#ความรักกับวัยรุ่น#
   #ความรักกับวัยรุ่น#

หลายคนคิดว่าความรักของวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ฉาบฉวย รักง่ายหน่ายง่าย เดี๋ยวก็คงเบื่อๆ กันไปเอง ก็ต้องยอมรับว่าจริงส่วนหนึ่งค่ะ แต่ลองมองในชีวิตจริงของเราก็จะพบว่าเพื่อนบางคนของเราเป็นแฟนกันมาตั้งแต่ม.ต้น บางคนม.ปลาย บางคนตอนเริ่มเข้ามหาลัยใหม่ ๆ เป็นแฟนกันมาเรื่อย ๆจนในที่สุดมาสร้างครอบครัวด้วยกันก็มี แต่ในฐานะคนเป็นพ่อแม่คงยังไม่อยากให้ลูกคิดไกลขนาดนั้น ถ้าลูกเรากำลังมีความรัก เราควรทำอย่างไรดี

1. ต้องเข้าใจว่าการมีความรักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของพัฒนาการของวัยรุ่นค่ะ ความรักหรืออาการแอบปิ๊งมีหลากหลายรูปแบบ และไม่จำเป็นที่ว่าจะต้องลงเอยด้วยการเป็นแฟนกันเสมอไป เช่น บางคนแอบชอบดาราเกาหลี ดาราไทย เป็นแฟนคลับ add facebook, instragram หรือ line ชองดาราที่ชอบ หรือบางคนชอบ รุ่นพี่ที่เป็นนักกีฬา รุ่นพี่ที่เรียนเก่ง รุ่นน้องที่เป็นเชียร์ลีดเดอร์ รุ่นน้องที่ถือป้ายงานรร. ฯลฯ ประเภทแบบแอบปิ๊งนี้ส่วนมากไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ จัง ๆ ค่ะ แค่แอบชอบหรือแอบมองเฉยๆ ถ้าใจกล้าหน่อยก็อาจจะไปขอ add line add facebook chat กัน แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยก็มักจะจบกันไป

2. สัญญาณอะไรที่บอกว่าลูกเราเริ่มน่าจะมีใครมาคบจริงจัง ลูกอาจจะมีของกลับมาบ้านบ่อย ๆ หรือขอเงินเพื่อไปซื้อของ หรือทำของประดิษฐ์น่ารักบ่อย ๆ นั่งคุยโทรศัพท์นาน ๆ เกือบทุกวัน นั่ง chat นาน ๆ อยู่กับคนคนเดียวเป็นประจำเวลาเดิมๆ นั่งคิดอะไรอยู่คนเดียวบ่อย ๆ ขอออกไปเที่ยว ข้างนอก ใช้เงินเปลืองขึ้น มาถึงตรงนี้เราคงต้องเริ่มคุยกับลูกแล้วล่ะค่ะ

3. การคุยกับลูกต้องเน้นว่าคุยนะคะ ไม่ใช่ซัก เพราะถ้าเริ่มต้นด้วยการซัก เช่น ใครเหรอ คบกันมานานหรือยัง เรียนอยู่สายอะไร บ้านอยู่ที่ไหน ถ้าเริ่มแบบนี้ส่วนมากการคุยก็มักไม่ไปถึงไหน แล้วมักจะจบลงด้วยเด็กหงุดหงิดแล้วเดินหนีเราไป บรรยากาศในการคุยก็ต้องดีค่ะ อาจจะต้องเลือกช่วงจังหวะเวลานิดหน่อย เช่น หลังอาหารเย็น หรือวันหยุดที่พักผ่อนอยู่บ้านด้วยกัน อาจเริ่มต้นด้วยคำถามประมาณว่า สังเกตว่า ช่วงนี้ลูกดูมีความสุขดีจัง มีอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า หรือ ช่วงนี้เห็นมีแต่คนให้ของลูก มีอะไรพิเศษรึเปล่า? ควรฟังเค้าเล่าถ้าเค้าเริ่มเล่ามากกว่ารีบใส่คำถามหรือรีบสอนค่ะ เพราะจะทำให้บทสนทนาจบเร็วแล้วเราก็จะไม่ได้รายละเอียดเกี่ยวกับคนพิเศษของลูก การคุยกันอาจจะมีแหย่กันบ้างแต่ควรจะเป็นการแหย่เพื่อนำไปสู่เป้าหมายคือ ชักชวนให้เค้าพาคนพิเศษของเค้ามาให้เรารู้จักบ้าง ช่น สงสัยเหมือนกันแฮะว่าเรารสนิยมดีขนาดไหน? ไม่รู้ว่าจะรสนิยมดีเหมือนพ่อรึเปล่านะ? แม่ว่างานวันเกิดปีนี้กินกันที่บ้านก็ดีนะหนูจะได้พาเพื่อนมาเที่ยวบ้านบ้าง หรือเสาร์นี้ไม่ต้องออกไปทำงานบ้านเพื่อนหรอก พาเพื่อนมาบ้านเราบ้างก็ได้นะแม่ว่า

4. ถึงตอนนี้ก็อาจจะเริ่มแนะนำเค้าบ้างได้แล้วค่ะ ที่ให้แนะนำทีหลังเพราะอยากให้เราเข้าใจเรื่องราวของเค้าก่อน ส่วนหนึ่งเราจะได้แนะนำให้ถูกต้องด้วย และส่วนหนึ่งถ้าเราฟังเค้าแต่แรกเวลาเค้ามีเรื่องอะไรภายหลังกับเรื่องแฟนเค้าจะได้วางใจที่จะมาคุยกับเราค่ะ ส่วนมากเรื่องที่เราเป็นห่วงลูกก็คงไม่พ้นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อาจใช้วิธีนี้แนะนลูกก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นลูกชาย แม่เข้าใจนะว่าลูกคงชอบเค้ามากแหละ แต่แม่อยากบอกว่าแม่ห่วงลูกนะ ไม่อยากให้ลูกอยู่กับคนพิเศษของลูกตามลำพัง เพราะการที่อยู่ด้วยกัน 2 คน อาจจะทำให้อารมณ์รักพาไป จนทำให้ผู้หญิงเค้าเสียหาย แม่คิดว่าลูกคงไม่อยากให้คนพิเศษของลูกต้องเดือดร้อนเพราะลูก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา พ่อแม่ของเพื่อนลูกเค้าคงไม่ชอบใจ ถ้าคนที่รร.รู้เค้าคงเสียชื่อเสียง หรือถ้าพลาดเค้าท้องขึ้นมาเค้าคงต้องออกจากรร. แม่เชื่อว่าลูกคงไม่อยากทำลายอนาคตคนพิเศษของลูก บางทีถ้าเด็กมีคำถามหรือความสงสัยปิดโอกาสให้เค้าถามเลยค่ะ เพราะบางทีเด็กมักมีความเชื่อที่ผิด ๆ เช่น ครั้งเดียวไม่ท้อง ครั้งแรกไม่ท้อง หรือนับวันแล้วไม่ท้อง หรือเค้า 2 คนคงไม่ใช่คู่ที่โชคร้ายที่จะท้องขึ้นมา ตรงนี้ต้องแก้ไขความเชื่อให้ลูกด้วยนะคะ ลูกสาวก็แนะนำเหมือนกันค่ะ เรื่องการอยู่ตามลำพังกับคนพิเศษ รวมถึงเรื่องความเชื่อเรื่องการพิสูจน์ความรักของฝ่ายชายด้วยการขอมีเพศสัมพันธ์ ตรงนี้ต้องแก้ความเชื่อให้ลูกด้วยนะคะ

การคุยกันทั้งหมดในข้อ 3 และ 4 ไม่จำเป็นต้องทำให้จบรวดเดียวในวันเดียวนะคะ โดยเฉพาะในข้อ 3 เพราะถ้าบ้านเราไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องนี้อาจทำให้ลำบากในการเริ่มคุย ก็อาจจะต้องค่อย ๆ เจาะไปค่ะ สำคัญคือเราควรจะรู้จักคนของเขาด้วย เพื่อที่เราจะได้ดูแลทั้งลูกเราและลูกเค้าให้อยู่ในสายตาของเรา เพื่อช่วยทำให้การชอบกันและการเรียนรู้ซึ่งกันและกันของพวกเค้า อยู่ในขอบเขต และในสายตาของเราค่ะ

# คำแนะนำนี้สำหรับเด็กวัยรุ่นที่เป็นแฟนกันแบบเด็ก ๆ ที่รร. นะคะ ไม่รวมถึงการที่ลูก chat หรือเป็นแฟนกับคนใน social network นะคะ แบบนี้ค่อนข้างอันตรายค่ะ กรณีนี้ต้องเด็ดขาดกับลูกค่ะ ห้ามลูกติดต่อ และห้ามลูกไปพบคนในที่ chat ใน social network เด็ดขาดค่ะ

@หมอมินอินเตอร์@
cr. เพจ ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย
โดย: เจ้าบ้าน [24 พ.ค. 56 22:09] ( IP A:58.11.40.24 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน