*~'~มาทำโยเกิร์ตเองกันเถอะ~'~*
   เคยคิดจะทำโยเกริ์ตเองกันมั้ยคะ??? ถ้าจะว่าไป โยเกิร์ตนั้นเป็นอาหารที่ควรจะมีอยู่ในเมนูที่จะให้น้องหมาทานกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะกิน เพียวๆ หรือว่าเอามาปั่นกะผักผลไม้เป็นอาหารเสริม

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโยเกิร์ตนั้นมีคุณค่ามากมาย ขนาดคนเราเองนั้น ยังมีแพทย์มาแนะนำให้ทานโยเกิร์ตวันละถ้วยด้วยซ้ำไป ดังนั้นหันมากินโยเกิร์ตกันเถอะ ทั้งเราและน้องหมาเพื่อสุขภาพอันสมบูรณ์แข็งแรง ^^

ทีนี้ ราคาโยเกิร์ต 1 ถ้วยนั้นก้ประมาณถ้วยละ 10 บาท ซึ่งก็ไม่หนักหนาอะไรนัก แต่สำหรับคนบางคนที่เลี้ยงหมาหลายตัวและเป็นโรคทรัพย์จาง(เช่น เอ เป้นตัวอย่างนั้น) คงจะดีไม่น้อยที่สามารถทำโยเกริ์ตไว้ทานเองได้ เพราะนอกจากจะถูกกว่ากันแล้วนั้น คุณค่าสารอาหารนี่มีมากกว่าที่ขายอยู่แน่นอน เพราะอาไรนั้นเหรอคะ? โยเกร์ตที่ขายๆกันอยู่นั้น ไม่ว่ายี่ห้อไหนๆ เค้าใช้หางนมทำ ซึ่งจะลดต้นทุนค่าวัตถุดิบมากมาย ไม่มีใครเอานมสดแท้ๆมาทำหรอกค่ะ แต่ที่ทำแล้วดูค้นๆนั้น ผู้รู้เรื่องโยเกิร์ต(จากเว็ปพันธ์ทิพย์)บอกว่า เนื่องจากใส่ส่วนผสมให้มันค้นขึ้นมาเฉยๆค่ะ

ก่อนอื่นนั้นโชว์โยเกิร์ตที่ทำเองให้ดูก่อนนะคะ ให้รู้ไปเลยว่าทำเองเจ๋งกว่าเป็นไหนๆ อร่อยกว่าด้วย หุหุหุ (กินมาแล้น)

โดย: AmyKo [17 ธ.ค. 46 10:41] ( IP A:203.155.6.4 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   -ส่วนผสม-
1. นมสด (ไม่ต้องใช้แบบพร่องมันเนยก็ได้ค่ะ)
2. โยเกริ์ตรสธรรมชาติ

-อุปกรณ์-
1. ขวดแก้ว
2. หม้อ (เอามาต้มนม)
3. หม้อ (เอามาต้มน้ำเพื่อลวกภาชนะ)

-วิธีทำ-
1. นำนมสดมาตั้งไฟไว้ ต้มพอเดือดให้มีควันขึ้นมาเฉยๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน หมั่นคน อย่าให้นมติดก้นหม้อ แล้วยกลงจากเตา นำไปวางเป่าพัดลมให้เย็นตัว ระหว่างนั้นทำขั้นตอนต่อไป
2. หยิบหม้อมา 1 ใบ ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำขวดแก้วลงไปต้มฆ่าเชื่อ รวมทั้งฝาขวดด้วย แล้วใช้คีมคีบขวดขึ้นมา อย่าใช้มือหยิบ เพราะมัน ร้อน 555
3. หลังจากนั้นหันเหความสนใจกลับไปที่นมต่อ ไปตรวจดูว่าหลังจากที่เอานมไปจ่อพัดลมแล้วนั้นมันเริ่มเย็นลงรึยัง อุณหภูมิที่เหมาะสมที่จะใส่โยเกิร์ตลงไปผสมนั้น อยู่ที่ 40องศาเซลเซียส ท่านใดมีปรอทวัด ก็หยิบมาใช้ซะ แต่ไม่มีก็ไม่เป็นไร (เอเองก็ไม่มี) เพราะเราสามารถกะคร่าวๆได้ค่ะ ลองเอามือเป็นหนูทดลองดู หยดนมลงบนฝ่ามือ ถ้านับ 1-10 แล้วทนได้นี่ แสดงว่าใช้ได้แล้ว แล้วค่อยใส่โยเกริ์ตลงไป (อัตราส่วนที่เหมาะสม คือ นม 250ml ต่อโยเกิร์ต 1 ชช) คนๆให้เข้ากัน แล้วแทใส่ภาชนะขวดแก้วที่เตรียมไว้ เปิดฝาให้สนิท
4. หลังจากนั้นขั้นตอนต่อไป นำไปวางไว้กลางแดดประมาณ 6-8 ชม. แต่บางท่านแนะนำว่า อุณหภูมิที่เชื้อมันจะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดนั้นอยู่ที่ 40 องศา ซึ่งนอกจากตากแดดแล้ว สามารถเอาโคมไฟอ่านหนังสือ กี่วัตต์ก็แล้วแต่ เอามาส่องไว้ 6-8 ชม แทนก็ได้



โดย: [17 ธ.ค. 46 11:12] ( IP A:203.155.6.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   หลังจากที่ตากแดดตากลมแล้ว ก็เอามาไว้ที่อุณหภูมิห้องต่ออีกซัก 6 ชม แล้วค่อยเอาเข้าตู้เย็น

โดย: [17 ธ.ค. 46 11:15] ( IP A:203.155.6.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   แค่นี้เราก็ได้โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ เปรี้ยว หวาน มันครบรส หง่ำๆๆ ขวดใหญ่ในรูปนี้ เจ้าของซัดไปคนเดียว โฮ่ๆๆ

-เทคนิคเล็กน้อย-
1. เวลาทำนี่ ถ้าจะให้ดี ทำช่วงเช้าๆ ทำเสร็จตากแดด ทิ้งไว้ค่ำๆหรือข้ามคืนเลยก็ได้ค่อยเก็บ
2. ระวังเรื่องอุณหภูมิเวลาใส่โยเกริตในนม เพราะถ้าร้อนไป เดี๋ยวเชื้อตาย ถึงตอนนั้นทำไปเราจะได้นมบูดมาแทนที่ เหอๆ
3. บางคนบอกว่าถ้าใส่นมผงลงไปด้วยมันจะข้นกว่านี้ ก้แล้วแต่ลองทำดูได้ ผลเป็นไงมาบอกกันด้วย แต่ที่แน่ๆ ยี่ห้อนม ยี่ห้อโยเกิร์ต มีผลต่อสภาพของเนื้อโยเกิร์ตที่ทำด้วย เพราะออกมาจะไม่เหมือนกัน แต่เอชอบของโฟโมต์ นานาจิตตัง

โดย: [17 ธ.ค. 46 11:24] ( IP A:203.155.6.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   นมยี่ห้อโฟโมสต์ ทำโยเกิร์ตไม่ดีนะเอ เพราะว่าสังเกตจากที่กินนะ
นมมันจะใส ไม่เข้มข้น พี่ว่านมสดเมจิเนี่ย ดีที่สุด
ส่วนโยเกิร์ตหัวเชื้อ ลองเนสเล่ท์ ดูซิ น่าจะดีกว่าโฟร์โมสต์นะ
โดย: เต้าเจี้ยว [17 ธ.ค. 46 11:32] ( IP A:202.133.170.123 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   แม่ศรีเรือนตัวจริงเลยนะเนีย
(ในตู้้เย็นนู๋เอ มีบัวหิมะด้วยละ อุอุ)
โดย: ป้าที [17 ธ.ค. 46 14:12] ( IP A:203.154.121.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   หายไปนาน ย้ายบ้านได้สิบกว่าวัน เพิ่งมีแรงติดตั้งคอมค่ะ นี่ของยังกองเกลื่อนกลาดไปหมด จัดของมือยับเยินไปหมดแล้ว กิ๋มบู่ก็ไม่ช่วยเลย นอนลูกเดียว

ขยันจริงๆ เลยนะคะ ทำโยเกิร์ตเองด้วย ขอซูฮก แต่คุณเอลืมบอกว่า จากนมและโยเกิร์ตที่เป็นส่วนผสมจำนวนแค่ไหน ทำออกมาแล้วได้โยเกิร์ตแค่ไหน เผื่อแม่บู่จะลองทำบ้าง (รอวันแม่ผีเรือนสิง)

คิดถึงเพื่อนๆ ชาวบาร์ฟทุกท่านค่ะ เดี๋ยวนี้มีสมาชิกเยอะเลย ดีใจจัง
ถ้าว่างแล้วจะเข้ามาคุยใหม่นะคะ
โดย: แม่บู่ [17 ธ.ค. 46 19:02] ( IP A:80.56.150.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เดี๋ยววันหลังจะลองยี่ห้อที่เป้บอกมานะคะ

555 ป้าทีขา รู้มั้ยว่าบัวหิมะกระปุกนั้น แทบจะเป็นวัตถุโบราณที่สุดในตู้เย็นที่บ้านเลยนะคะ น่าจะมากกว่า 10 ปีแล้วมั้งนั่นหน่ะ ไม่กล้าทิ้ง ไม่รู้ทำไม เหอๆ

ตอบคุณแม่บู่นะคะ ปริมาณโยเกริ์ตที่ได้นั้นก็เท่ากับปริมาณนมที่เราใช้ทำเลยค่ะ ปกติเอจะซื้อแบบ 2 ลิตรมา ผสมกะโยเกิร์ต 1 ถ้วยไปเลย ง่ายดี แล้วก็ได้โยเกริ์ตประมาณ 2 ลิตรนี่แหล่ะค่ะ 555 (กำปั้นทุบดินมั้ยคะนี่)

ปล. ขอให้จัดบ้านใหม่เสร็จเร็วๆนะคะ
โดย: เอ [18 ธ.ค. 46 18:51] ( IP A:203.209.108.87 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   คิดถึงแม่บู่จังค่ะ
บัวหิมะ เอาไว้ทำไรคะ แก้ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ป่าวคะ
โดย: เต้าเจี้ยว [18 ธ.ค. 46 19:18] ( IP A:203.209.90.28 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน