สอบถามเรื่องกล่อง (วงจร) ลดกระแสไฟสำหรับคอนโทรลอนาล๊อก
   สอบถามนิดนึงครับ

คือผมต้องการจะทำวงจร หรือกล่องที่ลดกระแสไฟฟ้าจากคอนโทรลอนาล๊อคจาก DC 15 Volt (control analog Bachmann) ให้ออกไปที่รางให้เหลือแค่ 12 volt จะต้องทำอย่างไรบ้างครับ หรือผมต้องไปบอกร้านอิเล็กทรอนิกส์ว่าอย่างไร เขาถึงจะทำให้ได้ถูกต้อง เนื่องจากผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์เลยครับ

ขอบคุณครับ
โดย: Dragon [26 ส.ค. 55 2:23] ( IP A:202.29.189.205 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ง่ายสุดเอาไดโอด#4004 ต่ออนุกรม 5 ตัว ลดแรงเคลื่อนได้ 3 v. ครับ
โดย: นิวัติ [26 ส.ค. 55 8:44] ( IP A:202.29.191.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลนี้ไปปรึกษาร้านอิเล็กทรอนิกส์ดูนะครับ
โดย: Dragon [26 ส.ค. 55 8:55] ( IP A:202.29.189.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ต่อขั้วไหนเข้ากับขั้วไหนครับ ขอบคุณสำหรับทุกคำตอบครับ
โดย: เหน่ง [26 ส.ค. 55 10:12] ( IP A:49.49.64.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ง้้นป๋าขออนุญาตเสริม แบบเดาๆนะ
ไม่แน่ใจว่าตรงประเด็นหรือปล่าว
เนื่อ
จากเป็นanalog ต้องสลับขั้วไฟเพื่อเดินหน้าถอยหลัง
ต้องทำdiode2ชุด ตามรูป

โดย: ป๋าธง [26 ส.ค. 55 12:28] ( IP A:124.122.27.56 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   จริงๆผมว่าไม่ต้องลดกระแสก็ได้ หากเป็น อนาล๊อค พอเอารถวางบนรางลองวัดไฟดู พอมันมีโหลดมา ไฟมันก็ลดลงมาเองแล้วหละครับ ส่วนใหญ่ ที่ทำคือพวก Digital มากกว่า เพราะ Decoder บางตัวอย่างทางฝั่ง อเมริกา เค้าระบุไฟไม่ไเกิน 16V แต่ คอนโทรลยุโรปปล่อยมา 20-22V มันก็เลยทำให้พังได้ง่ายๆ
โดย: Nat [26 ส.ค. 55 12:57] ( IP A:58.11.13.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   คอนโทรลอนาล๊อค มันปล่อยไฟจำนวน V ออกมาตามที่เราหมุนสวิตไม่ใช่เหรอ
ถ้ามันบอกว่า ปล่อยไฟ 15V หมุนครึ่งหนึ่ง ก็ 7.5V
ไม่เห็นต้องทำตัวลดไฟเลย ก็อย่าหมุนเยอะดิครับ
โดย: เงาะ [27 ส.ค. 55 2:46] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ก็ใช่ ไม่เห็นต้องไปลดมันเลย ของแค่นี้ใช้ตรรกะก็รู้แล้ว ไม่จำเป็นต้องว่าจะเป็นผู้รู้เรื่องช่างไฟฟ้า หรืออิเล็กเลย เพราะอย่างที่เงาะบอกมาถูกต้องเลย
โดย: wer [27 ส.ค. 55 8:26] ( IP A:210.246.159.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ขออภัยที่ถามครับ

ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ครับ
โดย: Dragon [27 ส.ค. 55 10:12] ( IP A:202.29.189.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   คนเขาไม่รู้ ก็ไปว่าเขา แค่นี้ยังไม่มีน้ำใจเลย สงสัยคุณwerเกิดมารู้ทุกเรื่อง
โดย: เวทนา [27 ส.ค. 55 12:30] ( IP A:223.27.233.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   จากประสบการณ์ที่มีถ้าจะมีวงจรไว้ก็ไม่เสียหลายครับลงทุนไม่มากเป็นธรรมดาของคนครับถ้าไม่ผิดพลาดเลยก็ถือว่ายอดคน สี่เท่ายังรู้พลาด ครับ ถ้าวันใดเผอ หรือมีคนอื่นที่ไม่รู้มาเล่น ไฟเกินจะมีหลักประกันอะไรได้ครับ ทำไว้เพื่อความปลอดภัยสบายใจด้วย
โดย: หม่อง [27 ส.ค. 55 12:51] ( IP A:202.44.43.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   สวัสดีครับคุณหม่อง
รบกวนช่วยดุภาพตาม คห.ที่4 ครับว่า
ทำไมมันถึงdrop เคยทำหม้อแปลงDCเล่นแล้ว ไฟมันลดลงได้ด้วย

ป๋าคิดว่าแรงดัน ตกเพราะตัวมันเล็กและร้อน เลยเอาตัวใหญ่เท่าก้านดินสอ มันก็ตกแถมหนักกว่าเดิม
มันมีRอยู่ภายใน หรือต้องคำนวณอย่างไรครับ

นับถือ
ป๋าธง
โดย: ป๋าธง [27 ส.ค. 55 18:46] ( IP A:183.89.4.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ต่อตามความเห็นที่4ก็ใช้ได้ครับ เราใช้คุณสมบัติของไดโอดที่ปกติตัวมันเองจะต้องมีแรงดันตกคร่อมอยู่ที่ 0. 5-0. 7 v ดังนั้นเมื่อนำไปต่ออนุกรมกับหม้อแปลงและมีโหลดแรงดันก็จะตกแต่ถ้าใช้มิเตอร์วัดโดยไม่จ่ายโหลดจะได้แรงดันสูงกว่า ดังนั้นการใช้ไดโอดในการกรองแรงดันไฟ(Rectifier) จะต้องคำนวนเผื่อไว้เสมอ เช่น กรองแบบ full wave ที่ไฟ 12 v ac จะเหลือออกมาเมื่อจ่ายโหลดประมาณ 94 % เท่านั้นครับ ไม่ใช่ 12 v dc
โดย: หม่อง [27 ส.ค. 55 21:07] ( IP A:115.67.224.131 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ผมไม่ได้ว่าใครนะ ผมมาช่วยเสนอความคิดเห็น แนะนำ ตามที่เขาถามมา ว่าไม่ต้องไปทำตัวลดไฟให้ยุ่งยาก คอนโทรลอนาล๊อค มันทำได้ในตัวอยู่ ความจริงมีคอนโทรลอันเดียวบังคับได้ทั้งเลย์เอ้าเลยก็ได้
จ่ายไฟให้รถไฟ จ่ายไฟหลอดไฟในบ้าน สิ่งประดับตกแต่งในเลย์เอ้าต่างๆ
ในความคิดผม ตัวลดไฟไม่จำเป็น ตัวบุสเตอร์ขยายกำลังไฟจำเป็นกว่า ไฟจะได้ไปทั่วๆเลย์เอ้า ถ้ามันใหญ่มาก
ไปลดไฟตรงหลอดไฟที่รับแรงไฟมากไม่ไหว กับใช้ตัวตัดไฟในรางบางส่วน นั้นจำเป็นกว่า

ไม่มีใครรู้ทุกอย่างหรอก อย่าด่ากันเลย ช่วยกันเล่น ช่วยกันแนะนำกันไป
ความจริงรถไฟเล่นคนเดียวก็ได้ อินเตอร์เน็ต เวปบอร์ดมีไว้ปรึกษาเท่านั้นแหละ
โดย: ชายเงาะ [28 ส.ค. 55 2:33] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ถ้าเล่นรถ อนาลอค ก็คงไม่จำเป็นจริงตามที่ว่าๆกันข้างบนแหละครับ แต่ถ้าเล่นรถ อเมริกัน ที่ใช้ Decoder เป็นพวก MRC Digitraxx และยี่ห้อ อเมริกัน อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่รองรับไฟแค่ 16v อันนี้จะเป็นต้องมีตัวลดไฟครับ ( หากใช้ Control ของทางยุโรป พวก roco หรืออื่นๆ )
โดย: Nat [28 ส.ค. 55 7:49] ( IP A:110.168.179.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   สวัสดีสมาชิกทุกท่าน ผมเข้ามาตอบในเว็บนี้บางครั้งบางคราวโดยตอบตามความรู้ที่เคยเรียนมา หากผู้ถามต้องการทราบอะไรแล้วตรงกับความรู้ที่มีก็ยินดีตอบครับ กระทู้นี้ผมไม่ทราบว่าต้องการนำไปใช้อะไร แต่โดยหลักการทำได้และไม่ได้เป็นผลเสียต่อสมาชิกอื่น ดังนั้นคำแนะนำที่ทุกท่านตอบก็มีเหตุผลต่างๆกันไป ผมเคยเข้ามาตอบแต่ก็ยังถูกด่ากลับมาก็มี ทำให้บรรยากาศดูไม่ค่อยดี ก็ไม่ว่าอะไรแต่ก็ไม่อยากให้มีคำตอบที่ดูเหมือนคนอื่นต่ำต้อย และ ทำให้ไม่อยากมีใครเข้ามาถามมาตอบในเว็บนี้อีก หากสมาชิกท่านใดมีปัญหาทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ก็สอบถามตาม email:mong61@hotmail.com ขออำลาล่ะครับ
โดย: หม่อง [28 ส.ค. 55 8:35] ( IP A:202.44.43.204 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ขอคาราวะน้ำใจท่าน หม่อง
โดย: ชื่นชม [28 ส.ค. 55 9:12] ( IP A:223.27.233.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   คุณหม่องอย่าอำลาเลย ขาดคนมีความรู้ด้านอิเลคทรอนิคส์อย่างคุณหม่องไป ที่นี่ก็เหลือ แต่พวกกากๆ ที่เข้ามาด่า หาเรื่องกัน

ส่วนตัวผม ที่เรียนมาลืมหมดแล้ว ผมเหลือแค่จินตนาการ และคิดว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ผมจึงขอตอบในส่วนที่ไม่ซ้ำกับกับคนอื่น
ตอบแบบภาษาบ้านๆ ไม่เน้นศัพท์วิชาการ เพราะบางคน ตอบซับซ้อนไปเขาก็ไม่เข้าใจ เหมือนทุกวันนี้ (ยกตัวอย่าง)ที่ผมไปฟังพระสวด ผมไม่เข้าใจภาษาบาลี-สันกฤต ศาสนาเขาดี สอนความดี แต่ผมไม่เข้าใจความหมายของบทสวด (ยกตัวอย่างมั่วไปป่าว ข้ามเรื่องเลย)

ผมอ่านคำถามของ จขกท ครั้งแรกแล้วคิดว่า เขาคิดข้ามช๊อตครับ
คือเล่น อนาล๊อต แต่อยากทำอะไรที่ซับซ้อนอย่างดิจิตอล
การแก้ไขง่ายๆ คือหมุนสวิตน้อยๆ อนาล๊อคก็ปล่อยไฟออกมาน้อย

เล่นดิจิตอลทำได้ทุกอย่าง ได้มากกว่า ปลายนิ้วสัมผัสว่างั้น

แต่อย่า ดูถูกมองข้ามอนาล๊อคนะ คนที่ทำอนาล๊อคได้ซับซ้อนซ้อนเงือนกว่าดิจิตอลก็มี เล่นแล้วได้จินตนาการในสมองของจริงเลยละ
เป็นระบบพื้นฐานที่เป็นเสมือนอาจารย์ด้านไฟฟ้า ที่ทำให้เราอยากคิดค้นว่าเดินสายไฟยังไง ให้มันวิ่งสลับ หยุด ลูป ตั้งคิวไฟ เยอะแยะอะ บรรยายไม่หมด

แต่ทั้งหมดทั้งมวลอย่าแบ่งแยกชนชั้นกันดีกว่า เล่นรถไฟเหมือนกัน
มันไม่เกี่ยวกับฐานะ มันเกี่ยวกับคนเรามีความสุขแบบไหนมากกว่า

ในนี้ผม ฐานะยากจนสุดแล้วละ อายุน้อยเกือบสุดด้วย ตอนนี้เหลือรถไฟขบวนเดียวด้วย ขายไปหมดแล้ว ไม่งั้นก็อดตาย
และก็เพิ่งเล่นไม่นานด้วย อาศัยว่านิสัยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ถามไปเรื่อยๆ และอยากตอบคนมาใหม่ที่เขาไม่เข้าใจ ให้มีกำลังใจเล่นต่อไป
ถ้าคนเล่นหายไป คนขายก็หายไป ผมจะไปซื้อรถไฟจากไหนละ สั่งจากเมืองนอกก็ไม่เป็น
พักนี้ พวกก่อกวนมาเยอะจริง แน่จริงคุณมาต่อยกับผมใหม ? 555

โดย: คนังน้อยคอยเพื่อน [28 ส.ค. 55 11:44] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   คห. 17 ครับ

จริง ๆ แล้ว ผมไม่ได้คิดข้ามช๊อตอะไรเลยครับ คำถามที่ถาม เนื่องจากอ่านคู่มือหัวรถจักร แจ้งให้ใช้ไฟสูงสุด 12 โวลต์ แต่พอดูในคอนโทรล มันเขียนว่า จ่ายไฟออก 15 โวลต์ ผมก็เลยกลัว เนื่องจากว่าไม่มีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เคยเรียนมาด้วย เรื่องกระแสสลับ กระแสตรงก็รู้แบบงู ๆ ปลา ๆ ยิ่งเรื่องไฟฟ้า เป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับผมมาก เพราะเคยต่อเครื่องเสียงรถยนต์ด้วยตัวเองสมัยวัยรุ่น (ตามคู่มือ) แล้วมันช๊อตทำไฟไหม้คอนโซลรถของพ่อมาแล้ว ผมจำฝังใจมาจนเดี๋ยวนี้ครับ

ก่อนหน้าที่จะถามนั้น ผมเองก็หาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตมาบ้างแล้ว แต่มันไม่เคลียร์ข้อสงสัย ดังนั้น ผมจึงถามตามที่สงสัย แค่นั้นเองครับ ไม่เคยคิดที่จะไปเล่นระบบดิจิตอลเลย ถ้าไม่เป็นไรก็โอเคแล้วครับ ผมจะได้ระวัง

ขอบคุณทุกท่านครับ
โดย: Dragon [28 ส.ค. 55 13:14] ( IP A:202.29.189.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ แค่นำเสนอความคิดผม ว่าผมเดาความรู้สึกแบบไหนยังไง ถ้าผมเดาผิดก็แล้วไป

เล่นแบบไหนก็ตามแต่ (ดิจิตอล หรือ อานาล๊อค) สนุกไปคนละแบบ มีข้อดีไปคนละด้าน

จุดหมายไม่สำคัญเท่าการเดินทาง จะพังก็อย่าไปกลัว ถึงพังก็ได้เรียนรู้ว่า มันพังยังไง เพราะอะไรถึงพัง (แต่จริงๆแล้ว มันพังยากนะ)

และผมก็นำเสนอว่า แค่หมุนสวิตน้อยๆ ไฟก็ออกมาน้อย จึงไม่จำเป็นต้องทำตัวลดไฟ ประหยัดเงิน และไม่ต้องไปหาช่างมาทำให้ เล่นเองเรียนรู้เอง ไม่อยากให้ช่างมาเล่นแทนฮะ

ผมสนับสนุนความคิดทุกคน และทุกแนวทาง และผมก็นำเสนอความคิดของตัวเอง ซึ่งบ่อยครั้งอาจไม่เหมือนใคร (ถ้าจะคิดให้ได้แบบผม คงต้องผ่านสภาวะจิตไม่ปรกติ เคยเข้าโรงพยาบาลจิตเวข 3ครั้ง)

เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการแสดงความเห็น
เป็นวิจารณญาณของผู้ถาม และผู้เข้ามาอ่านครับ ว่าจะเลือกรับแบบไหน ชอบแบบไหน เชื่อใครดี อยากลองแบบไหน

การนำเสนอความคิด ไม่ควรมองว่าทะเลาะกันสิครับ เถียงกัน ถกกันนี้แหละ บ่งเกิดแห่งความรู้ เพราะมันจะมีหลายด้าน

ท้ายสุด ผมไม่เชื่อครับว่าจะเล่น แบบเดียว สักวันหนึ่งมันจะอิ่มตัวครับแล้วจะข้ามไปอีกอย่าง

หรือถ้าไม่ยอมอิ่มตัว ไม่ยอมข้ามไปอีกอย่าง งั้นผมขอเชียร์ให้ไปหลายๆอย่าง เกิดมาชีวิตเดียว อย่าจมปลักกับสิ่งเดิมๆ เรียนรู้ไปเรื่อยๆครับ ไขว้คว้าหาความสุขเพิ่ม เติมเต็มได้ไม่รู้จบครับ

ถึงผมจะมาในชื่อไหน แต่ "ทั่วผืนปฐพี ไม่มีใครหล่อเกินชายเงาะ" ครับ ใครก้เรียกผมว่า ชายเงาะ ไอ้เงาะ อีเงาะ ยังไงก็ได้ สนุกๆครับ
โดย: ชายเงาะ [28 ส.ค. 55 13:30] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   เสริมนิดหนึ่ง เพื่อความรู้นะจ๊ะ
รถไฟมันระบุมาว่ารับไฟสูงสุด 12V แต่จริงๆมันรับได้เกินนั้นอีกนิดหนึ่ง
แต่เขาก็ระบุไว้ป้องกันการเสียหาย
ยกตัวอย่าง เหมือน ซีพียูคอมพิวเตอร์ อะครับ ที่ระบุ ว่าเร็วเท่านี้นะ แต่เราสามารถ โอเวอร์คล๊อกไปได้อีกนิด ให้เร็วได้อีก จริงมะ

ส่วนอนาล๊อกคอนโทรล มันก็ใส่ไฟเกินมา จาก 12V เป็น 15V ก็เผื่อไว้ให้เราเอาไฟจำนวน V ไปใช้อะไรต่ออีกนิดหนึ่ง ประมาณนั้น

ครั้งแรกที่ผมได้รถไฟ อนาล๊อค มา ผมแกะเป็นชิ้นๆเลยครับ
ดูว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ดูแล้วมันไม่พัง ง่ายๆ ถ้าจะพังก็นานอะ คือจุดที่มันหมุน เสียดสี มันสึกสะมากกว่า
โดย: โธ่ เงาะ เอ็งพุดมากไปแล้ว เขารู้หมดว่ากำมะลอนี่หว่า [28 ส.ค. 55 13:39] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   เชื่อมะว่า เขาระบุว่า รับไฟ 12V เพราะว่า เขากลัวบางคนเอาไฟบ้านไปเสียบครับ เช่น 110V หรือ 220V เด้กบางคนเล่นพิเรน ผู้ใหญ่บางคนก็เซอร์มากๆ ผมคิดว่าแบบนั้น
แต่ถ้า อยู่ในหลัก ไม่เกิน 20V ผมว่าไม่พัง
โดย: อย่านะ เงาะ ใจเย็นๆ [28 ส.ค. 55 13:43] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   เอ๊าา มาต่อโพสให้มันยาวไปเลย ก็แล้วกัน 555

กระทู้มันก็คือ ตัวอักษรเพียงไม่กี่ประโยค คนส่วนใหญ่มักเอาอารมณ์มาผูกกับตัวอักษรทำให้เราไม่ค่อยสบายใจเวลามาอ่าน คุณหม่องอย่าไปซีเรียสเลยครับ คนเราบางทีพิมพ์ไปก็ไม่ได้ตามเจตนาตามอักษร ทำให้มันผิดเพี๊ยนไปบ้าง ที่พูดมาทั้งหมด เพราะผมเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านเว็บไซด์ มาก่อน เจอมาเยอะ หลากหลายอารมณ์เป็นสิบปี

สำหรับเรื่องรถไฟ ก็คงแบบชายเงาะบอกหละครับ เค้าเขียนเตือนไว้แต่จริงๆก็โหลดเพิ่มได้ ตัวอย่างง่ายๆนะครับ รถไฟรุ่นเก่าๆผมก็ อนาล๊อคเกือบหมด จับมา wiring ใส่ Decoder ที่ให้กำลังไฟสูงกว่า แต่มันก็วิ่งได้ดี ไม่มีพัง จะมีก็แต่เรื่องหลอดไฟร้อนเท่านั้น เพราะมันสว่างเต็มที่ แทนที่จะสว่างตามกำลังไฟแบบ อนาลอค

โดย: Nat [28 ส.ค. 55 20:34] ( IP A:58.9.112.59 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   นิยายเรื่องนี้ คิดจากจินตนาการ คิดเป็นเรื่องเป็นราว

วันหนึ่ง นายเงาะ เมายาบ้า ได้คว้าปืนกลบุกไปที่สถานีรถไฟและได้จี้พนักงานขับรถไฟ ซึ่งเป็นขบวนรถไฟ ดีเซล เบนซิน ไฟฟ้า.... รถไฟอะไรก็ได้อะ ที่ไม่ใช่รถไฟเก่าๆเน่าๆ แบบ รฟท
ในขณะนั้นเอง ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ นายเงาะ ขัดขืนการจับกุม จึงสั่งให้ พขร. ขับรถไฟออกไป นายเงาะบอก พขร. ว่า"ขับไปเร็วๆ เร็วสุดเท่าที่จะทำได้" จนถึงความเร็วที่ 100กม./ชม. พขร. หันมาบอกนายเงาะว่า "เร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ นี้เร็วสุดตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านการเดินรถแล้ว" นายเงาะเมายาบ้าอยู่ไม่กลัวตาย และไม่สนใจคำเตือนอะไรทั้งนั้น เอาปืนจี้หัว พขร "เร็วอีก เร็วอีก สุดๆยิ่งกว่าสุดๆเลย" จนวิ่งไปถึงความเร็ว 200กม./ชม

ถ้ามองกันในแบบความเป็นจริง ทางรถไฟก็จะมีทางเลี้ยง ทางโค้ง ทางแยก รถไฟก็จะตกราง ในช่วงทางโค้งแน่ ถ้าไม่ชะลอความเร็ว

แต่นี้เป็นนิยายน้ำเน่า ชายเงาะเลยเสกทางรถไฟให้เป็นทางตรงอย่างเดียว จากกรุงเทพถึงเชียงใหม่เลย เมื่อรถไม่ตกราง แล้วจะเกิดปัญหาอะไรต่อไป...

อันนี้คิดเอาตามแบบเครื่องยนต์ ในรถยนต์นะที่เคยขับเร็วๆ จนรถพัง
1.ฝาสูบโกร่ง 2.แคมชาร์พ ละลาย 3.เพลาขับรูด 4.วาล์วหัวฉีดระเบิด
(ถ้าเป็นเครื่องคาบูลเรเตอร์ เต้านมหนูใหม้ไปเลย (นี้เห็นใหม คนไทยเขามีศัพท์เฉพาะ "เต้านมหนู" "ลูกหมาก" ฯลฯ ที่ฝรั่งฟังแล้ว งง)
แต่เครื่องยนต์รถไฟจริงๆเป็นไงไม่รู้นะ ไม่เคยเห็น

แต่จากปัญหาของการขับรถไฟจริงๆ เร็วเกินกำหนดแบบเวอร์ๆ แบบในจินตนาการนี้ ก็คิดถึงจุดจบได้คร่าวๆประมาณนี้ในสมอง

สมมุติว่า รถไฟขบวนที่ว่านี้ทำความเร็วมาตรฐานที่ 100กม./ชม กินน้ำมันไป กม.ละ 20ลิตร ที่ความเร็ว 5000รอบต่อนาที (จินตนาการมั่วๆเอา) พอทำความเร็วบ้าบอไปที่ 200กม./ชม กินน้ำมัน กม.ละ 40ลิตร เครื่องยนต์หมุนที่ 11000รอบต่อนาที

จากนั้น นายเงาะ ก็ระเบิดตายอยู่ในรถไฟขบวนนั้น (หรือจะแหกโค้งตายก็ได้) ก็ได้มาเกิดใหม่เป็น นางเงาะ

นางเงาะ เกิดระลึกชาติได้ว่า ชาติที่แล้วเราระเบิดตายอยู่ในรถไฟ
ชาตินี้ไม่เอาแล้ว ไม่อยากตายแบบเดิม เลยไปซื้อรถไฟจำลอง ระบบอนาล๊อค มาเล่น

พอเล่นไป เกิดนึกสนุกลอง ขับรถไฟจำลองแบบเร็วๆ เวอร์ๆดูดีกว่า
คอนโทรลอนาล๊อค ระบุไว้ว่าปล่อยไฟสูงสุด 15V ส่วนหัวรถไฟระบุว่ารับไฟ 12V ซึ่งเมื่อรับไฟ 12V จะทำความเร็วคงที่มาตรฐานในการเล่นแล้ว รถไฟจำลองก็จะวิ่ง 100กม./ชม เอา 87 หาร เหลือเท่ากับ 1.49..(เอาเหอะไปคำนวนกันเอาเอง ตามอัตราส่วนขนาดที่จำลองลงมา)
นางเงาะ ก็เลยโอเวอร์ไดรฟ ด้วยการไปหาคอนโทรลอนาล๊อคที่ปล่อยไฟในทรวงให้ได้ถึง 50V แล้วก็บรรจง บิดคอนโทรลราวกับว่าเป็นหัวนมของแฟน รถไฟจำลองขบวนที่ว่าก็วิ่งเร็วจี่ จาก 100กม./ชม หาร87
ไปจนถึง 200กม./ชม หาร 87 แล้วก็บิดอนาล๊อคไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุดยั้ง
แล้วความจริง นางเงาะก็พบว่า เจอทางโค้งอีกแล้ว รถไฟตกรางตั้งแต่ความเร็วไม่เท่าไร ถ้ารถไฟจำลองขบวนนั้น เป็นหัวไอน้ำ ที่มีรายละเอียด ท่อต่างๆ มากมาย นักเล่นรถไฟจำลองแทบใจสลาย เมื่อเจอรถไฟตกราง แล้วชิ้นส่วนดีเทล รอบตัวรถเสียหาย แต่โชคดีที่นักเล่นรถไฟจำลองส่วนใหญ่ ที่เล่นรถไอน้ำ จะให้รถวิ่งช้าๆ เพื่อดูความสวยงามของคันชัก

นางเงาะจึงไปหาเงินมาซื้อรางรถไฟจำลองเพิ่มขึ้น เอารางตรงล้วนๆ ยาว จากกรุงเทพถึงหาดใหญ่เลย คราวนี้นางเงาะ ไม่เจอปัญหารถไฟตกรางแล้ว แต่เมื่อวิ่งด้วยไฟจำนวนมากโวล์ต รถก็ยิ่งเร็วจี่ สิ่งแรกที่นางเงาะพบ คือ หลอดไฟขาด (ถ้าเป็นรถไฟที่ไม่มี ตัวR Reduceไฟก่อนเข้าหลอดไฟ ก็ขาดก่อนแรกเลย แต่ถ้ามี R ก็ขาดอยู่ดี เพราะ เมื่อ R รับไม่ไหวก็ขาดไปด้วยกันแหละ) จากนั้นนางเงาะก็พบว่าเฟืองรูด (ถ้าเป็นเฟืองพลาสติกก็แตก ถ้าเป็นโลหะ ทองเหลือง ก็รูด) แต่นางเงาะไม่ยอมหยุด.. บิดอนาลีอคคอนโทรล ต่อไป ไม่รู้ว่าปล่อยไฟเกินกำหนดไปมากเท่าไรแล้ว แล้วทันใดนั้นเอง รถไฟก็หยุดกิ๊ก (แต่คงไม่ระเบิดมั้ง) นางเงาะก็ดูที่ตัวโครงประธานรถไฟจำลอง (ถ้าเป็นตะกั่ว อาจมีละลายกันบ้างจากความร้อนของมอเตอร์) แล้วไปดูที่ตัวมอเตอร์ แกนหมุนเสียดสีกันจนใหม้ดำ สารหล่อลื่น จารบี ละเหย เหม็นใหม้คละคลุ้งไปทั่ว ลวดที่พันแกนมอเตอร์ โดนหลอมจนขาด นี้เองเป็นที่มาของสาเหตุรถไฟหยุดกิ๊ก แต่นางเงาะก็ยังไม่โยนรถไฟจำลองขบวนนี้ทิ้งไป แต่นำไปตั้งโชว์แทน เพราะนางเงาะรู้สึกว่า ถึงรถไฟคันนี้จะวิ่งไม่ได้แล้ว แต่ภายนอกก็ยังสวยงามในฐานะโมเดลรถไฟ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ เพราะบางทีไม่มีจะเล่น และไม่ได้ทดลองทำจริงๆ แต่ใช้จินตนาการคิดเอา
แม้นางเงาะ จะขับรถไฟจริงไปไม่ถึงเชียงใหม่ เพราะระเบิดก่อน
และไปไม่ถึงหาดใหญ่ด้วยรถไฟจำลอง เพราะมอเตอร์ใหม้ก่อน
แต่ก็ทำให้นางเงาะรู้ว่า เมื่อเครื่องยนต์ใช้งานเกินกำลังจะเป็นอย่างไร
และรถไฟจำลองเสียหายอะไรบ้าง เมื่อรับไฟเกิน แต่รถไฟจำลองก็ทนรับไฟได้มากกว่าที่นางเงาะคิดไว้ แต่ทั้งรถไฟจริงและรถไฟจำลอง
ก็จะเจอปัญหาแรก ก่อนที่มันจะพัง คือมันต้องตกราง ถ้าเป็นรถไฟจริง ตกราง ผู้โดยสารก็บาดเจ็บล้มตาย ถ้าเป็นรถไฟจำลองตกราง ชิ้นส่วน รายละเอียดของตัวรถเสียหาย สูญเสียคุณค่าความสวยงาม ซึ่งนักสะสมรถไฟจำลองหัวใจแทบสลาย
โดย: เงาะ ยาวจังเลย [28 ส.ค. 55 20:54] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   สวัสดีครับ ชายเงาะ
ตอนนี้ยังเล่นรถไฟอยู่อะปล่าวครับ....
ปล.คิดถึงนิดๆ
โดย: ป๋าธง [29 ส.ค. 55 7:50] ( IP A:183.89.4.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   เล่นสิ ป๋า
เหลือ รถไฟบักหมาน 1 ขบวน
กับ รางและคอนโทรล ไฟแมน

แต่มีรถไฟและเมือง LEGO ด้วยนะ เล่นกับพื้นสบายๆ แมวมาถล่ม ก็ต่อใหม่

รอผ่อนรถหมดก่อน ค่อยซื้อใหม่ เหลืออีก 7งวดครับ
โดย: นางเงาะ [29 ส.ค. 55 8:20] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   เออ อย่าลบนะ

ถกเถียงกันด้วย ตัวอักษร จบด้วย ตัวอักษร ผิดตรงไหน?

บางทีมีสาระมากไปก็เครียด ไร้สาระบ้างให้มีความสนุกสนาน
เล่นรถไฟจำลอง ก้เพื่อความสนุกสนานบันเทิงเริงใจไม่ใช่เหรอ?

ความเครียด หรือคิดลึกไปมันก็เกินปัญหา มันอาจคิดไม่ออก สมองตื้อตันไป

ก็ดีกว่าพวกมาตอบกวนๆ ประชด ยุแหย่ หาเรื่องคนอื่น

ที่ชายเงาะ พิมพ์มาทั้งหมด เป็นไปตามนิสัยที่ชอบเขียนเรื่องราวให้มันสนุกๆ เป็นแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครรู้จัก หรือเคยได้อ่านก็น่าจะรู้ คุยกันในเวปบอร์ดแบบนี้ นอกจากการพิมพ์ตัวอักษรลงไป
แล้วทำไรได้อีกละ แล้วจะทำแบบไหนให้สนุก ขบขัน บ้างละ
โดย: โธ่ เงาะ จบเหอะ [30 ส.ค. 55 7:22] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ทำไปทำมา กระทู้ร้อนเป็นหมูกะทะอีกแล้ว อิอิ

แต่สำหรับชายเงาะ ผมก็ชอบอ่านที่เค้าเขียนนะ สนุกดี เป็นสีสรรดีนะผมว่า ส่วนกระทู้ข้อความไหนขัดหูขัดตา ก็แก้ไม่ยาก เลื่อนเม๊าส์ มองข้ามไปดีกว่า

โดย: Nat [30 ส.ค. 55 7:27] ( IP A:58.9.166.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ขอบคุณ พี่ Nat ที่ชอบผม

มี ชายเงาะที่ไหน มีความฮา ความยืดยาว ที่นั้น

นอกจากการเลื่อนเม้าส์ ไม่อ่านมองข้ามไป แบบที่พี่ว่า

ผมขอเสนออีกอย่าง คือแก้ที่ใจ และความคิด

การที่ท่านมาตั้งกระทู้ ถาม-ตอบ ถ้าท่านมีคำตอบอยู่ในใจของท่านแล้ว และไม่อยากรับฟังคำตอบที่มันแปลกแยกแตกต่างจากความคิดของท่าน ผมว่าไม่ต้อง มาพิมพ์เลยดีกว่า
เพราะถ้าท่านพิมพ์บทความลงไปแล้ว มันก็เหมือนเปิดประตูให้คนอื่นมาแสดง-เสนอความคิดเห็น ซึ่งอาจแตกต่างจากความคิดของท่าน
ในสังคมของเรา มีทั้ง คนดี - คนบ้า (ผมอยู่ในประเภทนี้) มีทั้ง คนรู้-ไม่รู้ รู้มาก-รู้น้อย ชอบแบบจริงจังซีเรียส หรือแค่เล่นๆขำๆ ไปวันๆ

มีทั้งสามัญชน ไปจนถึงผู้สูงศักดิ์(อย่างผมเป็นถึง ดยุค ผมยังไปนั่งเล่นปั่นแปะกับกรรมกรได้เลย)

เพราะฉนั้น ควรเปิดใจให้กว้าง รับฟังความคิดเห็น และไม่ควรเสียมารยาทไปต่อว่า ชอบหรือไม่ชอบ อยู่ในใจ ไม่ชอบก็อย่าทำตาม

วกกลับมาที่ คำถามของกระทู้ก็ได้ เรื่อง การรับไฟ V
จขกท เขากลัวว่า จ่ายไฟมากรถไฟจำลองของเขาจะเสียหาย
ความจริง อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ จะทนกระแสไฟได้มาก-น้อย ให้ไปดูที่ความต้านทานไฟฟ้า (ใช่ หน่วยเป็นโอห์ม อะป่าว ช่างไฟมาตอบหน่อย) ซึ่งในความคิดของผม รถไฟจำลองจะเสียหรือไม่ ต้องมาจากการเสียของมอเตอร์ ถ้ามอเตอร์มีความต้านทานไฟน้อย แล้วลวดที่พันในแกนมอเตอร์ มันขาด โดนหลอมละลายใหม้ไป นั้นแหละคือเสีย
แต่ถ้ารับไฟมากไป แล้วแค่หลอดไฟขาด ผมไม่ถือว่าเสีย หลอดขาดก็เปลี่ยนดิครับ แต่รถไฟก็ยังวิ่ง และเล่นได้อยู่

คำถามเรื่องการรับไฟเกิน มันต้องแยกด้วยว่า เป็น อนาลีอค หรือ ดิจิตอล

ถ้าอนาล๊อค มันอึด ถึก ทน รับไฟแรงๆ ได้สบายอยู่แล้ว การบำรุงรักษาง่าย ประหยัดเงินด้วย

ถ้าดิจิตอล ส่วนอื่นๆมันก็ทนเหมือนกันแหละ แต่ส่วนที่เป็นแผงวงจร มันไม่ทน มันใหม้ง่าย ตัววงจรที่เดินก็ขาดง่าย เพราะมันเล็กด้วย
ส่วนใหญ่ก็ซ่อมเองไม่ได้ หาคนทำยากด้วย ก็ต้องเปลี่ยนยกแผงวงจรกันไปเลย

ที่พิมพ์มา มีสาระพอใหม? ผมไม่ชอบสาระอะ ผมชอบขำๆสนุก
คุณอยู่ที่ทำงาน โดนเมียด่าว่าซื้อของเล่นแพงๆ ยังซีเรียสไม่พอเหรอ
ต้องมาหาเรื่องซีเรียสในนี้ต่อใช่ใหม?
โดย: เสียวจังเลย เงาะ [30 ส.ค. 55 9:26] ( IP A:171.99.160.112 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   ขอบคุณมาก ๆ ครับ ได้ข้อมูลที่ต้องการครบถ้วน เลยไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เกรงหัวรถจักรจะพังเท่านั้นล่ะครับ ซ่อมเองก็ไม่เป็น หัวกาโต้ที่รักเสียด้วย

ขอบคุณครับ
โดย: Dragon [30 ส.ค. 55 19:19] ( IP A:202.29.189.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ผมเคยใช้คอนโทรลอนาลอกของยุโรป กับหัวของกาโต้ก็ไม่เป็นไรครับ
รถว่ิงเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ จะมีปัญหาก็ตู้โดยสารนะ ถ้าเราติดไฟในตู้เปิดนานๆ บางตู้หลังคาละลายเลย โดยเฉพาะคอนโทรลดิจิตอล
โดย: Ae 4/4 [30 ส.ค. 55 21:15] ( IP A:27.55.10.112 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน