ชอบทานปูดองกันหรือปล่าวคะ
   สวัสดีค่ะ....ไม่ทราบว่าสมาชิกครัวชมพู่สีชมพู...มีใครชอบทานปูดองบ้างคะ...

แนทเพิ่งทำเมื่อวานนี้ค่ะ....คิดถึงเพื่อนๆ เลยเอามาฝาก...

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 2:10] ( IP A:24.147.75.188 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สารภาพก่อนว่า...ใจตุ้มๆ ต่อมๆ นะคะ...ที่มาเสนอรูปอาหารเสาะท้องแบบนี้....เพราะตามที่ไล่ดูเมนูอาหารของแต่ละท่านที่นำเสนอ จะไม่ค่อยเมนูของหมักของดองเท่าไหร่.....

กลัวว่าจะเป็นการเปลืองเนื้อที่......แนทยังไม่โพสต์สูตรนะคะ.....แต่ถ้าเพื่อนๆท่านใดอยากได้.....แนทจะเข้ามาโพสต์ให้อีกทีตอนเย็นค่ะ

ปล. สูตรนี้ง่ายมากค่ะ ดองวันนี้ พรุ่งนี้ก็ทานได้แล้ว....แนทลองทำทานมาสี่ครั้งแล้ว ตั้งแต่ได้สูตรมาจากป้าของเพื่อนที่เป็นแม่ครัวใหญ่อยู่ที่ร้านอาหารไทยที่นี่ รวมอีกสองครั้งที่ได้ชิมฝีมือของป้าเพื่อน ทั้งหมดหกครั้ง....ยังไม่เคยท้องเสียค่ะ
โดย: แนท [10 มี.ค. 48 2:16] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อีกรูปค่ะ

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 2:18] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   สวัสดีค่ะ คุณแบม คุณเจี๊ยบ คุณเต่า และเพื่อนๆ สมาชิกท่านอื่นด้วยนะคะ

จะทำปูดองให้อร่อยนั้น เจ้าของสูตรแนะนำเอาไว้ว่า จะต้องหาน้องปูสดๆ ให้ได้ค่ะ

ที่นี่โชคดีอยู่อย่าง....คือมีปูชายเลนซึ่งรูปร่างหน้าตาคล้ายๆ ปูม้าบ้านเรา....ที่สำคัญคือสดด้วย มีโอกาสเจอตัวเป็นๆ วางขายที่ร้านเอเชียด้วยค่ะ

วัตถุดิบ ก็มี น้องปูสดๆ ตามจำนวนที่ต้องการ น้ำปลา น้ำตาลทราย ( จะฟอกขาวหรือไม่ฟอกก็ได้ค่ะ ) เกลือป่น

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 7:52] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ทำน้ำดองกันก่อนนะคะ....แล้วค่อยไปจัดการกับน้องปู

วิธีการ ก็คือ เอาน้ำใส่หม้อ ต้มจนน้ำพอเดือด...( ไม่ถึงกับต้องเดือดพล่านนะคะ ) ปริมาณน้ำกะว่าเมื่อเทลงไปในภาชนะที่ใส่น้องปูแล้วพอท่วมตัวน้องเค้าหน่ะค่ะ หรือจะแค่ปริ่มๆก็ได้ไม่ผิดกติกาค่ะ พอน้ำเดือดแล้ว ลดไฟลง ใช้ไฟอ่อนๆ ก็พอค่ะ

ใส่น้าปลาสักสาม สี่ ทัพพี ใส่น้ำตาลทรายสักสองทัพพี ชิมรสดูก่อนแล้วเติมเกลือสักหนึ่งหรือสองช้อนโต๊ะ ชิมรสอีกที เติมน้ำปลาและน้ำตาลทรายจนได้รสตามที่ชอบ ให้ออกรสเค็มนำตามด้วยหวาน ( ให้รสชาติเข้มสักนิดนึงนะคะ เพราะเดี๋ยวพอเราเอาไปดอง รสชาติปูที่ได้จะอ่อนกว่าน้ำดองนิดนึง ) พอน้ำตาลทรายละลายหมดก็ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:04] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   พอน้ำเดือด ลดไฟ แล้วก็ใส่น้ำปลาค่ะ

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:05] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   แนทข้ามรูปตอนใส่น้ำตาลทราย กับเกลือ นะคะ

มาที่รูปของน้ำดอง เลยนะคะ...

สังเกตนิดนึงนะคะ รูปบน จะเป็นน้ำปลาล้วนๆ สีจะออกน้ำตาลเข้มๆ นิดนึง ส่วนรูปนี้ น้ำดองจะออกสีอ่อนลงมา เพราะผ่านการเจือด้วยน้ำ ปรุงรสด้วยน้ำตาล และเกลือแล้ว

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:08] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ระหว่างรอให้น้ำดองเย็น ( ไม่ต้องถึงกับเย็นแบบน้ำจากก๊อกนะคะ )

ก็หันมาจัดการกับน้องปูค่ะ แนทใช้วิธีจับน้องปูลงไปในซิงค์ล้างจาน เปิดน้ำก๊อกแรงๆ พร้อมกับเอามือถูๆเพื่อชำระคราบโคลน ( ระวังน้องปูหนีบมือนะคะ ) โดยเฉพาะช่วงรอยต่อระหว่างขาเล็กๆ กับกระดอง

พอล้างสะอาดดีแล้ว....พักน้องปูให้สะเด็ดน้ำนิดนึง...

จัดน้องปูใส่ในภาชนะที่จะดอง แล้วก็เทน้ำดองลงไป....ถึงตอนนี้น้องปูอาจจะมีการดิ้นเล็กน้อย ให้หาภาชนะมาวางทับเพื่อกดให้น้องปูจมน้ำ...( คล้ายๆ กับเวลาเราดองไข่เค็มหน่ะค่ะ ที่ว่าจะต้องให้ไข่จมอยู่ในน้ำดอง )

เมื่อวานแนทดองห้าตัว....ก็แบ่งน้องปูเป็นสองส่วน ดองน้องปูสองตัวในหม้อที่ต้มน้ำดอง อีกสามตัวดองในกะทะที่มีฝาครอบ ( สแตนเลส )

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:17] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   แนทดองตอนเที่ยงเมื่อวานนี้....วันนี้ตอนเก้าโมงเช้าก็ทานได้แล้วค่ะ

สูตรนี้ทานกับข้าวสวย หรือทานปล่าวๆ โดยไม่ต้องยำก็อร่อยนะคะ

ถ้าจะยำก็ทำน้ำยำราดเอานะคะ (น้ำมะนาว หอมซอย พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาล ปรุงรสตามชอบ )

อย่าลืมดึงส่วนที่เป็นนมออกนะคะ ( เค้าเรียกนมหรือปล่าวคะ...ไอ้ส่วนที่หยุ่นๆ นิ่ม หน่ะค่ะ ) โทษนะคะรูปไม่ชัด เพราะถ่ายมือเดียว สังเกตด้านขวานะคะ จะดึงส่วนนั้นออกไปแล้ว ปัญหาที่เจอทุกครั้งก็คือ....ข้างใต้ของส่วนนี้จะมีโคลนแทรกอยู่ ก่อนจะทาน หรือจะยำ อย่าลืมล้างโคลนออกก่อนนะคะ ( ตอนล้างพยายามอย่าให้น้ำโดนมันปูนะคะ เดี๋ยวมันปูตรงนั้นจะเสียรสไป )

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:26] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ขอให้อร่อยนะคะ....

อุ๊บส์....เกือบลืมบอกไป.....แนทยกหม้อที่ดองเข้าตู้เย็นตอนราวๆ สักทุ่มนึงของเมื่อวานนะคะ ไม่ได้ทิ้งเอาไว้ข้างนอกค้างคืน พอจะทานก็เอาออกมาจากตู้เย็น

จำได้ลางๆ ว่าเจ้าของสูตรแนะเอาไว้ว่า....พอดองได้สักสามวัน
( ทิ้งไว้ในตู้เย็น ) ก็ถ่ายน้ำดองทิ้งได้ เก็บเอาไว้แต่ตัวปู ....ตรงนี้สารภาพว่า...ไม่เคยเก็บถึงสามวันหน่ะค่ะ...เพราะดองทีไรก็ทานหมดภายในสองวันทุกที

ปล....ตอนนี้ที่นี่อากาศยังหนาวอยู่ พอยกน้ำดองลงจากเตา แนทเอาหม้อไปวางที่ระเบียงหน่ะค่ะ...เพื่อน้ำดองจะได้เย็นตัวเร็วขึ้น
โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:35] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขอให้อร่อยนะคะ....

ลองทำทานดูนะคะ....ตั้งแต่แนทได้สูตรนี้มา....บอกกับตัวเองเลยว่า...ถึงจะกลับไปเมืองไทย....ร้านปูดองที่ว่าขึ้นชื่อทั้งหลาย....อาหารจานนี้ไม่ได้เห็นสตางค์แนทแน่ค่ะ เพราะทำเองนอกจากอร่อยแล้วยังเชื่อถือได้ในเรื่องความสะอาดด้วย

โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:39] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   คุณแบมคะ สูตรหอยดองนั้น น้ำดองจะเป็นน้ำ น้ำส้มสายชู แล้วก็น้ำตาล เกลือ หน่ะค่ะ แนทยังไม่เคยลองดองเลยเพราะว่า...ที่นี่หอยแมงภู่สดๆ ราคาแพงแถมตัวยังเล็กด้วย ส่วนน้องปูเนี่ย ที่นี่ราคาประมาณ พาวด์ละ สามเหรียญยูเอส เมื่อวานซื้อมาห้าตัว ประมาณหกเหรียญ พอไหวค่ะ หอยแมงภู่พาวด์นึงประมาณ สี่ห้าเหรียญ แน่ะค่ะ
โดย: แนท [10 มี.ค. 48 8:43] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   คุณไข่นุ้ยค่ะ...( ถ้าเรียกชื่อผิดไปขอโทษนะคะ ) ปูที่แนทใช้ดองก็ไม่ใช่ปูม้าค่ะ....คล้ายๆ กันเท่านั้นเอง ขนาดก็ไล่เลี่ยกัน พอใช้แทนกันได้ค่ะ อาศัยว่าได้ปูสดจริงๆ พอดองแล้วมันเลยอร่อยหน่ะค่ะ

โดย: แนท [11 มี.ค. 48 9:17] ( IP A:24.147.75.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   ทางเข้าหน้าเวป ครัวชมพู่
https://chompoo-kitchen.pantown.com/
โดย: ครัวชมพู่ [8 ก.ค. 48 2:22] ( IP A:213.114.231.248 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน