# พ่อแม่จะเลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นคนดีและมีคุณค่าจากภายใน
   # พ่อแม่จะเลี้ยงลูกอย่างไร ให้เป็นคนดีและมีคุณค่าจากภายใน

วันนี้หมออยากพูดเรื่องเลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นคนดีค่ะ ทำไมน่ะหรือคะ...

เมื่อวานในการประชุมสภา ในตอนหนึ่งนั้น หมอได้ยินว่าท่านประธานสภาที่กำลังทำให้หน้าที่ บอกให้คนในที่ประชุมตั้งใจฟัง "สุภาพสตรีสาวสวย อภิปราย" แม้ว่าจะเป็นการพูดติดตลก แต่การพูดต่อมาของสส.หญิงคนหนึ่งในลักษณะที่ว่า "เรื่องความสวย คงช่วยกันไม่ได้ พอดียังเด็กกว่า ใสกว่า ก็สู้กันนิดนึง หรือฝ่ายค้านว่าดิฉันไม่สวยคะ..." เช่นกันค่ะ คำพูดของสส.หญิงผู้นั้น อาจจะเป็นการพูดติดตลก แต่ความคิดที่ตามมาก็คือ ความกังวลว่า ค่านิยมในการชื่นชมคนที่หน้าตามากกว่าคุณค่าจากภายในนั้น ได้กลายเป็นความคิดที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยและสังคมโลกของเรา

ความคิดเช่นนี้เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะถ้าผู้ใหญ่ยังคิดเช่นนี้ นับประสาอะไรกับเด็กๆที่กำลังโตเป็นผู้ใหญในวันหน้า

เด็กสาวๆหลายคนที่หมอพบ มีความกังวลในเรื่องความสวยงาม ซึ่งเข้าใจได้ค่ะว่าเป็นเรื่องปกติ แต่บางคนหมกมุ่นกับความสวยงามมาก บางคนอยากผอม ไปซื้อยาลดความอ้วนมากิน ซึ่งยาลดความอ้วนบางชนิดทำให้เกิดอาการทางจิตประสาทหลอน ต้องป่วยทางจิตมานอนโรงพยาบาลหลายคน บางคนอดอาหารจนกระทบกระเทือนระบบการทำงานของร่างกาย บางคนขโมยเงินพ่อแม่ไปทำศัลยกรรม เพราะอยากสวยเหมือนดารา

ความสวยเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แต่เราต้องไม่ลืมความงดงามในจิตใจ ซึ่งความดีนั้นเป็นสิ่งที่ยั่งยืนคงทนมากกว่าความสวยภายนอกมากมายนัก

แล้วเราจะทำอย่างไรในการปลูกฝังให้ลูกหลานเป็นคนดี มีคุณธรรม...

1.ในอันดับแรกนั้น พ่อแม่คงต้องมีความเชื่อและศรัทธาในคุณงามความดีก่อน จึงจะเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดีได้

2.เด็กจะประพฤติดี พูดดี ทำดี นั้น ต้องมีจิตใจดี มั่นคง มีความสุข ซึ่งต้องมากจากพื้นฐานความสัมพันธ์ของเด็กและผู้ใหญ่ที่ดูแล หากความสัมพันธ์ดี เด็กรู้สึกได้รับความรักและความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ เด็กจะรู้สึกว่าเขาพึ่งพ่อแม่ได้ พ่อแม่เข้าใจ รักและยอมรับเขา เด็กจะมีความพร้อมในการส่งต่อความรักและความสุขที่เขามีไปสู่คนรอบข้าง

3.เด็กจะเรียนรู้จากแบบอย่างที่เห็น การปฏิบัติต่างๆที่ทำต่อกัน ทำร่วมกัน และสิ่งทีเด็กเห็น ซึ่งมีอิทธิพลต่อเด็กมากกว่าการใช้คำพูดพร่ำสอน

4.ควรปลูกฝังตั้งแต่เด็กยังเล็ก โดยให้เด็กมีมารยาท สอนการอยู่ร่วมกันในสังคม รู้จักไหว้ สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ทำความเคารพผู้ใหญ่ โดยอย่าลืมว่าผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างด้วย

5.สอนให้เด็กเข้าใจความรู้สึกต่างๆ เช่นเวลาที่หกล้มมีความรู้สึกเจ็บ ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการคือเสียใจ ให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน และบอกเด็กว่าคนอื่นๆก็มีความรู้สึกเช่นนี้ ผู้ใหญ่ปลอบโยนเวลาที่เด็กรู้สึกไม่ดี เมื่อมีคนเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกเขา เขาก็จะสามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกคนอื่นๆได้ เป็นจุดเริ่มต้นของความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา

6. เมื่อเขาเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้ เขาก็จะไม่รังแก ไม่แกล้ง ไม่ทำให้ใครเจ็บ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีเมตตากรุณา รู้จักแบ่งปัน การให้และการรับ

7.นอกจากให้ความรักและการดูแล ต้องให้ในเรื่องระเบียบวินัยที่เหมาะสม เด็กต้องรู้ขอบเขตของตนเอง ไม่ใช่อยากทำหรืออย่ากได้อะไรก็ได้หมด เด็กต้องเรียนรุ้ที่จะ รอคอย ยับยั้งชั่งใจ ซึ่งพ่อแม่ต้องฝึกตั้งแต่เล็ก

8.ที่สำคัญต้องทำเป็นแบบอย่าง เด็กจะไม่เรียนรู้หากผู้ใหญ่ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำพูด

สุดท้ายอยากจบด้วยคำกลอนที่ได้ยินมานาน

คนจะงามงามน้ำใจใช่ใบหน้า
คนจะสวยสวยจรรยาใช่ตาหวาน
คนจะแก่แก่ความรู้ใช่อยู่นาน
คนจะรวยรวยศีลทานใช่บ้านโต

ด้วยความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเด็กในวันนี้จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้าค่ะ
โดย: เจ้าบ้าน [21 ส.ค. 56 23:42] ( IP A:58.9.203.37 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน