วิธีแก้อาการ "คันเครา" ความลำบากของคุณผู้ชาย
   

 

มีผู้ชายหลายๆ คนที่มักจะชอบไว้เครา จัดแต่งให้สวยงาม และดูแลความสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากการไว้เคราถือเป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่แม้จะรักษาความสะอาดมากขนาดไหน อาการคันเครา ก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอ แล้วถ้าหากเหล่าคุณผู้ชายเกิดอาการคันเครา จะต้องจัดการอย่างไรดี ทาง Hello คุณหมอ มีเรื่องนี้มาฝากกัน

 

อาการคันเครา เกิดจากอะไร?


ไม่ว่าคุณจะมีหนวดเคราขึ้นเป็นครั้งแรก หรือมีหนวดเครามานานแล้วหลายปีก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อมีขนขึ้นบนใบหน้าแล้วจะเกิดอาการคัน อาการคันที่เกิดขึ้นบางครั้งอาจจะไม่รุนแรงและบางครั้งคุณแทบจะไม่สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ แต่อาการคันเคราสามารถทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึก หรือทำให้เสียสมาธิได้

เคราที่ขึ้นบนใบหน้านั้นไม่เหมือนกับผมบนศีรษะ เครามีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ผมแอนโดรเจน (Androgenic Hair)” เนื่องจากมันมีการเจริญเติบโตมาจากฮอร์โมนเพศชาย เมื่อฮอร์โมนเพศชายมากขึ้นก็จะทำให้เส้นขนเหล่านี้เจริญเติบโตและหนาขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้คุณจึงต้องดูแลเคราให้ดี แต่การดูแลเครานั้นจะมีวิธีการดูแลแตกต่างจากขนอื่นๆ บนร่างกาย

นอกจากนั้นยังมีสาเหตุบางอย่างที่อาจทำให้เกิดอาการคันเครา ซึ่งอาจร้ายแรงและอาจต้องได้รับการรักษา ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการคันเครา ได้แก่

* ปลูกหนวดบนใบหน้า


กระบวนการปลูกหนวดเคราอาจทำให้เกิดอาการคันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการเจริญเติบโตของเส้นผมและรูขุมขนด้วย เมื่อคุณโกนขน ขอบที่แหลมคนก็จะยังคงอยู่ภายในรูขุมขน เมื่อขนยาวขึ้นขอบที่แหลมคม สามารถขูดรูขุมขนและทำให้เกิดอาการคันได้

หากผู้ที่เคยโกนหนวดเคราเป็นประจำ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างกว้างขวางของรูขุมขน ซึ่งส่งผลทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและคันมาก

* ผิวแห้ง


ผิวแห้งหรือที่รียกอีกอย่างว่า “ซีโรซัส (Xerosis)” อาจเกิดจากสภาพอากาศที่แห้ง เย็น หรือการแช่ผิวของคุณในน้ำร้อน โดยพาะอย่างยิ่งในระหว่างการอาบน้ำ สระผม ถูสบู่ ซึ่งความมันนั้นจะถูกชะล้างออกไปตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผิวแห้ง และทำให้คันหนวดเคราได้

ผิวแห้งหรือผิวที่หนานั้น อาจเนื่องมาจากโรคผิวหนังอิคไทโอซิส (Ichthyosis) ซึ่งได้แก่ โรคเกล็ดปลา โรคเกล็ดงู ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม นอกจากนั้นโรคที่สภาพผิวไม่ปกติ เช่น โรคสะเก็ดเงิน และโรคเรื้อนกวางก็ยังสามารถทำให้ผิวของคุณแห้งเป็นประจำ จนส่งผลทำให้เคราของคุณเกิดอาการคันได้

* ขนคุด


ขนคุดจะเกิดขึ้น เมื่อขนที่โกนหรือตัดออกไปงอกกลับเข้าไปในรูขุมขนแทนที่จะหลุดออก ทำให้รูขุมขนอักเสบและเกิดอาการคัน อาการนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีขนหยิก และผิวตึงได้มาก คุณจะสังเกตเห็นขนคุดได้ก็ต่อเมื่อรูขุมขนเริ่มมีสีแดง เป็นตะปุ่มตะป่ำ คัน และบางครั้งก็เกิดอาการเจ็บปวดบริเวณที่คุณโกนขนด้วย

*รูขุมขนอักเสบ


รูขุมขนอักเสบ เกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนที่มีขนของคุณอักเสบนั่นเอง การอักเสบนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือปรสิต นอกจากนั้นขนคุดก็ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนอักเสบได้ เมื่อรูขุมขนของคุณอักเสบที่บริเวณเครา มันจะมีลักษณะเป็นสีแดง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ และอาจกลายเป็นแผลพุพองที่มีหนองได้

* โรคขนคุดอักเสบ (Pseudofolliculitis Barbae หรือ PFB)


โรคขนคุดอักเสบ คือ การอักเสบที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นขนบนใบหน้างอกออกมาจากรูขุมขน แต่มันกลับโค้งกลับเข้าไปในผิวหนัง แทนที่มันจะงอกออกมาให้พ้นผิวหนัง โดยโรคนี้มักจะเกิดขึ้นจากการโกนขนบนใบหน้า และอาจเกิดจากการกระแทกของมีดโกนด้วย

อาการของมีดโกนกระแทกก็เหมือนกับอาการของรูขุมขนอักเสบ โดยใบหน้าของคุณอาจจะมีสีแดง เป็นหลุม อาจอักเสบ และมีตุ่มหนองเกิดขึ้น แต่โรคขนคุดอักเสบนั้นจะเกิดจากการระคายเคืองที่ไม่มีการติดเชื้อใดๆ

* กลากที่ผิวหนัง (Seborrheic Dermatitis)


กลากผิวหนัง เป็นภาวะผิวหนังท่าสามารถทำให้ผิวหนังของคุณเป็นสะเก็ดแดงและเป็นขุย หรือเรียกอีกอย่างว่า “รังแค” เมื่อมันอยู่บนศีรษะ อาการนี้มักส่งผลกระทบต่อหนังศีรษะของคุณมากที่สุด แต่มันก็สามารถเกิดขึ้นบนใบหน้าของคุณและบริเวณรอบๆ หนวดเคราได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีผิวมันตามธรรมชาติ อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ เกล็ดสีเหลืองเป็นมัน ผิวหนังสีแดง และสะเก็ดอาจจะหลุดออกมา เมื่อคุณถูกเคราหรือผิวหน้า


* โรคกลากที่เครา หนวด และลำคอ (Tinea Barbae) 


โรคกลากที่เครา หนวด และลำคอ เป็นเชื้อราที่เกิดขึ้นบริเวณใบหน้า หนวด และลำคอ โดยเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “เชื้อราเดอมาโตไฟท์ (Dermatophytes)” การติดเชื้อรานี้มักจะปรากฏเป็นสีแดง ผิวหนังอักเสบ และเป็นคราบรอบๆ ปาก แก้ม และใต้คาง คล้ายกับกลากที่หนังศีรษะ (Tinea capitis) โดยเชื้อราที่พบบ่อยที่สุด 2 ประเภทที่ทำให้เคราของคุณคัน ได้แก่

เชื้อรา Mentagrophytes Var. Equinum ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสกับม้าที่ได้รับผลกระทบ เชื้อรา T.Verrucosum ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้โดยการสัมผัสกับวัว หรือปศุสัตว์อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ วิธีแก้ อาการคันเครา ของผู้ชายไว้เครา

สำหรับวิธีแก้อาการคันเคราก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนสุขอนามัยหรือกิจวัตรเกี่ยวกับความสะอาด แต่หากอาการคันเกิดจากภาวะทางการแพทย์ แพทย์อาจจะต้องสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ นอกจากนั้นก็มีวิธีแก้อาการคันเคราต่างๆ ดังนี้

 

* ดูแลใบหน้าให้สะอาด


การล้างเคราและใบหน้าเป็นประจำจะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียก่อตัวขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าผิวจะไม่มันเกินไป ล้างเคราและใบหน้าทุกวันด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาทำความสะอาด ความจริงแล้วมีผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับเคราจำนวนมาก ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไป

* อาบน้ำบ่อยๆ


พยายามอาบน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน โดยอย่าใช้น้ำที่ร้อนเกินไปและอย่าแช่ตัวในอ่างอาบน้ำ หรือฝักบัวนานเกินไป

* ปรับสภาพเครา


การปรับสภาพเคราจะทำให้ขนเครานุ่มขึ้นและไม่ค่อยระคายเคืองผิว การใช้โจโจ้บาออยล์ (Jojoba oil)  หรือน้ำมันอาร์แกน (Argan oil) สามารถทำให้เครานุ่มขึ้นได้

* หลีกเลี่ยงสารเคมี

เมื่อโกนหรือเล็มหนวดเครา พยายามอย่าใช้โฟมล้างหน้าหรือโลชั่นที่มีสารเคมีรุงแรง พยายามเลือกทางเลือกที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

ปล่อยให้เครางอก
เมื่อหนวดเครากำลังขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการโกนหรือเล็ม เพื่อให้ขนยาวเกินรูขุมขนออกมาเสียก่อน วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการระคายเคือง และความเสียหายของรูขุมขน

ใช้ยา
หากสาเหตุของอาการคันเคราเป็นอาการทางผิวหนัง แพทย์สามารถสั่งจ่ายยาเพื่อแก้ปัญหาได้ ซึ่งยาที่จะสั่งจ่ายนั้น ได้แก่

ครีมที่มีกรดแลคติกและยูเรีย ซึ่งช่วยในการรักษาผิวแห้ง
มิวพิโรซิน (Mupirocin) เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย
ครีมต้านเชื้อรา เพื่อรักษาการติดเชื้อรา
ครีมคอร์ติโคสเตียรอยด์
หากสาเหตุไม่ได้มาจากการติดเชื้อ สามารถใช้ ไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) โคลเบทาซอล (Clobetasol) หรือ เดโซไนด์ (Desonide) เพื่อรักษาโรคกลากที่ผิวหนังได้
หากการอักเสบไม่ได้ติดเชื้อ ใช้ คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) รักษาสาเหตุของกลากผิวหนัง (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากเชื้อรา
ใช้กรดกรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) เพื่อรักษาขนคุด
การรักษาด้วยเชื้อราเฉพาะ เพื่อรักษาโรคกลากที่เครา หนวด และลำคอ ที่ไม่รุนแรง การรักษาด้วยยาต้านเชื้อราในช่องปาก เช่น ไอทราโคนาโซล (Itraconazole) หรือ เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) ก็มีประโยชน์เช่นกัน
อาการคันเครานั้นถือเป็นเรื่องที่ปกติมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณไว้หนวดเคราเป็นครั้งแรก การดูแลหนวดเคราให้สะอาดและปล่อยให้เครายาวขึ้นก่อนโกน สามารถช่วยรักษาอาการคันให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด หากอาการคันเกิดจากการติดเชื้อ คุณควรรับการรักษา เพื่อป้องกันความเสียหายต่อผิวหนังและรูขุมขนนั่นเอง

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล  :  slotxo

โดย: มะนาว [21 ก.ย. 63 15:14] ( IP A:193.37.32.176 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน