YaYa-Fanclub.pantown.com
ยะหยาเว็บบอร์ด <<
กลับไปหน้าแรก
เสียงสวยๆ.........
จริงๆตั้งใจจะเขียนถามที่ห้องร้อยเพลงฯ แต่กลัวพี่ก้อยไม่ได้เข้าไปอ่านค่ะ..
มีโอกาส present หรือนำเสนองานต่างๆในที่ประชุมหลายครั้ง แล้วมีคนมากระซิบว่า..."..คุณหมอ ทำไมเสียงเหมือนแมว?.." บางทีก็ "ทำไมเสียงเหมือนเด็ก?" ..ทำให้รู้สึกเสียความมั่นใจไปเยอะ..
จำได้ว่าเจอพี่ก้อยที่มีตติ้งแล้วประทับใจว่า เสียงพี่ก้อยมีพลัง...กังวานดีจัง..นักร้องหรือนักพูด..หรือผู้ประกาศคงเป็นอย่างนี้ทุกคนคือมีเสียงที่มีพลัง...born to be...เป็นพรสวรรค์
อยากถามพี่ก้อยเป็นความรู้ค่ะ ว่าเราฝึกได้ไหม? ในขณะที่ไม่ฝืนธรรมชาติของเรามาก จนดูเกร็ง.. และพี่ก้อยมีเสียงแบบนี้ตั้งแต่เด็ก(วัยรุ่น) หรือไม่...หรือว่าฝึกภายหลังคะ? แหะๆ อ่านแล้วงงหรือเปล่าคะเนี่ย พูดไม่รู้เรื่อง...แล้วยังเขียนไม่รู้เรื่องอีก...55
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[20 ม.ค. 51] ( IP A:125.24.45.22 X: )
ความคิดเห็นที่ 1
จุดประสงค์คืออยากฝึกค่ะ...แต่ไม่แน่ใจว่าฝึกได้หรือไม่? หรือยอมรับเสียงแมวๆ แต่ว่าเราอาจเปลี่ยนเรื่องจังหวะในการออกเสียงใหม่..(ลงทะเบียนเรียนเลยดีไหมคะ? อาจารย์พี่ก้อย..)
น้องๆเข้ามาคุยให้ฟังหน่อยนะคะ..ใครมีปัญหาเรื่องเสียงเหมือนพี่แมวเหมียวบ้าง?
ปล. พรุ่งนี้ก็มี present อีกแล้วค่ะ..
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[20 ม.ค. 51] ( IP A:125.24.52.235 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
เสียงผมก็ออกเหน่อๆ เหมือนกันหัดพูดกลางมาหลายปีแล้ว
ขอลงทะเบียนเรียนกับพี่ก้อยตลอดชีวิต
โดย: เล็ก
[20 ม.ค. 51 14:20] ( IP A:161.246.1.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
เอาใจช่วยพี่เหมียวอีกแรงค่ะ อิอิ
แต่เคยเห็นป๊าฝึกได้นะคะ
ไปเรียนร้องเพลงนี่แหละเพราะเค้า
ร้องเพลงไม่เป็นเวลาออกงานต่างๆ เค้าจะมีส่งไมค์หรือเชียร์กัน
ให้ออกไปร้องเพลงบ้าง ป๊ากลัวหน้าแตกเลยไปเรียน
ฝึกการควบคุม การหายใจ ออกเสียงให้ถูกจุดน่ะค่ะ
พอมาเป็นวิทยากรอบรมหรือเวลาสอน ก็เลยมีพลังเสียงขึ้นมาอีกเยอะเลย (ทำเอานักเรียนหรือคณะครูน่าเบ้กันไปเป็นแถว) 5555
เพราะอยากจบการอบรมจะแย่แล้ว อิอิอิ
แต่วิทยากรไม่เหนื่อยซะที
แต่คงต้องรอผู้เชี่ยวชาญอย่างพี่ก้อยมาบอกเทคนิคให้พี่เหมียวเสียงสวยๆบ้าง ^-^
โดย: aj_vam
[22 ม.ค. 51 4:02] ( IP A:124.120.129.51 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
ได้อ่านคำถามของแมวเหมียวแล้วนะคะ
เรื่องนี้ไม่ยากค่ะ ตอนนี้พี่ก้อยทำงานอยู่ แว่บมาดูเวป คืนนี้จะเข้ามาคุยด้วยนะคะ
โดย: ya-ya
[22 ม.ค. 51 14:40] ( IP A:203.118.123.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
ปกติเราเกิดมาพร้อมเสียงที่เป็นตัวของเราเอง เวลาเปล่งเสียงก็มักจะจำได้ว่าเสียงนี้ใครพูดถ้าเป็นคนที่เรารู้จัก บางคนเสียงเล็ก บางคนเสียงทุ้ม บางคนพูดแค่เบาๆแต่ได้ยินชัดกันทั้งห้องเลย เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน
เท่าที่จำได้ เสียงของเหมียวจะเล็กๆ พูดเบาๆเพราะๆ เวลาต้องพูดในที่ประชุมอาจลองฝึกพูดโดยการใช้ลมจากท้องเพื่อเปล่งเสียงมากกว่าพูดในลำคอ ลองคิดว่าถ้าไม่มีไมโครโฟน ทำอย่างไรให้คนที่นั่งอยู่ไกลที่สุดได้ยินเราชัดเจน โทนเสียงในการพูดต้องควบคุมให้ไปในทิศทางเดียวกับเรื่องราวที่จะพูด เหมียวลองนึกดูนะคะ คล้ายๆกับเวลาดูละคร ถ้าเราสวมบทบาทเป็นอาจารย์ใหญ่เราก็ต้องใช้โทนเสียงแบบนึง ถ้าเราเป็นนักศึกษาก็ใช้เสียงอีกแบบนึง เพราะฉะนั้น ลองสวมบทบาทเป็นนักพูดที่นำเสนอเรื่องราวที่น่าเชื่อถือ เพื่อโน้มน้าวให้คนที่ฟังเข้าใจและคล้อยตามได้ง่ายขึ้น อาจฟังดูยากแต่คิดว่าน่าจะพอฝึกได้
หรืออาจลองฝึกพูดโดยใช้เสียงทุ้มให้มากขึ้น พูดเน้นตรงเนื้อหาที่สำคัญ ลดความยาวของคำบางคำเพื่อให้มีความกระชับมากขึ้นในบางประโยค ฯลฯ
ลองนึกถึงเสียงของเราเองเวลาไม่พอใจหรือโมโหใครบางคน ลองใช้โทนเสียงแข็งๆนั้นมาช่วยเสริมก็ได้นะคะ (แต่ไม่ต้องโมโหนะ)
ที่ถามว่าเสียงพี่ก้อยเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร จำได้ว่าเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิด แต่ speed ในการพูดนั้น รู้สึกจะเร็วขึ้นกว่าตอนเด็กๆ เพราะเป็นคนใจร้อนขึ้นเรื่อยๆ 55 เวลาออกรายการที่คุยยาวๆอย่างรายการวิทยุ ต้องคอยบอกตัวเองให้พูดช้าลง
เป็นคำแนะนำเล็กๆน้อยๆของคนที่ใช้เสียงเป็นประจำ ไม่ทราบว่าจะใช้ได้ไหม
โดย: ya-ya
[23 ม.ค. 51 2:49] ( IP A:203.118.114.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
กรณีของเล็กนี่ทำไงดี หัดพูดกับพี่ก้อยบ่อยๆดีไหมคะ เพราะเจอหน้าทีไรไม่ค่อยพูดเลย เอาแต่ยิ้มลูกเดียว
โดย: ya-ya
[23 ม.ค. 51 2:53] ( IP A:203.118.114.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
(พี่ก้อยให้เล็กฝึกอย่างยาก..55) หัดพูดกับพี่ก้อยพร้อมกับประสานสายตาให้ได้นะ แล้วมารับโล่ที่พี่เหมียว..อิอิ
ขอบคุณค่ะพี่ก้อย..สำหรับคำแนะนำ เหมือนฟังอาจารย์สวยๆ มา lecture ให้ฟังเลย ชอบค่ะ..และก็ขอบคุณน้องแวมที่ให้กำลังใจนะคะ เมื่อคืนวานกะจะอยู่คุยถามคำถามต่อ แต่ไม่ไหว พี่ก้อยนอนดึกจังค่ะ..
รู้สึกมีปัญหาที่เสียงเบา เวลาทำฟันคุยกับคนไข้ใกล้ๆ ไม่เป็นปัญหา แต่ต้องพูดบรรยายเมื่อไหร่ รู้สึกยังทำได้ไม่ดี เร็วๆนี้จะต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรงานสัมมนาท่ามกลางนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เลยคิดว่าต้องเตรียมตัวดีๆ น่ะค่ะ พยายามศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ที่เรารู้จัก เลยนึกได้ว่าพี่ก้อยน่าจะเป็นต้นแบบและให้คำแนะนำที่ดีได้...
เดี๋ยวจะลองฝึกตามคำแนะนำพี่ก้อยนะคะ (เริ่มต้นด้วยการทำเสียงเข้ม!ดุลูกๆ..55)
"...ลองนึกถึงเสียงของเราเองเวลาไม่พอใจหรือโมโหใครบางคน..." ไม่กล้านึกค่ะ..มันน่ากลัวมาก..55
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[24 ม.ค. 51] ( IP A:125.24.44.177 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
คราวนี้มีอีกอย่างที่ทำให้รู้สึกเป็นอุปสรรคเหลือเกิน.. คือการต้องพูดในเวที และกลุ่มผู้ฟังที่เราไม่คุนเคย หรือไม่รู้จักมาก่อน เนื่องจากจะเกิดอาการประหม่าสุดๆ คิดว่าคนทั่วไปก็เป็น...แต่เหมียวเป็นหนักกว่าคนทั่วไปนะ.. เพราะจะขี้อาย ขี้เขินมาก ไม่รู้จะอายอะไรนักหนา.. ยิ่งถ้าถูกแซวล่ะก็..ไปไม่เป็นเลย..ลืมบทพูดหมด ม้วนเป็นก้อนเลยทีเดียว..มันเป็นจุดอ่อน..พี่ก้อยก็เคยเห็นมาแล้ว ถ้าใครรู้ว่าวิทยากรขี้อายก็ชอบแกล้ง สนุกกันใหญ่..
พี่ก้อยต้องร้องเพลงให้กลุ่มผู้ฟังและในสถานที่แปลกใหม่อยู่เสมอ.. เคยมีอาการประหม่าบ้างไหมคะ? แล้วพี่ก้อยทำอย่างไร เพื่อให้เราประหม่าน้อยลง มั่นใจมากขึ้น..จำได้ว่าดูพี่ก้อยออกรายการ 30 ยังแจ๋วล่าสุด ก็ดูพี่ก้อยเขินๆนะคะ แต่น่ารักดี (อย่างว่า..พี่ก้อยทำอะไรก็ดูดีไปหมดแหละ..55)
น้องๆที่เข้ามาอ่านก็คุยด้วยกันได้นะคะ การฝึกพูดในการนำเสนอเป็นบันไดอีกขั้นที่ช่วยเสริมให้เราประสบความสำเร็จในการเรียนและการทำงานยิ่งขึ้น มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ...
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[24 ม.ค. 51] ( IP A:125.24.39.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
อูยให้ประสานสายตาด้วยเนี่ยท่าจะยากริงๆ แหละครับพี่เหมียว
ดวงตาพี่ก้อยเหมือนมีมนต์สะกด จนแข็งเป็นหินเหมือนจ้องตากับเมดูซ่ายังไงยังงั้น
ส่วนพี่เหมียววิธีให้หายประหม่านั้นปัญหานี้ผมเองก็เป็นครับ
เวลาพรีเซ็นท์งานหน้าชั้นเรียนนี่แหละ
ปกติแล้วผมจะออกนอกเรื่องไปเลย เช่น
เอ่อ คือแบบว่าผมเคยซื้อปลาหมึกย่างสดๆ มากิน
แล้วทีนี้เกิดจามออกมา หนวดปลาหมึกทิ่มทะลุออกมาทางรูจมูก น่ะครับ
นั่นคือตัวอย่างที่ไม่ดีที่ผมเคยใช้มาแล้ว
และประสบความสำเร็จบ้างไม่ประสบความสำเร็จบ้าง
เจออาจารน์ที่เป็นกันเองก็รอดตัวไปน่ะครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ ไปพูดเรื่องอื่นก่อนให้สติสัมปชัญญะคืนกลับมาค่อยพูดต่อน่ะครับ
พี่เหมียวอาจใช้โดยการยกตัวอย่างเรื่องอื่นๆ ที่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะบรรยายก่อนก็ได้
รอให้หายเขินค่อยกลับเข้าเรื่องที่จะพูดต่อน่ะครับ
ว่าแล้วก็อยากเล่านิทานเรื่องนึง
ผมใช้ที่เวลาเจอคนแปลกหน้าแล้วไม่รู้จะคุยอะไรดี แต่จำต้องคุยประจำครับ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชายคนหนึ่งขายขนมครก ขายเท่าไหร่ก็ขายไม่ค่อยดี
เขาจึงเอาใหม่โดยขายขนมครกเหมือนเดิม แต่ใส่สีเขียว สีแดง สีเหลือง และอื่นๆ ลงไปให้มีสีสันสวยงาม
ปรากฏว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หลังจากนั้นด้วยจรรยาบรรณของคนขายขนมครกที่ดี
หวังให้ลูกค้าเด็กๆ ของเขาได้ได้รับคุณค่าทางสารอาหารเพิ่มขึ้นบ้าง
จึงทำขนมครกรสช็อกโกแล็ต ใส้ถั่วดำถั่วแดง ข้าวโพด เผือก ฯลฯ
ปรากฏว่าคราวนี้ขนมครกเขาขายไม่ออก เพราะหน้าตามันไม่น่ากินเหมือนขนมครกใส่สี
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การมีสาระมากเกินไปก็ไม่ดีเหมือนกันนะ
อุ๊ยรู้สึกจะไร้สาระเกินงามพอแล้ว
ไปดีกว่าวันหลังจะมาไร้สาระใหม่อีกครับ ไปล่ะ
อิอิ (เลียนแบบภาษาวัยรุ่นปัญญาอ่อนหน่อย)
โดย: เล็ก
[26 ม.ค. 51] ( IP A:161.246.1.36 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีครับพี่แมวเหมียว โอ๋เองก็มีปัญหาเหมือนพี่ครับ ตอนที่สอนหนังสือครั้งแรกเจอเด็กเป็นร้อย และไม่กล้าใช้ไมค์อีก เพราะคิดว่าตัวเองเสียงไม่ดี แต่ด้วยหน้าที่ สุดท้ายก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ แนะนำว่าให้ทำการบ้านอย่างดี แต่อย่าซ้อมมากเกินไปเพราะว่าถ้าซ้อมมากเกินไปจะทำให้พูดเร็ว และเหมือนการท่องมากกว่า ทำตัวให้สบาย คิดว่าเราทำดีที่สุดแล้วไม่ต้องอายครับ โอ๋เป็นกำลังใจให้นะครับ
โดย: โอ๋ (โอ๋
) [26 ม.ค. 51 3:27] ( IP A:77.5.100.163 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
สำหรับน้องเล็ก....
เวลาจะพรีเซ้นงาน ให้ลองพรีเซ้นกับเพื่อนๆดูก่อนครับ (ไม่รู้ว่ายากไปป่าว เพราะแค่ทำงานให้เสร็จทัน ยังยากเลย) สมัยพี่เรียนเค้ามีชื่อเรียกวิธีการนี้ว่า "ซ้อมอัดลม" ครับ ค่อนข้างได้ผลทีเดียวแหละ เราจะได้รู้ว่าเราพูดยาวไป วนไปวนมาไม่รู้เรื่อง ฯลฯ เวลาพรีเซ้นจริงก็จะไม่ลนครับ...
แต่ถ้าโดนอาจารย์คอมเม้นมาแบบโหดๆตั้งตัวไม่ทัน อันนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม 555...
ฉะนั้น ตอนซ้อมอัดลม บางทีพี่จะให้เพื่อนช่วยคอมเม้นด้วย เอาแบบว่าคิดอะไรออกก็ว่ามาเลย จะไร้สาระยังไงก็ได้ เป็นการซ้อมไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปในตัว...
ว่าแต่ เล็กเรียนจบหรือยังนะ -_-"
โดย: บิ๊ก
[27 ม.ค. 51 22:25] ( IP A:58.64.60.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
หายไปทำการบ้านให้เหมียว แต่ก็ยังคิดไม่ออก 55
จริงๆแล้วถ้าให้พี่ก้อยพูดต่อหน้าคนที่ไม่คุ้นเคยหรือพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก พี่ก้อยก็คงเขินเหมือนกันค่ะ เหมียวยังเห็นพี่ก้อยเขินออกทีวีเลย แต่ถ้าเปลี่ยนจากพูดเป็นร้องเพลงละก็ ไม่ประหม่า แต่มีตื่นเต้นค่ะ ยิ่งงานใหญ่ คนฟังจำนวนมาก ยิ่งตื่นเต้นมาก แต่จะเป็นแค่แป๊ปเดียวนะคะ ถ้าเริ่มต้นได้ดีก็สบายแล้ว คราวนี้ไปโลดดด 55
เคยคุยกับพี่เบิร์ด พี่เค้าบอกเล่นคอนเสิร์ตมาไม่รู้กี่รอบ ก็ตื่นเต้นมันทุกรอบแหละ จริงๆนะคะ มือพี่เค้าเย็นเชียว พี่เบิร์ดบอกว่าถ้าไม่ตื่นเต้นก็จะไม่มีแรงกระตุ้น ไม่มีพลังที่จะส่งออกไปให้คนดู ความตื่นเต้นจะทำให้เรารู้สึกสนุกบวกท้าทายที่จะสู้กับมัน
พี่ก้อยคิดว่าที่เหมียวประหม่าและตื่นเต้นนั้น คงเป็นเพราะเป็นคนขี้อายอยู่แล้ว และผู้ฟังก็เป็นนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น ลองอย่างนี้ดีไหม ลองคิดว่าผู้ฟังเป็นผู้ที่สนใจเรื่องที่เรากำลังจะพูด เขาอยากทราบเรื่องราวที่เราเตรียมมาในฐานะที่เป็นวิทยากร เหมือนกับคนที่อยากมาฟังเพลงที่พี่ก้อยร้อง เรากำลังจะทำให้เขามีความสุขกับเสียงเพลงของเรา เหมียวก็เช่นกัน เหมียวกำลังจะบอกเล่าเรื่องราวที่เขาสนใจใคร่รู้ เขาพร้อมที่จะรับฟังและเข้าใจในสิ่งที่เราพูด
พี่ก้อยเชื่อว่าเหมียวคงเตรียมตัวไปอย่างดีในฐานะที่เป็นวิทยากร เวลา present จริง ลองทำเหมือนกับเป็นการซ้อมใหญ่ แล้วคนฟังก็เป็นพี่ๆเพื่อนๆเรา พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ดูอารมณ์ดี แต่น้ำเสียงหนักแน่น จริงจัง เชื่อว่าคงลดความตื่นเต้นไปได้บ้าง
ลองดูนะคะ
โดย: ya-ya
[27 ม.ค. 51 23:14] ( IP A:203.118.114.179 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
อาจารย์โอ๋เวลา present มีแทรกมุขฮาๆบ้างไหม
บิ๊กหายไปไหนซะนานเลย
ชอบนิทานของเล็ก
โดย: ya-ya
[27 ม.ค. 51 23:17] ( IP A:203.118.114.179 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
มีปัญหาจะเขินตอนพูดกับคนสวยนี่แหล่ะค่ะ
อันนี้แก้ไงดีหล่ะ แอร๊ยยยยยยยยยยยยยย!! ><"
ฮ๊าๆๆๆ ... (กล้าเล่น!)
โดย: SbitAz
[28 ม.ค. 51 9:15] ( IP A:221.128.87.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
ขออนุญาตแลกเปลี่ยความคิดเห็นครับ จากเดิมที่ผมเป็นคนพูดไม่เก่งนะครับ แต่พอเริ่มขึ้น ม.1 ผมก็เริ่มพูดพอใช้ได้ ส่วนหนึ่งมันเกิดจากความมั่นใจครับ บัดนี้ (ม.5) ผมไม่กลัวเลยเวลาต้องเจอกับไมโครโฟนและคนเยอะๆ ส่วนหนึ่งเนื่องจากผมค่อนข้างคุมคนฟังได้ จากการที่เป็นหัวหน้าห้องมาตลอดตั้งแต่ ป.1 ทำให้พอมีภาวะผู้นำอยู่บ้าง...555+
ผมเป็นคนที่ชอบพูดออกไมค์มาก เนื่องจากมันสร้างความมั่นใจและทักษะการใช้ภาษาของผมได้ดีมาก ผมจึงขออนุญาตแนะนำเลยว่าการพูดที่ดีควรจะต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
1.ความมั่นใจ (ซึ่งจะนำมาสู่ความน่าเชื่อถือของเรื่องที่พูด)
2.สาระ (บางคนพูดนอกเรื่องจนน่ารำคาญ)
3.ความบันเทิงอย่างพอดี
...คิดถึงทุกคนนะครับ...
โดย: ฟลุ้ค
[28 ม.ค. 51 14:37] ( IP A:61.7.221.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
แวะมาอ่านฮะ...
เรื่องการนำเสนองานแรกๆก็กลัวนะคะ แต่พอเจอหลายๆครั้งเข้าก็เริ่มชิน ปกติจะซ้อมแล้วลองอัดเสียงฟังดู แล้วจำไว้ว่าควรใช้เสียงประมาณไหนดี คุมให้อยู่อะค่ะ กว่าจะเจอโทนเสียงที่โอเคก็ใช้เวลาเหมือนกันนะคะ อิอิอิ...
เวลา present จริงๆก็แทรกขำๆไปบ้างอะค่ะ คนฟังจะได้ไม่เบื่อ คิดว่าคนที่มาฟังก็คนกันเองจะได้ไม่วิตกมากอะค่ะ...แต่นี่ในกรณี present เป็นภาษาไทยนะ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่มีคำแนะนำฮะ ตัวใครตัวมัน ฮ่าๆๆ
โดย: kung
[28 ม.ค. 51 15:14] ( IP A:125.25.41.45 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
อย่าเรียกว่าอาจารย์โอ๋สิครับ เขินนะตัวเอง วันนี้เพิ่งพูดสัมมนาเสร็จ ตื่นเต้นมากแม้ว่าจะพูดเทอมละสองครั้งก็ตาม เพราะว่าการพูดแต่ละครั้งต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ไม่ถูกกับโอ๋เลย เวลาพูดก็สั่น แต่ค้นพบว่าถ้าเราไปอยู่บริเวณที่เราจะพูดนาน ๆมันจะทำให้เราไม่ตื่นเต้นมากนะครับ ถ้าอย่างไรก็ลองไปทำดูนะครับ
เวลาสอนหนังสือของโอ๋ ก็มีมุขตลกเยอะมากจนมีนักศึกษาคณะอื่นเข้ามาฟังด้วย แต่ไม่ได้จดอะไรทั้งสิ้น นักศึกษาพวกนั้นบอกว่ามาดูโอ๋ talk show แต่เวลาไปฟังสัมมนาก็ไม่กล้าที่ใส่มุขตลกเพราะว่าเป็นวิชาการ แต่ก็เคยมีอาจารย์อาวุโส เวลาพูดก็มีตลกบ้าง ทำให้เวลาฟังงานจะไม่น่าเบื่อมาก
โดย: Oh (โอ๋
) [29 ม.ค. 51 21:07] ( IP A:141.89.72.24 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
อ่านคำแนะนำพี่ก้อยแล้วมีแรงฮึด!ขึ้นมาทันทีเลย พอจะนึกภาพออกแล้วว่าเราจะไปโล่ดดด ยังไง..? ขอบคุณค่ะ จริงๆการพูดเป็นศิลปะที่มีหลักแต่ไม่น่าจะมีกรอบ เราควรปรับให้เข้ากับสไตล์เราเองมากกว่า (สารภาพว่าทำเสียงเข้มไม่เป็นอ่ะค่ะ! ลืมตัวก็จะแง้วๆทุกที..แต่ยังไงก็จะฝึกต่อ) และต้องดูบริบทต่างๆด้วย เช่น กลุ่มผู้ฟังเป็นใคร และพูดในงานอะไร แล้วเราก็แสดงบทบาทตามนั้นนะคะ...(ตอนนี้กะว่าจะใช้รอยยิ้มเข้าแลกกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นบนเวที...55)
น้องๆแต่ละคน เก่งๆกันทั้งนั้นเลย อ่านซะเพลิน.. เดี๋ยวจะลองมาปรับใช้ดูนะคะ (แต่แบบน้องเล็กอ่ะ ทำยากไปนิด..55) ขอบคุณน้องๆที่มาแสดงความคิดเห็นนะคะ...
ปล. "ตัวใคร..ตัวมัน.." นี่ดูจริงใจดีนะคะ น้องกุ้ง..
น่าร้ากกกก!!!!
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[29 ม.ค. 51 23:29] ( IP A:125.24.59.143 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
พูดสัมมนานี่ท้าทายทีเดียว ทำอย่างไรจะตรึงผู้ฟังได้ ทำอย่างไรให้วิชาการไม่น่าเบื่อและเครียด ในขณะที่ตลกมากก็ไม่ได้...เพราะจะดูไม่น่าเชื่อถือ (มีผู้แนะนำว่าอันดับแรกเลย ต้องเดินขึ้นเวทีไม่ให้สะดุดพื้น..55)
พี่ก้อยคะ มีคนฝากถามว่าถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการพูด..แต่ว่าจับไมค์ทีไร ลืมตัวจะร้องเพลงทุกทีนี่..ทำไงดี? ..อิอิ
วันนี้ฟังบรรยายวิชาการสนุกมาก อาจารย์ท่านเป็นคนเสียงแหลม แล้วสอนเหมือนด่าเลย..55 แต่สามารถพูดเรื่องยากๆให้เป็นเรื่องสนุกได้..เหมือนฟัง talkshow อย่างที่โอ๋ว่าเลยค่ะ
โดย: ไม่มีดอกไม้ไม่เป็นไร
[29 ม.ค. 51 23:59] ( IP A:125.24.44.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
ขอบคุณพี่เหมียวสำหรับคำชมเชยฮะ...
กุ้ง น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!! เสมอ ฮ่าๆๆ
เคยโดน present เป็นภาษาอังกฤษอยู่สองครั้งมั้งคะ โห...ชีวิตจะหาไม่ เอา แบบว่า ตระหนกเป็นอย่างยิ่ง ก้มหน้าก้มตาพูดๆๆ ให้เสร็จๆไป ตื่นเต้นๆๆ ...และอีกไม่นานอาจจะโดน present แบบนี้อีก กรี๊ดดดดดดด...
โดย: kung
[30 ม.ค. 51 9:37] ( IP A:125.24.13.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
หูยถ้าเป้€นผมต้องพรีเซ็นต์เป็นภาษาอังกฤษนี่ท่าทางจะแย่เลย สู้ๆ นะพี่กุ้ง
โดย: เล็ก
[31 ม.ค. 51 10:24] ( IP A:161.246.1.32 X: )
คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน