก่อนการเพาะปลูก....จะมีการขอฝนและขอความอุดมสมบูรณ์
ก่อนเริ่มปรับดินทำนา ราวปลายเดือนห้าจนถึงเดือนเจ็ด (เมษายนถึงมิถุนายน) ชาวนาในท้องถิ่นต่าง ๆ หลายแห่งจะจัดงาน "ทำบุญกลางบ้าน" เพื่อขอฝนปรับดินเพื่อทำนาแล้ว ยังเป้นการบูชาพระ ชาวนาในบางหมู่บ้านในอยุธยามักมีประเพณี "ทำบุญหลังบ้าน" เพื่อขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล และให้คนในหมู่บ้านอยู่เย็นเป้นสุข พระจะสวดคาถาที่เรียกว่า "คาถาปลาช่อน" ซึ่งตรงกับช่วงฝนเริ่มตก ปลาช่อนจะออกจากที่ซ่อนมาเล่นน้ำฝน

2. ช่วงเพาะปลูก.....อัญเชิญแม่โพสพลงนา หาฤกษ์ไถ
ก่อนหว่านข้าวจะต้องอัญเชิญขวัญข้าวหรือแม่โพสพจากยุ้งฉางลงนาอีกครั้ง เจ้าของข้าวจะจัดพิธีภายในครอบครัว โดยนำขวัญข้าวที่เก็บมารวบรวมกับข้าวปลูก บางคนบอกกล่าวแม่โพสพด้วยถ้อยคำไพเราะ ขอให้แม่โพสพอย่าตกใจ ฝากแม่โพสพไว้กับแม่ธรณี พระภูมิและผีต่าง ๆ หลังจากนั้นมีการแรกนา มีที่มาจากการหาฤกษ์งามยามดีวันใดวันหนึ่งในเดือน 6 เพื่อทำพิธีแรกนา การแรกไถกันพอเป็นพิธีเพียง 3 รอบ

3. การบำรุงรักษา.....รับขวัญแม่โพสพ
เมื่อข้าวเริ่มตั้งท้อง ชาวนาจะสร้างศาลเพียงตาชั่วคราวขึ้นใส่เครื่องสังเวยรับขวัญแม่โพสพ เรียก "พิธีคดข้าว" ภาคกลางบางท้องถิ่นเรียก "ส่งข้าวบิณฑ์" เพื่อรับขวัญแม่โพสพที่กำลังเริ่มตั้งท้องและขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด เครื่องเซ่นแม่โพสพมีข้าว ปลา กล้วย อ้อย ถั่ว งา ผลไม้รสเปรี้ยว แป้ง กระจก และหวี

4. เก็บเกี่ยว....เชิญขวัญข้าว
หมู่บ้านบางแห่งในอยุธยาและราชบุรี เมื่อขนข้าวไปที่ลานจะจัด "พิธีเชิญขวัญข้าว" หรือ "ขวัญแม่โพสพ" เข้าสู่ลานสู่บ้าน มักทำพิธีในวันศุกร์ตอนเย็น โดยนำเครื่องสังเวยบูชาไปถึงที่นาแล้วเอาซังต้นข้าวผูกเป็นรูปคนเล็ก ๆ ถือไว้ แล้วกล่าวคำอัญเชิญแม่โพสพให้กลับเข้าไปอยู่ในที่ร่มเย็นคือลานบ้าน จากนั้นนำหุ่นกลับไปที่ลานนวดข้าวทิ้งเครื่องเซ่นให้แก่นกแก่กา

โดย: ต้นโอ๊ค [8 ก.ค. 50 1:03] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ดอกถั่วข้างทุ่งนาแห่งหนึ่ง.....ว่าง ๆ แล้วจะมาเขียนต่อนะคะ

โดย: ต้นโอ๊ค [8 ก.ค. 50 1:07] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ คุณโกะ ข้อมูลดีมากๆเลยค่ะ เคยอ่านจากหนังสือข้าวเมื่อนานมาแล้วก็เลือนๆไปหมดแล้ว

เคยอ่านมาจากเอกสารของกรมอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับข้าวหรือเกษตรนี่แหละค่ะ ว่าสมัย 40 กว่าปีมาแล้ว เมืองไทยกลัวคอมมิวนิสต์ขึ้นสมอง อเมริกายื่นความช่วยเหลือให้หลายอย่างไม่ว่าจะเกี่ยวกับทางอาวุธ ฐานทัพ และเกี่ยวกับการเกษตรด้วย หนึ่งในความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเกษตรก็คือส่งผู้เชี่ยวชาญทางธัญพืชมาให้ สมัยนั้นทางจากดอนเมืองเข้าเมืองยังเป็นถนนสายเล็กๆวิ่งสองเลน ริมทางเป็นต้นก้ามปูและต้นไม้ใหญ่ (ที่ถูกสั่งตัดเสียเหี้ยนในภายหลังเพราะลูกผู้มีอำนาจวาสนาสมัยนั้นขับรถชนต้นไม้แถวนั้นจนเสียชีวิต) ส่วนข้างทางเป็นนาข้าว เจ้าหน้าที่กรมการเกษตรผู้น้อยในขณะนั้น (แต่ตอนนี้เกษียรแล้วระดับอธิบดี) ไปรับ ฝรั่งเห็นนาข้าว ถามเจ้าหน้าที่ไทยว่า ทำไมถึงไม่ใช้พื่อนที่ให้เป็นประโยชน์ปล่อยให้หญ้าขึ้น สรุปก็คือผู้ที่ว่าเชี่ยวชาญนั้นยังไม่รู้จักต้นข้าวเลยค่ะ และหลังจากนั้นอีกไม่กี่ปีให้หลังอเมริกาก็เริ่มมีข้าวแบบเมล็ดยาวที่ไม่ใช่พันธุ์ท้องถิ่นของตัวเองเริ่มปลูกที่กลางประเทศ โดยเอาพันธุ์ที่ถูกคัดสรรแล้วไปจากเมืองไทยและฟิลิปปินน์ และในที่สุดก็เริ่มเป็นผู้ส่งออกบ้าง อ่านแล้วก็ซึมๆนิดๆว่า ไม่รู้ว่าเพราะความอ่อนหัดของนักวิชาการไทยหรือความเห็นแก่เงินช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้พืชพันธุ์หลายอย่างกลายเป็นของชาติอื่นไป โดยชาวนาไทยก็ยังจนย่ำแย่อยู่เหมือนเดิม

วันก่อนดูทีวี martha stewart เขาทำอาหารฟิลิปปินน์ค่ะ ทำ chicken adobo (น่ากินดีเหมือนัน เพื่อนฟิลิปปินน์เคยสอนไว้นานแล้ว แต่ไม่เคยทำ วันหลังคงต้องลองงัดมาทำดู) เชฟฟิลิปปินน์เขาเสริฟ์พร้อมข้าวสวย Jasmine rice ของฟิลิปปินน์ สมัยคุณอดิสัย โพธารามิคเป็น รมต ถึงได้พยายามกำหนดคุณภาพของข้าวหอมมะลิอย่างเข้มงวด และช่วงนั้นเคยมีการพยายามเปลี่ยนให้ใช้คำว่า Hom mali แทนเพราะจดลิขสิทธิ์ไว้ เพื่อที่ว่าถ้ามีการอ้างอิงถึงข้าวหอม ของแท้ ต้องมีคำว่าหอมมะลิเท่านั้น เหมือนกันกับคำว่าแชมเปญ ห้ามใช้ถ้าผลิตที่ที่อื่นที่ไม่ใช่แคว้นแชมเปญ ช่วงนั้นจำได้ว่าโดนด่าเช้าเย็นเลย เดี๋ยวนี้ไปถึงไหนแล้วไม่ทราบ จำได้แค่ว่าอ่านผ่านๆว่าข้าวหอมของแถวปทุมธานีก็มีการออกว่าร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องชื่อนี่แหละค่ะ ว่าใช้ชื่ออะไรสักอย่างไม่ได้ ทำให้เขามีปัญหาเรื่องราคาสู้ข้าวหอมจากแถวทุ่งกุลาไม่ได้

อิอิ โม้แจมเสียยาวเลยค่ะ เพราะพอดีวันนี้ตื่นเช้ามาทำขนมปังลูกเกดไปให้คุณอา แต่เดี๋ยวจะออกไปข้างนอกแล้วค่ะ
โดย: ตุ้ม [8 ก.ค. 50 7:04] ( IP A:58.8.118.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   หวัดดีคะคุณโก๊ะ และพี่ตุ้ม และทุกๆคนข้างบน
ข้อมูลน่าอ่านจังเลยค่ะ เดี่ยวมีเวลาจะมาอ่านต่อค่ะ
วันนี้ ยุ่งทั้งวัน เผอิญมีแขกมาทานอาหารที่บ้านพึ่งจะกลับนะค่ะ
อ่านเรื่องที่พี่ตุ้มเล่ามาเคยได้ยินเหมือนกันค่ะ เรื่องข้าว ไม่รู้ว่า ข้าวหอมมะลิไทย ที่เป็นข่าวว่าโดนเค้าไปจดชื่อไว้แล้ว ไม่รู้เดินเรื่องกันไปถึงไหน คิดถึงข้าวหอมมะลิไทย นับวันกลายพันธุ์ ไม่เหมือนข้าวหอมมะลิที่เคยกิน ถ้าสูญพันธุ์ไป ก็น่าเสียดายมากๆ หุงข้าวทีหอมไปทั้งบ้าน ขอบคุณ คุณโก๊ะและพี่ตุ้มมากๆเลยค่ะ
โดย: ชมพู่ [9 ก.ค. 50 3:39] ( IP A:213.114.231.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   สวัสดีค่ะคุณตุ้ม เมืองไทยและคนไทยต้องสูญเสียอะไรหลาย ๆ อย่างไปเพราะความเห็นแก่ได้ของนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องหนึ่ง และสองเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และสามคนไทยไม่สนใจใยดีกับความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกที่เขาบีบประเทศเล็ก ๆ ของไทยจริง ๆ มีอะไรเหลือบ้างก็ไม่รู้ ขนาดตุ๊กตุ๊ก ยังถูกอังกฤษเอาไปขึ้นจดทะเบียนว่าเป็นของเขาเลย ผีเสื้อพันธุ์บางอย่างญี่ปุ่นก็เอาไปจดทะเบียน(จนกระทั่งมีเรื่องขอร้องคืน) มังคุดไม่รู้ว่าเป็นของมาเลย์หรืออินโดหรือไทย(เคยได้ข่าวว่า)ก็ยังถูกจดทะเบียนว่าเป็นของออสเตรเลีย แผ่นดินไทยที่สูญเสียไปแบบเสียแขนขาเพื่อรักษาชีวิตนั้นเราเข้าใจสถานการณ์ว่าเป็นเพราะถูกบีบยากที่จะฝืน แต่มีแผ่นดินอีกหลายจุดเลยที่เสียไปมากมายและหลาย ๆ ครั้ง และก็ไม่นานมาเท่าไรด้วยไม่ใช่เรื่องสมัยประวัติศาสตร์แต่อย่างใดเลยค่ะ ไปแบบไม่น่าเสียให้กับเพื่อนบ้าน เช่นเขมร มาเลย์ พม่า เป็นต้น

การให้ทุนของต่างชาติเราจะเห็นว่ามีทุนหลัก ๆ 3 อย่างคือด้านการแพทย์ วิศวะ และเกษตร โดยเฉพาะสายเกษตรนี่เขาไม่ต้องมาขโมยข้อมูลเลยค่ะ หลาย ๆ ประเทศให้ทุนวิจัยเรื่องการเกษตรให้กับนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอกของไทย เขาได้ข้อมูลแบบมีคนนำมาให้ถึงที่ จะว่าฝ่ายไทยไม่ทันเกมส์ก็ไม่น่าจะใช่ แต่คงหวังผลความช่วยเหลืออย่างอื่นที่จะถูกหยิบยื่นให้ภายหลังจากนั้นมากกว่า

สวัสดีค่ะคุณสา...ไม่ค่อยว่างเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวก็ต้องออกไปข้างนอกเหมือนกันค่ะ จริง ๆ แล้วน่าโมโหคนที่มาแนะนำปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้กับชาวนาไทย เพราะเดี๋ยวนี้ทำนาต้องใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ไม่ได้...ผลผลิตออกมาบางทีไม่คุ้มกับราคาปุ๋ยที่เสียไป แถมข้าวไม่หอมเหมือนเมื่อก่อนอย่างที่คุณสาว่านั่นแหละค่ะ ชาวนาขายควายไปหมดใช้เครื่องมือแทน ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายไปหมด....แล้วว่าง ๆ โกะจะมาเขียนต่อนะคะ
โดย: ต้นโอ๊ค [9 ก.ค. 50 4:31] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   หวัดดีคะคุณโก๊ะ เพราะเหตุนี้เองทำไมข้าวหอมมะลิไทย เปลี่ยนไป พูดแล้วก้อ อยากไปกินข้าวอร่อยๆ แบบคนสมัยก่อนเค้าทำกันนะค่ะ
และขอมานั่งรอเรื่องข้าวต่อค่ะ ขอบคุณ คุณโก๊ะล่วงหน้าค่ะ
โดย: ชมพู่ [10 ก.ค. 50 3:36] ( IP A:213.114.231.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   สวัสดีค่ะคุณสา ถ่ายรูปข้าวหอมมะลิจากสุรินทร์มา สงสัยคงไม่ได้โหลดเพราะภาพเยอะ แล้วว่าง ๆ จะนำข้าวหอมมะลิของสุรินทร์มาฝากนะคะ ใส่กล่องขายแบบของ Eco ประมาณว่าไร้สารต่าง ๆ ทำนองนี้แหละค่ะ วันนี้เลยเอาภาพเก่า ๆ มาดูไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ

ในกระสอบน้อย ๆ ซ้ายมือเป็นภาพของข้าว Basmati จากแถบหิมาลัย ซึ่งปลูกบนที่สูงและใช้น้ำละลายจากหิมะที่อุดมไปด้วยแร่หล่อเลี้ยงค่ะ ส่วนภาพขวามือคือข้าว Wild Rice เมล็ดยาวเรียวสีดำเข้มค่ะ ภาพกลางนั้นเป็นถั่วชนิดหนึ่งค่ะ

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:48] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ข้าวของภูฏานค่ะ

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:49] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   ข้าว Quinoa ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมาจากประเทศโบลิเวียทางอเมริกาใต้ เป็นจำพวกข้าวภูเขาเช่นกัน

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:50] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   อันนี้ข้าวผสมหลากหลายค่ะ ซื้อมาเขาผสมมาเป็นแบบนี้เลย ชั้นบนนะคะ(ส่วนชั้นล่างข้าวอันเก่าที่ยังเหลืออยู่)

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:52] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   อันนี้เป็นข้าวอิตาเลี่ยนค่ะ Arborio

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:53] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   ข้าว Arborio จากภาพข้างบนค่ะ นำมาผัดกับผง Saffron และเครื่องสมุนไพรอย่างอื่น ๆ อีก ข้าวอิตาลีจะสามารถนำข้าวสารของเขามาผัด โดยใช้เวลาไม่นานแล้วข้าวก้จะสุกพร้อมเครื่องปรุงเลยค่ะ ไม่ต้องหุงก่อนผัดค่ะ

โดย: ต้นโอ๊ค [10 ก.ค. 50 4:55] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   ขอบคุณ คุณโก๊ะมากๆ สำหรับรูปข้าวต่างๆ ดูแล้วคงอร่อย แถมมีประโยชน์มากๆ เหมือนกับข้าวกล้องเลย สาก็มีข้าวกล้อง ทำทีกินคนเดียว และมารอเรื่องข้าวมะลิจากสุรินทร์ ต่อค่ะ รูปข้าว คห.31 เม็ดเล็กมากๆ หุงยากไหมค่ะ? ถ้าอยู่ใกล้ๆ กับคุณโก๊ะคงได้ไปนั่งหม่ำข้าวอร่อยๆด้วยกันแน่ๆค่ะ ตอนนี้ ขอชิมทางสายตาไปพลางๆก่อนค่ะ
โดย: ชมพู่ [10 ก.ค. 50 12:16] ( IP A:213.114.231.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   โห ข้าวเยอะแยะไปหมดเลย พูดถึงข้าวหอมมะลิไทยของเรา ก็เซ็ง เหมือนที่พี่ตุ้มเล่ามา ได้ยินเหมือนกัน ว่าแล้วก็ต้องเฮ้อหลายที ทำไมประเทศรวยๆชอบเอาเปรียบประเทศเล็กๆอย่างเรานักหนอ

ว่าแต่พี่ต้นโอ๊คชอบลองข้าวหลายแบบดีจังนะคะ ของเจี๊ยบไม่ค่อยลองของใหม่ ต้องเป็นข้าวหอมมะลิไทย รึข้าวกล้องหอมมะลิ เท่านั้นที่ต้องการ อิอิ
โดย: Peter en Jeab [11 ก.ค. 50 2:44] ( IP A:195.241.118.82 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   เอาภาพข้าวหอมมะลิของสุรินทร์มาค่ะคุณสา โกะเคยได้ยินว่าข้าวหอมมะลิจากทุ่งกุลาร้องไห้ในส่วนของเขต จ.สุรินทร์คือข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดค่ะ ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใด

ค่ะน้องเจี๊ยบข้าวหอมมะลิไทยนั้นน่าจะเป็นข้าวที่อร่อยที่สุดและมีคุณค่าวิเศษที่สุด ส่วนตัวพี่ต้นโอ๊คแล้วอยู่ที่นี่มีโอกาสได้ลองกินข้าวต่าง ๆ จากทั่วโลก เลยขอลองชิมไปเรื่อย ๆ ก่อนค่ะ ส่วนข้าวหอมมะลินั้นมีติดบ้านอยู่ประจำอยู่แล้วค่ะ

โดย: ต้นโอ๊ค [12 ก.ค. 50 1:54] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
   ภาพกล่องด้านหลังค่ะคุณสา ภาพนี้ส่วนใหญ่จะเป็นตัวอักษรเลยใหญ่ไปนิดหน่อยนะคะ

โดย: ต้นโอ๊ค [12 ก.ค. 50 1:55] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   ข้าวบาสมาติจากแถบเทือกเขาหิมาลัย

โดย: ต้นโอ๊ค [12 ก.ค. 50 2:02] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 39
   ข้าวบาสมาติที่หุงแล้ว

โดย: ต้นโอ๊ค [12 ก.ค. 50 2:02] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 40
   คุณโก๊ะไปซื้อข้าวมาจากสุรินทร์เลย หรือซื้อที่อเมริกาค่ะ? อยากลองทานค่ะ เดี๋ยวได้กลับไปไทยจะไปหาชิมดูค่ะ ว่าแต่ว่าภาคอีสาน สาเองยังไม่เคยไปเลยค่ะ เล็งๆไว้ว่าจะไปเที่ยวลาวด้วยทีเดียวเลยนะค่ะ ขอบคุณ คุณโก๊ะมากๆ สำหรับรูปภาพ และคำบรรยาย เกี่ยวกับเรื่องข้าวหลากหลายชนิด ได้ความรู้และมีประโยชน์มากๆค่ะ
ทำหนังสือออกมารวมเล่มขายได้เลยนะค่ะ

วันนี้สาขอตัวไปทำรายงานต่อค่ะ ดูท่าวันนี้ไมเกรนจะมาเยี่ยมซ๊ะแล้ว
ไปก่อนนะค่ะ ฝากคุณโก๊ะดๆครัวให้ด้วยนะค่ะ ฝันดีค่ะ
โดย: ชมพู่ [12 ก.ค. 50 2:21] ( IP A:213.114.231.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 41
   ที่อเมริการ้านขายของพวกนี้มีข้าวดี ๆ จากทั่วโลกเลยค่ะคุณสา แต่จะขายเป็นแพ็คเล็ก ๆ ค่ะ เลยต้องลองชิมให้หมดทุกอย่าง อิอิ ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะ นอนพักผ่อนนะคะ...อย่าทำงานมากเกินกำลังนะคะคุณสา เพราะไมเกราคือตัวส่งสัญญาณถึงอะไรหลาย ๆ อย่าง และอีกอย่างถ้าเป็นเรื้อรังไม่ดีแน่ ๆ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ โกะจะช่วยดูเฝ้าครัวให้ค่ะ เฝ้าแบบเด็กเกเรหน่อยนะคะ อิอิ

โดย: ต้นโอ๊ค [12 ก.ค. 50 3:04] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
   ขอบคุณมากๆค่ะคุณโก๊ะ วันนี้สามาแป๊บเดียวค่ะ เพราะงานทีทำไว้ต้องเคลียค่ะ และคุณโก๊ะก็รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ คิดถึงๆ
โดย: ชมพู่ [13 ก.ค. 50 1:37] ( IP A:213.114.231.207 X: )
ความคิดเห็นที่ 43
   หวัดดีค่ะทุกๆท่านแวะมาทักทายค่ะ
โดย: sara [13 ส.ค. 50 5:34] ( IP A:87.7.247.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 44
   สวัสดีครับทุกๆ ท่าน
ขอชมสำนวนโวหารที่คุณต้นโอ๊คลงมาแต่ละความเห็นว่า
เป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับคนยุคปัจจุบัน ซึ่งบางสำนวนยอมรับว่าไม่เคยได้ยินเลย ความหมายแต่ละสำนวน ลึกซึ้งสุดพรรณนา
ต้องขออนุญาตนำไปใช้บ้าง เพื่ออนุรักษ์สิ่งที่ดีๆ นี้ไว้
ขอบคุณครับ...
โดย: นราธร [13 ส.ค. 50 5:42] ( IP A:125.25.163.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 45
   สวัสดีค่ะคุณสา...ช่วงนี้สุขภาพหลังไม่ค่อยดี สงสัยมันมากำเริบช่วงดูบาสน่ะค่ะ ดูแบบลุ้นตัวเกร็งเลย อิอิ ดีไม่หงายเก๋งล้มตึงไป แถมยังมีเรื่องให้โมโหกรรมการบ่อย ๆ อีก โกะก็เลยไม่ค่อยได้ทำงานบ้านแล้วก็อาหารแบบอยากที่ตั้งใจจะทำเท่าไร สมาธิจะสั้นไปเลยค่ะ ช่วงนี้โกะก็พยายามทำการบ้าน (เลียนแบบคุณสา อิอิ) การบ้านของโกะคือข้อมูลที่จะไปเที่ยวเดือนหน้านี้ค่ะ เพราะประเทศนี้ทั้งสวยและอันตรายมาก ๆ รอบด้านเลยค่ะ อ่านนานก็ไม่ได้สมาธิสั้นอีก แหม...นี่หน้าฟุตบอลกำลังมาอีก หมดฟุตบอลก็บาสต่อ บาสนี่เอาจริงค่ะ...ดูแล้วมีอาการผีเข้าผีออกด้วย ทำยังกับเป็นหุ้นส่วนของทีมบาสแน่ะ ขอตัวไปนั่งดูฟุตบอลก่อนละค่ะ ค่ะแล้วโกะจะช่วยดูแลบ้าน ดูแลครัวให้ตามประสาคนแบบสติไม่ค่อยครบนะคะปีนี้ทั้งปีเลย

สวัสดีค่ะคุณ Sara หายไปนานเลย คุณ Sara สบายดีนะคะ

สวัสดีค่ะคุณนราธร หนังสือเล่มนี้ดีมากทีเดียว อันไหนอ่านดูแล้วคุณนราธรเห็นว่าชอบใจมีประโยชน์น่านำไปใช้ก็คงเป้นการช่วยอนุรักษ์อะไรบางอย่างที่ดีงามและเก่าแก่ของเราได้เลยนะคะ
โดย: ต้นโอ๊ค [13 ส.ค. 50 7:15] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 46
   ...สวัสดีทุกท่านครับ แวะเข้ามาทักทายครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลต่างๆครับ
โดย: จินจง [13 ส.ค. 50 14:05] ( IP A:125.24.163.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 47
   สวัสดีค่ะทุกคน ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ ด้วยนะคะ
โดย: แก้ว [13 ส.ค. 50 16:38] ( IP A:81.227.44.32 X: )
ความคิดเห็นที่ 48
   สวัสดีค่ะคุณจินจง ข้าว ปลา กับน้ำพริกนี่เป็นของคู่กันได้อย่างดีเลยนะคะ เมืองนอกนี่ปลาเขามักเสริฟกับข้าว และมีผักเคียงนิดหน่อย แต่คนไทย ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว นี่อยู่คู่กันมาตั้งนานแล้ว

สวัสดีค่ะคุณแก้ว คุณแก้วชอบอันไหนมากกว่ากันคะ ระหว่างถั่วกับข้าวน่ะค่ะ อิอิ ต้นโอ๊คกินข้าวเป้นหลักและถั่วนั้นเป็นของว่าง (ที่ขาดไม่ได้ค่ะ) อิอิ
โดย: ต้นโอ๊ค [14 ส.ค. 50 1:59] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 49
   ขอบคุณค่ะ ความรู้ทั้งนั้น ขอทราบชื่อหนังสือได้ไหมค่ะจะเสนอห้องสมุดให้ซื้อ
โดย: nocturne [14 ส.ค. 50 11:27] ( IP A:202.28.4.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 50
   ชื่อหนังสือคุณ nocturne เมล์ไปที่คุณสาได้ไหมคะ
โดย: ต้นโอ๊ค [14 ส.ค. 50 20:21] ( IP A:71.252.232.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 51
   https://chompoo-kitchen.pantown.com/ครัวชมพู่
โดย: เจ้าบ้าน [29 ธ.ค. 50 1:59] ( IP A:213.114.231.223 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน