แก้เน่าแบบง่ายๆ ไม่ต้องถอน ไม่ต้องคว้าน ไม่ใช้ยาเคมีอันตรายต่อสุขภาพ
   ต้นนี้เป็นลูกผสม มงกุฏทอง กับ หนองแหน ขนาดใหญ่พอประมาณ รากเต็มอ่าง16"
อาการหนักเอาเรื่อง เน่าตั้งแต่รากกินต้นขึ้นไปจนเกือบถึงกิ่ง

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [6 ธ.ค. 55 23:46] ( IP A:223.206.176.175 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 29566 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 1
   กินเข้าไปจนต้นเกือบขาด เหลือเนื้อไม่ถึงเซ็นต์ โชคดีที่ยังเหลือรากด้านนี้อยู่

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [6 ธ.ค. 55 23:52] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ตราบเท่าที่ยังมีรากดีหลงเหลืออยู่ก็ยังนับว่าโชคดี
1.ต้นไม้ป่วย ก็เหมือนคนป่วยย่อมต้องการอาหารไปซ่อมสร้างส่วนที่เสียหาย คนป่วยกินไม่ได้ ให้น้ำเกลือได้ ต้นไม้ถ้ายังมีรากดีเหลือก็ยังสามารถหาอาหารซ่อมแซมตัวเองได้ ถ้าถอนขึ้นมากินอาหารไม่ได้ ย่อมยิ่งทรุดโทรม ลงปลูกใหม่ไม้ป่วยอ่อนแอเพราะโรคอยู่แล้ว รากไม่เดินก็จบ
2.การคว้านเนื้อเน่า จะทำยังไงไม่ให้มือหรือมีดที่คว้านเนื้อที่เน่าซึ่งเต็มไปด้วยเชื้อราที่เป็นต้นตอของการเน่า ไปเปื้อนส่วนที่เป็นเนื้อดี ซึ่งเท่ากับเป็นการเอาเชื้อเน่าไปป้ายใส่เนื้อดีนั่นเอง
3.ทำไมต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งเป็นสารอันตราย กระโหลกไขว้ ในเมื่อเชื้อราไม่เจริญในด่าง ไม่เจริญก็แปลว่าเชื้อราจะตายเมื่ออยู่ในด่างนั่นเอง
เรามีด่างราคาถูก และไม่มีอันตราย ใช้ป้องกันกิ่งเน่าเวลาตัดแต่งกิ่งต้นไม้ทั่วไปอยู่แล้ว ซึ่งก็คือปูนแดง หรือ Calcium Hydroxide...Ca(OH)2 สูตรเคมีง่ายๆ ที่ทุกคนที่เคยเรียนมัธยมสายวิทย์รู้จักดี แต่มักจะลืมไปแล้ว ผมก็เหมือนกันเพิ่งจะนึกได้

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 1:16] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   มองจากด้านนี้ ทีแรกไม่รู้เลยว่าด้านหลังไม้เน่าจนเกือบขาดแล้ว
โชคยังดีที่ยังเหลือรากดี2เส้นนี้ไว้ช่วยชีวิต ถ้าเห็นช้ากว่านี้เน่าจนต้นขาดออกจากรากดีที่เหลือก็คงหวังยาก เพราะไม้ป่วยหนักอ่อนแออยู่แล้ว จะหวังให้แตกรากใหม่ออกมารักษาชีวิตคงลำบากหน่อย ขนาดไม้แข็งแรงดีๆ ตัดทำรากตะขาบยังเน่าซะเยอะ จนตอนหลังนี่ ถ้าจะทำรากตะขาบ ผมจะเหลือรากตอนบนไว้เลี้ยงต้นก่อน รอจนรากใหม่ออกแล้ว ค่อยเอารากพวกนั้นทิ้งอีกที

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 1:32] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   วิธีแก้ ก็ง่ายๆ พอเจอต้นที่เน่า ก็เอาปูนแดงที่เวลาเราซื้อมาจากตลาด เขาจะแบ่งใส่ถุงพลาสติคมาอยู่แล้ว เติมน้ำลงไปน้อยๆ นวดปูนให้ละลายลงในน้ำให้ได้น้ำปูนข้นๆ เอาไม้เขี่ยเปิดผิวไม้(ซึ่งเนื้อข้างในเน่าเละหมดแล้ว แต่ยังมีผิวที่ยังไม่ยอมร่อนออกปิดแผลด้านในอยู่) เพื่อให้น้ำปูนเข้าเคลือบแผลโดยทั่วถึง พึงระวังอย่าให้มือไปถูกเนื้อที่เน่า เดี๋ยวจะเป็นการเอาโรคไปป้ายใส่เนื้อดี เปิดผิวแล้วเทน้ำปูนข้นๆลงไปที่แผลเลยให้น้ำปูนเข้าให้ทั่วถึง ถ้าเป็นอย่างต้นนี้ซึ่งเป็นแผลจากด้านล่าง ก็เอียงกระถาง แล้วเทน้ำปูนย้อนขึ้นไปให้ทั่วถึง เสร็จแล้วปล่อยตากแดดตากฝนไว้ตามเดิม
ต้นนี้ตอนที่ทำเนื้อเน่าเละๆแหยะๆเลย ช่วงปลายเดือนกันยายน หลังจากทำก็ยังเจอฝนอยู่พอสมควร เวลาไม่มีฝนก็รดน้ำแต่จะน้อยกว่าปรกติหน่อย

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:01] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ภาพพวกนี้ถ่ายให้หนูนัทดูวันที่9ตุลา ซึ่งแผลก็เริ่มแห้งแล้ว

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:04] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ภาพล่าสุด30พฤศจิกา แห้งดีแล้ว ได้ไม้ซากมาต้นนึง แต่อย่างน้อยช่วยชีวิตเขาไว้ได้แบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ไม่เปลืองแรง และไม่อันตรายจากการสัมผัสสารเคมี เพราะโดยส่วนตัวชอบจับไม้ จึงไม่นิยมพวกยาเคมี

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:10] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   จะเห็นว่าไม้เริ่มสร้างผิวใหม่แล้ว

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:12] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ช่วงบนสวยดีเป็นปรกติ แถมออกดอกด้วย ไม่รู้เพราะไม้กลัวตายหรือเปล่า

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:15] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   อันนี้รากเส้นใหญ่ของมงกุฏทองรุ่น10 ไม้ต้นแรกที่ผมลองใช้วิธีนี้ กลางฤดูฝนเลย ทำแล้วก็ปล่อยตากแดดตากฝนอย่างนั้นแหละ ลองครั้งแรกก็เล่นไม้แพงเลย ที่เห็นเรียบๆ ไม่ได้ตัดแต่งนะครับ มันเน่าเรียบเสมอกันอย่างนั้นเอง

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:23] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ตอนนี้เอาแขวนไว้รอจัดรากใหม่
ยังไม่รู้จะเอายังไงดีกับรากเส้นนี้ อย่างกับตัดทำรากขั้นที่2เลย แตกรากออกมาเยอะแยะ

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [7 ธ.ค. 55 2:29] ( IP A:223.206.176.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ☻☻ สุดยอดเลยครับ คุณสุวิทย์ BBK1755 ของอยู่ใกล้ๆตัวแท้ๆดันลืมไปเอง ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำดีๆและรูปภาพประกอบคำบรรยาย ☻☻
โดย: ป้อม..สามพราน [7 ธ.ค. 55 23:09] ( IP A:58.9.44.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ขอบคุณ คุณ ป้อม..สามพราน ที่ชื่นชมครับ
ผมว่ามันดีที่สะดวก ทำง่าย และปลอดภัยกับตัวเราด้วยที่ไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตราย

เอาภาพสดๆปัจจุบันมาเพิ่มเติมครับ ไม้เริ่มสร้างผิวใหม่แล้ว

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [8 ธ.ค. 55 2:24] ( IP A:223.205.126.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เอียงกระถางขึ้นมาดูด้านใน ก็เกิดผิวใหม่แล้วเช่นกัน ดูจากภาพมีตุ่มๆขึ้นมาด้วย ไม่รู้ใช่ตุ่มรากหรือเปล่า ตอนถ่ายภาพก็ไม่ได้ดูให้ชัดเจน เพิ่งเห็นเหมือนกัน ผมว่าไม้ฟื้นตัวค่อนข้างเร็วนะ 2เดือนเศษเอง จากสภาพเกือบตาย
กลับไปดูภาพข้างบนแล้วน่าเสียดายเหมือนกัน ไม้กำลังแตกลายงาดีๆตั้งแต่รากยันกิ่ง อยู่ดีๆต้องกลายมาเป็นไม้ซาก แต่ก็ยังดีที่เค้าไม่ตาย

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [8 ธ.ค. 55 2:39] ( IP A:223.205.126.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ไม่ใช่เซียน ไม่ใช่ผู้ชำนาญการ แต่ลองทำอะไรดูแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิกได้ก็นำมาแบ่งปันกัน
คิดว่าใช้น้ำปูนใสๆราดดินเพื่อให้เป็นด่าง ก็อาจป้องกันการเน่าได้ แต่ยังไม่เคยทำเพราะไม้เยอะไม่มีเวลา อีกใจนึงก็ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบกับการเจริญเติบโตของไม้มั้ย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เพราะหลายท่านก็ใช้แกลบดำเป็นส่วนผสมดินปลูก หรือใช้ในการชำไม้ แกลบดำรวมทั้งขี้เถ้าแกลบก็มีฤทธิ์เป็นด่างเช่นกัน ถ้าใครได้ลองแล้วได้ผลเป็นยังไงก็มาบอกเล่ากันบ้าง
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา แต่ผมไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาฆ่าเชื้อรดเพื่อป้องกันโรค เชื่อว่าทุกท่านคงรู้ดีอยู่แล้วว่าการใช้ยาตลอดสามารถทำให้เชื้อดื้อยาได้ เช่นเดียวกับคนถ้าเรากินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อโดยตลอด พอเป็นโรคขึ้นมาจริงก็จะไม่มียารักษา เพราะเชื้อดื้อยาซะแล้ว ดังนั้นการทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อโรคน่าจะดีกว่า นั่นคือเชื้อราไม่เจริญในด่าง

ท่านใดที่สนใจดูแล้วยังไม่เข้าใจตรงไหน โทรศัพท์สอบถามได้ตามนี้ครับ ไม่ต้องเกรงใจ

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [8 ธ.ค. 55 3:22] ( IP A:223.205.126.251 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เย็นนี้ไปเดินดูมาแล้ว ใช่ตุ่มรากจริงๆ ถ้าจะต้องพูนดินด้านนี้ขึ้นมารับกับรากที่แตกออกมาใหม่ ทีนี้ได้ไม้เป็นจิงโจ้เลย ขาหน้าสั้นยกสูง ขาหลังยาว จะตัดทำรากตะขาบก็คงไม่ไหว ต้นเหลือสั้นจุ๊ดจู๋ มีหวังแปลงสภาพเป็นยักษ์ไม่มีคอไปเลย
โดย: สุวิทย์ BBK1755 [8 ธ.ค. 55 20:23] ( IP A:49.49.34.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   หนูว่าไม่ที่เน่าแล้วหายเป็นไม้ซากสวยดีนะคะ
ส่วนวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมากๆเลย มีเหตุและผลมากๆค่ะ
โดย: นัท [10 ธ.ค. 55 15:35] ( IP A:171.97.176.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ก็ท่าจะต้องยอมชื่นชมกับไม้ซากที่ได้แหละ ทำไงได้ล่ะ ดีกว่าได้ไม้ตาย 555...
วันนี้เจออีกต้น คราวนี้เป็นทรงสูงเป็นที่กลางต้น

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [11 ธ.ค. 55 2:50] ( IP A:49.49.21.213 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   อุดละ แบบนี้ใช้ไม้ป้ายเอา ดูจากรูปเหมือนด้านซ้ายยังเคลือบไม่หมด พรุ่งนี้คงต้องดูอีกที ถ้าเป็นแค่นี้เวลาหาย ไม้จะค่อยสร้างเนื้อขึ้นมาเติมเต็มเอง แบบนี้ไม่ถือว่าสาหัสเคยทำมาก่อนหน้านี้แล้ว พอแห้งหายดีผมก็จะเอาปูนอุดรูไว้ก่อนไม่ให้น้ำขัง อันอาจทำให้เน่าใหม่ได้อีก พอไม้สร้างเนื้อก็จะค่อยๆดันปูนปริหลุดออกมาเอง

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [11 ธ.ค. 55 3:02] ( IP A:49.49.21.213 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   เสียดายอ่ะ ทรงชอบหนูด้วยค่ะ

โดย: นัท BBK2874 [11 ธ.ค. 55 5:09] ( IP A:27.55.11.85 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   มงกุฏทองรุ่น10 ความคิดเห็นที่ 9 ตอนที่รักษาด้วยปูนแดง

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [27 มิ.ย. 56 23:29] ( IP A:223.207.230.147 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   เน่าจนเละเลย กลางฤดูฝนปีที่แล้วครับ ราดเสร็จปล่อยตากแดดตากฝนไว้ตามเดิม

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [27 มิ.ย. 56 23:32] ( IP A:223.207.230.147 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ต้นนี้เพชรเจ้าพระยา เน่าทั้งราก ทั้งที่ลำต้น ในภาพหายแล้วสร้างผิวใหม่แล้ว

โดย: สุวิทย์ BBK1755 [27 มิ.ย. 56 23:35] ( IP A:223.207.230.147 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   สุดยอดครับพี่สุวิทย์...ขอนำเทคนิคดีๆไปใช้บ้างนะครับ
โดย: BBK 3268 [28 มิ.ย. 56 12:20] ( IP A:171.4.11.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ยินดีครับ ถ้าเป็นประโยชน์ได้

ไม่มีเทคนิคซับซ้อนอะไรเลยครับ หลักการง่ายๆที่ทุกคนรับรู้กันอยู่แล้ว แต่มักลืมไปเองเท่านั้น
1.เชื้อราไม่เจริญในด่าง ปูนแดง หรือ Ca(OH)2 ก็คือด่างนั่นเอง
2.สิ่งมีชีวิตจะซ่อมแซมตัวเองจากการเจ็บป่วยได้ต้องอาศัยอาหาร คนหรือสัตว์กินไม่ได้ให้น้ำเกลือได้ ต้นไม้ให้น้ำเกลือไม่ได้ จึงต้องอาศัยรากที่ยังทำงานได้อยู่ในดิน เพื่อรับน้ำและอาหารจากดินไปซ่อมแซมตัวเอง
3.เชื้อโรคแพร่กระจายได้ต้องมีพาหะ คนคือพาหะนำโรคที่วิเศษที่สุดสำหรับเชื้อโรค การสัมผัสส่วนที่เป็นโรคให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ จึงลดการกระจายตัวของโรคได้

จากหลักการง่ายๆ 3 ข้อนี้จึงนำมาซึ่งวิธีง่ายๆ เพราะทำอะไรกับไม้ให้น้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้
1.ไม่ใช้ยาเคมี เพราะอันตรายต่อคนด้วย และเชื้อโรคสามารถดื้อยาได้ แต่สิ่งมีชีวิตจะปรับตัวให้ดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับตนได้ ต้องอยู่รอดได้ก่อน ขยายพันธุ์ให้เกิดสายพันธุ์ใหม่โดยมีวิวัฒนาการ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไปไม่สามารถอาศัยอยู่ในทะเลได้ ต้องมีวิวัฒนาการจนเปลี่ยนรูปไปคล้ายปลา อย่าง วาฬ โลมา พยูน เป็นต้น
เชื้อราเจริญในด่างไม่ได้ ก็ขยายพันธุ์ไม่ได้ อายุสั้นอยู่แล้ว จึงตายไปเอง
2.ไม่ถอน เพราะไม้ไม่ได้อาหารไปซ่อมแซมส่วนเสียหาย คนหรือสัตว์ป่วยกินอาหารไม่ได้ ไม่ได้น้ำเกลือตายลูกเดียว
3.ไม่คว้าน การคว้านคือการทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายออกไปจากตำแหน่งที่เคยอยู่ เนื้อเน่าที่เละๆ สามารถกระเด็นหรือติดไม้ติดมือติดมีด ไปโดนส่วนอื่นหรือต้นอื่น การไม่คว้านคือการปิดประตูตีแมว เคลือบปิดประตูออกด้วยปูนแดงให้ทั่ว เก็บเนื้อเน่าเละๆไว้ในตำแหน่งเดิม เชื้อโรคกระจายไปไหนไม่ได้ ทำยังไงก็ได้ให้ปูนแดงเข้าไปให้ทั่วถึงที่สุด โดยสัมผัสแตะต้องให้น้อยที่สุด
4.จัดการกับไม้เน่าเป็นต้นสุดท้าย เสร็จแล้วล้างมือฟอกสบู่เข้าบ้านเลย อย่าไปจับชวนชมต้นอื่นอีก เผื่อมีเชื้อติดมือหลงเหลือจะเป็นการแพร่โรคให้ต้นอื่น
โดย: สุวิทย์ BBK1755 [28 มิ.ย. 56 15:20] ( IP A:171.5.207.253 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   อ่านแล้วได้ความรู้ดีๆเยอะเลยครับคุณลุง เสียดายมาอ่านช้าไปไม่งั้นราชินีทุ่งเศษรฐีของผมคงรอด
โดย: 4487 [31 ก.ค. 56 15:36] ( IP A:118.172.24.72 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ความจริงลงไว้นานแล้วครับ พอดีมีคนโทรถามเลยไปหา link มาแปะให้ดู คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับมือใหม่บ้าง
โดย: สุวิทย์ BBK1755 [31 ก.ค. 56 17:13] ( IP A:171.4.49.135 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ขอบคุณมากครับอ่านแล้วครับได้คิดใหม่ทำให้ถูก.ไม่ต้องแสวงหายาให้เมื่อย
โดย: ช่างสมภพ [1 ส.ค. 56 22:07] ( IP A:125.26.110.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   เก๋งจังเลยคะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากเลยแต่เป็นวิธีที่ง่ายไม่ซับซ้อนด้วย ขอบคุณมากเลยคะ
โดย: suwichajanta@hotmail.co.th. [15 ส.ค. 56 20:23] ( IP A:182.52.119.49 X: )
* ขณะนี้พี้นที่เต็ม ไม่สามารถโพสต์กระทู้เพิ่มได้ *

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน