#ทำอย่างไรดีเมื่อเจ้าตัวเล็กดื้อ ไม่เชื่อฟัง
   #ทำอย่างไรดีเมื่อเจ้าตัวเล็กดื้อ ไม่เชื่อฟัง

วันก่อนที่หมอเพิ่งโพสต์เรื่องพูดกับลูกอย่างไรให้ลูกเชื่อ แต่ก็มีคนสงสัยว่าแล้วถ้าเป็นเด็กเล็กที่อยังพุดได้ไม่เก่ง ฟังเราไม่เข้าใจ พ่อแม่จะจัดการอย่างไร ยิ่งเด็กเล็กๆขวบ สองขวบ กำลังซน ต่อต้าน พอบอกให้ทำแบบนั้น หนูก็จะทำแบบนี้ พอให้ไปแบบนี้ อ้าวจะเอาอย่างนั้น พ่อแม่ปวดหัว กลุ้มใจทำอะไรเหมือนไม่ถูกไปเสียหมด...

เมื่อเจ้าตัวเล็กดื้อ ทำอย่างไรดี? อาการดื้อต่อต้าน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Negativism ถือเป็นสิ่งที่เราเจอได้ในเด็กเล็กอายุประมาณขวบครึ่งถึงสามขวบค่ะ เพราะเป็นช่วงพัฒนาการความเป็นตัวของตัวเอง(Autonomy) เด็กจะอยากทำโนนนี่เอง ดังนั้นเด็กจะเริ่มเถียงในทุกๆเรื่องที่ตัวเองเถียงได้ แม้จะเป็นเรื่องที่เค้าชอบเค้าก็จะพูด "ไม่" ไว้ก่อน แต่จริงๆก็ไม่ได้คิดจะต่อต้านหรือไม่ทำตามจริงๆหรอกค่ะ หาได้ยากมากในเด็กเล็กๆที่จะร่วมมือกับเราไปทุกๆเรื่อง ดังนั้นเราต้องมีวิธีจัดการอย่างเหมาะสมเพื่อให้เด็กผ่านพัฒนาการช่วงนี้ไปอย่างราบรื่น ส่วนใหญ่ถ้าเราจัดการได้ดี เด็กจะต่อต้านเราน้อยลงเรื่อยๆ

1. พยายามไม่เป็นอารมณ์มากเวลาที่เด็กต่อต้าน ให้คิดว่าเป็นช่วงวัยปกติที่เขาจะดื้อ บางครั้งเด็กบอกว่า "ไม่" แต่จริงๆความหมายของเด็กคือ "ต้องทำด้วยเหรอ?" หรือ "แม่หมายความว่าแบบนั้นจริงๆเหรอ" อย่าคิดว่าเด็กที่พูด ไม่ๆ กับเราเป็นเพราะเค้าไม่เคารพเรา มันแค่เป็นช่วงที่เด็กกำลังพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง มองให้เป็นเรื่องขำๆ และท้าทายของเรานะคะ จัดการด้วยความสนุกค่ะ

2. อย่าลงโทษเด็กเพราะเด็กพูดว่า "ไม่" หมอหมายถึงให้ลงโทษในการกระทำมากกว่าคำพูดของเค้า ปล่อยผ่านคำพูด เช่น ไม่เอา ไม่ทำ ของเด็ก ไม่ต้องไปเถียงกับคำพูดเค้า แต่ให้ใช้เทคนิคที่หมอกำลังจะบอกต่อไปค่ะ

3. ให้ทางเลือกกับเด็กเวลาที่เขาดื้อ เป็นทางที่ดีที่สุดในการจัดการกับความอยากเป็นตัวของตัวเองของเขา และเขาก็จะร่วมมือมากขึ้น ยกตัวอย่างการให้ทางเลือก เช่น เลือกว่าหนังสือเล่มไหนที่อยากจะอ่าน ผลไม้ชนิดไหนที่อยากกินเป็นของว่าง อย่ากไปเดินเล่นหรือไปว่ายน้ำ สำหรับเรื่องที่เด็กไม่ชอบทำ เช่นเก็บของเล่นเมื่อเล่นเสร็จ อาจใช้คำถามเช่นว่า "หนูอยากจะช่วยแม่เก็บของเล่นเร็วๆหรือค่อยๆทำจ๊ะ" ทำให้สนุกสนาน เช่น "มาแข่งกันเถอะว่าแม่กับหนูใครจะเก็บของเล่นได้เร็วกว่ากัน" ยิ่งทำให้เด็กรู้สึกว่าเขาได้เป็นคนตัดสินใจเอง เด็กก็จะยิ่งร่วมมือมากขึ้น

4.ในเรื่องที่เป็นเรื่องของกฏระเบียบ ความปลอดภัย เราไม่สามารถให้เด็กเลือกได้นะคะ อะไรที่ต้องทำ ก็คือต้องทำ เช่น นั่งคาร์ซีท ไปโรงเรียน แบบนี้เราต้องบอกไปเลยว่าเด็กต้องทำค่ะ ใช้คำพูดที่อ่อนโยนแต่หนักแน่น เช่น "แม่รู้ว่าหนูง่วงแต่หนูต้องตื่นไปโรงเรียนจ้ะ"

5.ให้เวลากับเด็กเมื่อต้องเปลี่ยนกิจกรรมจากอย่างหนึ่งเป็นอย่างหนึ่ง ถ้าเด็กๆกำลังสนุกและต้องเปลี่ยนไปทำอีกอย่าง เช่น เล่นอยู่แต่ต้องไปอาบน้ำ เราต้องเตือนเด็กล่วงหน้าก่อนสักห้านาทีเพื่อให้เวลาเด็กในการหยุดเล่นไปอาบน้ำ บอกเด็กว่า "แม่รู้ว่าหนูกำลังสนุก แต่หนูคงต้องไปอาบน้ำแล้ว แม่จะให้เวลหนู5นาทีนะจ๊ะ อีกห้านาทีคงจะต้องหยุดเล่น"

6.พยายามมีกฏระเบียบให้น้อยที่สุด เอาแค่ที่จำเป็น ยิ่งกฏกระเบียบยิบๆย่อยๆมาก เด็กจะต่อต้านและทำให้เราขัดแย้งกับเด็กมากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีกฏระเบียบเลยนะคะ นั่นจะเป็นการตามใจเด็กจนขาดการควบคุมตัวเองซึ่งเป็นผลเสียตามมา กลายเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง

7.ผู้ใหญ่พยายามทำเป็นตัวอย่างด้วยการพูดตอบคำขอร้องของเด็กด้วยคำว่า "ไม่" ให้น้อยที่สุด ถ้าติดว่าทำได้ก็ให้ตอบตกลงไปทันที ถ้าคิดว่าเป็นคำขอร้องที่ให้ไม่ได้ อาจใช้คำตอบว่า "เดี๋ยวให้แม่ลองคิดดูก่อนนะจ๊ะ" แล้วเมื่อปฏิเสธก็ต้องบอกเขาถึงเหตุผลว่าทำไมจึงทำตามคำขอของเขาไม่ได้
โดย: เจ้าบ้าน [20 ก.ย. 56 1:38] ( IP A:61.90.125.234 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน