เป็นแม่..ด้วยหัวใจ(3)
   เป็นแม่..ด้วยหัวใจ(3)

ลูกรักจะเป็นเด็กดีได้ ...เมื่อพ่อแม่มี. "ดี" ให้ตามอย่าง..
:อารมณ์ดี
:มีทัศนคติที่ดี
:น้ำใจดี หนักเอาเบาสู้ อดทนและใจเย็นดี
:เข้าถึงจิตใจลูกได้ดี
:พูดจาดี. สุภาพ มีมารยาทดี
:เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก..

__________________________

“ไล่ลูกออกจากบ้าน..ด้วยอารมณ์"
คุณแม่ที่น่ารักท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า..
เมื่อวาน(หลายวันมาแล้ว) ได้พูดกับลูกสาวอายุ 6 ขวบด้วยอารมณ์ว่า..
“ถ้ายังเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองก็จะไม่ให้อยู่ที่บ้านด้วยแล้ว จะให้ไปอยู่กับคนอื่น หรือไม่ก็ไปเป็นเด็กข้างถนน จะได้ทำตามใจตัวเองได้”
ลูกร้องไห้นานมาก ขณะที่ลูกร้องไห้แม่ก็ตอกย้ำอยู่อย่างนั้น ตกกลางคืนลูกนอนละเมอแล้วร้องไห้..ตอนนี้รู้สึกผิด จะแก้ไขยังไงกับจิตใจของลูกดี

เรื่องการพูดจาในบ้านนี่เคยเล่าหลายครั้งแล้ว..
แต่ครั้งนี้มีเรื่องการ “ไล่ลูกออกจากบ้าน” ผสานมาเพิ่มอีก 1 เรื่อง..จึงขอตอบเรื่องนี้ก่อนละกันนะจ๊ะ

ประเด็นแรก..
แม่ต้องระมัดระวังเรื่องการพูดให้จงดี การที่แม่ดุด่าว่ากล่าวลูกด้วยอารมณ์นั้นแรงมากเกินไปสำหรับลูกวัย 6 ปี..แล้วนี่เป็นลูกสาวที่ถูกแม่ “ไล่ออกจากบ้าน” ด้วย “ยิ่งแรงฝังลึก”..เสียใจซ้ำซ้อน เสียใจแล้ว เสียใจอีก ลูกจึงร้องไห้ไม่หยุด และเก็บเอาไปเพ้อตอนนอนหลับ..ลูงคงเจ็บปวด และเสียใจจริง ๆ นะ

ถามง่าย ๆ ว่า..
ถ้าตอนนั้น..
พอสิ้นเสียงแม่ “ไล่ลูกออกจากบ้าน” แล้ว ลูกเกิดเสียอกเสียใจแล้วออกจากบ้านไปจริง ๆ ..แม่จะทำอย่างไร ลูกเป็นเด็กผู้หญิงด้วยนะ..คิดไหมว่าอันตรายรอบตัวลูกที่มีนั้น พร้อมจะหอบลูกไปจากอกแม่ได้ทุกเมื่อ ดูอย่างพ่อแม่บางคนที่ดูแลลูกอย่างดีซิ..ก็ยังถูกฉกลูกไปต่อหน้าต่อตา

เอาหละ..
ตอนนี้ลูกยังเล็ก..ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ แม่จะดุด่าว่ากล่าวให้เจ็บช้ำน้ำใจมากเท่าไร..ลูกก็ไปไหนไม่รอด จึงต้องทนอยู่ไป..กับแม่ที่อารมณ์ร้ายนี่แหละ

แต่เมื่อไรที่ลูกโตและแข็งแรงพอ พึ่งตัวเองได้แล้ว วันนั้นลูกอาจจะตัดสินใจ “ออกจากบ้าน” ไปจริง ๆ..แล้วแม่จะทำอย่างไร
ในสังคมทุกวันนี้ เด็กวัยรุ่นสาว ๆ ตกเป็นเหยื่อการเอาเปรียบและล่วงละเมิดจากผู้ชายไม่เว้นแต่ละวัน

เรื่องนี้ต้องแก้ที่แม่..
เรื่องที่ต้องแก้และหยุดให้ได้อย่างเร่งด่วน คือ อารมณ์และคำพูดที่รุนแรงของแม่
แม่ต้องหยุดอารมณ์ตัวเองให้ได้ ยั้งปากรั้งคำพูดร้าย ๆ ของตัวเองให้ได้..ต้องฝึกใจให้เย็นลงให้ได้

แม่บอกว่า..
พ่อคนแม่คนที่จะบ่มเพาะให้ลูกได้ดีนั้นต้องมี"ดี"อยู่บ้าง
อารมณ์ดี..
พ่อแม่ต้องดูแลและควบคุมคุณภาพของอารมณ์ให้ "คงเส้นคงวา" ต้องดีคงเส้นคงวานะ ไม่ใช่ขุ่นอยู่ร่ำไป ต้องมี "อารมณ์ดีคงที่" ไม่ใช่แกว่งไปตามแรงกระทบ สุขมากระทบก็เพริด ทุกข์มากระทบก็เตลิด..ต้องอารมณ์ดี แจ่มใสและเบิกบานอยู่เป็นนิจ

มีทัศนคติที่ดี..
ต้องหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดดี ทำดี สุขภาพจิตจะได้ดี มีอารมณ์ขัน อย่าทำเป็นคนแบกโลก แบกทุกอย่างไว้บนบ่า ต้องหัด "เบาให้เป็น เย็นให้ได้" อย่าเป็นคนที่แบกทุกข์เข็ญ ..อย่าเป็นคนแบกโลก ที่สำคัญ คือ ต้องไม่เป็นคนอาฆาตมาดร้าย ประเภทไม่อาฆาตแต่ "จำแม่น" ก็ไม่ได้

จะสุขจะทุกข์ต้องให้ลูกได้..
ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะใด ทุกข์สุขแค่ไหน แต่เมื่ออยู่กับลูกต้อง "ให้" ลูกได้ทั้งให้ความรัก ให้น้ำใจ ให้เวลา และให้ปัญญา อย่าเอาสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นตัวกั่นขวางการทำหน้าที่พ่อ บทบาทแม่ เพราะเป็นภารกิจที่ไม่สามารถลาออกได้ เหนื่อยได้ ทุกข์ได้ ท้อได้ พักได้ แต่ "ถอยไม่ได้" ต้องเดินหน้าต่อไป

ต้องเข้าถึงจิตใจลูก
อ่านลูกให้ออก ต้องรู้จักนิสัยลูก รู้ว่าลูกชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ช่วงไหนต้องเสริมอะไร จังหวะไหนต้องใส่อะไร..อย่างถูกตามวัย เหมาะตามกาลเทศะ และมีวินัย

ต้องเป็นคนที่พอใจในทุกอย่างที่ทำ ที่มี และที่เป็น..
อย่าเป็นคนมักได้ใคร่เอา อยากทำ อยากได้ อยากมี อยากเป็นในสิ่งที่เกินวัยที่จะทำ ที่จะได้ ที่จะมีและที่จะเป็น ต้องยอมรับให้ได้ว่าของบางอย่าง เราจะมี ณ ตอนนี้ไม่ได้ ถ้ามีก็ต้องเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนคนอื่น หรือของบางอย่างต้องรอเวลา เพราะถ้าอยากได้ตอนนี้ ต้องแบกต้องหามภาระมากกว่าที่จะรับไหว..อาจตายกลาง"อยาก" เอาได้ง่าย ๆ

ต้องเป็นคนที่มีมารยาทดี มีวาจาไพเราะ จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกดีตาม
รูปแบบการใช้ชีวิตต้องละเอียด หยาบ ๆ โหย่ง ๆ เร็ว ๆ ล่ก ๆ ลวก ๆ ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นลูกก็จะเป็นตาม ที่อยากบอกมากที่สุด คือ การใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้น "การแต่งตัว" ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และต้งใส่ใจ ถ้าพ่อแม่ออกแนวโป๊เปลือย วับ ๆ แวม ๆ จะสอนให้ลูกมิดเม้น แต่งตัวมิดชิดก็ลำบาก เมื่อพ่อแม่เปิดเนื้อเปิดตัวนำ ลูกก็เปิดตาม นี่และหนทางที่จะนำไปสู่การถึงเนื้อถึงตัว กระทั่งเสียเนื้อเสียตัว เพราะลูกยังอ่อนวัย ด้อยประสบการณ์..รู้ไม่เท่าทันคนที่มันจ้องจะ "เอา" หรอก

ถ้าแม่ดีนำ..ลูกจะดีตามได้ไม่ยาก
รักแม่เป็นที่สุด

โดย: เจ้าบ้าน [16 ต.ค. 56 1:29] ( IP A:115.87.164.117 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ฟังลูก..ด้วยหัวใจ
สังเกตสัญญาณ ..ขอความช่วยเหลือจาก...ลูก
ช่วยลูกแก้ปัญหา.....อย่างถูกวิธี

เมื่อลูกพบปัญหาและอุปสรรคใด ๆ ก็ตาม แม่ต้องเป็นหลักใจให้ลูกได้ยึด
เมื่อความรู้สึกของลูกล้มเหลว..แม่ต้องเป็คนกอบเกื้อเอื้อหนุนให้ลูกยืนขึ้นมาให้ได้

ถ้าลูกปกป้องตัวเองไม่ได้..แม่ต้องชี้แนะแนว แล้วให้ลูกลองลุกขึ้นมาปกป้องตนเองก่อน ต่อเมื่อไม่ได้จริง ๆ แม่นั่นแหละที่จะเข้าไปจับมือลูก ให้ลงมือทำไปพร้อม ๆ กัน จนกว่าความมั่นใจของลูกจะกลับฟื้นคืนมา

_______________________

“ลูกเป็นเด็กหลังห้อง”
แม่ที่น่ารักท่านหนึ่งปรึกษาว่า ลูกชายอายุ 6 ขวบกว่า เรียนอยู่ชั้น ป.1 ตอนเปิดภาคเรียนลูกนั่งเรียนอยู่กลางห้อง แต่เพราะลูกไปตีเพื่อน จึงถูกย้ายกลายเป็นเด็กหลังห้องมาโดยตลอด แม่ไม่อยากมีเรื่องราวจึงปล่อยไปเพราะคิดว่านั่งตรงไหนก็ได้..ไม่เป็นไร

แต่ที่เป็นปัญหา คือ..
ลูกไม่ยอมเขียน ไม่ยอมจดข้อความที่ครูเขียนบนกระดาน ทำงานที่ครูมอบหมายเสร็จหลังเพื่อนทุกครั้ง บางครั้งนั่งทำงานจนข้ามคาบเรียนไปวิชาอื่น ครูมาจี้พร้อมบอกว่าถ้าไม่ทำงานที่ครูสั่ง จะให้กลับไปเรียนอนุบาล 3 ลูกจึงทำยอมทำจนเสร็จ..เป็นอย่างนี้ประจำ

ตอนนี้..ลูกกลายเป็นคนผิดประจำห้อง บางครั้งเล่นกับเพื่อน ด้วยความซน ก็อาจมีกระทบกระทั่งเพื่อนบ้าง ตอนเย็นไปรับลูก จะมีเพื่อน ๆ ของลูกมาฟ้องแม่ประจำว่า ลูกทำเพื่อนคนนี้บ้าง คนโน้น

ครูเล่าให้ฟังว่า..
เวลาอยู่ในห้องลูกจะชอบนั่งเหลาดินสอ หรือหั่นยางลบเป็นประจำ จนทำให้แม่เครียด เพราะตอนนี้ลูกกลายเป็นตัวตลกของห้องไปแล้ว..สงสารลูกมาก ตอนนี้กลุ้มมากเลย

แต่ตอนอยู่บ้าน ลูกชอบอ่านหนังสือ..อ่านได้ เขียนได้ พอแม่อ่านหนังสือนิทานลูกจะวิ่งเข้ามาหาทันที ให้เล่นเกมพวกเชาว์ปัญญา วาดรูประบายสีลูกก็จะนั่งได้เป็นชั่งโมงเลย บางครั้งจะมาขอเล่นเองด้วย ลูกชอบภาษาอังกฤษมาก..ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเด็กสมาธิสั้น

เรื่องนี้..คนที่น่าเห็นใจที่สุด คือ ลูกชาย
ลูกกำลังส่งสัญญาณว่า “ขอที่คืน”
การที่ลูกเคยเป็นเด็กกลางห้อง แต่ต้องกลายเป็นเด็กหลังห้อง..ลูกไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นหรอก อย่าลืมนะว่าลูกอายุแค่ 6 ปีเท่านั้น..จะให้มาเข้าใจอย่างที่ผู้ใหญ่เข้าใจ..ไม่ได้

เรื่องนี้ลูกยังเล็กจึงดูแล และปกป้องตัวเองไม่ได้
แม่ต้องเป็นคนดูแลและปกป้องลูก แต่ต้องทำอย่างไม่เสียกิริยา..เรียกร้องอย่างพอเหมาะ พอควร..ด้วยเหตุ ด้วยผล ที่สำคัญ คือ จะทำอะไรก็ตาม ต้องทำอย่างพ้นจากอารมณ์ขุ่น ปราศจากอารมณ์เคือง

เด็กทุกคนอยากเป็น “เด็กในสายตา” ทั้งนั้น ไม่ว่าจะในสายตาครู หรือสายตาพ่อแม่
ยิ่งเด็กวัยประถม..อายุ 6 - 12 ปีนี่นะ “รักครู” มาก ๆ ครูให้ทำอะไร เด็กแทบจะถวายหัวทำให้ เพียงเพื่อเอาอกเอาใจครู อยากเป็นคนที่ครูรัก อยากเป็น “เด็กในสายตาครู” ..
การที่ครูให้เด็กไปอยู่หลังห้อง จึงเป็นการทำร้ายเด็กอย่างรุนแรงโดยที่ครูไม่รู้ตัว

จริง ๆ แล้ว..
ครูควรเป็น “ผู้จัดการห้องเรียน” เป็นคนดูแลกฏกติกาของห้องเรียน เป็นคนที่ต้องอบรมบ่มสอนเด็ก
เมื่อเด็กทำผิดคิดพลาด ครูต้องสอนด้วยท่าทีที่สุภาพ อย่างเข้าอกเข้าใจ ให้โอกาสและอยู่ข้างเด็กทุกคน ไม่ใช่ไล่เด็กที่ทำผิดคิดพลาดให้ไปไกล ๆ ตัว

นี่คือจุดที่น่าห่วงใยครูไทยทั่วประเทศ
เด็กเรียนดี เด็กเรียบร้อยมักเป็น “เด็กในสายตา” ของครูตลอดมา เพราะครูส่วนใหญ่ รักเด็กที่เรียนดี รักเด็กที่เรียบร้อย..อยากสอนแต่เด็กเก่ง ๆ ที่มีทุนทางชีวิตดีอยู่แล้ว ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ ครูไม่จำเป็นต้องพะเน้าพนอมาก..เพียงให้ความสนใจในระยะที่พอสมควร เด็กกลุ่มนี้ก็ไปได้ เรียนได้ และเรียนดีแล้ว เพราะมีความพร้อมเป็นพื้น
และครูส่วนใหญ่นี่แหละ มักปฏิเสธที่จะสอนเด็กเรียนช้า เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม เมื่อปฏิเสธแล้วก็เลยดูแลอย่างห่างเหินเมินหมาง ทั้ง ๆ ที่ควรจะดูแลอย่างใกล้ชิด ดูแลอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยความเมตตา อย่างรักใคร่ ด้วยความใยดี ทำทุกวิถีทางในเชิงบวก ให้เด็กที่ทีความพร่อง ให้มีความพร้อม เพื่อที่จะสร้างทุนทางชีวิตให้เด็กมมากขึ้น และให้ดีพอ ๆ กับเด็กกลุ่มที่เก่ง กลุ่มที่ดี
เด็กที่ถูกหมายหัวว่า เรียนไม่ดี เกเร ขี้เกียจ และพฤติกรรมไม่ดีในสายตาครูจึงเป็น “เด็กนอกสายตา”ของครูตลอดมา..

แม่คงต้องขอพบและพูดคุยกับครู ว่า..
1. “ขอที่คืนให้ลูกเถิด”..อย่าทำร้ายเด็กอย่างนี้เลย
ลูกส่งสัญญาณมานานแล้วว่า “ไม่ยอมรับการสูญเสีย” ที่นั่งของตน
สัญญาณที่ชัดเจนแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่ “ไม่ธรรมดา” เช่น ไม่ยอมเขียน ไม่ยอมจดข้อความที่ครูเขียนบนกระดาน ทำงานที่ครูมอบหมายเสร็จหลังเพื่อน ทำงานช้า ชอบนั่งเหลาดินสอ หรือหั่นยางลบ

เรื่องอย่างนี้..
ครูแก้ไขได้โดยให้เด็กอยู่ใกล้ ๆ ตัว ไม่ใช่ผลักเด็กออกจากอก
ครูต้องให้เด็กอยู่ในสายตา ให้เด็กมาเป็นผู้ช่วยหยิบนั่น ทำนี่ ดูแลเพื่อน ๆ ในบางเรื่อง..หรือทำอะไรก็ได้ที่ต้องอยู่ใกล้ ๆ ครู

เมื่อเด็กได้ที่นั่งคืน ได้ใกล้ชิดครู ได้ช่วยเหลือครู ได้ดูแลเพื่อนและกลับมาเป็น “เด็กในสายตาครู” เด็กจะดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

2.ขอร้องครูอย่าขู่เด็กเป็นอันขาด
ลองนึกดูดี ๆ นะว่า ถ้าคนที่เราไม่รู้จักมาบอกให้เราไปห่าง ๆ เราอาจจะแปล๊บ ๆ ที่ความรู้สึก แล้วก็จางคลายหายไป เพราะคน ๆ นั้นมีค่าเพียง “คนที่ไม่รู้จัก”
แต่ถ้าคนที่เรารัก มาไล่ให้เราไปห่าง ๆ นี้ มันสุดแสนจะเจ็บปวดนะ เจ็บปวดมากด้วย เพราะเขามีค่าแห่งการเป็น “คนที่รัก”

ส่วนเรื่องแก้ไขพฤติกรรมที่เล่นกับเพื่อนแรงไปนั้น เชื่อว่า เมื่อเด็กกลับมาเป็นคนในสายตาครูเมื่อไหร่..เมื่อนั้นพฤติกรรมนี้จะค่อย ๆ ลดลงและหายไป โดยที่ครูต้องสร้างกติกาว่า เล่นกับเพื่อนได้..แต่ต้องทำตามกติกา 3 ข้อ คือ
1.การเล่นนั้นต้องไม่ทำร้ายตัวเอง..ไม่ทำให้ตัวเองได้รับความเจ็บปวดหรือเสียหาย
2.การเล่นนั้นต้องไม่ทำร้ายคนอื่น..ไม่ทำให้คนอื่นได้รับความเจ็บปวดหรือเสียหาย
3.การเล่นนั้นต้องไม่ทำร้ายสิ่งของ..ไม่ทำให้สิ่งของได้รับความเสียหาย

ที่สำคัญที่สุด คือ..
ต้องรีบดึงพฤติกรรมของลูกออกจากการนั่งเหลาดินสอ หรือหั่นยางลบโดยเร็ว..อย่าให้ลูกอยู่ในภาวะอย่างนี้นาน ๆ ..มันไม่ดี

พฤติกรรมอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่า ลูกกำลังเครียด ซึ่งความเครียดนอกจากจะทำให้สมองเด็กเรียนรู้ช้าหรือเรียนรู้ไม่ได้แล้ว ยังทำร้ายจิตใจ และการสนใจใฝ่รู้ของเด็กอย่างรุนแรง แม่ต้องบอกให้ครูเบี่ยงเบน ดึงความสนใจของเด็กออกมาให้ได้ ให้ทำกิจกรรมใด ๆ ก็ได้ที่ไม่ทำให้ลูกต้องมานั่งเจ่าจุก..เครียดและเคว้งคว้างทางความรู้สึก อยู่อย่างนี้

ขอย้ำว่า..
เด็กวัยนี้ “รักครู” มาก ดังนั้นครูจึงต้องใช้ความรักมาแก้ปัญหา ไม่ใช่ตำหนิ กล่าวโทษ หรือบ่นก่นว่าเด็ก เพราะจะยิ่งทำให้เด็กรู้สึกผิด..จึงแสดงออกด้วยการไม่ทำอะไรเลย..อย่างนี้ไง

แม่สอนเสมอว่า..
เมื่อลูกพบปัญหาและอุปสรรคใด ๆ ก็ตาม แม่ต้องเป็นหลักใจให้ลูกได้ยึด
เมื่อความรู้สึกของลูกล้มเหลว..แม่ต้องเป็คนกอบเกื้อเอื้อหนุนให้ลูกยืนขึ้นมาให้ได้

ถ้าลูกปกป้องตัวเองไม่ได้..แม่ต้องชี้แนะแนว แล้วให้ลูกลองลุกขึ้นมาปกป้องตนเองก่อน ต่อเมื่อไม่ได้จริง ๆ แม่นั่นแหละที่จะเข้าไปจับมือลูก ให้ลงมือทำไปพร้อม ๆ กัน จนกว่าความมั่นใจของลูกจะกลับฟื้นคืนมา

แม่สอนลูกจึงรู้
แม่ทำให้ดูลูกจึงเห็น..แล้วทำด้วยตัวเองเป็นอย่างคำแม่สอนสั่งให้อยู่อย่างมีความสุข
รักแม่เป็นที่สุด

โดย: เจ้าบ้าน [16 ต.ค. 56 1:34] ( IP A:115.87.164.117 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน