ผลเสียของเกมส์
   ผลเสียของเกมส์
ใครที่เข้าอบรม"ฝึกวิทยายุทธ์ สกัดจุดลูกจอมเฮี้ยว"

ก็จะทราบพัฒนาการเด็กข้อหนึ่งที่ผมย้ำบ่อยๆ
"เด็กอนุบาล ยังแยกจริง และ สมมติ ได้ไม่ดี"

ข้อความข้างล่าง ได้มาจากกระทู้ใน pantip
เกี่ยวกับการเล่นเกมส์ และผลต่อความเข้าใจโลก
เมื่อเด็กอนุบาลเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์
จึงนำมาให้ได้อ่านกัน

ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ แทนพ่อแม่ ที่จะได้อ่าน ไว้ ณ ที่นี้ครับ


...............


อันนี้ผมแปลจากบล็อกญี่ปุ่นมาอีกทีนะ พอดีว่ากำลังแปลงาน หาศัพท์อยู่แล้วก็เจอบล็อกนี้น่าสนใจดี เลยเอามาฝากบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเลี้ยงลูกวัยกำลังโตหลายคน ควรอ่านเลยล่ะครับ

ข้างล่างคือเนื้อหาจากบล็อกที่แปลมาครับ เริ่มละนะ



ขอจั่วหัวเอาไว้ก่อนว่า ผู้เขียนไม่ได้มีอคติหรือจะบอกว่าเกมไม่ดีแต่อย่างใด

ผู้เขียนได้ฟังมาจากแม่ยายที่เป็นอาจารย์สอนเด็กเล็กอีกทีหนึ่ง
เรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเตรียมอนุบาลพักหลังๆ มานี้ คือเรื่องที่เด็กแยกโลกเสมือนไม่ได้
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ชวนขำเอาเสียเลย และจะขอยกตัวอย่างเรื่องที่เกิดขึ้น 2 เรื่องให้ฟัง

เคสที่ 1
มีเด็กคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า “วันนี้เล่นฟุตบอลกับเพื่อน”
แต่ถึงจะเล่าแบบนั้น แต่เสื้อผ้าก็ดูสะอาดไม่ได้มีร้อยเปื้อนเลย แล้วพอถามต่อถึงรายละเอียดก็ได้ความว่า
ที่จริงแล้วเด็กคนนั้นแค่ “ดูเพื่อนเล่น” เท่านั้น
ที่ทำจริงๆก็แค่ส่งเสียงอย่างนั้นอย่างนี้ให้กับเพื่อนที่เล่นบอลจากนอกสนาม แต่สำหรับเจ้าตัวแล้วนั่นแหละคือเขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่(ด้วยตัวเอง)

เหมือนกับว่าเด็กมีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังเล่นเกมฟุตบอลอยู่

พ่อของเด็กคนนั้นเป็นเกมเมอร์ แล้วก็มักจะเล่นเกมกับลูกบ่อยๆ
ดูเผินๆ ก็เหมือนกับพ่อที่เอาใจใส่ดูแลลูกดี
แต่ไม่ทราบว่าอาจจะเป็นเพราะเอาแต่สื่อสารกับลูกด้วยเกมหรืออย่างไร
ความรู้สึกของลูกก็เลยกลายเป็นมาตรฐานแบบเกมไป

อย่างกรณีเกมฟุตบอล ผู้เล่นจะไม่ได้ลงไปวิ่งในสนาม
แต่จะเป็นการบังคับตัวละครนักฟุตบอลผ่านจอ
และถ้าชวนเด็กว่า “เล่นฟุตบอลกันไหม” แล้วกลับกลายเป็นการหยิบจอเกมมาเล่นเกมฟุตบอลล่ะก็
จากมุมมองของเด็กแล้ว จะกลายเป็นว่า “การมองจากนอกสนามก็เป็นการเล่นฟุตบอลเหมือนกัน”

เคสที่ 2
เด็กคนหนึ่งทะเลาะ และทำเพื่อนบาดเจ็บ
อาการบาดเจ็บถึงขั้นเลือดตกยางออก มองเห็นได้จากภายนอก
แล้วเด็กคนนั้นก็ทำท่าทางกดปุ่ม “ปี๊บ” แน่นอนล่ะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วพอทำท่ากดอีกครั้ง ก็แน่นอนอีกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กคนที่ทำเพื่อนเจ็บร้องออกมาว่า “ทำไมถึงไม่หายล่ะ? ก็กดปุ่มรีเซ็ตแล้วนี่”

เกมสมัยนี้มีภาพกราฟฟิกที่สมจริง
แต่การฟื้นพลังนั้นใช้เวลาแค่ชั่วพริบตา แล้วแถมถ้าตายก็กดปุ่มรีเซ็ตไปเริ่มใหม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ด้วย
เด็กที่เห็นแบบนั้นมาจนชินตาก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นแบบนั้นจริงๆก็ได้
แล้วคุณพ่อก็น่าจะเป็นพวกคอเกมที่เล่นแพ้แล้วชอบกดปุ่มรีเซ็ตบ่อยๆ

พอได้ฟังเรื่องแบบนี้แล้วก็รู้สึกค่อนข้างแย่

เมื่อหลายปีก่อนก็มีหัวข้อพูดคุยที่ว่า “ถ้าเล่นเกมมากไปจะทำให้แยกโลกเสมือนกับโลกจริงไม่ออก” ซึ่งเรื่องที่เล่ามา 2 เคสก็คล้ายกับหัวข้อที่ว่านี่ ซึ่ง 2 เคสนี้ต่างก็เป็นเคสที่เด็กไปพบเจอกับโลกเสมือนเข้าซะก่อนก่อนที่จะเจอโลกจริง

หากไม่สอนเด็กว่าอะไรคือโลกจริง เด็กก็จะคิดไปว่าโลกเสมือนนั่นก็คือโลกจริงเช่นกัน
เกมนั้นไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี แต่การปลูกฝังสำนึกรับรู้ผิดๆให้เด็กนั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเกมด้วย

ควรจะสอนเด็กให้แยกแยะว่า อันไหนคือความจริง อันไหนคือการเล่น
โดย: เจ้าบ้าน [12 ต.ค. 56 1:22] ( IP A:58.9.88.51 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน