เพื่อนคนแรก..ที่คบด้วย..
   ...เป็นคนที่น่าจะมีเพื่อนมาก แต่กลับเป็นว่ามีเพื่อนจริงๆน้อยมากๆ (แน๊ คงคิดอ่ะสิว่า ไม่มีใครอยากคบ) เพราะเราเป็นเลือกคบคนมากเกินไปหรือ อาจจะใช่..เพราะว่าเราเป็นคนพูดตรงเกินไปจนใครๆเขารับไม่ได้ ก็คงใช่..

...ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เราอยากบอกความรู้สึกลึกๆจริงๆ อยากเล่า ..


..เพื่อนคนแรกในชีวิต พี่ชายสุดที่รักของเราเอง

ตั้งแต่จำความได้ เราสนิทกันพี่มาก พี่โตกว่าเรา 15 ปี ปกติพี่จะเป็นคนไม่ค่อยมีเวลาคุยกับใครๆ เพราะเรียนหนักตลอดเวลา และต้องอยู่หอพักนักเรียนที่โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งที่ศรีราชา จะกลับมาบ้านเฉพาะปิดเทอม พี่อยู่บ้าน เราจะเล่นด้วยกัน คุยกัน แม้ว่าเรายังเล็กมากๆ คงคุยไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกมั้ง แต่จำได้ว่า พี่จะอุ้มเรานั่งบนตัก แล้วเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟัง ซึ่งรู้เรื่องก็มี ไม่รู้เรื่องก็มี ที่รู้แน่ๆคือ เรารักพี่มากๆ เมื่อพี่กลับเข้าโรงเรียน เราจะเหงามากๆ พี่คนอื่นไม่ค่อยมายุ่งด้วย เพราะเราดื้อ (พวกเขาบอกอ่ะ) แต่เราก็ไม่สนใจ ได้แต่เฝ้าถามแม่ว่า เมื่อไหร่พี่จะกลับบ้าน แล้วเวลาเหงาๆจะไปชะเง้อหน้าบ้าน รอคอย ..เมื่อไหร่จะมาซักทีน๊า...

...เมื่อถึงวัยเข้าโรงเรียนได้ แม่กับพี่ชายพาเราไปฝากที่โรงเรียนแถวบางรัก วันนั้น เราถามพี่ว่า ทำไมเราต้องมาเรียนไกลด้วยล่ะ พี่บอกว่า โรงเรียนนี้ดีนะ เป็นโรงเรียนผู้หญิงล้วนๆ ครูสวยๆมีเยอะ ..คำตอบของพี่ ตอนนั้นเราไม่รู้เรื่องหรอก ว่าเกี่ยวอะไรกับครูสวยๆมีเยอะๆ เหอะ แค่ได้คำตอบก็พอ ทุกคำถามของเราพี่จะมีคำตอบให้เราเสมอ..

..เปิดเทอมวันแรก มีแต่แม่พาเรามาส่งที่โรงเรียน เพราะพี่กลับเข้าโรงเรียน เราเรียนดีมากๆบางวิชา และมีอยู่วิชาหนึ่งที่แย่ คือเลขคณิต.....

พอปิดเทอม..พี่จะต้องกลับมาสอน มาจ้ำจี้จ้ำไชกับเรา เรื่องเลขที่เราไม่ชอบ พี่จะต้องลงทุนซิ้อขนมเอาไว้ล่อ..
เหอะ เพื่อขนมและพี่ชายที่ร๊ากกก..เราก็พยายามใส่ใจเรียนจากพี่ จากเล่านิทาน กลายเป็นครสอนเลขไปซะนี่ แต่เรียนกับพี่นี่สนุกกว่าเรียนที่โรงเรียนจริงๆ

(..เวลาผ่านไป..เร็วมากๆ เพราะขืนบรรยายทุกเรื่องจะน่าเบื่อหน่ะ อิอิ
สำนวนก็ไม่ค่อยได้เรื่อง ทนๆหน่อยนะคะ)

..หลายปีผ่านไป พี่เข้าเรียนแถวสามย่าน ตอนนี้ ถึงกลับมาอยู่บ้าน แต่กลับไม่ค่อยมีเวลาสอนเราอีก ไม่เป็นไร เราเรียนเลขได้ไม่เลวนัก ทุกๆครั้งเมื่อเราได้รับสมุดพก พี่จะขอดูก่อนเป็นคนแรก ถ้าคะแนนดี พี่จะมีของขวัญให้ เป็นตุ๊กตาเซลามิกตัวเล็กๆและขนมที่เราสั่งไว้ แหะ แหะ
จำได้ว่า หากคะแนนได้ไม่ถึงที่พี่พอใจ เราจะเห็นพี่เอาขนมที่เราสั่งไว้เข้าปากตัวเองอย่างรวดเร็ว และตุ๊กตาฯก็ไม่ได้ เราได้แต่มองที่พี่เขาเอาออกมาให้ดูแล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกง เหอะ ไม่เป็นไร ไว้แก้ตัวใหม่ เป็นอย่างนี้แหละพี่เรา..

..วันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนที่พี่จะออกจากบ้าน บางทีเขาจะคุยกับเราก่อน
เล่าว่า เขาเรียนแพทย์อยู่ปีสุดท้ายละ จบแล้ว จะหมั้นกับแฟน พ่อกับแม่ก็อนุญาตแล้ว ..พี่จะโน้มหัวเราไปหอมฟอดเบ้อเร่อ (ทำบ่อยๆหน่ะ) แล้วพูดว่า ต้องตั้งใจเรียนดีดี เรียนให้ดีทุกๆวิชาเอง เพราะพี่ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว (ฮึ..ฮึ) เหอะรู้น่ะ ว่าต้องแบ่งเวลาว่างไปหาแฟน (ชิชิ)

(เพื่อนๆคะ อ่านไปช่วยอิมเมจิ้นไปด้วย ไม่งั้นจะน่าเบื่อมากๆน๊า)

..วันรับปริญญาของพี่ เราก็ไปถ่ายรูปด้วย ทั้งบ้านเราไปรับปริญญาพี่อย่างพร้อมเพรียง เพราะเป็นลูกคนแรกของพ่อแม่ที่ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากในหลวง พ่อกับแม่แอบซับน้ำตา (เราแอบเห็น)

...วันรุ่งขึ้น พี่บอกพ่อแม่ว่าจะไปรับแฟนเขาและจะไปฉลองกับเพื่อนๆที่ชะอำ จะค้าง 1 คืน เราอยากไปด้วย พี่บอกว่า ..

เอ้ยย..มีแต่หนุ่มๆสาวๆ เด็กๆไปไม่ได้หรอก..พูดแล้วก็เดินไปขึ้นรถ

เราตะโกนไปด้วยความโกธรว่า..ดีละ ..ไม่ต้องมาเจอกันอีก โกธรละ..
พี่ไม่ได้ยินที่เราตะโกนไป เห็นพี่โบกมือให้เรา..

ตอนที่พี่ขับรถออกไปเป็นเวลาใกล้ๆเที่ยง
ราวบ่าย 3 โมงกว่า พ่อเรารับโทรศัพท์ ว่า พี่เราอยู่โรงพยาบาล
เห็นพ่อตกใจมากๆ รีบพาแม่ออกจากบ้านไปโรงพยาบาล
เรารู้แค่ว่าพี่ไม่สบายอยู่โรงพยาบาล..รู้สึกกระวนกระวายใจมากๆนั่งไม่ติด คอยหน้าบ้านรอพ่อกับแม่กลับมา แต่ รอจนหลับอยู่บนเก้าอื้..
พ่อแม่กลับมาเมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้สึกตัวตื่นตอนพ่ออุ้มเราขึ้นนอน..

เราถามพ่อว่า..พี่หายไม่สบายหรือยัง
พ่อไม่พูด หน้าตาแดงไปหมด บอกให้เรานอนซะ

ตื่นแต่เช้า..จะเตรียมไปโรงเรียนเหมือนทุกวัน
แม่เดินลงมาจากชั้นบน บอกว่า วันนี้ไม่ต้องไปโรงเรียน
สายหน่อยไปวัด รอพ่อกลับมาก่อน พ่อไปติดต่อวัดอยู่
เราถามถึงพี่ชาย แม่ดึงเราเข้าไปกอดแน่น ร้องไห้..
เรางงมากๆ ทำไมแม่ต้องร้องไห้ แต่..เราเดาไปเรื่อยเปื่อยว่า พี่คงไม่สบายมากๆ

สายจัด..พ่อกลับมาบ้าน เอาแม่พี่น้องและเราขึ้นรถไปวัด
พี่สาวเราบอกพี่สาวอีกคนว่า พี่ชายขับรถไปชนท้ายรถบรรทุกเหล็กเส้น

เหล็กเส้นแทงทะลุตา ทะลุหัว ตายคารถที่ขับออกไป..

เราฟังเงียบๆ แต่เหมือนลมพัดอยู่ในหู เรามึนมากๆ

..ไปถึงวัด พ่อชี้ให้พวกเราดูที่โลงศพที่พี่ชายนอนอยู่
...อยากให้เขาเปิดโลงจัง เราจะได้เห็นพี่ชาย..แต่ไม่มีใครฟังเราบอกเลย..เราได้แต่เกาะข้างๆโลงศพ มองเหม่อ ในใจเศร้ามาก แต่ เราไม่มีน้ำตา รู้แต่ว่า ..จากนี้ไป..เราจะไม่มีพี่ชายที่ร๊ากกก..ให้เราเห็นอีก

จำได้ทุกอย่างที่พี่ชอบ พี่ชอบร้องเพลงเอลวิช ชอบร้องเพลงสากล
เสียงพี่เพราะมากเวลาร้องเพลง เสียงเหมือนเอลวิชจริงๆ..และพี่ก็ชอบอีกหลายๆคน

เพลงสุดท้าย..ที่ได้ยินพี่ร้องคือ เพลง ..LOVE ME TENDER..
พี่ชอบเอาหนังสือวางไว้บนหัวเราแล้วเดินเข้าบ้านด้วยกัน เวลาเจอเราที่คอยพี่เขาอยู่หน้าบ้าน

หลังจากที่เสียพี่ไปราวปีเศษ เย็นวันหนึ่ง เราเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ยืนหันหลังอยู่หน้าบ้านเรา ความรู้สึกตอนนั้น เราตัวชามากๆ เราเพ่งมองเขา ดูจากข้างหลังและเมื่อเขาหันข้าง เขาเหมือนพี่ชายมากๆจริงๆ ตอนนั้น เราร้องไห้โฮออกมาดังมากๆ วิ่งไปหาเขา เกาะแขนเขา พอเขาหันมาเต็มตัว ..เขาไม่ใช่..แต่เราร้องไห้ไม่หยุด เราหยุดไม่ได้ พ่อออกมาอุ้มเราแนบอก ลูบหัวเรา และบอกชายคนนั้นว่า เด็กคิดว่าเป็นพี่ชาย..

...กี่ปีแล้วนะ ที่พี่จากไป นานเหลือเกิน แต่พี่ยังอยู่ในใจเราตลอดเวลา
หากสวรรค์มีจริง พี่คงอยู่บนสวรรค์แน่ และ หากชาติหน้ามีจริง..


....เรา 2 คน พี่น้องจะได้เจอกันอีก..หรือเปล่า...

โดย: มาริ..จัง [26 พ.ย. 48 19:16] ( IP A:202.5.88.138 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 98 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   *

สวัสดีค่า คุงมาริจ๋า..
ขอร่วมระลึกถึง..คุณพี่ชายที่น่ารักมากด้วยค่า
เป็นเรื่องจริงที่แสนเศร้า
คงต้องใช้ความเข้มแข็งอย่างมากที่จะทำใจได้
แต่ความสุขความทรงจำที่สวยงามยังคงกระจ่างอยู่ในใจเสมอน๊าค่า

flower

โดย: nH [27 พ.ย. 48 2:25] ( IP A:203.188.19.40 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   flower



Love me tender ... มีแล้วในทู้ Elvis

เอาเวอร์ชั่นนี้มาร้องให้พี่ชายที่แสนดีฟัง ค่ะ ....



Love me tender, love me long
Take me to your heart
For it's there that I belong
And we'll never part ...



พี่ชายที่แสนดี อยู่ในใจน้องน้อยเสมอ

โดย: ดีม [28 พ.ย. 48 21:59] ( IP A:58.9.147.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ขอบคุณ คุณนู๋หิ่น และ คุณดีม เพื่อนร๊ากกก..

ที่ทนอ่านเรื่องที่แสนเศร้าของเรา เป็นเวลาหลายปีมากๆที่เราเก็บความเศร้านี้ไว้ เราเปลี่ยนจากเด็กซนๆยิ้มกว้าง ..หัวเราะดังๆ..กลายเป็นเด็กเงียบ เวลาว่างๆจะอ่านหนังสือแทนที่จะคุยกับคนในบ้านหรือใครๆ น้อยครั้งที่จะยิ้มกับใคร..และไม่เคยหัวเราะอีก และเมื่อเราโตเต็มที่แล้ว รับรู้ถึงสัจจธรรมของชีวิต ความเศร้าจึงถดถอยลง

................... เหลือความทรงจำที่แสนงดงาม ........................

โดย: มาริ..จัง [29 พ.ย. 48 2:39] ( IP A:202.5.88.155 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   rose...........

ยอดเยี่ยมเลยครับ...ป้ามาริ.....
อ่านแล้ว...น้ำตาซึมเรย....
ถ้าเดามะผิด...พี่ชายน่าจะอยู่รั้ว..."แดง-ขาว"...นะครับ....

โดย: เด็ก.... [30 พ.ย. 48 5:21] ( IP A:58.9.40.202 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   มาทนอ่านอีกคนแย้วววว..

แหะ แหะ พี่อยู่รั้วสีอารายไม่รู้อ่ะ ตอนที่ต้องอยู่หอ เขาเรียนที่..อัสสัมศรีราชา จ้า

ตอนพิมพ์ให้อ่านนี่ น้ำตาเราก็ซึมๆนะ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า คุณเดะฯอ่านสำนวนเราแล้วจะน้ำตาซึม..แสดงว่าอิมเมจิ้นสูง อิอิ

โดย: มาริ..จัง [30 พ.ย. 48 6:33] ( IP A:202.5.88.143 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน
 s