ขออนุญาตถามหน่อยครับ
   คือผมอยากทราบว่า หากเราให้เขากินแต่ซี่โครงไก่ เครื่องในไก่ น่อง ปีก หรือส่วนต่างๆเกี่ยวกับไก่อย่างเดียว โดยไม่ได้ให้อย่างอื่นเลย เพื่อความสมดุลย์ของสารอาหารที่ได้รับ ผมควรให้เสริมจำพวกวิตามินตัวใดเสริมทดแทนเข้าไปบ้าง เหตุเพราะผมไม่มีเวลาสรรหาเมนูต่างๆที่หลากหลายให้เขากินได้ครับ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยตอบด้วยน่ะครับ
โดย: อาร์ต [18 มี.ค. 48 12:48] ( IP A:203.155.9.133 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   อาหารอื่นที่คุณไม่ต้องเสียเวลาเตรียมยังมีอีกนะคะ เช่น ปลากระป๋องแบบแช่ในน้ำมันพืช ให้อาทิตย์ละสองครั้งได้ เวลาให้ก็เทน้ำมันออกให้หมด เหลือแต่ปลา นอกจากนี้ยังมีไข่ไก่ดิบ นี่ก็ไม่ต้องเตรียมอะไรให้ยุ่ง ตอกไข่ใส่ลงไปในชามได้เลย อย่างไรก็ดี แม่บู่อยากให้คุณสละเวลาอาทิตย์ละครั้ง เอาผักใบเขียว ผักสีแดงสีเหลือง (พริกหวาน แครอท ฟักทอง) มาปั่นรวมกันในปริมาณมาก แล้วเอาผักพวกนี้ผสมในปลากระป๋อง และผสมในไข่ ผสมในเครื่องใน ให้หมากิน ที่ให้ปั่นเยอะๆ ก็เพื่อให้เหลือเก็บใช้ในมื้ออื่น ตอนที่ปั่นเสร็จก็เอาให้มื้อนึงเลยสดๆ หมาจะได้วิตามินสูงจากผักสด ผักที่เหลือเราเอาแยกใส่ถุงพลาสติกแช่แข็งไว้ มื้อไหนจะกินก็เอาออกมาผสมในไข่หรือเครื่องในหรือปลากระป๋อง

เห็นมั้ยคะว่า เมนูที่ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมก็มีมากมาย สละเวลาแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นในการปั่นผักและเก็บใส่ถุง เท่านี้หมาก็ได้สารอาหารเพิ่มแล้ว นอกจากปลากระป๋องที่เป็นของง่ายแล้ว คุณยังอาจให้ปลาสด ซื้อมาทีละมากๆ ก็ได้ แล้วแช่แข็งแยกเก็บไว้เป็นชิ้นๆ พอจะกินก็เอามาวางให้หมา ไม่เสียเวลาเลยจริงไหมคะ เนื้อสัตว์ชนิดอื่นก็ไม่เสียเวลาเตรียมเช่นกัน หรือถ้าคุณเห็นว่ามันเสียเวลา ก็คงเสียเวลาพอๆ กับที่เราเตรียมซี่โครงไก่ เช่น เนื้อวัว ให้อาทิตย์ละครั้งก็ได้ หั่นในขนาดที่พอเหมาะ ให้หมาได้เคี้ยว ไม่ใช่เข้าปากกลืนเลย

สำหรับวิตามินเสริม ได้แก่ บริวเวอร์ส์ยีสต์ (สองสามวันให้ซักสี่ห้าเม็ด หรือจะให้ทุกวันๆ ละเม็ดก็ได้ ไม่รู้ว่าหมาของคุณเล็กหรือใหญ่)สาหร่ายทะเลอัดเม็ด (kelp วันละเม็ด หรือสามสี่วันสองสามเม็ด) ถ้าไม่มีก็ให้สาหร่ายแผ่นๆ เลือกรสธรรมชาติ ที่ไม่ปรุงแต่ง น้ำมันปลา (ตัวนี้แพง แต่ให้อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็ใช้ได้) นอกจากนี้ยังควรให้ผลไม้ นี่ก็ไม่ต้องเตรียมอะไร มีกล้วยให้กล้วย มีส้มให้ส้ม ควรเป็นผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยว ไม่เสาะท้อง ผลไม้ที่สุกงอม หมากินแล้วดี แต่ก็ต้องไม่ใช่ผลไม้ที่หวานมาก มีแคลอรี่มาก อย่างทุเรียน กินมากไม่ดี

แม่บู่ว่าเตรียมอาหารบาร์ฟไม่ยากหรอกค่ะ ไม่เปลืองเวลาด้วย ลองอย่างที่บอกไปนะคะ ใช้เวลาน้อยที่สุดแล้ว แค่เปิดกระป๋อง แช่แข็ง ฯลฯ อย่าลืมว่าหมาอยู่กับเราเป็นสิบปี ถ้าจะให้อาหารเขาแค่อย่างเดียวแล้วเสริมแต่วิตามินโดยไม่ให้อาหารธรรมชาติเลย น่าสงสารเขานะคะ เหมือนคนนั่นแหละ เดี๋ยวบางทีอาจจะมีเพื่อนๆ มาบอกเมนูอื่นที่ง่ายๆ เพิ่มอีก
โดย: แม่บู่ [18 มี.ค. 48 13:53] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เห็นด้วยแกแม่บู่ทุ๊กกกประการค่ะ เอเองก็ซื้อของมาเยอะๆแล้วแยกเป็นถุงๆให้พอแต่ละวัน ลงทุนไปซื้อตู่แช่มือสองเพื่อหมาโดยเฉพาะ เพราะเหตุนี้แหล่ะค่ะ เพราะ ใส่ตู้เย็นธรรมดาไม่พอ
โดย: AmyKo [18 มี.ค. 48 15:56] ( IP A:203.155.152.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   คุณเอมีตู้แช่ต่างหากด้วย มือโปรมากๆๆๆๆ แม่บู่ว่าดีนะ ตู้แช่เนี่ย ความเย็นมันคงที่ ใครมีหมาหลายตัว ลงทุนซื้อตู้แช่เลยดีที่สุด เพราะหมาอยู่กับเราหลายปี คุ้มยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ดีกว่าไปซื้อทีละน้อยจ้า
โดย: แม่บู่ [18 มี.ค. 48 19:39] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ขอบคุณในคำตอบของทั้งสองครับ ผมเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่ครับ แต่ละตัวหนักไม่ต่ำกว่า 50กิโลกรัมต่อตัว เลี้ยงอยู่ประมาณ7-8 ต้ว การกินbarf จึงมีปัญหามากในการตระเตรียมเมนูที่หลากหลาย แต่ก็จะพยายามปฏิบัติอย่างที่แม่บู่ว่าให้สละอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้เขาได้กินผักบ้าง ไม่ทราบว่าแนวทางการให้ปริมาณอาหารแต่ละมื้อของผมกับสุนัขที่มีน้ำหนักมากกว่า 50กิโลกรัมถูกหรือไม่ครับ ถ้ไม่ถูกช่วยกรุณาแนะนำด้วยน่ะครับ
มื้อเช้า :โครงไก่ หนึ่งโครงครึ่ง โครงหนึ่งน้ำหนักประมาณ4-5 กรัม รวมน้ำหนักที่ให้ต่อมื้อประมาณ 6-7 กรัม
มื้อค่ำ: ก็ให้ปริมาณเช่นเดียวกันกับมื้อเช้า
ส่วนใข่ไก่จะผสมกับน้ำมันพืชเม็ดทานตะวันเสริมให้เขากิน 3-4วันครั้ง และมีกล้วยน้ำหว้าบ้างบางโอกาส และมี บริวเวอร์ส์ยีสต์ วันละ2-3เม็ดต่อตัวให้กินเสริมทุกวัน
ผมคิดว่าแนวทางอาหารสดที่จะให้สุนัขของผมที่ประหยัดเงินมากที่สุดน่าจะเป็นโครงไก่ หากผมให้อย่างอื่นผมคงหมดตัวแน่ อย่างโครงไก่ผมชื่อทีสองถุงๆละ10กิโลกรัม ให้เขา 2วันกว่าๆก็ต้องออกไปซื้อใหม่ กินกันเก่งมากตัวนึ่งก็ให้ตามปริมาณที่บอกไว้ ผมยอมรับครับว่า แนวทางการให้กินแบบ barf นี้สุนัขที่เลี้ยงไว้มีการตอบสนองต่อการเจริญอาหาร และมีบางตัวก่อนนี้ให้อาหารเม็ดไม่ค่อยอยากจะกินและไม่ร่าเริงเบื่ออาหาร พอผมเปลี่ยนมาให้โครงไก่การแสดงออกแตกต่างกันมาก วิ่งเล่น และหยอกล้อกับสุนัขด้วยกัน สรุปแล้วตามความเห็นผมที่เปลี่ยนให้เขากินอาหารแบบ barf นี้สุนัขทั้งหมดที่เลี้ยงไว้มีการสนองตอบในทางที่ดีกว่าการกินแต่อาหารเม็ดสำเร็จรูป แต่ผมมีปัญหาในระยะยาวอย่างที่เรียนไว้แล้วว่า กลัวเขาได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนเท่านั้นเอง แล้วอีกทางเลือกเนื้อสัตว์ที่ดีและถูกประหยัดเงินก็คงมีตัวเลือกคือโครงไก่เพียงอย่างเดียวครับที่จะสามารถประหยัดเงินต่อการที่จะเปลี่ยนการให้อาหารสุนัขที่มีน้ำหนัก ไม่ต่ำกว่า 50กิโลกรัม(บางตัวมีน้ำหนักถึง 60-65 กิโลกรัม) จำนวน7-8 ตัวเปลี่ยนมากินอาหารในแบบของ barf คงไม่มีทางเลือกอื่นที่จะประหยัดไปกว่านี้แล้ว
ผมยังข้องใจที่แม่บู่บอกให้น้ำมันปลา ใช่ตัวเดียวกันกับน้ำมันตับปลาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปหรือเปล่าครับ
ส่วนคุณเอ ผมสนใจตู้แช่มือสองและหาซื้ออยู่ครับไม่ทราบว่าจะไปหาซื้อได้แถวไหนขนาดและราคาประมาณเท่าไหร่ ผมสนใจขนาดที่สามารถใส่ถุงโครงไก่ถุงละ10กิโลกรัม ได้ประมาณ 4-5 ถุง เพราะทุกวันนี้ผมวิ่งซื้อโครงไก่วันต่อวันเลยครับ...ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบทุกท่านด้วยครับ
โดย: อาร์ต [21 มี.ค. 48 11:34] ( IP A:203.155.9.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   คุณอาร์ต เห็นใจค่ะ หมาตัวโตถึงเจ็ดแปดตัว ถ้าให้เนื้อสัตว์อื่นก็คงหนักทีเดียว แม่บู่เคยเห็นสมาชิกห้องนี้ให้ซี่โครงวัวด้วย ลองถามตามร้านขายเนื้อตามตลาด เผื่อว่าบางทีมีซี่โครงวัวที่ราคาไม่แพงมาก แล้วเราเอาให้เขาอาทิตย์ละครั้งก็ดี ทำให้ได้สารอาหารจากเนื้อสัตว์อื่นด้วย ส่วนปลาสดหรือปลากระป๋อง ให้อาทิตย์ละครั้ง เลือกที่ราคาถูกที่สุด ก็น่าจะพอไหว ส่วนโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไม่ต้องให้มาก คุณซื้ออาทิตย์ละลิตรเดียวก็ได้ ผสมในอาหาร คือเทราดในโครงไก่นั่นแหละค่ะ ตัวละช้อนสองช้อนก็ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องใส่ทุกมื้อ

น้ำมันปลา ไม่ใช่น้ำมันตับปลานะคะ น้ำมันตับปลามีวิตามินเอและวิตามินดีสูงมาก แต่วิตามินเอและดีมีโทษถ้าได้รับในปริมาณมากหรือกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ถ้าให้น้ำมันตับปลา ต้องให้ในปริมาณน้อยมาก นานๆ ครั้ง แต่น้ำมันปลาเป็นอีกอย่างหนึ่ง น้ำมันปลาสกัดมาจากหนังปลา มีวิตามินเอและวิตามินดีในปริมาณน้อย ไม่เป็นโทษถ้ากินน้ำมันปลาทุกวันหรือกินในระยะยาว น้ำมันปลามีกรดไขมันที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคกระดูก โรคเนื้องอกและมะเร็ง รวมทั้งโรคเครียดด้วย

ถ้าจะให้หมากินน้ำมันปลา ไม่ต้องให้ทุกวันก็ได้ค่ะ เพราะมีราคาแพง สิ่งที่ทดแทนน้ำมันปลาได้คือปลาทะเลสดๆ ที่มีมันมาก ก็ให้ในมื้อปลาเลยอาทิตย์ละครั้งก็ใช้ได้
โดย: แม่บู่ [21 มี.ค. 48 13:34] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   โห คุณอาร์ตเลี้ยงเยอะเหมือนกันนะคะเนี่ย เรื่องถ้าไม่สะดวกนี่ เราอาจให้สลับกับอาหารเม็ดก็ได้ค่ะ เช่นโครงไก่ เป็นเมนูหลัก 4 วันต่ออาทิตย์ และอีก 3 วันที่เหลือให้กินอาหารเม็ดแทน บางคนก็ใช้วิธีนี้ค่ะ

คุณอาร์ตส่งซื้อเยอะๆอย่างงี้ทำไมไม่ลองถามให้เค้าไปส่งที่บ้านหล่ะค่ะ ของเอที่ซื้อๆอยู่เค้ายินดีส่งนะคะ น่าจะลองคุยดู หาร้านแถวๆบ้านนี่แหล่ะ เอว่าร้านเค้ายินดีนะคะ

ส่วนตู่แช่นี่ ได้จากบ้านนอกค่ะ บ้านนอกจริงๆเลยแหล่ะ สภาพเก่งถึงเก่าที่สุด พอดีแม่ไปเจอโดยบังเอิญค่ะ 2 พันกว่าบาทเอง (แต่เพิ่งซ่อมไปอีก 1 พันเมื่อไม่นานนี้) ทีนี้มันมีร้านขายพวกมือสองเหมือนกันนะค อาจต้องลองหาดูตามพวก thaiseconhand, pramool, pantipmarket น่าจะมีอ่าค่ะ

ส่วนน้ำมันตับปลานี่ คนละอันกะน้ำมันปลาอย่างแน่นอนค่ะ ส่วนบริวเวอร์ยีสต์นี่มีรึยังคะ ควรซื้อติดไว้นะคะ และถ้าไม่ได้ให้กินผักผลไม้ อาจให้พวกวิตามินซีไปด้วยค่ะ ซึ่งของพวกนี้อาหารเม็ดจะไม่มีรึมีน้อย
โดย: AmyKo [21 มี.ค. 48 17:55] ( IP A:203.155.130.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำถามจากท่านทั้งสอง บริวเวอร์ยีสต์ ผมให้มีให้เขาทุกมื้อครับ มื้อละสองสามเม็ดแล้วแต่ตัวไหนใหญ่ไหนเล็ก ส่วนโยเกิร์ตรสธรรมชาติ คืออะไรใช่โยเกริร์ตที่เขาขายตามร้านชำทั่วไปหรือเปล่าครับ กระป๋องละ10บาท เอะแต่แม่บู่บอกว่าบรรจุเป็นลิตร ผมคิดว่าคงไม่ใช่อันเดียวกัน แล้วหาซื้อ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ได้ที่ไหนครับ
โดย: อาร์ต [22 มี.ค. 48 12:33] ( IP A:203.155.9.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   คุณอาร์ต แถวบ้านคุณอาร์ตอาจจะไม่ได้บรรจุเป็นลิตร ก็ได้ ถ้าเป็นโยเกิร์ต แล้วเขาไม่ได้ปรุงแต่งรส เช่น รสสตรอเบอรี่ รสผลไม้อะไรต่างๆ คือเป็นโยเกิร์ตเปรี้ยวๆ ธรรมดา นั่นละค่ะรสธรรมชาติ ลองชิมดูจะไม่อร่อยเลย เปรี้ยวๆ มันๆ เอาให้หมากินได้ค่ะ ใส่ซักหนึ่งช้อน เทลงบนชิ้นไก่นั่นแหละค่ะ นานๆ ครั้งก็ผสมน้ำผึ้งซักหน่อย น้ำผึ้งก็มีประโยชน์เหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับต้องทุกวัน

คุณอาร์ตว่างๆ เอารูปหมาที่บ้านมาลงให้ดูบ้างนะคะ
โดย: แม่บู่ [22 มี.ค. 48 13:34] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   หาซื้อได้ตามร้านค้าชนิดไหนครับ ที่ผมเข้าใจคือโยเกิร์ตที่ปรุงรสของโฟร์โมสขายตามร้านชำและรถเข็นขายตามหมู่บ้าน หากไม่ใช่โยเกริต์ชนิดเดียวกันช่วยบอกด้วยครับ ไปหาซื้อตามร้านไหน ครับแล้ววันหลังผมจะโพสรูปสุนัขยักษ์ใหญ่ให้ทุกท่านชมกัน เขากินแบบbarf นี้ได้ประมาณ สองอาทิตย์แล้วครับ
โดย: อาร์ต [22 มี.ค. 48 14:02] ( IP A:203.155.9.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   รอคำตอบที่ถามอยู่คับ ลืมอีกอย่างแล้วน้ำมันปลาหาซื้อได้จากไหนครับ
โดย: อาร์ต [23 มี.ค. 48 15:24] ( IP A:203.155.9.133 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   โยเกิร์ตของโฟร์โมสต์ก็คงจะมีรสธรรมชาติ ลองถามคนขายสิคะ บอกว่าโยเกิร์ตธรรมดา ที่ไม่มีรสผลไม้นั่นแหละค่ะ แบบที่ไม่มีผลไม้อยู่ในนั้น เป็นโยเกิร์ตสีขาวเปล่าๆ รสเปรี้ยวจับใจ

น้ำมันปลาหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ร้านใหญ่ๆ น่าจะมีนะคะ ถามดูได้เลย ระวังอย่าไปเอาน้ำมันตับปลามาล่ะ น้ำมันปลาคือ fish oil นะคะ มันจะเป็นแคปซูลใสๆ มองเห็นน้ำมันปลาอยู่ข้างใน บางคนให้หมาทั้งเม็ด แต่บางคนเขาตัดออกเป็นสองท่อน (ระวังนะคะ ตอนตัดนี่น้ำมันปลาข้างในอาจจะหกไหลออกมา) แล้วเอาหยดใส่อาหารให้หมา ตัวนึงได้ครึ่งนึง จะได้ไม่เปลืองมาก ถ้าคุณให้ปลาสดแก่หมากินด้วยแล้ว ก็ใช้น้ำมันปลาน้อยลงได้ ถ้าดูตามฉลากที่เขาเขียน สำหรับคนจะต้องกินพร้อมอาหารทุกมื้อ เท่ากับกินวันละสามเม็ดเชียว แต่อย่างนั้นมันเปลืองมากไป เราให้หมาแค่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็พอค่ะ เว้นแต่หมาตัวไหนสุขภาพไม่ดี คุณจะบำรุงเขามากหน่อยก็ได้
โดย: แม่บู่ [23 มี.ค. 48 16:07] ( IP A:82.161.49.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   โยเกิรทแบบที่คุณอาร์ตว่านั้นแหละค่ะ แต่เอารสธรรมชาติ ส่วนน้ำมันปลา ก็หาซื้อได้ตามร้านขายอาหารเพื่อสุขภาพ(Health Shop) ค่ะ
โดย: ป้าวิ [23 มี.ค. 48 16:08] ( IP A:203.172.116.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   โยเกริ์ตถ้าหมาหลายๆตัว ทำเองได้นะคะ ถูกกว่า เอทำประจำอร่อยกว่าที่ขายกันอีกโฟรโมตก็โฟรโมตเถอะ


วิธีทำง่ายแสนง่ายค่ะ เอเคยโพสไปแล้วแต่ว่ามันอยู่ซะล่างเลย ลองดูที่ลิงค์นะคะ

https://www.pantown.com/board.php?id=560&name=board1&topic=67&action=view

อีกอันที่ควรให้ก็คือ ไข่ไก่ค่ะ ให้เปลือกไปด้วยก็ได้ หาง่าย ราคาถูก มีคุณค่าสารอาหารสูง
โดย: AmyKo [23 มี.ค. 48 18:11] ( IP A:203.155.130.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   

Everybody loves the quality, the design and the great feeling that come with wearing a good designer label Dominie's . The fact that the shoe cost close to $100 does not deter people from vying to buy the latest entrants in the market. VR Headset are, to a great segment of people, a way to save a good amount of money without compromising on the quality of what they purchase.
There is very little that people do not know about the Bluetooth Speaker , and based on the rush that is created everytime wholesale Jordan sneakers are available, the craze for the shoe is still on. However, do you know the basics that need to be followed when buying a shoe for getting the best fit for your feet?
Experts advise that shoes need to be bought always in the evening. Not because of any type of superstition, but because this is the time when your feet are most swollen and hence, you will know whether the Led Shoes Womens will be comfortable or not. Whether you are buying ordinary day to day wear shoes, office wear or wholesale Jordan sneakers, this is a point that you should keep in mind, if you care about your feet's comfort. Ski Goggles Womens make a great bargain and many retail shops sell them at wholesale price during regular sales. All you need is to keep a watch and learn when the shop has their next sale.

โดย: starsdiesel@mail.com [27 ก.ย. 62 10:52] ( IP A:199.115.96.91 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน