แกงส้มเปลือกแตงโมมาฝากค่ะ
   สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆทุกๆคน พอดีเมื่อวันก่อนซื้อแตงโมไปนั่งกิน กับเพื่อนรุ่นพี่ เมื่อกินแตงโมเสร็จแล้ว รุ่นพี่ก็เลยทำแกงส้มเปลือกแตงโมให้ชิมกัน อร่อยดีค่ะ ถ้าอยู่ ตปท จะหาซื้อฟักไทยก็ลำบาก เวลากินแตงโมเสร็จแล้วก็เอาเปลือกแตงโมมาปอกเปลือกเขียวๆออก ก็เอามาทำแกงส้มเปลือกแตงโมได้เลยค่ะ ไม่เสียของ และรสชาติก็อร่อยไม่แพ้กันเลยค่ะ ต้องขอบคุฯณพื่อนรุ่นพี่มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
โดย: ชมพู่ [4 มิ.ย. 57 5:23] ( IP A:78.69.107.37 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:26] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:27] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ไปเจอปลาดุกแช่ฟรีซ เลยเอาไปให้รุ่นพี่ทำผัดเผ็ดปลาดุกให้กิน อร่อยจริงๆไม่ผิดหวังเลยค่ะ
โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:28] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:29] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:30] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เพื่อนสาวทำแกงไตปลาให้กิน อร่อยสุดๆ

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:31] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:32] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   วันก่อนทำสาคูไส้หมูกินกัน กินจนลืมอิ่ม ไม่ผิดหวังเลยค่ะ

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:33] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:34] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เมนูลดความอ้วน ทำง่ายๆค่ะ เอากล้วยหอมที่สุก เอามาปั่นให้เนื้อกล้วยหอมละเอียด แล้วเอาไปผสมในข้าวโอ๊ต แล้วหยอดใส่ในถาด แล้ว กดให้แบนๆ อบให้ ได้กลิ่นหอม ก็เอาออกมากินผสมกับผลไม้ เมนูนี้ สำหรับคนที่กินจุกจิก กินแล้วไม่อ้วนและอิ่มดีค่ะ

โดย: เจ้าบ้าน [4 มิ.ย. 57 5:39] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอลาด้วยรูปนี้นะค่ะ ขอบคุณที่แวะดู สวัสดีค่ะ

โดย: ชมพู่ (เจ้าบ้าน ) [4 มิ.ย. 57 5:41] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   

...สวัสดีครับคุณ ชมพู่ เข้ามาทักทายครับ แต่ละเมนูน่าทานทั้งนั้นเลยครับ โดยเฉพาะผัดเผ็ดปลาดุกกับแกงไตปลาครับ

โดย: จินจง [4 มิ.ย. 57 9:53] ( IP A:113.53.141.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   สวัสดีค่ะคุณจินจง ผัดเผ็ดปลาดุก จะทำกินอีกเร็วๆนี้ค่ะ แต่กะว่าจะทอดให้เนื้อปลาแห้งกว่านี้ค่ะ ส่วนแกงไตปลาฝีมือของเพื่อนสาวคนใต้ อร่อยจริงๆ ทำกินที หม้อใหญ่มากๆ กินเสร็จ ขอห่อกลับมากินที่บ้านต่อค่ะ เพื่อนเอาใบรามาให้ บอกว่าให้เอาไว้ทำแกงคั่ว แต่ยังไม่ได้ทำเลยค่ะ ก็เอาเก็บไว้ช่องฟรีซแล้วค่ะ มีเครื่องครบเมื่อไหร่ ก็คงจะลงมือทำแกงคั่วกินค่ะ ขอบคุณ คุณจินจงมากที่แวะมาทักทายกันค่ะ
โดย: ชมพู่ [5 มิ.ย. 57 3:14] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   

ตามมาชมของกินน่าอร่อยครับ

โดย: Job [5 มิ.ย. 57 8:09] ( IP A:110.168.1.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   

สวัสดีค่ะคุณสา , คุณจินจงและคุณจ๊อป

คุณสา ขอแต่แกงไตปลาน่ะ ห่อข้าวมานั่งรอเรียบร้อยแล้วค่ะ โหย เห็นแล้วหิวๆๆๆค่ะ และขอตามด้วยส้มตำไม่ใส่ถั่วน่ะ เพราะว่า แพ้ถั่ว เหอๆๆๆ เรื่องปลาดุก ไม่เคยแตะ และไม่คิดจะชิมค่ะ เพราะว่า ตอนเด็กๆๆ อยู่โรงเรียนวัด และ เคยเห็นปลาดุก มาตอนน้ำท่วมแถวๆๆโรงเรียน และโรงเรียนอยู่ติดกับวัด และพระบอกว่าให้ดู ชาวบ้านมาจับปลากัน เราเห็น เราสงสาร และ ไม่เคยคิดจะทานมันเลยค่ะ และยังมีเรื่องอีก ไม่ขอต่อ เดี๋ยวคุณสาจะเลิกทานปลาเหมือนพี่ เหอๆๆๆ

อ้อ จะบอกคุณสาว่า ตอนนี้พี่กำลังจะไปสมัครงานใหม่ค่ะ เขารออยู่ 2 ที่ ส่วนที่เก่า เราไม่ไปทำ มันมีแก๊งค์พวกมิชฉาชีพ อันตรายกับพี่น่ะ เพื่อนที่เป็นตำรวจเขาบอก เขาขอร้อง และอีกอย่างมันเล็กกว่าน่ะ พี่น่่่่่ะ ใหญ่หรือเล็กไม่สำคัญ เขามีเงินเดือนจ่ายเท่าที่เราต้องการน่ะ ตอนนี้ที่ห้างสรรพสินค้า ก็ส่งเมลมาให้ไปสัมภาษณ์ แต่ไม่ไป โทรไปยกเลิก

ถ้าอย่างไร จะแวะมาบอกข่าวน่ะคะ ตอนนี้  ทำอาหารกลางวัน ให้เด็กๆๆทุกๆอาทิตย์เลยค่ะ คือ เคอรี่พัฟ , สาลาเปา , และ เกี๊ยวซ่า ค่ะ และทำอะไรๆๆหลายๆอย่าง ไว้ส่งรูปมาค่ะ ตอนนี้พ่อบ้านเปลี่ยนคอมฯ เป็นวินโด้ 7 ยังต้องนั่งคลำว่าต้องทำอย่างไร พ่อบ้านไม่สอน ให้เราเรียนรู้เอง เหอๆๆ

โดย: ข่าหวาน [5 มิ.ย. 57 10:20] ( IP A:122.58.40.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   สวัสดีค่ะ คุณจ๊อบ และพี่ณา และขอบคุณมากๆที่แวะมาทักทายกันค่ะ

พี่ณาค่ะ ส้มตำสาไม่ได้ใส่ถั่วค่ะ ส่วนมากจะ ตำมะละกอล้วนๆค่ะ เรื่องปลาดุก กับปลาใหล เคยได้ยินผู้ใหญ่เค้าพูดกันว่า ถ้าปล่อยปลาใหลก็อย่ากินปลาใหล ประมาณนั้นนะค่ะ ส่วนปลาใหลและปลาดุก เค้าเล่ากันว่า กินศพ อันนี้ไม่แน่ใจ อาจจะจริง หรือไม่จริงก็ได้ เพราะถ้าคิดอีกที จะมีศพให้ปลากินมากมายเลยหรอ อาจจะเป็นกุศโลบาย เพื่อช่วยปลาให้รอดชีวิตก็ได้ อีกอย่างหนึ่ง สาคิดว่า เค้าเลี้ยงปลาดุกไว้ขายโดยตรงมากว่า (หมายถึงถุงที่ซื้อมา) คงจะสะอาจ และที่ดูข้างถุงปลาดุกถุงนี้ ก็มาจากประเทศเวียดนามค่ะ 1 ถุง 1 กิโลกรัม ราคา 69 โครน คูณ4 เป็นเงินไทย เห็นว่าไม่แพง เลยซื้อมา 3 ถุง ลองทำกินดูค่ะ ก็อร่อยดี คือแบบว่าติดใจ ไปกินร้านไทย สั่งผัดเผ็ดปลาดุกมากิน นั้บ เนื้อแล้ว ได้ แค่ 3 ชิ้น รวม หัวและหาง ด้วย อีก2ชิ้น ตก 180 โครน คิดว่าแพงมาก ปีที่แล้วกลับเมืองไทย เลยไปเหมาผัดเผ็ดปลาดุกมาทั้งถาด ไม่เกิน 500 บาท กินได้หลายมื้อ และถ้าได้กลับไทยอีก จะเหมาผัดเผ็ดปลาดุกมาอีกสัก 2 ถาด เก็บในช่องฟรีซไว้กินได้ทั้งปี ประหยัดแรงทำและถูกดีด้วยค่ะ
เรื่องงาน สาว่า ที่สำคัญทำแล้วสบายใจ ไม่เสี่ยงกับอันตรายก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ขอให้พี่โชคดี และเชื่อว่า มีหลายบริษัทคงต้องการคนที่มีความสามารถอย่างพี่ไปร่วมงานด้วยแน่ๆค่ะ ขอเอาใจช่วยค่ะ

เรื่องซาลาเปา อยากจะเล่าให้ฟังว่า เมื่อสองวันก่อน ไปนั่งทำซาลาเปาที่บ้านเพื่อนสาว ที่ทำแกงไตปลาให้กิน บ้านเค้าเป็นบ้านวิลล่า เราเอาซึ้งไป ตั้งไฟ 1 ชม. ซึ้งน้ำไม่เดือด หม้อซึ้งใหญ่มาก ถ้าทำซาลาเปา สามารถ นึ่งได้ ทีเดียว 25 ถึง 27 ลูกเลยค่ะ แต่เที่ยวนั้นเสียอารมณ์เพราะ ซาลาเปาออกมาไม่ดีเท่าที่ควร(แต่ก็กินกันหมดค่ะ) ไฟบ้านเค้าพอน้ำเริ่มเดือด ไฟก็ตัด เลยรุ่งขึ้นอีกวัน มานั่งนวดแป้งใหม่ เที่ยวนี้ สวยและแป้งฟูได้สมใจเห็นพี่พูดเรื่องซาลาเปา เรากำลังกินอยู่ลูกสุดท้ายพอดี เลยถ่ายรูปมาร่วมแจมด้วย พอดี เพื่อนสาวรุ่นพี่ อายุ 67 แล้ว เค้าปลูกใบกุช่าย เราเลยเอามาทำไส้กุช่ายใส่หมูสับ มาทำซาลาเปากิน แบบว่า เคยไปกินที่โรงเจ อยู่ที่ประเทศเวียดนาม ไม่ก็เมืองจีน เพราะ นั่งเรือไปจากเกาะฮ่องกง และ ไปประเทศที่ใกล้ๆกับจีน หลายประเทศ แวะวัดจีนหลายวัด วันนั้นจำได้ว่า ทางวัดเอาซาลาเปาเจ ไส้กุช่ายมาเสริฟ แต่ไม่มีคนกินกันเลย เรากินไป 2 ลูกอร่อยมากๆ เลยถามแม่ชีว่าขอซื้อกลับไปกินที่เรือได้ไหม เค้าบอกว่า ไม่ต้องซื้อถ้าชอบเอาไปเลย เค้าเอาถุงมาใส่ให้ ร่วม 20 ลูก พอเรา ขึ้นเรือ มานั่งที่ห้อง ตรงนอกชาน กินแบบมีความสุขมากกับลูกสาว 2 คน เพราะไส้ข้างในกุช่ายล้วนๆ ผักที่เค้านึ่งออกมาเขียวแบบพึ่งสุก ตอนนั้นลูกสาว 2 ขวบเอง ก็เป็นการฝังใจว่าจะทำกินให้อร่อยแบบวันนั้นให้ได้ ก็ดีใจที่ทำแป้งอร่อยได้ดังที่นึกฝันไว้เมื่อ 10กว่าปีที่แล้ว แหเล่าซ๊ะยาว 555
พี่ณาทำซาลาเปาเสร็จแล้ว และ เคอรี่พัฟ และ เกี๊ยวซ่า อย่าลืมเก็บรูปมาให้ชมด้วยนะค่ะ อยากเห็นค่ะ

ปล.วินโด้ 7 เห็นเค้าว่าจะเลิกใช้กัน สาก็ยังใช้วินโด้ 7อยู่เลยค่ะ เวลาเราใช้ถนัดแล้ว ต้องไปเริ่มหัดโปรแกรมใหม่ แล้วต้องใช้เวลา กว่าจะชินมือ สาก็เป็นแบบนั้นนะค่ะ แถม ตอนนี้นั่งคลำคนเดียวค่ะ


รูปซาลาเปา นั่งกินหน้าคอมเป็นอาหารเช้าตอนนี้ค่ะ

โดย: ชมพู่ [5 มิ.ย. 57 14:09] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ให้ดูเนื้อแป้งและไส้ข้างในค่ะ

โดย: ชมพู่ [5 มิ.ย. 57 14:10] ( IP A:78.69.107.37 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   

สวัสดีค่ะคุณสา พี่เห็นรูปของคุณสาแล้ว พี่อายค่ะ ไม่กล้ามาส่ง เหอๆๆๆ ว่าแต่ว่า คุณสาให้สูตรแป้งพี่ได้ไม๊คะ เพราะว่า พี่ใช้แป้งคุณสาวไหมนั้นดีค่ะ แต่พอวันรุ่งขึ้นมันจะแข็งหน่อยน่ะ ก็เลยเปลี่ยนไปใช้สูตรของคนฟิลิปปินส์น่ะ ก็โอเคน่ะ ลูกชายชอบค่ะ แต่ว่านิ่มดี วันรุ่งขึ้นก็ยังนิ่มน่ะ แต่เห็นของคุณสาแล้ว  โห แป้งคงนุ่มน่ะ แต่รูปสุดท้ายนั้นคงอร่อยน่าดูเชียว ไว้ว่างพี่จะลองทำไส้นี้บ้างน่ะ แต่คงทานคนเดียวค่ะ อ้อ พี่ทำเกี๊ยวซ่าบ่อย พี่ก็เลยใช้แป้งเขาห่อ เหมือนห่อกุยช่าย ก็อร่อยไปอีกแบบ ( พี่เป็นคนขยันน้อยไปหน่อยน่ะ ) ถ้าอย่างไร พี่จะรอน่ะ แป้งซาลาของคุณสาน่ะ ขอบคุณล่วงหน้าจ้า

โดย: ข่าหวาน [9 มิ.ย. 57 9:11] ( IP A:122.58.40.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   สวัสดีค่ะพี่ณา เรื่องแป้งทำซาลาเปา สาใช้แป้ง2ชนิดทำค่ะ แป้งตราว่าว และ แป้งตราบัวแดง ร่อนแป้งทั้ง2อย่างให้เข้ากัน แล้ว ถึงผสมแป้งนวด สูตรที่ทำของสาก็ จะใช้ยีสต์สด และ นม+เนย สูตรเก่าดั่งเดิมค่ะ ทำทีได้ไม่เกิน24ลูก (ลูกเล็ก) ถ้าลูกใหญ่ได้ ประมาณ 20 ลูกเองค่ะ ตอนที่นึ่งเสร็จแล้ว พักให้แป้งเย็นจริงๆ แล้วสาจะใส่ถุงพลาสติก แต่จะคอยดู ถ้ามีไอน้ำออกมาเกาะที่ถุงสาจะเช็ดก่อนให้หมดไอน้ำ แล้วถึงปิดปากถุง แล้วถึงเอาไปแช่ตู้เย็น หรือแช่ตู้ฟรีซค่ะ เวลาเอามากิน ถ้าเอาไปนึ่งใหม่จะเหมือนซาลาเปาที่ทำเสร็จใหม่ๆเลยค่ะ แต่ถ้าเอาไปอบในไมโครเวฟ สาจะใส่น้ำไปครึ่งแก้ว วางข้างๆซษลาเปา ก็ออกมาร้อนกินได้ แต่ ถ้านึ่งจะดีที่สุดค่ะ

ปล.ถ้าจะพูดถึงเรื่องการทำซาลาเปาสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ก็มีขั้นตอนหลายอย่างที่สำคัญ ถึงเราจะได้แป้งและเครื่องครบ ถ้าผิดเพี้ยนไปนิด ซาลาเปาออกมาไม่ฟูและไม่ขาวดั่งใจแน่ๆ เช่นการผสมยีสต์สดลงไปในนม ถ้านมยังร้อน และถ้านมเย็นไป แป้งก็ไม่ฟู (อุณภูมิของนม ต้องอุ่นๆ แต่ไม่ร้อน) /2 ถ้าไฟที่บ้านไม่ร้อนพอ แล้วเอาไปนึ่งก็ออกมาไม่ดี เช่นบางบ้านเตาไฟฟ้าถ้าไฟแรงเครื่องจะตัดไฟตลอดแล้วเริ่มใหม่ เคยไปลองทำบ้านเพื่อน ตั้งไฟ 1 ชม. หม้อซึ้งใหญ่ 2 ชั้น น้ำไม่เดือดเลย เที่ยวนั้นที่ทำเสียอารมณ์มากๆ เสียดายของและเสียเวลา เซ็งจริงๆ /3 ถ้านวดแป้งแล้วห่อใส่ไส้แล้วพักไว้นานไป แป้งฟูจนแบน เวลาเอาไปนึ่งๆยังไงซาลาเปาก็ไม่ฟูสวย สาทำไปก็คิดไปว่าถ้ามือใหม่ จะมาหัดทำซาลาเปา ก็ต้องใช้เวลาและการสังเกตุในการทำแต่ละครั้งและเก็บข้อมูลทุกๆครั้ง ก็จะช่วยได้ค่ะ

สูตรซาลาเปา (ครัวชมพู่ ) ที่สาทำกินมาตลอด 20 ปีค่ะ แต่จะผสมไข่แดง 1ลูก จะทำให้แป้งนิ่มขึ้นค่ะ
https://www.pantown.com/board.php?id=10749&name=board1&topic=3&action=view

1 แป้งสาลี หรือแป้งเอนกประสงค์ ไปประมาณ 7 ถึง10 dl. (แป้งตราว่าวและแป้งตราบัวแดง)

2 เนยแข็ง หรือ มาการีน 100กรัมถึง150กรัม

3 ไข่แดง1 ลูก

4 นมสด 4 dl

5 ผงฟู 1ชช.

6 ยีสต์สด 30 กรัม(ยีสต์สดที่สวีเดน มี 2ร้าน ของสวีเดนจะมีกลิ่นยีสต์หน่อยๆ แต่ของเยอรมันจะอร่อยมากๆเวลาเอามาผสมทำแป้งซาลาเปาจะไม่มีกลิ่นยีสต์ออกมาเลยค่ะ )



รวมสูตรซาลาเปา
https://www.pantown.com/board.php?id=5495&name=board7&topic=265&action=view
โดย: ชมพู่ [9 มิ.ย. 57 14:34] ( IP A:78.69.107.37 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน