แนะปรับวิถีชีวิตใหม่ พิชิต “โรคอ้วน” ปัญหาสุขภาพระดับโลก
   

 

“โรคอ้วน” คือปัญหาระดับโลก โดยจากภาพรวมสุขภาพคนไทยช่วงปีที่ผ่านมา ดัชนีมวลกายปกติมีแนวโน้มลดลง พบภาวะอ้วน BMI (Body Mass Index) สูงมากกว่า 25% เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48.28 ของประชากรวัยทำงาน (ข้อมูลจากกรมอนามัย) ส่งสัญญาณอันตรายต่อร่างหลายด้าน ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ล่าสุดยูเอ็น พบปีที่ผ่านโรคอ้วนคร่าชีวิตประชากรทั่วโลกไปแล้วกว่า 4 ล้านคน ขณะที่ด้านประเทศไทยพบป่วยเบาหวานแตะ 4.8 ล้านคน เสียชีวิตไปแล้วกว่า 200 คน/วัน ซึ่งสาเหตุของโรคมาจากโรคอ้วน ผลพวงจากวิถีชีวิตเร่งรีบ รับประทานอาหารไม่มีคุณค่า ขาดการออกกำลังกาย สะสมความเครียด และมลพิษจากมลภาวะ แนะเทคนิคการสร้างสมดุลร่างกายควบคุม BMI มาตรฐานควรต่ำกว่า 25% ด้วยการปรับวิถีชีวิต สร้างสุขภาพดี ห่างไกลโรค

 

โรคอ้วน มีแนวโน้มพบผู้ป่วยสูงขึ้นทุกปีทั่วโลก คร่าชีวิตไปกว่า 4 ล้านคน


นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม W9 Wellness Center ในโรงพยาบาลพระรามเก้า เผย ปัจจุบันภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน จัดเป็นปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ของประชาคมโลก พบมากในแทบทุกประเทศทั่วโลก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ล่าสุดข้อมูลจากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ชี้ให้เห็นว่าช่วงปีที่ผ่านมา พบปัญหาโรคอ้วนคร่าชีวิตประชากรทั่วโลกไปกว่า 4 ล้านคน และคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะมีภาวะน้ำหนักเกินมากขึ้นในทุกๆ ปี

จากการสำรวจข้อมูลในระดับนานาชาติ พบว่า ประเทศไทยมีความชุกของภาวะโรคอ้วนโดยมีดัชนีมวลกาย หรือ BMI สูงมากกว่า 25% โดยสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนรองจากมาเลเซียซึ่งคิดเป็นร้อยละ 48.28 จากภาวะโรคอ้วนในคนไทยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานมากถึง 4.8 ล้านคน และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 200 คน/วัน โดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 13.1% นับว่าโรคอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพที่คนทุกเพศวัยต่างเผชิญ ซึ่งเป็นผลมาจากวิถีชีวิตแบบเร่งรีบ ทำให้บริโภคอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสะสม และได้รับมลพิษจากมลภาวะรอบตัว 

 

สาเหตุของโรคอ้วน


ปัญหาหลักของโรคอ้วนเกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตและนาฬิกาชีวิตของแต่ละคน ที่ประกอบด้วย

1.การรับประทานอาหาร ที่มีแคลอรี่เกินกว่าที่ร่างกายจะสามารถเผาผลาญ

2.การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและทำให้เกิดความหิวมากกว่าเดิม

3.รับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูง สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้หิวมากกว่าเดิม

4.ไม่ได้ออกกำลังกำลังกาย หรือขยับตัวเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินออก

5.อายุที่มากขึ้น และฮอร์โมนที่ลดลงทำให้อัตราการเผาผลาญช้าลง ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มได้ง่ายขึ้น

6.บางส่วนที่เกิดร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรม

 

วิธีลดความเสี่ยงโรคอ้วน 


เทคนิคการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ให้ห่างไกลโรคอ้วน ป้องกันก่อนเกิดโรคแทรกซ้อน ได้แก่

 

1.ควรรับประทานอาหารตามนาฬิกาชีวิต (Circadian eating) ไม่รับประทานอาหารใกล้เวลานอน ทานมื้อเช้า และเน้นเลือกรับประทานอาหารธรรมชาติแบบพืชเป็นหลัก (Whole-food Plant-based)

2.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและอาหารแปรรูปเป็นประจำ

3.ออกกำลังกายหรือสร้างนิสัยให้เป็นคนที่มี Active lifestyle

4.ทำจิตใจแจ่มใสอยู่เสมอ คิดบวก และรู้จักปล่อยวาง

5.ที่สำคัญต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอไม่นอนดึกเป็นนิสัย เพื่อที่จะให้ร่างกายได้สร้างโกรทฮอร์โมน ได้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจากจะส่งผลโดยตรงต่อระดับการเผาผลาญไขมันส่วนเกินแล้ว ยังส่งผลต่อระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร คือ ฮอร์โมนเกอลิน (Ghrelin) ที่จะบอกให้ร่างกายรู้สึกหิว และ ฮอรโมนเลปติน (Leptin) ที่จะบอกให้สมองสั่งการให้หยุดกินและรู้สึกอิ่ม ถ้านอนไม่พอ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเกอลินเพิ่มขึ้นและ ฮอร์โมนเลปตินลดลง ส่งผลให้รู้สึกหิวอยู่ตลอดและไม่รู้สึกอิ่ม

 

สมัครโปรแกรมดูและสุขภาพฟรี ได้ที่ สมัคร joker

โดย: anne [13 พ.ย. 63 11:40] ( IP A:193.37.32.94 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน