ประกันสังคมมาตรา 40 ผลประโยชน์ของคนสูงวัย
   เจตนารมณ์ของประกันสังคมมาตรา 40 นั้น มุ่งให้แรงงานนอกระบบ เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ได้มีหลักประกันในชีวิต คนที่อายุ 15-60 ปี ไม่จำเป็นต้องรีบสมัคร เพราะมีเวลาสมัครอีก 20 ปี และยังคงสามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ได้ทั้งทางเลือก 5 ทาง ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 เพียงแค่จ่ายเงินสมทบเดือนละ 100 บาท โดยผู้ประกันตนจ่ายเดือนละ 70 บาท/เดือน และรัฐบาลอุดหนุน 30 บาทต่อเดือน ประเภทนี้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือสิทธิประโยชน์ 3 กรณี เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบเดือนละ 150 บาท โดยผู้ประกันตนจ่ายเดือนละ 100 บาท ส่วนรัฐบาลจะช่วยออกให้อีก 50 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์จะเหมือนกับกรณีที่ 1 คือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต แต่ได้เพิ่มคือเงินบำเหน็จชราภาพ

ทางเลือกที่ 3 ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 200 บาท โดยที่ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท/เดือน และรัฐบาลช่วยอุดหนุนให้อีก 100 บาท/เดือน ทางเลือกนี้สิทธิประโยชน์เป็นเงินออมให้ได้รับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ

ทางเลือกที่ 4 ผู้ประกันตนจ่ายเงินเดือนละ 170 บาท รัฐอุดหนุน 130 บาท/เดือน จะได้รับการคุ้มครองในเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพตาย และชราภาพได้เงินบำนาญ

ทางเลือกที่ 5 ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเดือนละ 200 บาท รัฐจะอุดหนุนอีก 150 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือ ทุกกรณีตั้งแต่เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย กรณีชราภาพบำเหน็จ และกรณีชราภาพบำนาญ

ส่วนผู้สูงอายุที่มาสมัครเข้าโครงการนี้ มีทางเลือก 2 ทาง คือทางเลือกที่ 2 หรือทางเลือกที่ 3 (อายุเกิน 65 ปี เลือกทางเลือกที่ 3 ได้กรณีเดียว) โดยทั้ง 2 ทางเลือกมีความแตกต่างดังนี้

ทางเลือกที่ 2 ผู้สมัครจะต้องจ่าย 100 บาท รัฐสนับสนุนอีก 50 บาท จะได้สิทธิประโยชน์ 5 ประการ คือ
1.เงินทดแทนการชดเชยรายได้ หากเจ็บป่วยและต้องนอนโรงพยาบาลวันละ 200 บาท
2.เงินชดเชยทุพพลภาพ ในส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการนำส่งซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะมีสูตรคำนวณให้ เช่น ส่งมา 6 เดือนใน 10 เดือน ก็จะให้เดือนละ 500 บาทเป็นเวลา 15 ปี หรือส่งไป 24 เดือนภายใน 40 เดือนก็จะจ่ายให้ 800 บาทเป็นระยะเวลา 15 ปี เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ทางประกันสังคมจะมีรายละเอียดแจกให้ผู้เข้าร่วมโครงการ
3.เงินค่าทำศพ, เสียชีวิต ให้รายละ 20,000 บาท
4.เงินบำเหน็จ ให้เป็นเงินก้อนสำหรับคนที่่จ่ายเงินไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดคือ 420 เดือน
5.เงินบำนาญ ให้เป็นรายเดือนสำหรับผู้ที่จ่ายเงินครบตามจำนวนที่กำหนดคือ 420 เดือน หรืออายุ 60 ปีบริบูรณ์

ทางเลือกที่ 3 จะเป็นทางเลือกของการออมเงิน คือ ผู้สมัครเข้าร่วมจ่าย 100 บาท รัฐบาลสนับสนุนอีก 100 บาท ผลประโยชน์ถือว่าได้ 100% แต่จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ในส่วนอื่นเหมือนทางเลือกที่ 2 และคนอายุเกิน 65 ปี ต้องสมัครแบบนี้เท่านั้น ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรถอนออกจากความเป็นผู้ประกันตน

คุณสมบัติผู้สมัคร
1. อายุ 15-60 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 ไม่เป็นข้าราชการหรือบุคคลที่ถูกยกเว้นตามกฎหมายประกันสังคม
2. บุคคลพิการที่สามารถรับรู้สิทธิประกันสังคม
3. เฉพาะปีแรก มีผลบังคับใช้วันที่ 9 ธันวาคม 2556 – วันที่ 8 ธันวาคม 2557 (รัฐบาลขยายเวลารับสมัครก่อนถึงสิ้นปี) เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่มีอายุ 60-65 ปี สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ทุกทางเลือก
4. สำหรับผู้สมัครที่มีอายุเกินกว่า 65 ปี เฉพาะปีแรก มีผลบังคับใช้วันที่ 9 ธันวาคม 2556 – วันที่ 8 ธันวาคม 2557 (รัฐบาลขยายเวลารับสมัครก่อนถึงสิ้นปี) สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้เฉพาะทางเลือก 3 เท่านั้น และไม่มีสิทธิเปลี่ยนทางเลือก

หลักฐานการสมัคร – สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่หน่วยงานราชการออกให้ (ใบอนุญาตขับขี่รถ)
ท่านที่สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1506 และที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด/เขตพื้นที่/สาขา ทั่วประเทศ

โดย: สมนึก (เจ้าบ้าน ) [11 ธ.ค. 57 15:05] ( IP A:180.180.87.100 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 224 Pageviews
ความคิดเห็นที่ 2
   

โดย: สมนึก (เจ้าบ้าน ) [29 มี.ค. 63 6:02] ( IP A:119.76.29.51 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   

โดย: สมนึก (เจ้าบ้าน ) [29 มี.ค. 63 6:03] ( IP A:119.76.29.51 X: )

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน