ว่ากันด้วยเรื่อง Code ของราง HO
   พอดีไปเจอ ไดอาเเกรมมา เป็นตัวอย่างค่อนข้างดี ครับ สำหรับรางที่นิยมเล่นกันบนสเกล HO คือรางทั้งสาม code นี้ล่ะครับ ซึ่งมือเก่าคงรู้จักกันดีอยุ่เเล้ว blink

โดย: Ludmilla [19 ม.ค. 55 20:12] ( IP A:58.11.105.74 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   Code ในภาษารถไฟจำลองคือความสูงของราง โดยวัดจากความสูง .100 ของหนึ่งนิ้ว (ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ)

สำหรับตัวราง Code100 เทียบเท่ากับรางของรถไฟจริงขนาด 156 ปอนด์ต่อ ความยาว 1หลา (ประมาณ 90 cm) ซึ่งจะใช้บนเส้นทาง main line หรือทางหลัก ที่รถไฟวิ่งถื่มาก รางจึงต้องมีความเเข็งเเรง ทนทาน รองรับน้ำหนักได้เต็มที่

ตัวอย่างยี่ห้อราง Code100 ที่ปัจจุบันยังเห็นกันอยู่ชัดๆในบ้านเรา

Lima,Piko,Atlas,Peco,Bachman,Fleischmann ฯลฯ

ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างของรถไฟจำลองเมื่ออยู๋บนราง Code100 ครับ

โดย: Ludmilla [19 ม.ค. 55 20:28] ( IP A:58.11.105.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ต่อมา Code83 คือความสูง .083 เทียบเท่ากับรางของจริง 132 ปอนด์ต่อ1 หลา ซึ่งบนของจริงราง Size นี้ก็เป็นของเส้นทางหลักทั่วไปที่การจราจรบนรางเหล็กอาจจะไม่หนักมาก

ตัวอย่างยี่ห้อที่มี Code83 จำหน่าย
Roco,Atlas,Peco,Walthers ฯลฯ

ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างของรถไฟจำลองบนราง Code83

โดย: Ludmilla [19 ม.ค. 55 20:54] ( IP A:58.11.105.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   สุดท้าย Code 70 เทียบเท่ากับรางของจริงเเบบ 100ปอนด์ ต่อ 1หลา ซึ่งพบเห็นรางSize นี้ของจริงได้ตาม จุดพักขบวนรถไฟ,โรงรถจักรเเละ เส้นทางเเยกย่อย รูปด้านล่างเป็นตัวอย่างราง Code 70 ครับ วันนี้เเชร์ความรู้เพียงเท่านี้ ถ้าผิดพลาดขออภัย ขอบคุณครับ

โดย: Ludmilla UP [19 ม.ค. 55 21:34] ( IP A:58.11.105.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   รางโค้ง..กว้างสุด...ไว้ให้รถเมกาวิ่งเข้าโค้ง..สบายๆ...

..ต้องใช้รางขนาดไหน..ครับ...
โดย: .....GLOCK.... [19 ม.ค. 55 21:50] ( IP A:223.205.98.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   งั้นผมขอต่อจากคุณ Ludmilla เรื่องความกว้างของรางครับ

ความกว้างของรางรถไฟคือ ระยะห่างระหว่างหัวรางทั้งสองด้านเรียกกันว่า Track Gauge บางคนเข้าใจว่ารถไฟที่ทันสมัยจะต้องเป็น Standard Guage เพราะเข้าใจว่ามันคือขนาดมาตรฐานของราง แต่จริงๆแ้ล้ว Standard Guage เป็นการตกลงกันของกลุ่มประเทศยุโรป เพื่อสร้างทางรถไฟให้สามารถเดินทางเชื่อมกันระหว่างประเทศในยุโรปได้เท่านั้น

ความกว้างของรางรถไฟแต่เดิมเมื่อแรกสร้างขึ้นในโลกถูกกำหนดโดยความกว้างของก้นม้าที่ใช้เทียมม้าศึกโรมัน โดย นายทัพโรมันใช้รถศึกเทียมม้า่สองตัว ความกว้างของล้อรถศึกจะต้องกว้างกว่าก้นม้าทั้งสองตัว จึงจะทำให้ม้าวิ่งได้สะดวก ซึ่งความกว้างของล้อรถม้าศึกจะกว้างประมาณ 1.448 เมตร (4 ุต 9 นิ้ว)

ยอร์จ สตีแวนสัน วิศวกรผู้สร้างรถจักรไอน้ำคันแรกของโลกเลือกใช้รางกว้าง 1.422 เมตร (4 ฟุต 8 นิ้ว) และเมื่อสร้างทางรถไฟสายแรกระหว่างสต็อคตั้นถึงดาร์ลิงตันในประเทศอังกฤษในปี พ.ศ.2369 โดยอิงความกว้างของล้อรถม้าที่มีใช้งานอยู่ในสมัยนั้น smile

Track Gauge มีหลายขนาดตามกลุ่มประเทศดังนี้

>1600 มม. เรียกว่า Broad Gauge
1435 มม. เรียกว่า Standard Gauge
1000 มม. เรียกว่า Metre Gauge
1050 มม. เรียกว่า Arabian Gauge
1067 มม. เรียกว่า Cape Gauge
โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [19 ม.ค. 55 22:07] ( IP A:125.25.223.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ผมว่าโค้ง 28" ก็น่าจะพอแล้วนะครับ smile
โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [19 ม.ค. 55 22:16] ( IP A:125.25.223.26 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   กระทู้นี้ดีจัง ขอบคุณวินและกอล์ฟสำหรับข้อมูลนะครับ เพิ่งรู้ว่า Fleischmann โค้ด 100 นะครับ เดี๋ยจะเอารถบังใบหนาไปลองวิ่งดู

โดย: เจ [19 ม.ค. 55 23:47] ( IP A:58.8.127.98 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ได้ความรู้เรื่องรางเพิ่มอีกแล้ว...และที่มาของความกว้างมาจากก้นม้านี่เอง..จะเป็นยุโรป เมกัน ญี่ปุน ยังงัยก็ต้องมีราง.......ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ...^_^

รางCODE 70 มีเป็นของยี่ห้ออะไรหรือครับ...ท่านใดพอทราบบ้าง
โดย: ้้ีhut66 [20 ม.ค. 55 15:51] ( IP A:61.90.16.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   Code 70 เท่าที่ผมทราบก็มีของ BK Enterprises , Micro Engineering , Precision Scale Co. , Shinohara ครับ smile
โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [20 ม.ค. 55 15:55] ( IP A:203.185.129.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ขอบคุณครับคุณ กอล์ฟ ยี่ห้อหลากหลายมากเลยนะครับ ไม่ค่อยได้ยินชื่อเลยครับคงไม่มีใครสั่งเข้ามาเท่าไหร่นะครับ..การเล่นรางหลายๆCODEมันก็ทำให้มีสีสันดีนะครับสมจริงมากขึ้นแต่ทว่าจะหาประแจหรือว่าการเชื่อมรางต่างCODEค่อนข้างลำบากนะครับ..แค่หาประแจคอนกรีตยังยากเลย....T_T

โดย: hut66 [20 ม.ค. 55 18:27] ( IP A:115.87.247.110 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   xxxปอนด์ ต่อ 1หลา คือน้ำหนักของรางจริงใช่ไหมครับ แล้วรถไฟบ้านเราเขาใช้อยู่ที่เท่าไหร่ครับ
โดย: โก้ [20 ม.ค. 55 20:04] ( IP A:27.130.40.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ใช่ครับ บ้านเราผมก็ไม่รุ้เเน่ชัด รอผู้รู้มาตอบครับ เเต่ที่หนาๆหมอนคอนกรีต ผมคงใช้ code 100 ทางสายเก่าใช้ Code70 ^^
โดย: Ludmilla [20 ม.ค. 55 23:28] ( IP A:58.8.137.236 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   Peco มี Code 75 ครับคุณ Hut66 ต่างกันนิดนึง ฝรั่งมะกันชอบใช้ทางสายย่อย ผมล่ะชอบ ถ้าอนาคตมีเลย์เอาท์คงจะใช้ครับ

สำหรับผู้เริ่มเล่น เรื่อง Code ของราง ถ้าเล่นรถยุโรป Code ที่เหมาะจะใช้ คงมีเเต่ 100 กับ 83 นอกนั้นบังใบอาจจะติดครืดๆ เเละถ้าเล่นรถยุโรปควรใช้รางยุโรป ไม่งั้นบังใบจะติดFrogรางประเเจ จนรถโดด(ต่อให้เป็นประเเจ Code100)

เเต่กลับกันถ้าใช้รางยุโรปบังใบรถมะกันผ่านได้สบายครับ เพราะมันตื้น เเต่ก็มีเรื่ององศาของรางเเยกที่ต้องดูดีๆ ถ้าองศามาก+รางชิ้นสั้น รถใหญ่มะกันเข้าเเล้วจะมีปัญหา เพราะการให้ตัวของขอพ่วงรถมะกันน้อยมากครับ มันจะงัดคันที่พ่วงตามมาเอียงจนคว่ำหรือตกรางหมด ต้องมานั่งเปลื่อนขอพ่วงรุ่นยาวซึ่งไม่รู้อาการจะดีขึ้นไหม...

เรื่องรางเรื่องใหญ่เหมือนกัน ท่านใดอยากเเชร์ประสบกาณ์เรื่องราง ประมาณว่าใช้ยี่ห้อใดอยู่ ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร เเก้ปัญหาอย่างไร?เชิญได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ ...blink
โดย: Ludmilla [20 ม.ค. 55 23:49] ( IP A:58.8.137.236 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ของป๋า เริ่มต้น จากราง ที่ต้องเลือก รางM โลหะล้วนๆ และรางK (รางเหล็กผสม)
และหลายๆยี่ห้อมาคัดเลือกว่า ชอบแบบไหน แล้วจึงเริ่มซื้อมาต่อเป็นวงค
สุดท้ายเลือกที่เนื้อรางไม่เป็นสนิม และมุดพลาสติกยึดรางแข็งแรงไม่ฉีกขาดง่าย โดยเฉพาะท่านที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ

พท.ใครแคบๆ ต้องเลือกโค๊ต100 ล้อบังใบยุโรป จะได้ไม่ตกรางง่ายครับ
โดย: ป๋าธง ฮะ [21 ม.ค. 55 14:48] ( IP A:110.49.243.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   รถจักรบางคันจุดรับไฟไม่ดีก็อาจจะไปตายอยู่ที่Frogรางประเเจก็มีเหมือนกันนะครับรางบางยี่ห้อFrogรางประเเจเป็นพลาสติกถ้าช่วงสั้นก็จะผ่านง่ายแต่ถ้าช่วงยาวรถจักรบางคันก็ผ่านยากต้องใช้ความเร็วแต่ผมก็ไม่เคยชอบใช้ความเร็วผ่านประแจเท่าไหรความ(ชอบส่วนตัว)บางยี่ห้อใช้Frogรางประเเจเป็นโลหะไม่มีไฟผ่านก็อาจเป็นปัญหาบ้างเหมือนกันจะให้ดีต้องต่อกลไกเข้าให้รับไฟที่Frogรางประเเจจะเป็นผลดีต่อจุดรับไฟของรถจักที่มีช่วงรับไฟสั้น....ผมบ่นอะไรของผมก็ไม่ทราบอ่านเองงงเอง...T_T
โดย: hut66 [23 ม.ค. 55 22:34] ( IP A:58.8.98.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   สำหรับท่านที่ใช้ Ground Throw ลองเดินสายแบบนี้ดูครับ ถ้า Frog เป็นโลหะน่าจะไม่มีปัญหาตอนผ่าน รถสั้นๆที่หยุดตอนช่วงผ่าน Frog ก็พอช่วยได้เหมือนกันครับ smile

โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [23 ม.ค. 55 23:47] ( IP A:125.24.164.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ไฟเมื่อสับ Ground Throw แล้ว smile

โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [23 ม.ค. 55 23:48] ( IP A:125.24.164.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ใช้กับ Ground Throw ของ Ground Throw ของ Caboose Industries รหัส 220S นะครับ https://www.walthers.com/exec/productinfo/97-220

โดย: กอล์ฟ 08-1874-9168 [24 ม.ค. 55] ( IP A:125.24.164.91 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ขอบคุณ..คุณกอล์ฟ..มากครับสำหรับข้อมูลที่นำเสนอคงจะเป็นประโยชน์สำหรับผมและหลายๆท่านเลย....สำหรับรางประแจในบางยี่ห้อนั้นเค้าก็ติดตั้งกลไกตัวนี้มาให้ในตัวเลยก็มีนะครับสะดวกมากไม่ต้องมาเดินสายไฟอะไรกันให้ยุ่งยากครับ...

โดย: ้hut66 [24 ม.ค. 55 11:24] ( IP A:58.8.99.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   เมื่อรถจักรสั้นๆผ่านFrogได้สะดวกแล้วรถจักรยาวๆก็คงผ่านได้สบายๆ...แต่ทว่าหากเป็นประแจแบบcrossoverแล้วหละก็ยังอาจจะมีเรื่องให้ต้องติดตามครับสำหรับท่านที่เล่นรถยุโรปอาจยังไม่มีผลเท่าไหรเนื่องจากส่วนใหญ่ข้อพ่วงจะติดกับแคร่ล้อถ้าของดีๆหน่อยก็จะมีระบบเยื้องข้อต่อมาให้เช่นใน Fleischmann หรือ Marklin แต่หากเป็นรถรถจักรเมกันยาวๆที่มีข้อต่อติดโครงประธานแล้วหละก็..เมื่อทำขบวนผ่านประแจcrossoverที่มีนัมเบอร์ต่ำๆ(โค้งรัศมีแคบ)ก็อาจจะเกิดอาการ...เรามาสะบัดอวัยวะ(ทำนองโจอี้บอย)..ทำให้ขบวนขาดออกจากกันได้ถ้าไม่ขาดขบวนก็จะเยื้องกันมากเกินกว่าผู้โดยสารจะเดินข้ามไปยังอีกตู้ได้(ดูไม่สมจริงเท่าไหร)...ผมก็เห็นว่านอกจากCODEรางแล้ว..นัมเบอร์ของประแจก็มีผลเหมือนกันนะครับ...และยิ่งนัมเบอร์สูงก็ยิ่งกินพื้นที่สับเปลี่ยนมากตามไปด้วยอีกต่างหาก.....T_T

โดย: hut66 [24 ม.ค. 55 15:00] ( IP A:58.8.162.65 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน