เรื่องราวของเจ้าหญิงมาซาโกะและเจ้าหญิงไอโกะ
   บนทางสายโศก

วินาทีที่นางสาวมาซาโกะ โอวาดะ ข้าราชการกระทรวง
การต่างประเทศของญี่ปุ่นวัย 29 ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้า
หญิงมาซาโกะ พระชายาในองค์มกุฏราชกุมารนารุฮิโตะ
ชาวญี่ปุ่นต่างภาวนาให้เส้นทางชีวิตของพระองค์ที่มีจุด
หมายปลายทางอยู่ที่การเป็นจักรพรรดินีองค์ต่อไป จงเป็น
เส้นทางที่เต็มไปด้วยความสุขสมหวัง

ในสายตาของชาวญี่ปุ่นส่วนมากเชื่อมั่นว่าเจ้าหญิงมาซาโกะ
นี่แหล่ะมีความเหมาะสมกับการเป็นเจ้าหญิงสมัยใหม่และ
พระองค์จะต้องเป็นเหมือนเจ้าหญิงไดอะน่าในแง่มุมที่ว่าจะ
ทรงทำให้ราชวงศ์ญี่ปุ่นขึ้นชื่อลือชาว่าอนุรักษ์นิยมมากมี
ภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและใกล้ชิดกับประชาชน ดังเช่นที่เจ้า
หญิงไดอะน่าทรงเคยทำสำเร็จมาแล้ว

การที่ชาวญี่ปุ่นตั้งความหวังไว้กับพระองค์สูงมาก กลายเป็น
ความกดดันและบีบคั้นเจ้าหญิงมาซาโกะไปโดยไม่รู้ตัว
สาวญี่ปุ่นสมัยใหม่ต่างคิดไปไกลถึงขั้นว่าเจ้าหญิงมาซาโกะ
คงจะเข้าไปปฏิวัติสำนักพระราชวังอิมพีเรียลซึ่งขึ้นชื่อ
ลือชาว่ามีอิทธิพลเหนือพระราชวงศ์

แต่ข้าราชการสำนักระดับสูงของสำนักพระราชวังอิมพีเรียล
กลับเป็นผู้ปฏิวัติเจ้าหญิงมาซาโกะเสียเอง สิ่งที่ปรากฏให้
เห็นอย่างเด่นชัดว่าเจ้าหญิงโดนครอบจากสำนักพระราชวัง
อิมพีเรียลก็คือการแต่งพระองค์เปลี่ยนไปจากเดิม

ก่อนอภิเษกสมรสเจ้าหญิงมาซาโกะทรงได้ขื่อว่าเป็นผู้ที่
แต่งตัวเก๋ มีรสนิยมแต่ทันทีที่ทรงกลายเป็นสมาชิกของ
ราชวงศ์ ฉลองพระองค์ที่ทรงจะเป็นชุดสูทหรือไม่ก็ชุด
กิโมโนเท่านั้น ถึงจะได้รับอนุญาตให้ทรงได้

(to be continued)

โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:44] ( IP A:203.156.75.80 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 6431 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   (cont.)

ที่แปลกประหลาดไปกว่านั้น เจ้าหญิงมาซาโกะจะไม่
ปรากฏพระองค์เพื่อปฏิบัติพระกรณียกิจในที่สาธารณะ ราว
กับมีคนกลัวว่าถ้าปล่อยให้เจ้าหญิงมาซาโกะทรงปฏิบัติพระ
กรณียกิจสม่ำเสมอ จะทรงแย่งความเด่นไปจากเจ้าฟ้าชาย
นารุฮิโตะเหมือนดังที่เจ้าหญิงไดอะน่าทรงเด่นแซงหน้าเจ้า
ฟ้าชายชาร์ลพระสวามีมาแล้ว

นโยบายที่พลึกพิลั่นเช่นนี้ทำให้ชาวญี่ปุ่นรู้สึกผิดหวังในตัว
เจ้าหญิง แม่บ้านชาวญี่ปุ่นถึงกับบ่นกับนักข่าวว่า

“พวกเราเคยหวังว่าเจ้าหญิงจะทรงใช้พระปรีชาสามารถของ
พระองค์ทรงทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อสังคม แต่เจ้าหญิงกลับไม่
ทรงปรากฏพระองค์เสียเฉยๆ โดยไร้สาเหตุ”

ความรู้สึกนี้ตรงกันกับความรู้สึกของอัยการสาวผู้ให้
สัมภาษณ์นักข่าวนิตยสารนิวส์วีค สาวญี่ปุ่นสมัยใหม่คนนี้
ให้ความเห็นว่า

”ฉันคิดว่าเจ้าหญิงมาซาโกะทรงสูญเสียพระปรีชา
สามารถไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะทรงยอมแพ้ต่อระบบ
ของราชสำนักที่คร่ำครึ”
โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:46] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ด้วยเหตุที่แทบจะไม่ได้เสด็จออกให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ
จึงมีคนเรียกขานเจ้าหญิงมาซาโกะเสียใหม่เป็น “เจ้าหญิงผู้เงียบเชียบ”
ทรงกลายเป็นคนไม่มีปากมีเสียง และแทบจะไม่เคยตรัส
กับพสกนิกรที่มารอเข้าเฝ้าฯ ชื่นชมพระบารมีเลย นอกจาก
จะทรงแย้มพระสรวลให้เท่านั้น

แต่รอยแย้มพระสรวลของพระองค์ก็แฝงไว้ด้วยความ
เครียดอย่างเห็นได้ชัดบ่งบอกให้รู้ว่าทรงกำลังเผชิญกับ
เรื่องยุ่งยากที่แก้ไม่ตกอยู่ แม้ว่าพระสหายผู้เคยศึกษาใน
ชั้นเรียนเดียวกันกับพระองค์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ประเทศสหรัฐอเมริกาจะพยายามออกมาพูดว่า

“เจ้าหญิงมาซาโกะยังทรงเหมือนเดิม ทรงมีชีวิตคู่ที่มีความสุขมาก”

คำพูดประโยคหลังไม่มีใครเถียงว่าไม่เป็นความจริง เพราะ
เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะทรงสนิทเสน่หาพระชายามาก และทรง
พยายามทำทุกอย่างที่จะปกป้องพระชายาแม้กระทั่งบาง
เรื่องที่อยู่นอกเหนือความสามารถของพระองค์ก็ทรง
พยายามช่วยให้เรื่องหนักเป็นเบา ดังเช่นเรื่องการทรงครรภ์
ของพระชายา

ทั้งสำนักพระราชวังอิมพีเรียลและชาวญี่ปุ่นต่างหวังว่าเจ้า
หญิงมาซาโกะคงจะต้องรีบทรงครรภ์เพราะทรงมีพระชนมายุมากแล้ว
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ทรงครรภ์เสียที สิ่งนี้กลายเป็นความ
กดดันต่อเจ้าหญิงอย่างยิ่ง
โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:47] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะทรงพยายามช่วยลดความสนใจของผู้
คนลงด้วยการมีรับสั่งถึงเรื่องนี้ในการพระราชทาน
สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพปีหนึ่ง
ว่า

“บางทีนกกระสาอาจจะยังไม่คาบเด็กมาให้กับเราก็ได้”

ทรงอ้างถึงเรื่องในนิทานที่กล่าวถึงนกกระสาว่าจะเป็นผู้บิน
คาบเด็กมาให้กับพ่อแม่ เพื่อจะได้บรรเทาความสนใจของ
ประชาชนเกี่ยวกับการทรงครรภ์ของพระชายาลง แต่ก็ไม่
ได้ผล สื่อยังติดตามรายงานเขี่ยวกับการทรงครรภ์ของเจ้า
หญิงมาซาโกะให้ประชาชนทราบต่อไป

ทุกพระอิริยาบถที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิมของเจ้าหญิง
มาซาโกะจะถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของการทรงครรภ์
ชีวิตที่ต้องตกอยู่ภายใต้การจับจ้องของผู้คนตลอดเวลานับ
เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับเจ้าหญิง จนส่งผลให้ทรง
แท้งในการทรงครรภ์ครั้งแรก

เหตุการณ์นี้เกิดขั้นในปี ค.ศ. 1999 นำความเสียพระทัยมา
สู่เจ้าหญิงมาซาโกะเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งสมเด็จพระจักร-
พรรดินีมิชิโกะต้องมีพระราชดำรัสผ่านสื่อเพื่อให้ประชาชน
ได้รับรู้ว่า

“ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจความรู้สึกของมาซาโกะว่าจะต้อง
ใช้ความพยายามสักเพียงไหนกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก ฉัน
ได้แต่หวังว่าเธอคงรู้ว่าเธออยากระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจให้
ใครสักคนฟัง ฉันก็พร้อมที่จะเป็นคนคนนั้น ฉันจะอยู่เคียง
ข้างเธอเสมอ”

หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานถึง 8 ปี เจ้าหญิงมาซาโกะ
ก็มีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะพระธิดา ทุกคนโล่งใจที่
ในที่สุดก็ทรงมีพระประสูติกาลเสียที แต่ทรงได้พระธิดา
ซึ่งกฏมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ห้ามขึ้นครอง
ราชย์
โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:48] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เรื่องนี้นำไปสู่การถกเถียงกันยกใหญ่ว่าสมควรจะต้องมีการ
แก้กฎมณเทียรบาลเสียใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหญิง
ไอโกะได้ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดามีผู้ออกมา
แสดงความคิดเห็นมากมายรวมถึงเจ้าหญิงทากะมัทสุ
พระประยูรญาติผู้มีพระชันษาถึง 90 ปี ก็ยังออกมารับสั่งว่า

“ถ้าเราจะมองเรื่องนี้จากประวัติศาสตร์ของประเทศ ฉันคิด
ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่เราจะมีจักรพรรดินี
เป็นองค์พระประมุข”

ในอดีตญี่ปุ่นเคยมีองค์พระประมุขที่เป็นสตรีปกครอง
ประเทศมาแล้วถึง 8 พระองค์ เพิ่งจะมาถึงศตวรรษที่ 19
เท่านั้นที่มีการออกกฎมณเทียรบาลกีดกันผู้หญิงไม่ให้มี
สิทธิในการขึ้นครองราชย์

แต่สำนักพระราชวังและรัฐสภาของญี่ปุ่นก็ไม่มีการเคลื่อน
ไหวใดๆ ในเรื่องนี้ ด้วยหวังว่าบางทีเจ้าหญิงมาซาโกะอาจ
จะมีพระประสูติกาลพระโอรสเพื่อให้ปัญหาวุ่นๆ นี้ยุติลง

ความคาดหวังว่าพระองค์ะต้องมีพระประสูติกาลพระโอรส
เพื่อจะได้สืบสันตติวงศ์กลายเป็นความกดดันครั้งใหม่ที่
ใหญ่หลวงมากสำหรับเจ้าหญิงมาซาโกะบวกกับชีวิตที่ต้อง
ตกอยู่ภายใต้กฎระเบียบอันเคร่งครัดของวัง ส่งผลไปถึง
พระพลานามัยของเจ้าหญิง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าพระอาการ
เครียดของพระองค์ส่ออกมาให้เห็นอีกครั้งตั้งแต่ปี ค.ศ.
2002 เมื่อคราวตามเสด็จพระสวามีไปเยือนออสเตรเลีย
โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:50] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   พระอาการเครียดจัดทำให้เจ้าหญิงมาซาโกะต้องประทับ
รักษาพระองค์อยู่แต่ในวัง มิได้เสด็จออกมาปฏิบัติพระ
กรณียกิจอีกเลย ท่ามกลางความสงสัยของผู้คนว่าเกิด
อะไรขึ้น จู่ๆ เจ้าหญิงก็หายหน้าหายตาไปเฉยๆ

ไม่มีการออกแถลงการ์ณใดๆ จากสำนักพระราชวังอิมพีเรียล
ซึ่งยังยึดนโยบายว่าจะต้องรักษาชีวิตส่วนพระองค์ของเจ้า
นายให้เป็นความลับสุดยอด นโยบายเช่นนี้ถือว่าเป็นความ
ผิดพลาดยิ่ง เพราะก่อให้เกิดข่าวลือต่างๆ นานาตามมา

ชาวญี่ปุ่นรู้เป็นเล่าๆ ว่าเจ้าหญิงมาซาโกะทรงพระประชวร
ด้วยพระโรคที่ไม่เปิดเผยและต้องเสด็จไปรักษาพระองค์ที่
โรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2003 อยู่นานถึง
กว่าสัปดาห์

การที่สำนักพระราชวังอิมพีเรียลไม่ยอมออกแถลงการ์ณ
ใดๆ เกี่ยวกับการประชวรของเจ้าหญิงมาซาโกะทำให้ชาว
ญี่ปุ่นวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดสำนักพระราชวังจำ
ต้องเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ว่าเจ้าหญิงมาซาโกะทรง
พระประชวรด้วยพระโรคงูสวัด พร้อมๆ กันนั้นก็ทรงมี
แถลงการณ์ส่วนพระองค์ออกมาหนึ่งฉบับ เพื่อบอกกับ
ประชาชนถึงสาเหตุที่ทำให้ทรงพระประชวรว่า

“นับตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าแต่งงาน ซึ่งนับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา
สิบกว่าปีแล้ว ข้าพเจ้าพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่
จะทำได้ภายใต้ความกดดันอย่างหนักและสภาพแวดล้อมที่
ข้าพเจ้าไม่คุ้นเคย ข้าพเจ้าคิดว่าการป่วยด้วยโรคงูสวัดอาจ
จะมีผลมาจากความเหนื่อยกายและเหนื่อยใจที่เกิด
สะสมมาเป็นเวลานาน”
โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:50] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   แถลงการ์ณนี้ออกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา และต้นเดือนมีนาคมเจ้าหญิงมาซาโกะก็เสด็จไปพักฟื้นที่บ้านพักตากอากาศของพระบิดาที่เมืองคารุอิซาวา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว พร้อมกับเจ้าหญิงไอโกะพระธิดา โดยมีพระบิดาซึ่งไปทำงานเป็นผู้พิพากษาอยู่ที่ศาลโลก กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ บินกลับมาอยู่เป็นเพื่อน

ส่วนเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะก็ทรงยอมฝืนกฏข้อบังคับของสำนักพระราชวังที่ไม่อนุญาตให้เจ้าเสด็จไปประทับแรมที่บ้านสามัญชน เสด็จไปประทับกับพระชายาเป็นบางครั้งบางคราว เพราะทรงมีพระราชกรณียกิจที่ต้องปฏิบัติในโตเกียว

ไม่มีใครบอกได้ว่าพระอาการของเจ้าหญิงมาซาโกะดีขึ้นหรือยัง แต่ดูจากการที่สำนักพระราชวังออกแถลงการ์ณว่าพระองค์จะไม่ตามเสด็จพระสวามีไปร่วมพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายเฟรเดอริกแห่งเดนมาร์กและงานอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายฟิลิปเป้แป่งสเปนตามหมายกำหนดการเดิม

รวมถึงพระดำรัสของเจ้าหญิงซายาโกะ พระขนิษฐาของเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะที่ทรงมีรับสั่งถึงพระอาการประชวรของเจ้าหญิงมาซาโกะว่า

”ฉันรู้สึกกังวลมาก”

คำพูดนี้ถือว่ารุนแรงมากสำหรับมาตรฐานเจ้า แม้จะมีการ
ออกแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังเมื่อวันที่ 27 เมษายน
ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหญิงมาซาโกะเสด็จกลับมาประทับที่วังใน
กรุงโตเกียว และงดการปฏิบัติพระกรณียกิจทั้งหมด
บ่งบอกให้รู้ว่าอาการพระประชวรของเจ้าหญิงยังไม่ฟื้นเต็ม
ร้อย

ถึงวินาทีนี้แล้ว ชาวญี่ปุ่นต่างภาวนาขอให้เจ้าหญิงมาซาโกะ
ทรงหายจากอาการพระประชวรไวๆ ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่า
ความรักที่เจ้าชายนารุฮิโตะทรงมีให้กับพระองค์อย่างมาก
มายจะกลายเป็นพลังที่ทำให้เจ้าหญิงทรงสามารถเอาชนะ
อุปสรรคในชีวิตได้

และทรงพบกับความสุขบนเส้นทางสายนี้ในที่สุด

***The End***


...Tai-Sarunya
...

โดย: mali [22 ส.ค. 47 15:58] ( IP A:203.156.75.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   

..บนทางสายโศก..
อ่านแล้วก้อได้แต่ขอเอาใจช่วยตามที่คุณมะลิสรุปไว้ค่า..

ขอให้เจ้าหญิงมาซาโกะ
ทรงสามารถเอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้
และทรงพบกับความสุขบนเส้นทางสายนี้ในที่สุด..

เมื่อหัวค่ำดูข่าว..เห็นเจ้าหญิงมาซาโกะทรงยิ้มแย้มทักทาย
ข่าวบอกว่าทรงปรากฏพระองค์ตอสาธารณชนเป็นครั้งแรก..
ในรอบ 4 เดือนค่า....จบข่าว...

..
โดย: nH [5 ก.ย. 47 23:03] ( IP A:203.113.45.168 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน
 s